หนาวจะตายอยู่แล้ว น้องแก้วไม่เห็นใจพี่บ้าง ....

หลังจากเมืองปาย ถูกจัดไว้ในเขตภัยพิบัติหนาว อากาศก็เริ่มลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ผมเข้าใจว่า บนดอยอุณหภูมิยอดหญ้าน่าจะเข้าใกล้ศูนย์องศา และมีแม่คะนิง(น้ำค้างแข็ง)ที่เกิดขึ้นในบางจุด

ป่าถูกคลุมด้วยหมอกหนาช่วงหนาวของเมืองปา

 

หนาว...จนเป็นภัยพิบัติ เพราะอะไร เพราะ คนชนบทมีเครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์กันหนาวไม่เพียงพอ ร่างกายรับความหนาวเหน็บไม่ไหว จนถึงขั้นเจ็บป่วย เสียชีวิตก็มีให้เห็น

คนบนดอย โดยเฉพาะบ้านชาวเขาที่ผมคุ้นเคย ก็สร้างบ้านที่อบอุ่น เป็นกระต๊อบเล็กๆ มีเตาผิงในบ้านไว้ผิงกันหนาว ต้มชาเมี่ยง และมันเผา  กลางคืนก็ล้อมวงคุยกันหน้ากองไปนั่นหละ จบด้วยการนอนรอบๆกองไฟในค่ำคืน

คนพื้นราบอย่างผม ก็ต้องก่อไปช่วงหนาวมากๆ ช่วงนี้ตอนเด็กๆเราดีใจเพราะได้กินข้าวหลาม ข้าวจี่ มันเผา แต่เด็กๆอย่างพวกเราไม่ชอบที่สุดคือ การล้างหน้าตอนเช้า และแก้มนวลก็แตก หน้าแดงๆ

คนมีคู่ก็สบายไปครับงานนี้ เพราะอากาศหนาวถือโอกาสนอนใกล้กันและกอดกัน เริ่มเข้าหนาวจึงมีคู่แต่งงาน

เมื่อวานมีโอกาสได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยว เพื่อนของคุณ visitsri ที่มาเที่ยวที่ปาย และผมไปรับเสื้อผ้ากันหนาวที่พี่ ฝากมากับเพื่อนด้วย ...นี่ไม่ได้มา แต่ยังฝากเสื้อกันหนาวมาให้ ...ต้องขอบคุณอย่างมาก ในน้ำใจ ไมตรีจิตครับ ผมได้นำไปสมทบกับของบริจาคที่มีผู้บริจาคสมทบมาบ้างแล้ว และจะได้นำไปให้ผู้ขาดแคลนตามประสงค์ต่อไปครับ

นักท่องเที่ยวต่างดีใจ ที่ ได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นสุดๆในช่วงนี้ที่ปาย มีเพื่อนหลายท่านโทรมาพูดคุยกับผมว่า ปลายปีจะหนาวมั้ย เพราะกลัวว่าจะไม่หนาวแล้ว

ผมยืนยันด้วยเกียรติของคนเหนือครับ ว่า หนาวแน่ๆ เพราะตอนนี้เข้าหนาวเต็มที่แล้ว เตรียมตัวมาสัมผัสอากาศหนาวช่วงเคาท์ดาวท์ เมืองปายปลายปีนี้แน่นอนครับ

คนท้องถิ่นกลัวหนาว...กับนักท่องเที่ยวชอบหนาว

เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังเพื่อบรรเทาความหนาว และหาความอบอุ่นทางจิตใจของผมผ่าน Blog ในเช้าอันหนาวยะเยือกวันนี้ครับ