"สามสิ่งที่ทำให้โลกสวยขึ้นในวันฟ้าหม่น" ... (ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว : วินทร์ เลียววาริณ)


สามสิ่งที่ทำให้โลกสวยขึ้นในวันฟ้าหม่น


คำของ Lope de Vega กวีและนักเขียนบทละครชาวสเปนในศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗ ซึ่งเขียนว่า
"With a few flowers in my garden, half a dozen pictures and some books,
I live without envy."

"เมื่อมีดอกไม้สักหลายดอกในสวน รูปภาพสักห้าหกภาพ และหนังสือสักหลายเล่ม
ข้าพเจ้าก็มีชีวิตอยู่โดยปราศจากความอิจฉา"

เมื่อมีดอกไม้ในสวยยกระดับหัวใจ มีภาพสวย ๆ ขับกล่อมวิญญาณ มีหนังสือดีเปิดหน้าต่างโลก
ชีวิตยังต้องการอะไรมากไปกว่านี้?

วลี "ดอกไม้สวย" "รูปภาพงาม" "หนังสือดี" มิได้จำกัดแค่ดอกไม้ รูปภาพ และหนังสือ

"ดอกไม้" หมายถึง ธรรมชาติทั้งปวง
"รูปภาพ" หมายถึง ศิลปะ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ภาพวาด
"หนังสือ"
หมายถึง ความรู้ ความบันเทิง ซึ่งรวมภาพยนต์ ละคร ฯลฯ

นี่เป็นการมองชีวิตและใช้ชีวิตอย่างคนมีอารมณ์ศิลป์ รักธรรมชาติ
และรู้จักซาบซึ้งชื่นชมความงามของสรรพสิ่งรอบตัวเรา แต่ไม่ทุกคนรู้สึกเช่นนี้
จึงน่าสงสัยว่า การมองแบบนี้มาจากยีนของเรา หรือสภาพแวดล้อม ผมก็ไม่มีคำตอบ

มองดูตัวเอง ตั้งแต่เด็ก ผมชอบดูฝนตก สามารถเหม่อมองเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมาจากฟ้าได้นาน ๆ
ดูเม็ดฝนหล่นกระทบพื้นดินกระเซ็นแตกกระจาย ชอบดูแอ่งน้ำฝนที่ขังบนพื้น
และเมื่อค้นพบความงามของรูปภาพและหนังสือก็ไม่ต้องการอะไรอีก

ความงามของดอกไม้ ธรรมชาติ ความงดงามของบทกวี หนังสือทำให้การอยู่ในโลกใบนี้สนุกขึ้น

ผมนึกไม่ออกว่า โลกนี้จะเป็นอย่างไรหากไม่มีดอกไม้ ไม่มีจิตรกรรมและวรรณกรรม

มันคงเป็นโลกที่ต่างจากนี้มากทีเดียว

แต่นี่อาจเป็นเพียงมุมมองของคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง เพราะดูเหมือนคนจำนวนมากในโลกไม่ได้ดูสามสิ่งนี้แล้ว
และอยู่ได้ปกติดี

ผมเคยเล่าเรื่องชวนคนไปดูพระอาทิตย์ริมทะเล คำตอบคือ ดูไปทำไม

เป็นคำตอบเดียวกับที่เราได้เมื่อถามคนไม่น้อยว่า ไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะไหม
ไปดูนิทรรศการจิตรกรรมไหม อ่านวรรณกรรมเล่มนั้นเล่มนี้ไหม ดูดวงดาวกลางฟ้าราตรีไหม
เหตุผลคือ ไม่มีเวลาไม่มีอารมณ์ และไม่รู้ดูไปทำไม

เหตุผลข้อสุดท้ายน่าสนใจ เพราะกิจกรรมเหล่านี้ไม่ดูไม่อ่านก็ไม่ตาย

แต่ความจริงคือ มีกิจกรรมอีกมากมายที่เข้าข่าย "ไม่ดูไม่อ่านก็ไม่ตาย"
เช่น ดูหนัง ดูละคร ดูคลิป อ่านข่าว หรือ นินทา

ไม่ดู ไม่อ่าน ก็ไม่ตายเหมือนกัน

ดังนั้นอะไรเล่าทำให้การชมดอกไม้ในสวน ดูภาพจิตรกรรม ประติมากรรม อ่านหนังสือ
มีคุณค่ากว่าดูหนัง ดูละคร ดูคลิป อ่านข่าว หรือนินทรา?

คำตอบคือสามสิ่งนี้ไม่ได้มีคุณค่ากว่ากิจกรรมอื่น ๆ พวกมันก็ไม่ใช่ปัจจัย ๔
อยากเสพก็เสพ ไม่อยากเสพก็ไม่ต้องเสพ

ข้อแตกต่างเดียว คือ "สวน" "หนังสือ" และ "ภาพ" อาจทำให้เราเข้าใกล้จิตวิญญาณของเรามากกว่า
ทำให้เราเชื่อมกับจักรวาลมากกว่า นั่นคือ การเข้าใจตัวตนแท้จริงของเรา ที่มาของเรา และสาระการดำรงอยู่ของเรา

พูดแบบไม่ต้องตีความคือ สิ่งหนึ่งที่ทำให้สามสิ่งนี้มีค่ากว่าสิ่งอื่น ๆ อาจเป็นห้วงยามที่เราอยู่จมในความหมองเศร้า
ในวันที่ภายนอกหม่นมัว เหล่านี้ทำให้โลกภายในของเราสว่างไสว ซึ่งกิจกรรมอื่น ๆ อาจให้ได้ไม่เท่า

เบนจามิน แฟรงกลิน เขียนว่า "คนที่น่าสงสารที่สุด คือ คนที่อ่านหนังสือไม่ออก ผู้หงอยเหงาในวันฝนตก"

และชีวิตเราจะพานพบ "ฝนตก" เป็นระยะ ๆ เราจะหดหู่หม่นหมองเป็นระยะ ๆ สามสิ่งนี้อาจช่วยได้

เรื่องบางเรื่องในโลกต้องใช้ธรรมชาติและศิลปะเป็นยา



สิงหาคม ๒๕๕๘



..........................................................................................................................


คำกล่าวของกวีชาวสเปน ทำให้คิดถึงตัวเองว่า
เราเองก็ชอบ ดอกไม้ รูปภาพ หนังสือ เช่นกัน

แถมยังไม่พอ เคยได้รับคำตอบคล้าย ๆ แบบนี้เหมือนกัน
เมื่อชวนใครสักคนไปดูพระอาทิตย์ตก
คำตอบที่ได้คือ "ดูไปทำไม ที่บ้านก็มี"

ผมเองก็เพียรหาอยู่นานว่า เราเป็นคนประหลาดงั้นหรือ
การชอบดูธรรมชาติเช่นนั้น

ผมพบคำตอบแล้วว่า ไม่เป็นเช่นนั้น
ผมเข้าใกล้จิตวิญญาณของตัวเองแล้วมากกว่าเหตุผลใด ๆ

สูงสุดคืนสู่สามัญ
ธรรมะ ก็คือ ธรรมชาติ

แล้วจะมีสักกี่คนที่ไม่ให้คำตอบแบบนั้น
ผมคงจะต้องหาต่อไป

บุญรักษา ทุกท่าน ;)...



..........................................................................................................................

ขอบคุณหนังสือดี ๆ ...


วินทร์ เลียววาริณ. ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว. กรุงเทพฯ : ๑๑๓, ๒๕๕๙.


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หอมกลิ่นหนังสือ

คำสำคัญ (Tags)#วินทร์ เลียววาริณ#วสวัตดีมาร#wasawatdeemarn#ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว

หมายเลขบันทึก: 614251, เขียน: 17 Sep 2016 @ 00:09 (), แก้ไข: 17 Sep 2016 @ 00:18 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 11, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก


ความเห็น (10)

ตามมาอ่านว่า ไปดูพระอาทิตย์ตกดินทำไม

ชอบๆ

เขียนเมื่อ 

สูงสุดคืนสู่สามัญ. ทำกันได้ ทุกท่าน. นะเจ้าคะ. (กิน ขี้ ซี่ นอน)..ถูกต้องตาม ครรลอง ธรรมะ คือ ธรรมชาติ

ถ่องแท้.เจ้าค่ะ..( ศีลห้า..แม่นแท้. อิอิ)...

เขียนเมื่อ 

ยังหาคนไปดูดวงดาว พระอาทิตย์ขึ้น - ตก บนยอดภูหรือริมทะเล นี่เอง

หาต่อไปคร้า ^_,^

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ พี่ แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช ;)...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ คุณยายธี ;)...

เขียนเมื่อ 

สู้ต่อไปครับ คุณหมอธิ อิ อิ

ข้อแตกต่างเดียว คือ "สวน" "หนังสือ" และ "ภาพ" อาจทำให้เราเข้าใกล้จิตวิญญาณของเรามากกว่า

ทำให้เราเชื่อมกับจักรวาลมากกว่า นั่นคือ การเข้าใจตัวตนแท้จริงของเรา ที่มาของเรา และสาระการดำรงอยู่ของเรา.....

..

โลกนี้ไม่มีอะไรที่แปลก

คนที่มีความคิดคล้าย ๆ กัน จะดึงดูดสิ่งเหล่านี้ครับ

..

ชื่นชมเสมอครับ


เขียนเมื่อ 

เช่นนั้นนะครับ คุณแสง แสงแห่งความดี... ;)...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ

ชอบค่ะทั้ง3อย่าง

เห็นชีวิต ความงาม ธรรมชาติ

เห็นตัวเราและเห็นการเชื่อมโยงกับสรรพสิ่ง

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณเช่นกันครับ คุณ ถาวร ;)...