เรื่องราวชีวิตของผมส่วนมาอยู่กับงานสะส่วนใหญ่ ไม่ได้บ้างานนะแต่ถ้าไม่ทำก็ไม่มีกินเพราะเคยผ่านจุดนั้นมา จุดที่ครอบครัวที่บ้านไม่มีอะไรเลยเหมือนชีวิตเริ่มนับจากศูนย์ จุดที่ยากลำบากที่สุด แต่แล้วก็ผ่านมาได้ เอาเป็นว่าไม่ขอย้อนกลับไปพูดเรื่องนี้อีกแล้วกันนะครับ จะขอพูดเกี่ยวกับเรื่องเรียนและเรื่องงาน
การศึกษาของผมนั้นจัดได้ว่าที่ไหนฟรีจะขอเรียนที่นั่นเพราะผมไม่มีโอกาสที่จะไปเรียนโรงเรียนในเมืองติดปัญหาทางด้านคุณทรัพย์จึงเรียนโรงเรียนวัดแถวบ้าน ตั้งแต่ อนุบาล ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 จบมัธยม 3 เกรดก็นิดเดียว 2 กว่าๆ จึงเลือกเรียนต่อในสายอาชีพ ที่วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง เพราะเรียนฟรีอีกเช่นกัน ผมเลือกเรียนในสาขางานอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่างอิเล็กทรอนิกส์ นั่นเอง ทำไมถึงเลือกเรียนช่างอิเล็กนะหรือ เพราะเป็นช่างที่มือสะอาดได้เงินง่ายไม่ต้องมือเลอะตัวเลอะเหมือนช่างยนต์ และผมก็เรียนจนจบ ปวช ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.08 แล้วก็เรียนต่อ ปวส ที่เดิม เพราะฟรีและใกล้บ้านอีกเช่นกัน ปวส ผมเรียน สาขาเทคนิคคอมพิวเตอร์ จบด้วยเกรดเฉลี่ย 3.54
จุดเปลี่ยนแรก คือต่อจากนี้แหละครับ คือเรียนจบแล้วมีความคิดที่จะทำงานเลยดีไหมหรือจะเรียนต่อปริญญาตรีดี เพราะถ้าทำงานบริษัท โซนี่ ชลบุรี เขาก็รับทำงานเป็นพนักงานของที่นั่นเลย ที่มีความคิดอยากที่จะทำงานเพราะว่าการเรียนต่อปริญญานั้นมีค่าเทอมที่แพง ก็ได้ปรึกษากับที่บ้านว่าจะเอาอย่างไรดี จะเรียนหรือจะทำงาน ที่บ้านก็ให้ตัดสินใจเอง ผมจึงเลือกที่จะเรียนต่อโดยกู้ กยศ เพื่อเรียนต่อ แล้วก็สมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ เป็นหลักสูตรเทียบโอน ผมเรียนอยู่ 2 ปีครึ่งจบออกมาในเกรดเฉลี่ย 3.41 ไม่มากไม่มาย แต่ก็ภูมิใจ
จุดเปลี่ยนที่สอง เรียนจบแล้วเราจะทำอะไรล่ะทีนี้ จะไปทำงานที่ไหน จะทำงานอะไร ความคิดเข้ามาในหัวเต็มไปหมด เลยตัดสินใจไปหางานทำที่ชลบุรี แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะบริษัทต่างๆ ไม่สนับสนุนบัญฑิตที่จบใหม่ ไปหาสมัครงานหลายๆบริษัท ใช้ทั้งวุฒิ ปวส แลั ปริญญาตรี ก็แล้วก็ไม่เป็นผล เพราะเหตุผลเดียวคือเราจบใหม่ เรียนที่ว่ายากแล้วหางานทำนี่ยากยิ่งกว่า จึงตัดสินใจกลับมาหางานทำแถวบ้าน จึงได้เริ่มทำงานที่ร้านคอมพิวเตอร์ ตำแหน่งช่างคอมพิวเตอร์ ทำอยู่ได้สัก 1 ปี ก็เปลี่ยนงาน ไปเป็นที่ปรึกษาการขายบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง อาชีพนี้ดี จากเป็นคนพูดไม่เก่ง ทำให้เราพูดเก่งได้ ขายรถดีมากๆเฉลี่ยอยู่เดือนละ 7 คัน ไปอบรมที่บริษัทใหญ่ก็ผ่านการการันตรีจากบริษัทใหญ่ว่าเป็นที่ปรึกษาการขายที่ผ่านมาตราฐาน สนุกมากตอนนั้นทำอยู่ได้ 2 ปีกว่าๆ ก็รู้สึกว่างานที่ทำอยู่นั้นมันอิ่มตัว จึงคิดกับตัวเองว่าเราจะทำอะไรต่อดี
จุดเปลี่ยนที่สาม การเป็นเจ้าธุรกิจ เปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ซ่อมโทรศัพท์มือถือ ซ่อมปริ้นเตอร์ จำหน่ายอุปกรณ์ไอทีทุกชนิด และขายสินค้ากิปช้อป แบนด์ลิขสิทธิ์ต่างๆ โดยมีเงินลงทุนอยู่ประมาณ 150000 ธุรกิจนี้ถือว่าดีนะ มีงานทุกวัน ลูกค้ามีทุกวัน ลูกค้าเริ่มติด แต่ก็นะเปิดร้านช่วงแรกๆดีมากเลย พอมาถึงยุคการบริหารเศรษฐกิจของผู้นำประเทศนี้ ทำให้เศรษฐกิจแย่ลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีรายได้เข้ามาน้อยกว่ารายจ่าย แต่อาจจะเป็นเพราะทุนที่นำมาลงทุนด้วยก็ได้ ดังนั้นจึงเปิดร้านอยู่ได้เกือบๆ 2 ปี ผมก็เลือกที่จะปิดร้าน
จุดเปลี่ยนที่สี่ การทำงานในหน่วยงานราชการ ความคิดตอนแรกขอทำงานอะไรก็ได้ที่เป็นราชการ และแล้วก็มีอาจารย์ที่เคยสอนผมมาว่าอยากมาเป็นครูอาชีวะไหมตำแหน่งครูอิเล็กทรอนิกส์ว่าง ผมก็เลยรีบตอบตกลงอย่างไว มาสมัคร มาสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ ทั้งๆที่วิทยาลัยที่มาสมัครนี้ไกลจากบ้านผมมาก แต่ก็ตัดสินในมา ไม่เคยคิดว่าจะได้มาเป็นครู ไม่ใช่เพราะไม่มีความรู้นะ แต่ในความคิดแรกไม่มั่นใจตัวเองว่าเราจะสามารถถ่ายทอดความรู้ที่เรามีให้กับผู้เรียนที่เราสอนได้ไหม จะเริ่มสอนอย่างไรก่อน จะให้คะแนนอย่างไร จะตัดเกรดอย่างๆ กังวลไปต่างๆ นาๆ แต่พอได้เรียนรู้กับหัวหน้างานและเรียนรู้ด้วยตนเอง ก็สามารถผ่านความกังวลตรงนั้นมาได้ จนสอนจนถึงทุกวันนี้ เป็นระยะเวลา 2 ปี 3 เดือน ได้รับงานนอกเหนือจากการสอนเพิ่ม ในตำแหน่งหัวหน้างานศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ หัวหน้างานสื่อการเรียนการสอน หัวหน้างานแนะแนว สอนเยอะ งานเยอะแต่ก็ทำได้
ไม่มีอะไรในโลกนี้หรอกนะครับที่เราทำไม่ได้ ขอแค่เราขยัน มีความตั้งใจ และอดทน ทุกสิ่งทุกอย่างทำได้หมด อย่าคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นหนักหนาและมากมายเกินความสามารถเรา หรือน้อยใจว่าทำไมเราต้องทำคนอื่นไม่เห็นต้อง อย่าให้เกิดการเปรียบเทียบกับคนอื่นเพราะจะทำให้ใจเรานั้นคิดลบ ให้ถือ คติ " ยิ่งทำ ยิ่งรู้ ยิ่งทำเยอะ ยิ่งชำนาญ "
ผมยึดหลักคำนี้เสมอว่า " ไม่มีหรอกคนเก่ง กับ คนไม่เก่ง มีแต่ คนทำได้ กับคนทำไม่ได้ " ทำไมผมถึงพูดแบบนั้นละเพราะว่าถ้าคนที่ทำได้บอกและสอนคนที่ทำไม่ได้ในเรื่องนั้นๆ เขาคนนั้นก็จะทำได้ เอาคำนี้ไปใช้กับเด็กก็ได้ผลนะครับ ทำให้เขามีกำลังใจในการเรียนและการปฏิบัติงานต่างๆ
สวัสดีค่ะ คุณชัชวาล ดิฉันประทับใจการเขียนเล่าเรื่องของคุณมาก เนื้อหาอ่านแล้วประทับใจในหลายๆเหตุการณ์ เป็นกำลังใจในการสร้างบทความที่ดีแบบนี้ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณชัชวาล ขอเป็นกำลังใจในงานเขียนของคุณนะค่ะ
ขอบคุณ คุณสิริญาภร ทรงสุภา มากๆนะครับ ที่เข้ามาให้กำลังใจ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ คุณประภาพร ชัยวงค์ มากครับ ที่เข้ามาให้กำลังใจ ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณชัชวาล บทความนี้เป็นอีกหนึ่งมุมมองและเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่สร้างพลังให้กับผู้อ่านจริงๆครับ. ผมเห็นด้วยที่คุณกล่าวไว้ไม่มีหนอกคนเก่งไม่เก่ง มีแต่คนทำได้และไม่ได้เท่านั้น ขอบคุณสำหรับมุมมองดีดี
สวัสดีค่ะ คุณชัชวาล ประทับใจในงานเขียนของพี่ชายค่ะ ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์หลายอย่างได้ดีมากค่ะ อ่านแล้วได้แง่คิดดี ๆ เยอะเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้พี่ชายเสมอค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับ คุณกรกต ที่เข้ามาให้กำลังใจ เป็นกำลังใจให้เช่นกันนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณนริศรา เป็นกำลังใจให้เช่นกันนะครับ ขอบคุณมากๆน๋า ที่เข้ามาให้กำลังใจขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ชัชวาล ผมประทับใจในผลงานของคุณมากครับ เป็นกำลังใจให้ในการสร้างสรรค์ผลงานต่อๆไปนะครับ
ขอบคุณ คุณศิริมงคล มากๆครับที่เข้ามาให้กำลังใจ ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ชัชวาล ผมชื่นชมผลงานของคุณนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ เขียนงานให้อ่านอีกนะครับ
ขอบคุณ คุณศักดิ์ชัย มากๆนะครับที่เข้ามาให้กำลังใจ ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณชัชวาล ขอชื่นชมผลงานครับ ทั้ง 4 จุดเปลี่ยนสะท้อนถึงประสบการณ์ที่มีคุณค่า เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณชัชวาล ผมประทับใจในงานเขียนของคุณมาก ของเป็นกำลังในการเขียนครั้งต่อไปครับ
สวัสดีค่ะ คุณชัชวาล ดิฉันประทับใจในงานเขียนของคุณมาก ของเป็นกำลังในการเขียนครั้งต่อไปค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณชัชวาล ฉันประทับใจในงานเขียนและเป็นกำลังใจให้กับงานเขียนของคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณชัชวาล ดิฉันชื่นชมในงานเขียนของคุณ ขอเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณชัชวาล ดิฉันชื่นชมในความมุ่งมั่นในการทำงานของคุณ และแนวคิดในการทำงานเป็นแนวคิดที่ดีมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
สวัสดีครับ คุณชัชวาล คุณเป็นคนเก่งอีกคนหนึ่งครับ ชื่นชอบในงานเขียนของคุณ เป็นกำลังใจให้ครับ
สวัสดีครับ คุณชัชวาล ผมชอบงานเขียนของคุณมากครับเขียนได้ดีครับ ถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีมากครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณมากครับ