....ภาพจากอินเตอร์เน็ต...โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ อ.เมือง จ.สระแก้ว...

...สืบเนื่องมาจากภาพข้างบน โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ โรงเรียนสอนควายสอนคนทำนาโดยพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ดำเนินการจัดตั้งโดยมูลนิธิชัยพัฒนา

...เป็นเหตุให้ผู้เขียนเพ้อรำพึงถึงสมัยเป็นเด็กน้อยเรียนชั้นประถม วันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ไปนอนนากับพ่อ นัยว่าไม่ต้องเดินกลับไปมาระหว่างบ้านกับทุ่งนาก็ไกลโข ผู้เป็นแม่ก็เป็นห่วงลูกชายคนเดียวจะเหนื่อยเดินไปกลับทุกวัน เลยให้นอนค้างคืนกับพ่อพร้อมพี่สาวเป็นเพือ่นอีกคน

...ภาพที่จดจำไม่ลืมเลือนของเด็กน้อยตอนนั้นก็คือเย็นวันหนึ่งที่พ่อชวนไปคราดนา หลังดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้า เด็กน้อยคะนองสนุกสนานกระโดดขึ้นคราดไถช่วยให้ฟันคราดจมลึกลงไปในโคลนโดยไม่กลัวอีค้ำอีคูณควายคู่บุญของพ่อจะเหนื่อยแรง

...พลันก็เห็นปลาหมอดิ้นอยู่ขลุกขลักในโคลมตมนั้น พ่อบอกให้ไปเอาคุมาเก็บใส่ ด้วยความตื่นเต้น เหมือนปลามันจะผุดขึ้นมาจากโคลน รมทั้งเขียดอีโม้ ปู โน้นปลาช่อนตัวน้อยก็พลอยหลงขึ้นมากระเสือกกระสน มือน้อยๆจับโยนลงคุเสียงดังโป๊กเป้ก ส่วนปลาดุกตัวไม่ใหญ่นั้นพ่อบอกให้ระวัง ไม่ให้จับเพราะกลัวโดนเงี่ยงมันแทงเอา แต่เด็กน้อยเห็นพ่อจับโยนลงคุอย่างง่ายดาย

...ปลา เขียดแลปะมันมาจากไหนรึพ่อ...มันผุดขึ้นมาเองได้รึพ่อ..คำถามประสาเด็กน้อยถามไปเดินคุ้ยเขี่ยหาปลาหาเขียดไป พ่อไม่ตอบ ยกคันคราดปักโคลนอ้อมไปมาในนาแปลงนั้น

...ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าบรรยากาศแบบนั้นจะยังคงมีอยู่ไหม แต่ได้ยินคำล้อเลียนของหนุ่มน้อยอีสานหลงเมือง ที่คุยกันถึงคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวในเรื่องที่สนทนากัน ออกตัวพูดว่า

.."ข้อยบ่ฮู้เรื่องดอก ข้อยนอนนา"...แล้วก็หัวเราะเอิ้กอ้ากในคำตัดบท ออกตัวล้อเลียนคนที่นอนที่เถียงนาน้อยกลางทุ่งนา ไกลบ้าน ย่อมไม่รู้เรื่องราวของชาวบ้านว่ามีเหตุการณือะไร เสมือน ..คนนอนนา..ฉันนั้น

.................