ความสุขเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน...ความสุขเราสร้างขึ้นได้ทุกวันทุกเดือนทุกปี


เมื่อย้อนไปหลายปีที่ผ่านมา จุดเปลี่ยนแรก เริ่มด้วยการเดินทางจากบ้านมาเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ขณะนั้นปี 2553 เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สอบติดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย 4 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีมีที่เรียน เย้!! happy!!

จุดเปลี่ยนที่สอง การเป็นนักศึกษานั้นใช่ว่าจะมีเงินทองมากมายจึงต้องขอพ่อแม่ทุกเดือน ซึ่งสิ่งแวดล้อมในเมืองเชียงใหม่ก็มีเยอะ ทั้งที่กิน ที่เที่ยว มากมาย ข้าพเจ้าจึงได้เริ่มทำงาน Part-time ช่วงกลางวัน ในวันที่ไม่มีคาบเรียน ข้าพเจ้ารู้ได้ถึงความลำบากกว่าจะหาเงินได้แต่ละบาทนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยกิเลสจึงนำเงินจากการทำงานมาซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ใช้กิน ใช้เที่ยวตามผับบาร์ ตามประสาเด็กวัยรุ่นทั่วไปคนหนึ่ง ข้าพเจ้าจะต้องกำหนดเวลา จัดระบบตนเอง เรื่องการเรียน และการทำงานให้ลงตัวเพื่อไม่กระทบต่อการเรียน เวลาผ่านไปเมื่อถึงจุดที่เบื่อ เบื่อแล้วไม่อยากซื้ออะไรแล้ว รู้ตัวว่าต้องใช้เงินอย่างระมัดระวังและประหยัด เพราะจ่ายในของที่ไม่จำเป็นมาเยอะ คิดดูแล้วเสียดายเงินที่หามา จึงเริ่มเก็บเงินทีละเล็กน้อย และประหยัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ การมีเงินเก็บในช่วงนั้นข้าพเจ้ามีความสุขมากเพราะหามาด้วยตนเอง

จุดเปลี่ยนที่สาม เข้าสู่นักศึกษาปีที่ 4 ต้องฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ข้าพเจ้าและเพื่อนเลือกที่จะไปฝึกงานที่พิพิธภัณธสถานแห่งชาติ จ.เชียงใหม่ ได้รู้จักเพื่อนใหม่จากคณะอื่น ๆ ที่ร่วมฝึกงานที่เดียวกัน ได้รู้จักเจ้าหน้าที่หลายคน ได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาจากสิ่งของที่เก่าแก่ เช่น รูปปั้น ภาชนะดินเผา พระพุทธรูป ศิลาจารึก ภาพวาด และอื่น ๆ อีกมาก ในพิพิธภัณฑ์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยสอน คอยอบรมในเรื่องการฝึกงาน บางวันจะมีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ วัยรุ่น คนชรา นักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ เข้ามาเยี่ยมชม ข้าพเจ้าและเพื่อนตื่นเต้นมากไม่รู้จะพูดยังไง ไม่รู้จะนำชมยังไง เพราะใหม่ ๆ ยังจำรายละเอียดงานไม่ได้ จึงคอยฟังเจ้าหน้าที่บรรยายและจดจำรายละเอียดเพื่อนำมาใช้ในภายหลัง เนอกจากการนำชมยังมีการทำความสะอาดรูปปั้น และเครื่องปั้นดินเผา ที่ต้องทำอย่างเบามือที่สุด เป็นของหายาก บางชิ้นอายุหลายร้อยปี จะต้องระวังเป็นพิเศษ บางวันจะได้เดินทางร่วมกับเจ้าหน้าที่ไปร่วมงานที่อื่น ๆ สนุก ได้รับความรู้ ได้รับประสบการณ์ดี ๆ เป็นความทรงจำที่ดี

จุดเปลี่ยนที่สี่ หลังจากเรียนจบ รับปริญาบัตรแล้วก็เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยทำงานอย่างจริงจัง ย้อนไปตอนนั้นงานไม่ได้หากันง่าย ๆ หายากพอ ๆ กับงมเข็มในมหาสมุทร ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะได้งาน ในตอนนั้นคิดว่างานอะไรก็ทำไว้ก่อนดีกว่าไม่มีงานทำ อยู่เฉย ๆ ไม่ดีหรอก เพื่อนสาวคนหนึ่งได้ชวนมาทำงานที่เดียวกัน บริษัททีโอที จำกัด มหาชน ข้าพเจ้าตั้งใจทำงานตั้งใจจะเก็บเงิน แต่ด้วยสิ่งเร้าภายนอกมีเยอะจึงไม่สามารถเก็บเงินได้ ส่วนมากใช้จ่ายไปกับการเที่ยวมากกว่าที่จะเก็บ

จุดเปลี่ยนที่ห้า ข้าพเจ้าลาออกจากการทำงานบริษัท เพราะคิดว่าไม่ได้สาระอะไร ไม่ตรงสายกับวิชาที่เรียนมา จึงได้สมัครครูในโรงเรียนเอกชน จ.ลำพูนอยู่หลายที่ และด้วยความโชคดีสอบติด แต่ความโชคร้ายที่มาพร้อมกันนั้นคือไม่ได้เรียนสายครู ทุกสิ่งอย่างจึงไม่ง่ายเลยต้องพยายามศึกษาการสอน ดูคุณครูท่านอื่น ๆ สอนแล้วนำมาปรับใช้ พัฒนาตนเอง ในคาบว่างข้าพเจ้าจะเปิดดูเปิดอ่านการสอนจากช่อง จากเว็บ จากบุคคลรู้จักหลายคน แล้วนำมาปรับใช้ พยายามศึกษาบทเรียนจากหนังสือ จากยูทูป จนกระทั้งในปัจจุบันนี้ข้าพเจ้าภูมิใจในตนเองที่สุด ที่ได้เลือกมาเป็นครูสอนนักเรียน ข้าพเจ้าภูมิใจตนเองที่มีความมานะพยายามตลอดเวลา ถึงแม้จะต้องปรับเปลี่ยนลุคการแต่งตัวของตนเอง ปรับเปลี่ยนเรื่องการเที่ยวกลางคืน เพื่อให้เหมาะสมกับอาชีพกับการเป็นครูที่ดี เพราะหน้าที่ของครูคือสอนให้นักเรียนเป็นคนดี ใช้ชีวิตในสังคมได้ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนทุกคน ข้าพเจ้าตั้งใจทำงานและรับผิดชอบหน้าที่ด้วยความตั้งใจ เต็มใจ ต่อมาในปี 2562 ข้าพเจ้าได้มีโอกาศศึกษาต่อวุฒิ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู เรียนเสาร์-อาทิตย์ ทำงานจันทร์-ศุกร์ เป็นประสบการณ์ท้าทายมาก แต่ก็ขอสู้ไม่ถอย ข้าพเจ้าได้รับความรู้จากอาจารย์หลายท่าน ได้ประสบการณ์ที่ดี มีเพื่อนที่ดีคอยให้กำลังใจ ท้ายนี้ข้าพเจ้าขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบัลดาลให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ป.บัณฑิต ปี 62 ทุกคนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความสุข สบายจิต สบายใจ เงินทองไหลมาเทมากันทุกคนนะคะ

.

.

#จุดเปลี่ยนต่อไปต้องดีกว่าเดิม