ผมรู้สึกสุขใจกับเวทีในครั้งนี้ - สุขใจที่เห็นว่านิสิตยืนยันว่ามี "แรงบันดาลใจ-เข้าใจตัวเอง-เข้าใจคนอื่น-ได้ทบทวนตัวเอง"

ในเวทีการอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ระดับอุดมศึกษา (เยาวชนไทยร่วมใจทำความดีถวายในหลวง) ประจำปี 2558 ระหว่างวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2558 ณ ห้องประชุม 1 อาคารพัฒนานิสิต กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดำเนินการไปอย่างเรียบง่าย แต่เข้มข้น เสมือนการปฏิบัติการทางความคิดที่ได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินในแบบ "บันเทิงเริงปัญญา" มิหนำซ้ำผู้เข้าร่วมโครงการฯ ยังได้เรียนรู้ "กระบวนการจัดการเรียนรู้" ในหลายกิจกรรม ซึ่งสามารถนำไปไปประยุกต์ใช้กับกิจกรรมในสังกัดของตนเองได้อย่างเสร็จสรรพ



การอบรมเชิงปฏิบัติการโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ระดับอุดมศึกษา ฯ เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหาสารคามกับมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ ที่ดำเนินงานร่วมกันต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 มุ่งให้เยาวชน (นิสิตนักศึกษา) ในระดับอุดมศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ตระหนักถึงเรื่องจิตสำนึกเพื่อแผ่นดินเกิด โดยเรียนรู้และปฏิบัติการจริงผ่านการทำโครงการ พอทำเสร็จก็มีเวทีแบ่งปันความรู้และเชิดชูเกียรติ พร้อมๆ กับการเผยแพร่เป็นต้นแบบสืบต่อกันไป

การอบรมดังกล่าวได้กราบนมัสการนิมนต์พระวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิสองรูป คือ พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวโส และพระวชิระ สุปภาโส ซึ่งพระอาจารย์ทั้งสองท่านนับได้ว่าเป็นพระวิทยากรที่มากล้นประสบการณ์ บริบูรณ์ด้วยศาสตร์และศิลป์ อีกทั้งยังขับเคลื่อนการงานแห่งโครงงานนี้มายาวนาน จึงกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้มหาวิทยาลัยมหาสารคามและเครือข่ายได้เรียนรู้อย่างรวดเร็ว




เวทีครั้งนี้ ก่อนและหลังการดำเนินงาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้ทำการประเมินความคาดหวังก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม (BAR : Before Action Review) เหมือนเช่นทุกเวที หากแต่ครั้งนี้ทั้งการระดมผ่าน "บัตรคำ" และ "แบบสอบถาม"



เช่นเดียวกับเมื่อเสร็จสิ้นการจัดกิจกรรมก็มีกระบวนการประเมินผลการเรียนรู้ (AAR : After Action Review) ซึ่งทั้งปวงนั้น ก็มีรายละเอียด ดังนี้


BAR : ว่าด้วยความคาดหวังที่มีต่อโครงงานคุณธรรม

  • สร้างแรงบันดาลใจในการทำโครงงาน
  • อยากรู้เรื่องกรอบแนวคิดโครงงานคุณธรรม
  • อยากรู้หลักการบริหารโครงงานคุณธรรม
  • อยากรู้หลักธรรมในการจัดทำโครงงานคุณธรรม
  • อยากรู้หลักธรรมเพื่อประยุกต์ใช้กับกิจกรรม การเรียน และการใช้ชีวิต
  • อยากรู้กระบวนการส่งเสริมคุณธรรม



BAR : ว่าด้วยความคาดหวังที่มีต่อเรื่องความรู้และทักษะ

  • ฝึกทักษะ Facilitator
  • หลักการการจัดการความรู้ (KM)
  • หลักการใช้ PDCA เพื่อบริหารโครงงาน


พระวชิระ สุปภาโส



BAR : ว่าด้วยความคาดหวังที่มีต่อเรื่องอื่นๆ

  • การบูรณาการหลักธรรมสู่ภารกิจมหาวิทยาลัยฯ (การเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม)
  • แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิต
  • แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำกิจกรรม
  • สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต
  • อยากได้เบี้ยเลี้ยง




พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวโส :



AAR : ว่าด้วยสิ่งที่ได้จากความเป็นโครงงานคุณธรรม

  • ได้แรงบันดาลใจในการทำโครงงาน
  • ได้เรียนรู้หลักการจัดทำโครงงาน
  • ได้แนวทางการเชื่อมโยงหลักธรรมสู่การจัดกิจกรรม
  • ได้รู้จักแนวคิดการเริ่มต้นโครงงานคุณธรรมจากจุดเล็กๆ
  • ได้รู้หลักการเขียนโครงงานที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • ได้รู้แนวคิดและหลักการบริหารโครงงาน
  • ได้รู้หลักธรรมที่เกี่ยวโยงกับการใช้ชีวิตและการทำกิจกรรม
  • เห็นคุณค่าของโครงงานคุณธรรมที่มีต่อการพัฒนาตนเอง และสังคม
  • ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดทำโครงงาน
  • ได้รู้จุดเด่น จุดแข็งของโครงงานของตนเองและกลุ่มอื่นๆ




AAR : ว่าด้วยเรื่องความรู้และทักษะ

  • ได้แนวคิดและวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้
  • ได้รู้แนวคิดการพัฒนาตนเองและการจัดกิจกรรมมากกว่าที่ผ่านมา
  • ได้ฝึกทักษะการฝึกการคิดวิเคราะห์ และสังเคราะห์
  • ได้ฝึกทักษะการคิดนอกกรอบ
  • ได้แนวคิดการจัดกิจกรรมบริการสังคมผ่านโครงงานคุณธรรม
  • ได้แนวคิดและทักษะการทำงานเป็นทีม
  • ได้รู้แนวคิดและทักษะการแก้ปัญหา




AAR : ว่าด้วยเรื่องการเข้าใจตนเองและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

  • ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น
  • ได้รู้หลักคิดสำคัญว่า ก่อนลงมือทำสิ่งใด ต้องรู้จักทบทวน หรือ Check in ตัวเองก่อนเสมอ
  • ได้ทบทวนประสบการณ์ชีวิตตนเอง
  • ได้วิเคราะห์ SWOT ชีวิตและกิจกรรมของตนเอง
  • ได้รับรู้มุมมองความคิดของคนอื่น
  • ได้มิตรภาพเพื่อนใหม่




AAR : ว่าด้วยเรื่องการทำกิจกรรมและอื่นๆ

  • มีกำลังใจและแรงบันดาลใจในการทำกิจกรรมมากขึ้น
  • ได้แนวคิดในการต่อยอดไปสู่กิจกรรมในมหาวิทยาลัย
  • ได้รู้จักแนวทางการต่อยอดโครงการ
  • ได้ทบทวนประสบการณ์การทำงานกิจกรรมของตนเอง
  • ได้ประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ หลากหลายเรื่อง
  • ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องกิจกรรม การเรียน การใช้ชีวิตกับเพื่อนใหม่
  • ได้รู้แนวคิด โลกทัศน์ของเพื่อนในสถาบันและต่างสถาบัน
  • ได้ความสนุกสนาน รื่นเริง
  • ได้กินอาหาร และขนมอร่อยๆ




โดยส่วนตัวแล้ว ถึงแม้เวทีนี้ จำนวนคนเข้าร่วมจะต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย แต่วิกฤตคือโอกาส เพราะจำนวนคนที่ไม่มากนัก กลับกลายช่วยให้สร้างกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้ง มีเวลาในการโฟกัสกลุ่มได้อย่างยาวนาน –ละเอียด เจาะลึก และมีเวลามากพอให้แต่ละคนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้-แบ่งปันกันอย่างคึกคัก และมีชีวิต

และนั่นคือหัวใจหลักของการจัดการความรู้ (KM) คือการแลกเปลี่ยน-แบ่งปัน เสมือนจัดการความรักไปพร้อมๆ กับการจัดการความรู้

ถึงกระนั้นก็ยังเป็นโจทย์ต่อเนื่องสำหรับแกนนำที่มาร่วมในครั้งนี้ว่าจะกลับไปสื่อสารและขยายผลกันอย่างไร ซึ่งนั่นคือความท้าทายในอีกมิติที่สำคัญไม่แพ้การกลับไปลงมือขับเคลื่อนโครงงานฯ



เช่นเดียวกันนั้น ผมรู้สึกสุขใจกับเวทีในครั้งนี้ - สุขใจที่เห็นว่านิสิตยืนยันว่ามี "แรงบันดาลใจ-เข้าใจตัวเอง-เข้าใจคนอื่น-ได้ทบทวนตัวเอง"

หรือกระทั่ง-สุขใจที่นิสิตยืนยันว่า "เข้าใจกรอบแนวคิดโครงงาน-มีแรงบันดาลใจทำโครงงาน-เข้าใจหลักธรรม-เข้าใจหลักการบริหารและประเมินผล"

และนั่นยังรวมถึงการเข้าใจบทบาทของหลักธรรมที่มีต่อการพัฒนาชีวิตและสังคมไปพร้อมๆ กัน เพราะยึดโยงถึงเรื่องจิตอาสา - เยาวชนจิตอาสา หรือกระทั่งในส่วนที่เป็นมหาวิทยาลัยมหาสารคามก็ผูกโยงอยู่กับอัตลักษณ์นิสิต (ช่วยเหลือสังคมและชุมชน) หรือค่านิยมนิสิต MSU FOR ALL (พึ่งได้) ที่หมายถึงพึ่งพาตนเองได้และเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ สอดรับกับปรัชญามหาวิทยาลัย คือ ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน

ครับ, คงยังต้องตามหนุนกันอีกมาก ทว่าเริ่มต้นได้แค่นี้ ผมว่าก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว




หมายเหตุ
ภาพโดย ทีมงานกลุ่มงานกิจกรรมนิสิต-งานประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม