แน่นอนว่าต้นทุนชีวิตของคนเรานั้นต่างกัน ทุกคนมีต้นทุนชีวิตที่ต่างกัน
บ้างก็มีต้นทุนชีวิตมาก บ้างก็มีต้นทุนชีวิตน้อย แต่ต้นทุนชีวิตของคนนั้น
ไม่ได้การันตีความสำเร็จของคน คนต้นทุนชีวิตน้อย ก็หาใช่ว่าคน ๆ นั้น
จะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต คนต้นทุนชีวิตมาก ก็ไม่ได้บ่งบอกว่าจะ
ประสบความสำเร็จเสมอไป

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในชีวิตของคน ๆ หนึ่งนั้น ขึ้นอยู่กับตัวคน ๆ นั้นเอง
หากเพียบพร้อมในทุกสิ่งแต่กลับนิ่งเฉย ไม่พัฒนาตน ไม่เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ 
คิดดูสิว่าคน ๆ นั้นจะประสบความสำเร็จในชีวิตไหมเล่า?.................


ต้นทุนชีวิตมากหรือต้นทุนน้อยหากมัวนิ่งเฉย ทำตัวเหมือนดั่งน้ำเต็มแก้ว
ก็เป็นการยากที่จะได้ลิ้มรสของความสำเร็จ ต้นทุนชีวิตน้อยหรือต้นทุนมาก
หากไม่มัวนิ่งเฉย รู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ รู้จักตัวของตัวเองมากพอ
แน่นอนว่าความสำเร็จนั้น ย่อมไม่ไกลเกินเอื้อมมือไปไขว่คว้า

ครึ่งหนึ่งของชีวิตเราอาจถูกลิขิตด้วยโชคชะตา
แต่ชีวิตอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือจะประสบความสำเร็จไหมนั้น
อยู่ที่เราจะลิขิตเอง........



เรื่องต้นทุนชีวิตกับความสุขก็เช่นกัน ต้นทุนชีวิตไม่ได้บ่งบอกว่าคน ๆ หนึ่ง
จะสุขหรือจะทุกข์  ความทุกข์สุขเกิดขึ้นได้เสมอ ขึ้นอยู่กับความคิดของคน
คนที่เพียบพร้อมในทุกสิ่งไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนมีความสุขเสมอไป
เช่นเดียวกันกับคนที่ไม่เพียบพร้อมในหลาย ๆ อย่าง ก็ไม่ได้หมายความว่า
จะทุกข์เสมอไป 


ความสุขและความทุกข์เป็นธรรมดาที่ทุกคนและทุกชีวิตในโลกนี้ต้องเผชิญ
ชีวิตจะสุขหรือทุกข์ ขึ้นอยู่กับหนึ่งชีวิตนั้นเลือกที่จะสุขหรือทุกข์มากกว่ากัน

ความทุกข์สุขเป็นธรรมดาของชีวิตคน 
ชีวิตจะสุขหรือทุกข์ขึ้นอยู่กับความคิด
การแยกแยะ และการเรียนรู้ที่จะอยู่กับ
ความสุขและความทุกข์นั้นอย่างไร....