การปฏิบัติตามหน้าที่ในฐานะบุคลากรสายสนับสนุน บางครั้งเปรียบชีวิตตัวเองเหมือนอยู่บนเส้นด้าย "หนักไปหรือเปล่าเนี่ย"
การทำงานในทุกวันนี้ นอกจาก
- ทำงานตาม JD
- ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย
- ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบจรรยาบรรณของข้าราชการ
3 ข้อที่กล่าวมายังมีตัวชี้วัดที่สามารถนำมาประเมินได้
แต่............
ปฏิบัติตนให้ "ถูกใจ" ผู้บริหาร
ต้องทำอย่างไร และต้องมีตัวชี้วัดอย่างไร
เชิญ ลปรร.ค่ะ
ทำ KM เป็นเป็นวิทยาทานแก่พวกเราสายสนับสนุนด้วยค่ะ
อย่าบอกว่า "ทำใจ" นะคะ
ทำให้ดีที่สุด สุดกำลัง ตามความสามารถจะมี OK มั๊ยค๊ะ ถ้ายังไม่ดีถูกใจก็หาคนอื่นล่ะกัน
KPI ถูกต้อง และรวดเร็ว ใช้เวลาเป็นตัววัดได้มั๊ย ? --คิดไม่ออกค่ะ มีเวลานิดเดียวเดี๋ยวคิดออกแล้วจะมาต่อใหม่ ตอนนี้หิววววว...
รีบมากไม่ได้ login
น้องอึ่งอ๊อบคะ
ครูอ้อยคะ
ถ้า ถูกคะท่าน
ทุกปีอย่าว่า 2 ขั้นเลย 1 ขั้นต้องแทบไม่ได้ อิอิ
คุณศิริ
ทำดีที่สุด ทำสุดกำลัง สุดความสามารถ นั้น สมพรมีเกินร้อยค่ะ
ข้าวผัดสิ้นคิด 1 จาน ไข่เจียวด้วยค่ะ
รีบ ๆ มานะคะ สมพรใจร้อน
ชวนเพื่อน ๆ มอ.มาด้วยค่ะ
ปฏิบัติตนให้ "ถูกใจ" ผู้บริหารคือทำงานนั่นแหล่ะค่ะ ขยันทำงานโดยไม่หวังผลตอบแทน....ไม่ว่าจะขั้นหรือสองขั้น....ทำงานเพื่องาน.....พี่เอาหัวเป็นประกัน เอาตำแหน่งเป็นประกันด้วย...ถ้าไม่จริงยอมให้ปลดค่ะ....
มีเอกสารฉบับหนึ่ง ซึ่งผู้บังคับบัญชา ได้มอบหมายให้พิมพ์เพื่อแจกจ่ายให้กับลูกน้องของท่าน เรื่อง การสร้างความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชา ซึ่งคัดลอกจากหนังสือเล่มหนึ่ง จำชื่อผู้แต่งและชื่อหนังสือไม่ได้แล้ว เพราะพอพิมพ์ให้ท่านเสร็จก็คืนหนังสือให้ท่านไป ไม่ได้คิดว่าสักวันจะมานำมาเผยแพร่ ก็ขออภัยท่านผู้เขียน ท่านผู้แปล และสำนักพิมพ์ด้วยนะคะ ที่นำมาเผยแพร่ เป็นวิทยาทาน ความรู้ ถือว่าได้กุศลร่วมกันนะคะ
ทั้ง 12 ข้อนี้ ปฏิบัติได้บ้างตามเหตุการณ์และโอกาส และเป็นที่ยอบรับของนายได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ ดิฉันคิดว่าขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาด้วยนะคะว่า ท่านเป็นคนที่ยึดหลักในการบริหารหรือไม่ เจอบางท่าน ทำดีให้ตาย อย่าหมายเผยอหน้า เพราะข้าเก่งกว่า เพราะว่าข้าคือนาย
โชคดีว่าเจ้านายของดิฉันท่านน่ารัก ยึดหลักในการบริหารบุคคลได้เยี่ยม ลูกน้องเลยทำงานแบบ bird ๆ ค่ะ (ยกเว้นพวกที่อยากเป็นเจ้านายเอง)
คุณเมตตาคะ
คุณ คนนอกคอก
สุนัข กับ เจานาย
เจาของรานขายเนื้อสดคนหนึ่งรูสึกประหลาดใจที่หมาตัวหนึ่งมาที่ราน โดยในปากมันคาบแบงก10 ดอลลารและกระดาษเขียนขอความวา “ขอซื้อไสกรอก 12 ชิ้นกับขาแกะ 1 ขาครับ”
เขารูสึกประทับใจความแสนรูของมัน ดังนั้น หลังจากเก็บเงิน 10 ดอลลาร และเอาไสกรอกและขาแกะใสถุงแขวนที่ปากใหมันคาบไปแลว เขาจึงตัดสินใจปดรานสะกดรอยตามมันไป หมาตัวนั้นเดินไปตามถนนจนถึงทางมาลาย มันก็วางถุงที่คาบไวลงแลวยืนดวยขาหลังและยกขาหนากดปุมไฟสําหรับคนขามถนนแลวก็คาบถุงตอ รอจนไฟคนขามเขียวมันจึงขามไปยังปายรถเมลอีกฝงหนึ่ง มันจองมองตารางเวลาเดินรถแลวนั่งลงตรงที่นั่งรอ สักพักมีรถเมลคันหนึ่งมา มันเดินไปดูหมายเลขที่หนารถแลวก็กลับมานั่งรอตอ อีกสักเดี๋ยวก็มีรถเมลมาอีกคัน มันเดินไปดูหมายเลขรถอีก เมื่อเห็นวาเปนสายที่มันรออยู มันจึงขึ้นรถเมลคันนั้น คนขายเนื้อถึงกับอาปากคางทึ่งในความแสนรูของมัน แลวรีบตามมันขึ้นรถคันนั้นไป หลังจากรถวิ่งผานกลางเมืองออกไปยังชานเมือง เจาหมาแสนรูก็ลุกจากที่นั่งเดินไปหนารถมันยืนดวยขาหลังแลวเอาขาหนากดกริ่งบนรถ เมื่อรถจอดมันก็ลงและเดินไปตามถนนจนถึงหนาบานหลังหนึ่ง แลวเลี้ยวเขาไป คนขายเนื้อยังสะกดรอยตามมันอยูหางๆ เชนเดิม <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">
เมื่อมาถึงประตูบานที่ปดอยูมันก็วางถุงไสกรอกที่คาบไวลง แลวถอยหลังมาตั้งหลักประมาณ2-3 เมตร จากนั้นก็วิ่งเขาชนประตูเต็มแรง มันพยายามอยู 2-3 ครั้งแตประตูก็ยังเปดไมออก มันเลยเดินออมตัวบานไปที่หนาตางบานหนึ่งที่ปดอยูและเอาหัวโขกที่หนาตางหลายครั้ง แลวก็เดินกลับมารอที่ประตู สักพักประตูบานก็ถูกเปดโดยเจาของหมาเปนผูชายหุนล่ำบึ้ก ซึ่งพอเปดประตูเสร็จเขาก็เริ่มเตะตอยและตะโกนดาเจาหมาแสนรูตัวนั้นทันที
ถึงตอนนี้คนขายเนื้ออดรนทนไมไหว เขารีบวิ่งเขาไปหามเจาของหมา พรอมกับถามวา คุณเตะมันทําไมกัน มันเปนหมาสุดอัจฉริยะเทาที่ผมเคยเห็นมาเลย ถาไปออกทีวีตองดังแน
เจาของหมาตอบสวนทันทีวา คุณวามันฉลาดนักเหรอ
เชอะ! รูมั้ยวานี่เปนครั้งที่สองในรอบสัปดาหนี้นะที่มันลืมเอากุญแจบานติดตัวไปดวย
คติสอนใจจากเรื่องนี้คือ เราอาจทํางานไดเกินความคาดหมายในสายตาผูอื่น แตก็ยัง ทํางานไดต่ำกวาเปาหมายในสายตาของนายเราเสมอ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p> ได้รับเมลจากเพื่อน สด ๆ ร้อน ๆ ทำให้เย็นลงเยอะ ๆ ๆ อิอิ
หนูขอแสดงความคิดเห็นแบบไม่มุ่งทฤษฎีตามปราชญ์ท่านใดนะคะ เพราะส่วนตัวใช้ทฤษฎี Som_O WAY ค่ะ คือศึกษาอุปนิสัยของผู้บริหารบ้างค่ะ หาข้อมูลบ้าง (ผู้บริหารท่านใดที่ต้องประสานงานบ่อยๆ อาจต้องไปหาราศีปีเกิดมาเช็คดวงกันเลยค่ะ หนูก็ไปอ่านนิสัยตามราศีอย่างนั้นเลยนะคะ) ก็พยายามทำให้ถูกใจ ถูกระเบียบ และที่สำคัญไม่ขัดแย้งกับความรู้สึกของตัวเองมากไปค่ะ เพราะถ้าเราทนทำไปเพื่อเอาใจนาย...แต่ตัวเองแย่เสียสุขภาพจิตก็ไม่ไหวค่ะมันคงทนได้ไม่กี่ครั้ง และที่สำคัญทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีเกินคาด และทำงานที่ไม่ได้รับมอบหมายให้ดี แค่นี้ผู้บริหารก็ต้องเห็นเราในสายตาแล้วค่ะ...ส่วนผู้บริหารคนไหนมองไม่เห็นความดี (ถ้าเราดีจริงๆนะคะ) หรือผู้บริหารคนใดทำตัวโอนเอน...อย่างนี้ก็ทำใจค่ะ คิดเสียว่าบุญไม่ถึงที่จะเป็นนายที่ดีของเรา...
ส้มโอคะ
คุณ Sompornp. คะ
มา"ชอบใจ" คุณกฤษณา ค่ะ
วันนี้สมพร สิติแตกแน่ ๆ พรุ่งนี้จะกลับมาเป้ฯสมพร (คนเดิม) ใช้สติ สุขุมลุ่มลึก (ได้สักครึ่งคุณบอย ... ก็ยังดี)
ดร.จันทวรรณคะ ขอบคุณนะคะ สำหรับ blog G2K ค่ะ
การที่จะพิชิตใจผู้บริหารนั้นก็ต้องรู้เขารู้เรา ผู้บริหารส่วนใหญ่ต้องการเห็นความสำเร็จของงาน ก็มีบ้างส่วนน้อยที่ไม่อยากเห็นความสำเร็จในองค์การของตนเสียเลย ตี้ต่างว่าผู้บริหารสนใจความสำเร็จของงาน ถ้าจะพิชิตด้วยงานไม่ยุ่งยากนัก มีเทคนิคการอยู่เหนือนาย คือ คิดและวางแผนล่วงหน้า แก้ปัญหาโดยไม่ต้องรอให้นายสั่ง และมองการณ์ไกล แต่อย่างไรก็ตามต้องให้นายรับรู้ผลงานของเราด้วย จังหวะ โอกาสสำคัญมากครับ เหมือนดังนโปเลียนได้กล่าวไว้ว่า แม้มีความสามารถแต่ไร้โอกาสก็ทำอะไรไม่ได้
หากอยู่กับผู้บริหารพรรคมารเต็มตัวก็ต้องทำใจ ถ้าไม่มี ดวง ก็จะลำบาก (ดวง นั้นย่อมาจาก ด คือ เด็กของใคร ว ย่อมาจาก วิ่งอาสารับใช้เจ้านาย ง ย่อมาจาก เงินสนับสนุนเจ้านาย ) ทางที่ดีต้องรู้จักแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง จึงจะอยู่ด้วยกันได้อย่างราบรื่น
สุดท้ายแล้วสิ่วที่ยั่งยืนคือศักยภาพของเราที่สร้างสมเพาะบ่มจากการทำงานก็จะเป็นที่ประจักษ์ขอให้นึกบทประพันธ์ของหลวงวิจิตรวาทการที่ว่า
งานยิ่งมีมากจริงยิ่งเป็นสุข
งานยิ่งชุกมันสมองยิ่งผ่องใส
เมื่อทำงานได้เสร็จสำเร็จไป
ก็สุขใจปลาบปลื้มลืมทุกข์ร้อน
สักวันหนึ่งผู้บริหารดีๆ คงได้มามองเห็นบ้าง เพชร ก็ยังคงเป็นเพชร เสมอครับ
ตามไปอ่าน…“ขี้หมา”…แล้ว OK ไหมคะ