บันทึกนี้ เป็นโจทย์ขอความเห็นแก่แฟนๆ ของผมใน Gotoknow ว่ามีความเห็นอย่างไรต่อการรับจ้าง ทำวิจัยเพื่อปริญญาหรือวิทยฐานะ ผมลงบันทึกนี้ในตอนเช้าวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ จนถึงเวลา ๑๗.๓๐ น. ที่ผมเขียนบันทึกนี้ มีคนมาเขียนความเห็น ๒ ท่าน คือ ดร. จันทวรรณ และยายธี รวม ๓ ความเห็น
บัดนี้ สมควรที่ผมจะให้ความเห็นของผมบ้าง เป็นความเห็นที่จะเอาลงบันทึกใน Gotoknow ในวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ คืออีกเดือนเศษข้างหน้า
คำถามของผมคือ มหาวิทยาลัยควรมีท่าทีอย่างไรต่อโฆษณาดังกล่าว
คำตอบของผมคือ ควรแสดงท่าทีอย่างเปิดเผยเป็นลายลักษณ์อักษร ถือเป็นจรรยาบรรณ ของนักศึกษาและอาจารย์
นั่นคือ มหาวิทยาลัยควรประชุมคณาจารย์เพื่อร่วมกันกำหนดท่าที และจรรยาบรรณของอาจารย์ และของนักศึกษา ต่อโฆษณาดังกล่าว ข้อแรกคือ กำหนดว่า ห้ามอาจารย์คนใดทำธุรกิจดังกล่าว หรือแม้จะช่วยทำให้ฟรีๆ ก็ไม่ได้ ถือเป็นการทำผิดจรรยาบรรณของอาจารย์ หากในจรรยาบรรณ ของอาจารย์ยังไม่ระบุข้อนี้ ก็ต้องเพิ่มเติมลงไป
ข้อที่สอง คือ สื่อสารต่อนักศึกษา ให้ตระหนักว่า การไปจ้างหรือวานให้ผู้อื่นให้บริการเช่นนั้น ถือเป็นการทำลายตนเอง ตนเองจะได้เพียงปริญญาหรือสอบผ่านวิชานั้นๆ แต่จะไม่มีความรู้และทักษะที่แท้จริง การเรียนรู้ที่แท้จริงมาจากการที่ตนเองฝึกทำผลงานนั้นๆ ได้มีโอกาสมีประสบการณ์ต่อความยากลำบากและ การฟันฝ่า ความรู้และประสบการณ์ตรงเหล่านั้นมีค่าต่อชีวิตอนาคตมากกว่าการได้ปริญญาจากการซื้อบริการ นอกจากนั้น การซื้อบริการนั้น ยังถือเป็นความไม่ซื่อสัตย์อีกด้วย
ข้อที่สาม หากในคู่มือหรือข้อบังคับของนักศึกษายังไม่มีข้อห้ามใช้บริการดังกล่าว ก็ต้องเพิ่มเติมลงไปด้วย
ข้อที่สี่ หากพบว่ามีการละเมิดข้อบังคับดังกล่าว ต้องลงโทษขั้นรุนแรง
ผมอยากฟังข้อคิดเห็นที่แตกต่าง พร้อมด้วยเหตุผลครับ
วิจารณ์ พานิช
๑๔ ก.ค. ๕๘
ประเทศไทยเรามีแม้กระทั่งจ้างทำวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมจนถึงปริญญาโทเชียวนะคะอาจารย์
จิตสำนึกของอาจารย์บางคนแย่จริง ๆ ครับ
ข้อเท็จจริง เลวร้ายกว่าที่คาด : การจ้างทำผลงานวิจัย มีถึงปริญญาเอกค่ะ ดิฉัน conform และยังนำมาใช้ในหน่วยงานราชการอีกด้วย หน่วยราชการจ้างทำผลงานเพื่อเลื่อนระดับตั้งแต่เขียนโครงร่างเพื่อเสนอคณะกรรมการจริยธรรม จนถึงรูปเล่มและเผยแพร่ให้ด้วย และคณะกรรมการจริยธรรมอาจช่วยผลักดันโครงการ micro ให้เป็น macro เชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อเพิ่มน้ำหนักงานให้ด้วย
เหตุผล : มันพัฒนาเป็น 'วัฒนธรรมองค์กร' มาเป็นร้อยปีแล้วค่ะ ดิฉันได้ยินมาว่า ผู้บริหารจะก้าวหน้าได้ต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย 1 ใน 3 ประการคือ (1) มีความสามารถ สร้างผลงานด้วยตนเอง (2) มีบารมี เป็นคนดี มีความสามารถเชิงบริหาร น้องๆ ก็เลยทำให้ (ทำให้ตำแหน่งเดิมว่างลง เพื่อเปิดศึกใหม่) (3) มีเงิน หรือข่มขืนใจ
แนวทางแก้ไข : ขออนุญาตเสนอแนวทางแก้ไขดังนี้ (1) ค่อยๆ เริ่ม เริ่มจากการมีผลงานจริง คนทำกับเจ้าของผลงานอาจไม่ใช่คนเดียวกัน แต่ทำจริง ประชาชนได้รับประโยชน์จริง สามารถตรวจสอบหลักฐานได้ทุกขั้นตอน (เป็น filed note, ภาพ, เทปเสียง) (2) มีการสอบสัมภาษณ์เจ้าของผลงาน ถ้าเรียนรู้จนเข้าใจ ตอบได้ ไม่มีปัญหาค่ะ คงดีกว่าจำชื่อผลงานตนเองไม่ได้
ขอบคุณอาจารย์ให้โอกาสแสดงความคิดเห็นค่ะ
ทนไม่ไหวแล้วค่ะ ต้องมาเขียนประจานไว้บ้างแล้วค่ะ เรามาถึงจุดนี้แล้ว "รับจ้างทำโครงงานโปรเจ็คคอมพิวเตอร์"..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/home
ลิงก์นี้นะคะอาจารย์ https://www.gotoknow.org/posts/593986 ถ้ามหาวิทยาลัยออกมาเป็นนโยบายชัดเจนว่ามีการเอาผิดนักศึกษาและอาจารย์ บางทีอาจารย์ก็อาจจะไม่กล้าปล่อยผ่านงานนักศึกษาไปลอยๆ ค่ะ
ถ้าทำวิทยาฐานะ แล้วจ้างคนอื่นทำนั้น แล้วจะมีความรู้ไปสอนเด็กๆ ได้อย่างไร
อันนี้น่าเป็นห่วง ประเทศไทยในอนาคต ยิ่งนัก