ก้านตัดใบข้าว ไป "ส้าบะเขือแจ้"

เก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตผ่านการบอกเล่าจากเพื่อนฝูง นำไปสู่การค้นหาข้อมูลและส่งต่อไปยังผู้สนใจนำไปปฏิบัติ ทำทันที เมื่อได้ข้อมูลเพียงพอ ผลจะออกมาเป็นอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับสิ่งทีเราได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ขอบันทึกประสบการณ์ชีวิตเอาไว้เพื่อแบ่งปันและสานต่อภูมิปัญญาแบบไทย ๆ ขอขอบคุณพื้นที่แห่งนี้ G2K คร้าบ.....

-10.50 น. พักเบรคเรื่องงานสักพัก......ขอเวลานำเอาเรืื่องราวประสบการณ์ชีวิตดี ดี มาบันทึกเอาไว้อีกเรืื่องหนึ่งก็แล้วครับ 555.....ว่าแต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น บันทึกนี้ผู้อ่านคงจะต้องตามอ่านให้จบ เพราะว่าหากใครเห็นชื่อบันทึกของผมแล้ว จะงุนงงเอาได้ครับ 555 เอาเป็นว่าไม่ต้องพร่ำพรรณาให้มากความ พร้อมแล้วตามผมไปกินของแปลก....กับบันทึกนี้"ก้านตัดใบข้าว ไป"ส้าบะเขือแจ้"พร้อมๆ กันได้เลยคร้าบ!!!!


1.ขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับเกษตรกรหัวก้าวหน้าคนนี้ก่อนก็แล้วกันนะครับ "พี่ก้าน มูลผึ้ง"คือเกษตรกรบ้านใหม่เขาดงรื่น หมู่ที่ 12 ตำบลพรานกระต่าย ครับ ด้วยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตัวผมเองได้รับทราบข้อมูลจาก"สาวปลา+น้องจีอุน"เล่าให้ฟังว่าได้ไปศึกษาดูงานการทำนาแบบ"ตัดใบข้าว ที่จังหวัดศรีสะเกษ มาน่ะครับ..ทั้งนี้สองสาวได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเทคนิคการทำนาแบบ"ตัดใบข้าว"ให้ผมฟังอย่างน่าสนใจ ทำให้ตัวผมเองรู้สึกสนใจ และหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการทำนาแบบนี้จาก Internet เพิ่มเติม ทำให้รู้ว่าชาวนาหลายแห่งได้ใช้เทคนิคการทำนาแบบ"ตัดใบข้าว"แล้วได้ผลผลิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ก็ได้รับผลพลอยได้จากการทำนาแบบนี้ คือ สามารถนำใบข้าวไปเลี้ยงสัตว์ฺได้อีก หรือบางแห่งไม่เก็บใบข้าวที่ตัดแต่ก็ปล่อยให้ใบข้าวย่อยสลายเป็นปุ๋ยในนาได้อีกด้วยล่ะครับ น่าสนใจมาก ๆ แต่ก็มีข้อมูลบางแหล่งที่บอกเอาไว้ว่า"การตัดใบข้าว"จะทำให้เกิดโรคได้ง่ายด้วยเช่นกัน ดังนั้นผมจึงขอนำเอาแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่ผมได้เรียนรู้มาอ้างอิ้งเองไว้ในบันทึกนี้ด้วยนะครับ และผู้ที่บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็กัลยาณมิตรแห่ง G2K นี่เองคร้าบ...การตัดใบข้าวเพื่อเพิ่มผลผลิตงานทดสอบเพื่อชาวนา โดย วัชรินทร์ เขจรวงศ์ และ ชาวนาตัดใบข้าว โดย ชยพร แอคะรัจน์



2.หลังจากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเทคนนิคการทำนาแบบ"ตัดใบข้าว"แล้ว ตัวผมเองก็ได้นำเอาเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ไปบอกเล่าให้กับ"พี่ก้าน"ได้ฟัง และ"พี่ก้าน"ได้บอกว่าจะทดลองใช้เทคนิคนี้ดูบ้างครับ...เมื่อได้เวลาในเย็นวันเดียวกันนั้น "พี่ก้าน"ก็ลงมือ"ตัดใบข้าว"ทันที และส่งข้อมูลภาพทาง Line ให้กับตัวผมทราบครับ เมื่อรู้ว่า"พี่ก้าน"ได้ลงมือทดลองการใช้เทคนนิค"การตัดใบข้าว"แล้ว บ่าย ๆ วันอาทิตย์ตัวผมจึงเดินทางไปให้กำลังใจกับเกษตรกรหัวก้าวหน้าคนนี้ทันทีครับ...พอไปถึง"พี่ก้าน"ก็เล่าให้ผมฟังว่ามีคนข้าง ๆ บ้านสงสัยกันใหญ่ว่า"ตัดใบข้าวทำไม?"จะดีหรือ?? เอาเป็นว่าเรามาช่วยกันลุ้นกันต่อดีกว่าว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง และตัวผมเองก็ตั้งใจว่าจะใช้เทคนนิค"การตัดใบข้าว"นี้่ที่แปลงนาของตนเองเช่นกันครับ นอกจากข้อมูลที่ได้รับทราบทางสื่อต่างๆ แล้ว สำหรับตัวผมและ"พี่ก้าน"แล้วเราตั้งใจว่าจะต้องพิสูจน์ทราบเรื่องนี้ด้วยตนเองครับ...รอลุ้นและขอความรู้จากผู้มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มาแลกเปลี่ยนกันด้วยนะคร้าบ!!!!!..

ก้านตัดใบข้าวเสร็จแล้ว....ตามผมไป"ส้าบะเขือแจ้"กันต่อได้เลยครับ 5555



3.ออกจากบ้าน"พี่ก้าน"แล้ว มื้อเย็นวันอาทิตย์นี้ ตัวผมเองตั้งใจจะทำเมนู"ส้าบะเขือแจ้"เมนูบ้าน ๆ ที่อร่อยและตัวผมเองได้ลิ้มลองมาตั้งแต่ยังเป็นละอ่อนครับ...แต่นานมากแล้วที่ตัวผมไม่ได้"ลิ้มรส"เมนู"ส้าบะเขือแจ้"ดังนั้นเมื่อมีโอกาสเหมาะ ๆ และผลผลิตที่บ้านไร่มีมากพอ ผมจึงโทรไปสอบถาม"สูตรเด็ดส้าบะเขือแจ้"จาก"พี่สาวนามว่าสุมาลี"เพื่อสอบถามวิธีการทำ"ส้าบะเขือแจ้"ครับ เมื่อได้สูตรเด็ด ๆ แล้วผมก็ลงมือ"เก็บบะเขือแจ้"เตรียมไว้ก่อนเลยครับ 5555


4.ตามสูตรที่ได้มา ต้องมี"ตะไคร้/ข่า/ต้นหอม/ผักชีฝรั่ง/ผักชีไทย"เมื่อเก็บ"บะเขือแจ้"เรียบร้อยแล้ว ผมก็ไปเก็บส่วนผสมต่างๆ ที่อยู่บริเวณบ้านต่อทันทีครับ ใช้เวลาไม่มากนักผมก็ได้ส่วนผสมครบพร้อมสำหรับ"เมนูส้าบะเขือแจ้"แล้วล่ะคร้าบ...


5."แม่นันทา"เป็นคนหั่น"บะเขือแจ้"และนำเอา"บะเขือแจ้แช่ในน้ำ"เพื่อบีบค้นเอาเมล็ดข้างในออกให้หมดครับ..ทั้งนี้เพื่อลดความขื่นขมของ"บะเขือแจ้"และยังได้เมล็ดไปหว่านต่ออีกด้วยล่ะครับ..."บะเขือแจ้"หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ บีบเอาเมล็ดออกจนหมดเพียงเท่านี้ก็พร้อมที่จะตามผมไปเตรียมน้ำพริกต่อแล้วล่ะครับ..


6.น้ำพริกสำหรับเมนู"ส้าบะเขือแจ้"นี้ มีส่วนผสมหลัก ๆ คือ"พริกแห้ง/กระเทียม/ตะไคร้/ข่า/เม็ดผักชี/กะปิ/เกลือ"สำหรับพริกแห้ง บางแห่งอาจจะคั่วให้หอมก่อนก็ได้ครับ แต่วันนี้ผมไม่ได้คั่วพริกแห้ง เมื่อได้ส่วนผสมพร้อมแล้วก็ลงมือโขลกส่วนผสมให้ละเอียด เพียงเท่านี้ก็ได้"น้ำพริก"สำหรับทำเมนู"ส้าบะเขือแจ้"แล้วล่ะครับ...


7.เพื่อเป็นการเพิ่ม"โปรตีน"ให้กับเมนูบ้านๆ นี้ ตัวผมเองก็ได้นำเอา"หมูต้มสุก"มาหั่นใส่ด้วยครับ ความจริงแล้วบางแห่งจะใช้"หนังวัว/หนังควาย"ที่ต้มสุกแล้วมาหั่นใส่ลงไป หรือจะใช้ส่วนที่เป็นเอ็นของเนื้อสัตว์ก็จะเพิ่มความอร่อยให้กับเมนูนี้ได้มากทีเดียวครับ แต่สำหรับตัวผมเองแล้ววันนี้ขอใช้"เนื้อหมู"ก็แล้วกันนะครับ....


8.เมื่อส่วนผสมพร้อมแล้ว เราก็เอา"น้ำต้มหมู"มาละลายน้ำพริกกันสักหน่อย เสร็จแล้วก็นำมาคลุกผสมกับบะเขือแจ้+เนื้อหมู คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรส ปรุงรสตามชอบ เสร็จแล้วก็นำเอาต้นหอม/ผักชีฝรั่ง/ผักชีไทย ใส่ลงไป เพียงเท่านี้ก็ได้"ส้าบะเขือแจ้"ที่อร่อยๆ แล้วล่ะครับ 5555


9.และมื่อนี้เราได้ต้อนรับ"แขกคนพิเศษ"ครอบครัว"กันตา"หรือครอบครัว"น้องโบว์ลิ่ง"ที่มาร่วมรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัวเล็ก ๆของผมด้วยล่ะครับ วันนี้ผู้อ่านบางท่านอาจจะเห็นเมนู"บะเขือแจ้"อีกเมนูหนึ่งที่อยู่ในถ้วยสีน้ำตาล เอาเป็นว่ารอติดตามบันทึกต่อไปของผมก็แล้วกันนะครับว่า"เมนูที่ท่านเห็นอยู่นี้"จะเรียกว่าอะไร? ผมขอบอกเอาไว้ก่อนว่า "เมนูนี้ คุณสตังค์+ทีมงาน+พี่หมอเจ๊"แขกคนไกลต่างก็ชื่นชอบเมนู"บะเขือแจ้ในถ้วยสีน้ำตาล"นี้เป็นอย่างมากทีเดียวเชียวล่ะคร้าบ5555 หากไม่เชื่อต้องตามติดเมนูนี้่ดี ดี นะครับ อิๆ

ก่อนจากกัน ท้ายนี้ขอนำเอาข้อมูลดี ดี เกี่ยวกับ"บะเขือแจ้"มาฝากให้ท่านผู้สนใจได้ติดตามกันต่อ แล้วท่านจะชอบใจว่า"บะเขือแจ้"เป็นอาหารพื้นบ้านที่มีสรพคุณทางสมุนไพรมากทีเดียวครับ ติดตามได้จากที่นี่ครับ บะเขือแจ้/บะขือขื่น


สำหรับวันนี้....คงถึงบางอ้อ...ว่า..อ๋อ..."ก้านตัดใบข้าว ไป"ส้าบะเขือแจ้"ได้อย่างไร??? 5555

สวัสดีครับ

เพชรน้ำหนึ่ง+พี่ก้าน คร้าบ!!!!

01/09/2559


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกษตรบ้านพราน



ความเห็น (16)

เขียนเมื่อ 

อร่อยอีกแล้ว

มีทั้งรูปและวิธีทำแบบนี้ พร้อมรวมเมนูอาหารพื้นบ้านแสนอร่อยเป็นเล่มขายได้แล้วค่ะ รอซื้อนะคะ

เขียนเมื่อ 

น่าอร่อยมากๆ อาหารที่เพิ่มกากใยดีมากๆ ค่ะ

มาร่วมชื่นชมกิจกรรมเกษตรเพื่อโภชนาการที่ดีเช่นนี้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

เดี๋ยว..รอเดี๋ยวนะจ๊ะ..จะบินไป..กิน..๕

เขียนเมื่อ 

บันทึกของน้องเพชรนี่นะ

ต้องให้ฉายาว่า....บันทึกความรู้...คู่ครัว

เพราะได้ทั้งสาระความรู้ และอาหารการกินอ่ะนะ



เขียนเมื่อ 

น่ากินมาก

แนะนำว่าไม่ควรมาอ่านตอนกลางคืน

้เพราะอาจทำให้หิวได้

รอดูข้าวตัดใบต่อครับ

ผมก็ชอบรับประทาน ส้าบะเขือแจ้ เช่นกันครับ.....

เขียนเมื่อ 

น้ำลายสอ น่ากินมาก เห็นพริกก็เผ็ดแล้วค่ะ

-สวัสดีครับอาจารย์ GD

-หากมีโอกาสคงได้ทำตามสิ่งที่อาจารย์แนะนำนะครับ

-เอาเป็นว่าตอนนี้ขอบันทึกเมนูอร่อยๆ เอาไว้ให้ผู้อ่านได้ติดตามกันก่อน

-ขอบคุณอาจารย์ที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจบันทึกนี้นะครับ

-สวัสดีครับพี่หมอเปิ้น

-อาหารพื้นบ้านโดยเฉพาะอาหารของทางล้านนา ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าและแฝงด้วยภูมิปัญญาที่น่าสนในและต้องช่วยกันสืบทอดต่อครับ

-ขอบคุณพี่หมอที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจนะครับ

-สวัสดีครับป้าใหญ่

-อาหาร+คุณค่า ทางจิตใจครับป้าใหญ่

-ด้วยความภูมิใจที่ได้ส่งต่อเรื่องราวดี ๆ นี้ผ่านบันทึกของผมครับ

-ขอบคุณป้าใหญ่ที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจในบันทึกของผมด้วยนะครับ

-สวัสดีครับยายธี

-รอ ๆ ๆ ๆ รอๆ ๆๆ เฝ้ารอๆๆ

-คาดว่ากว่ายายจะมาปลายปีนี้ ผมคงจะได้ลงเมนูอร่อยๆ เอาไว้ให้ยายได้ลิ้มลองอีกหลายเมนูแน่ ๆครับ 555

-ขอบคุณครับ

-สวัสดีครับพี่ครูมะเดื่อ

-ถือเป็นเก็บเอาข้อมูลต่างๆ มาบันทึกเอาไว้ต่อยอดการพัฒนา+ส่งเสริมการเกษตรน่ะครับ

-เพื่อลดความความตึงเครียดมากไป...จึงสรรหาอาหารอร่อยๆ มาแอบแฝงในบันทึกน่ะครับ5555

-ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคร้าบ..

-สวัสดีครับอาจารย์ขจิต

-555 บันทึกของผมมีอำนาจขนาดนั้นเลยนะครับ 555

-บันทึกด้วยความภูมิใจในอาหารพื้นบ้านครับ

-อร่อย...ๆ ๆครับ

-เดี๋ยวผมจะไปเก็บข้อมูลเรื่องตัดใบข้าวเพิ่มเติมครับ

-ตั้งใจเอาไว้แล้วคร้าบ..

-ขอบคุณอาจารย์ที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจนะครับ

-สวัสดีครับท่าน วินัย

-เมนูอาหารพื้นบ้านอร่อยทุกเมนูครับ

-ขอบคุณที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจบันทึกนี้นะครับ

-สวัสดีครับพี่หมอธิ..

-มาๆ เมนูอร่อยๆ รอพี่หมออยู่นะครับ 55

-เผ็ด แซ่บ ครับพี่หมอ..

-ขอบคุณที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจนะครับ