จุดเปลี่ยน...แค่เปลี่ยน

จุดเปลี่ยนจุดแรกของชีวิต

      หากจะถามถึงบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเรานั้น แม่ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดในชีวิต ในฐานะผู้มอบชีวิตให้กับเด็กชายที่ชื่อว่า กิตติวัฒน์  สาคำ เด็กที่ซุกซน เกเร อยากรู้อยากลอง และต้องการหาประสบการณ์ใหม่ๆ แม่มักจะห้ามอยู่เสมอเวลาทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายต่อตนเอง แต่ความเป็นแม่ก็ไม่เพียงพอที่จะให้ลูกคนนี้เชื่อฟังได้ หากเพราะเพียงขัดใจในบางเวลา การที่จะหาความสุขใส่ตัวก็ย่อมเป็นเรื่องที่กระทำได้โดยง่าย คนเป็นแม่ก็มักจะคอยเตือนอยู่เสมอให้ลูกนั้นกลับมาเป็นคนดีของแม่ แต่ก็เป็นเรื่องน่าอายที่ลูกคนนี้จะประพฤติตนเองตามได้ เพียงเพราะเป็นวัยที่กำลังคึกคะนอง แม้แต่สายโทรศัพท์ของแม่ก็ยังไม่อยากจะรับสาย เพราะนั่นถือเป็นการประจานตัวเองต่อหน้าเพื่อนๆ การโกหกเพื่อให้แม่สบายใจนั้น เป็นสิ่งที่ทำจนติดเป็นนิสัยที่ไม่อาจแก้ได้ ตลอดระยะเวลา 18 ปี ที่ทำตามใจตนเอง กับการที่พยายาออกห่างกับอาชีพครูด้วยเกรดเฉลี่ย 2.98 ก็สามารถที่จะเข้าเรียนต่อในคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ได้ ด้วยช่วงเวลาก่อนจะเตรียมตัวสอบแอดมิดชั่น ในคาบเรียนแนะแนวนักเรียนชั้น ม.6 ของโรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูนส่วนมากจะวนเวียนอยู่ที่ตึกแนะแนวไม่หนีไปไหน หากแต่เด็กคนนี้เลือกที่จะเสี่ยงดวงตัวเองด้วยการเข้าสอบรับตรงที่หลายมหาวิทยาลัยต่างเปิดสอบ ก้าวแรกของชีวิตคือการได้เข้าเรียนต่อใน สาขาธุรกิจการบิน มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต วิทยาเขตหัวหิน แต่ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ของตนเองได้ เพราะความคาดหวังตอนนั้นคือ การได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงถือเป็นความภาคภูมิใจในชีวิต ยากที่จะปฏิเสธ การได้เข้าเรียนในสาขาการจัดการสมัยใหม่และเทคโนโลยีสารสนเทศ  วิทยาศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ ชีวิตของเด็กปีหนึ่งถือเป็นความตื่นเต้นของวัยหนุ่มสาว หลังจากได้ผ่านกิจกรรมรับน้อง ก็รู้สึกว่าตัวเองถือเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย จนถึงปีที่ 4 ก็ได้ทำให้รู้ว่าการเรียนให้ได้เกรดเฉลี่ยสูงๆ จึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญของชีวิต ด้วยเกรดเฉลี่ยเพียง 2.15 ก็ทำให้ตัวเองหดหู่ใจไม่น้อย เพราะถ้าหากว่าเกรดต่ำกว่านี้ก็ยังถูกรีไทน์ไปในที่สุด ตลอดชีวิตในรั่วมหาวิทยาลัยการหลงเพลิดเพลินในสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องการเรียนนั้นถือเป็นความรู้สึกผิดในใจอีกครั้ง 3.50 ขึ้นไปเท่านั้นจึงจะได้ไปต่อในสาขาการจัดการสมัยใหม่และเทคโนโลยีสารสนเทศ การฝึกสหกิจศึกษา จึงไม่ใช่คำตอบของชีวิต เป้าหมายของการทำงานในนิคมอุตสาหกรรม จึงเป็นเพียงแค่ความฟัน คนเป็นพ่อแม่ ก็ไม่ได้นิ่งนอนจัด จึงตัดสินใจพาตนเองเข้ารับสมัครเป็นครูอัตราจ้างในโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ด้วยช่วงวัยและวุฒิภาวะของตนเอง ขณะนั้นก็ไม่สามารถที่จะทำให้เด็ก ม.4 - ม.6 นั้นสนใจเรียนได้ จึงพลาดโอกาสที่จะได้เรียนต่อ วิชาชีพครู อีกครั้ง และได้ตัดสินใจลาออกจากอาชีพครู โดยพยายามมองหาอาชีพใหม่ๆ นั่นคือการเป็นครูธุรการ


การเดินทางสู่จุดเปลี่ยนครั้งที่สอง

     ภายหลังจากที่ได้ออกจากอาชีพธุรการโรงเรียนแล้ว เหตุเพราะขาดความก้าวหน้าในอาชีพ เหมาะกับช่วงเวลาที่โรงเรียนคริสต์เตียนศึกษาสงเคราะห์นิมิตใหม่เพื่อชีวิต ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2561 โดยมีอาจารย์ลาวัลย์  นิมิตกิตติคุณ ผู้จัดการโรงเรียน เป็นผู้ชักชวนให้เข้ามาร่วมงาน จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการเป็นครู รวมถึงการที่มีประสบการณ์จากการทำงานด้านธุรการโรงเรียนมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา จึงหวังที่จะได้ช่วยกิจการของโรงเรียนให้เติบโต และได้ตัดสินใจเรียน ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ในปัจจุบัน การที่ได้เรียน ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ข้าพเจ้าจะได้เรียน เพื่อพัฒนาความสามารถในวิชาครู ถือเป็นครั้งสำคัญที่จะได้นำความรู้ไปใช้ในการทำงานจริง เป็นอีกครั้งที่ได้รับโอกาสในการเป็นครู การได้เรียนที่ราชภัฎเชียงใหม่ จึงถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาที่เหมาะสม การสอนอยู่ในโรงเรียนสงเคราะห์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากโรงเรียนกินนอน เป็นโรงเรียนประจำ ที่ขาดอิสระจากโลกภายนอก  ในปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนที่ดูแลทั้งชายและหญิง จำนวนทั้งสิ้น 250 คน มีระดับชั้นอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย มีครูและเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 25 คน เด็กในสถานสงเคราะห์ และโรงเรียนคริสต์เตียนศึกษาสงเคราะห์นิมิตใหม่เพื่อชีวิต รับมาด้วยเงื่อนไขคือ  1. กำพร้า (บิดา มารดา เสียชีวิต)  2. ครอบครัวแตกแยก ขาดผู้ปกครองดูแล  3. ครอบครัวมีบุตรมากยากจน    4. เด็กที่ถูกทอดทิ้งโดยไม่ทราบแหล่งที่มา (บุคคลไร้รากเหง้า)  5. เด็กที่อยู่นอกพื้นที่เขตบริการด้านการศึกษา จึงถือเป็นบทบาทใหม่และเป็นความท้าทายครั้งสำคัญในชีวิต เพื่อช่วยเหลือเด็กในสถานสงเคราะห์ ของมูลนิธิฯ และเด็กด้อยโอกาสทั่วไป ให้ได้เรียนในโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์  เด็กทุกคนมีพื้นฐานชีวิตใกล้เคียงกัน ได้เรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุข

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกส่วนตัว ... นายกิตติวัฒน์ สาคำ



ความเห็น (18)

สวัสดีค่ะ คุณกิตติวัฒน์ ดิฉันประทับใจการเขียนเล่าเรื่องของคุณมาก เนื้อหาอ่านแล้วประทับใจในหลายๆเหตุการณ์ เป็นกำลังใจในการสร้างบทความที่ดีแบบนี้ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

สวัสดีครับ คุณกิตติวัฒน์ สาคำ ชื่นชอบงานเขียนของคุณนะครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ คุณกิตติวัฒน์ เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ คุณกิตติวัฒน์ จุดเปลี่ยนของคุณสร้างความสุขแบะความประทับใจนะครับ ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ

สัวสดีค่ะ คุณกิตติวัฒน์ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณกิตติวัฒน์ ชื่นชอบในงานเขียนของคุณค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีครับ คุณกิตติวัฒน์ ผมชื่นชมผลงานของคุณนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ เขียนงานให้อ่านอีกนะครับ

สวัสดีครับคุณกิตติวัฒน์ ผมประทับใจในการเขียนของคุณมาก เป็นกำลังใจให้ในงานเขียนต่อไปครับ

สวัสดีครับค่ะกิตติวัฒน์ ฉันประทับใจในการเขียนของคุณมาก เป็นกำลังใจให้ในงานเขียนต่อไปค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณกิตติวัฒน์ ฉันประทับใจในงานเขียนและเป็นกำลังใจให้กับงานเขียนของคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณกิตติวัฒน์ คุณเขียนเรื่องราวผ่านความรู้สึกได้ดีมาก อ่านแล้วรู้สึกประทับใจมากค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ขอบพระคุณครับ

สวัสดีค่ะ คุณกิตติวัฒน์ ดิฉันประทับใจในการเลือกที่จะทำงานเพื่อช่วยแลดูเด็กนักเรียนในโรงเรียนของคุณนะคะ ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้มีพลังแรงใจในการช่วยเหลือดูแลนักเรียนของคุณอย่างมีความสุขนะคะ

สวัสดีครับ คุณกิตติวัฒน์ จุดเปลี่ยนของคุณมีความยิ่งใหญ่นะครับ ชื่นชอบในงานเขียนของคุณ เป็นกำลังใจให้ครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณกิตติวัฒน์ ผมชอบงานเขียนของคุณมากครับเขียนได้ดีครับ ถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีมากครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณมากครับ

สวัสดีครับ คุณ กิตติวัฒน์ กระผม ชื่นชอบในงานเขียนของคุณมากๆเลยครับ เขียนเข้าใจง่าย จะติดตามไปเรื่อยๆนะครับ

สวัสดีค่ะ คุณกิตติวัฒน์ ชื่นชอบเรื่องราวของคุณ ขอเป็นกำลังใจนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณกิตติวัฒน์ ดิฉันชอบงานเขียนของคุณมากค่ะเขียนได้ดี และถ่ายทอดเรื่องราวได้น่าประทับใจมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ