แม่จากไป เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2556 ปีนั้นและวันนั้น อากาศหนาวเย็นยะเยือกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ใช่-มันกลายเป็นความทรงจำที่ฝังลึกหยั่งรากลงในหัวสมองของผม-ผมรับรู้แต่เพียงว่า ปีนั้น ปลายปีนั้น สายลมหนาวพรากแม่ไปจากผม

หวนกลับมาดูคลิปอีกครั้ง - อะไรๆ แจ่มชัดเสมอ
แจ่มชัดตั้งภาพที่แม่ยังมีลมหายใจ และวันที่ร่างของแม่ไร้ซึ่งลมหายใจ

ค่ำคืนนั้น ผมไปถึงโรงพยาบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ในราวสองทุ่ม ตลอดเส้นทาง ไม่มีใครสื่อสารใดๆ ทางมือถือมากนัก ทุกคนบอกแต่เพียงว่า "ค่อยๆ มา...แม่อยู่ในมือหมอแล้ว

นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้กอดแม่ และบอกรักแม่ --
แม่นอนสงบนิ่ง ไร้สติบนเตียงคนไข้
หมอบอกแต่เพียงว่า หัวใจของแม่หยุดเต้นไปนานแล้ว...


ผมจับมือกระชับมั่นอยู่ตลอดเวลา พร่ำพูดกับแม่ไม่หยุด
เบิ่งมองเส้นกราฟอัตราการเต้นของหัวใจอย่างมีหวัง...




หมอยืนยันว่า "แม่ไม่กลับมาแล้ว..."
หมอบอกย้ำว่า ไม่อยากปั๊มหัวใจแม่อีก ...
เพราะข้างในช้ำและบอบช้ำมากมหาศาลแล้ว

ทั้งพ่อและใครๆ ยกให้ผมตัดสินใจ
แต่ผมก็คืนภาวะนั้นให้กับพ่อ-พ่อผู้ซึ่งเป็นเพื่อนชีวิตของแม่ได้ตัดสินใจ



ผมพูดกับแม่สั้นๆ แต่เพียงว่า...
"ถ้าแม่ไหว... แม่ก็กลับมา กลับมาในรูปแบบไหน ผมและทุกคนก็จะอยู่ดูแลแม่
แต่ถ้าไม่ไหว แม่รู้สึกเจ็บปวดมากเป็นที่สุด แม่ก็อย่าฝืนอีกเลย อย่าห่วงอันใด...ผมและทุกคนจะพาแม่กลับบ้าน...."

ระยะทางจากโรงพยาบาลถึงบ้านร่วม ๒๕ กิโลเมตร -ผมจำไม่ได้เลยว่าท้องฟ้า ดวงดาวและดวงจันทร์เป็นเช่นใด ผมรู้แต่เพียงว่าอากาศค่ำคืนนั้นหนาวเย็นยะเยือกที่สุด และที่สุด

ผมโอบกอดร่างไร้วิญญาณของแม่อยู่ท้ายรถกระบุผุพังของพ่อ
ผ้าห่มทุกผืนกระชับมั่นห่มคลุมแม่ ...

ผมพูดกับแม่ตลอดเส้นทางว่า"เรากำลังจะกลับบ้าน.."
ผมบอกกับแม่ตลอดเส้นทางว่า "ถึงตรงนี้แล้ว..ถึงตรงนั้นแล้ว...ใกล้ถึงบ้านเราแล้ว....."

....


คิดถึงแม่เป็นที่สุด
อีก ๘ วันก็จะถึงวันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับแม่

นานแล้วนะครับ ผมไม่เห็นแม่มาทักทายในความฝัน