วิเคราะห์งานเขียน 10 บันทึก ที่มียอด views สูงสุด

ตลอดระยะเวลา กว่า 6 ปี ที่เขียนบันทึก post ไว้ที่สังคมประเทืองปัญญาแห่งนี้

พบว่า ยอดอ่านบันทึก 10 เรื่องต้น ๆ ที่มีสถิติการถูกอ่านสูงสุดของผู้เขียน มีดังนี้

..

..

อันดับที่ 1 ดอกไม้หลากสี.....กับความรู้ที่หลากหลาย อ่าน 10,558

อันดับที่ 2 เลี้ยงกบ…แม่แบบจากศูนย์การเรียนรู้แบบเศรษฐกิจพอเพียง อ่าน 9,017

อันดับที่ 3 หิ้วถัง...เก็บเศษปลาตามตลาดนัด ปฏิวัติวิธีคิดและวิธีปฎิบัติ อ่าน 7,413

อันดับที่ 4 แซมยาง….ท่ามกลางไม้ผล อ่าน 6,806

อันดับที่ 5 มนุษย์กับสถานการณ์ 2001 …การขวางสายลมเย็นแห่ง Academic Art ของนักแปรธาตุทางความคิด อ่าน 6,720

อันดับที่ 6 บนถนนสายเยาวราช..พบศิลปะแบบจีนโบราณที่สัมผัสด้วยตัวเอง อ่าน 6,602

อันดับที่ 7 พี่มอบ…ปริญญาแห่งชีวิต แด่..น้อง ผู้มีหัวใจไม่พิการ อ่าน 6,152

อันดับที่ 8 ขึ้นโรงพักเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย ..กรณีลูกชายถูกรถชน อ่าน 5,902

อันดับที่ 9 แง่คิด…จากการปลูกกล้วย อ่าน 5,251

อันดับที่ 10 งานประจำปี อ่าน 5,041

..

และจากการวิเคราะห์งานเขียนพบว่า 9 ใน10 เรื่อง หรือร้อยละ 90 เป็นผลงานที่ผู้เขียน เขียนจาก ประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ทุกเรื่องราวผู้เขียนถ่ายทอดเรื่องราวด้วยความจริง บวกกับความรู้สึกนึกคิดส่วนตัวที่ผู้เขียนสอดแทรกทิ้งไว้ในบันทึก

แต่ละเรื่องราวถูกถ่ายทอดจากความอยากที่จะเขียน เขียนเพื่อให้ข้อคิด มุมมองบางสิ่งบางอย่างที่ผ่านเข้ามา อย่างน้อย...เพื่อนำเอาสิ่งเหล่านี้เก็บมาสอนและเตือนใจตัวเอง รวมทั้งเผื่อแผ่แง่คิดบางแง่มุมให้กับสังคมรับรู้ว่า.... ห้วงชีวิตของใครคนหนึ่งนั้นเค้าคิดเช่นไร?

บันทึกของผู้เขียน ผู้เขียนใช้ภาษาธรรมดา เรียบง่าย สอดแทรกมุมมองความรู้สึกนึกคิดส่วนตัวไว้ เพราะสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ใครบางคนอาจหลงลืมที่จะคิด หรือคิดเลยไป และที่สำคัญบางเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผู้เขียนเอง สามารถสร้างแรงบันดาลใจในชีวิต ให้กับใครบางคนได้

..

ผู้เขียนเชื่อเช่นนั้น..

..

และนี่คือ....ตัวอย่างข้อความบางห้วงบางตอนจากบันทึกดังกล่าวข้างต้น มีดังต่อไปนี้

..

จากบันทึก..

ดอกไม้หลากสี.....กับความรู้ที่หลากหลาย

....วันนี้ในความรู้สึกของผม....เธอยังคงเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลงในความรู้สึกที่เคยมี

...เพื่อนก็ยังคงเป็นเพื่อนอยู่วันยังค่ำ...

...เพื่อนไม่เคยแปรเปลี่ยนในความรู้สึก...

...วันเวลาเปลี่ยนแปลงร่างกายของเราไป...

...แต่มิตรภาพ ความมีน้ำใจที่เพื่อนให้ไว้ ยังคงอยู่...ในความทรงจำเสมอ...

...ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน.... หัวใจของความเป็นเพื่อน ยังคงเหมือนเดิม...

..


จากบันทึก..เลี้ยงกบ…แม่แบบจากศูนย์การเรียนรู้แบบเศรษฐกิจพอเพียง

นั่งทบทวน….ประสบการณ์ในครั้งนี้ พบว่า การที่จะให้ได้มาซึ่งเงินเพื่อยังชีพ ไม่ว่าวิถีใดก็ตาม ย่อมมีบทเรียนชีวิตย้อนกลับให้เรียนรู้เสมอ ในครั้งนี้ รู้สึกสนเท่ห์กับการได้มาและการจากไปของสรรพสิ่ง

จากการเรียนรู้ ทำให้รู้ว่า…เงินมีค่าพอที่จะเปลี่ยนความทุกข์เป็นความสุขได้ แต่หากสุขบนความทุกข์ความลำบากของผู้อื่นมากเกินไป จึงเป็นความลาดเอียงของความสุขที่มิควรแสวงหา

พ่อค้าคนกลาง…จึงเป็นความลาดเอียงที่ถูกบ่มเพาะไว้เสมอ หากวันใดตราชั่ง…ตรงจากภายในแล้วละก็!! เป็นสิ่งที่น่ายินดียิ่งนัก และหากย้อนคิดแบบสม่ำเสมอและบ่อย ๆ จึงเป็นสิ่งที่สมควรเห็นใจเกษตรกรผู้ผลิตให้มาก เพราะรู้สึกถึงขั้นตอน ที่ผ่านจากการเรียนรู้ของตัวเองแล้ว มากมายนัก ที่กว่าจะได้เม็ดเงินตอบแทนความอุตสาหะของตนเอง

..


จากบันทึก.. หิ้วถัง...เก็บเศษปลาตามตลาดนัด ปฏิวัติวิธีคิดและวิธีปฎิบัติ

ลุงเคยพูดว่า "สอนให้คนทำกิน น่ะ...ไม่กลัว แต่จะไม่สอนให้กับคนที่มาหากิน"

เพราะลุงบอกว่า... การสอนให้คนทำกิน เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้เขารู้จักช่วยเหลือตัวเอง เพื่อให้เขามีกำลังพอที่จะทำมาหาเลี้ยงชีวิต มีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้

แต่การสอนให้กับคนที่มาหากิน เพียงเพื่อประโยชน์และการแสวงหากำไร ลุงบอกว่า คนพวกนี้มุ่งแต่จะเอา เพื่อกอบโกยและหาผลประโยชน์ใส่ตัว... คนพวกนี้จึงต่างกับคนทำกิน

..




จากบันทึก.. แซมยาง….ท่ามกลางไม้ผล

แม้นราคามังคุดจะไม่ค่อยดีนัก เคยเก็บไปขายส่งแม่ค้าคนกลางที่ขายผลไม้ส่ง ณ ตลาดรับซื้อผลไม้กลางเมือง ราคาขายส่งที่นำไปขาย ขณะนั้น คือ กิโลกรัมละ 7 บาท(แม่ค้าคงนำไปขายโดยบวกกำไรไปมากกว่าครึ่ง เพราะสังเกตราคาขายปลีก ช่วงนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 20-25 บาทต่อกิโลกรัม) เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ขนาดเราไม่ใช่ชาวสวนขนานแท้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับวีถีชีวิตแบบนี้ เรายังรู้สึกว่า….กว่าจะเป็นเม็ดเงินที่ตอบแทนน้ำพักน้ำแรงของเกษตรกรชาวสวน…. ช่างแสนยากจริงนะ ต่างกับการได้นั่งอยู่กับที่และ คอยนับแบงค์แลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิตเหล่านี้มากับง่ายกว่า… เพียงแค่การหยิบยื่นธนบัตรให้เพื่อเป็นการตอบแทน เป็นแง่มุมที่ต้องทำให้คิดแล้วคิดอีกว่า….มันช่างง่ายดีแท้!!! ….เพราะกว่าจะได้มาซึ่งผลผลิต ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ที่ต้นไม้จะออกดอกออกผล การดูแล ทะนุบำรุงและรักษา แบบที่ต้องทุ่มเทของเขาเหล่านั้น.. ทั้ง ปุ๋ย ทั้งยาสารพัดบำรุง

..


จากบันทึก.. บนถนนสายเยาวราช..พบศิลปะแบบจีนโบราณที่สัมผัสด้วยตัวเอง

ความมีชีวิตของชุมชนในเมืองหลวง แตกต่างกับวิถีผู้คนในชนบทกันไปคนละแบบ (เป็นสิ่งที่เปรียบเทียบด้วยความรู้สึกของตัวเอง)เม็ดเหงื่อที่เหนียวปกคลุมทั่วตัว สายตา กวาดไปทั่วกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รายรอบ สินค้าจากเมืองจีน ตัวหนังสือจีนที่เขียนติดไว้ตามร้านค้าคนจีนสูงวัย ที่นั่งทำกิจกรรมที่หลากหลายแตกต่างกันไป บางคนนั่งกินอาหารบางคนขายสินค้า บางคนนั่งกองอยู่กับพื้นพนมมือไว้ผู้คนที่เดินผ่านไปมา

มองให้เห็นถึงความหลากหลายของการใช้ชีวิตผู้คนที่นี่ …ที่ถูกจำกัดด้วยเศรษฐานะ การดำรงชีวิตและความเป็นอยู่

และมุมหนึ่งของถนนสายนี้ …พบศิลปะแบบจีนโบราณ ที่ยืนมองด้วยความสนใจ เพราะเคยเห็นผ่านตามาจากรายการโทรทัศน์หลาย ๆ ช่องที่นำเสนอ ศิลปะจีนโบราณนี้

..


จากบันทึก.. พี่มอบ…ปริญญาแห่งชีวิต แด่..น้อง ผู้มีหัวใจไม่พิการ

วันนี้คือความภูมิใจที่พี่รู้ว่า...น้องของพี่ทำได้ น้องเลือกที่จะเดินตามพรหมลิขิตของตัวเอง น้องวิ่งทั้ง ๆ ที่วิ่งไม่ได้... วิ่งตามความฝันของตัวเองจนเจอ...

....


ภาพวาดที่ใส่จิตวิญญาณของน้องลงไป คือคำตอบที่ตัวน้องเอง ....เริ่มต้น นับจากศูนย์ และไต่เต้าจนถึงขณะนี้..พี่ไม่รู้หรอกว่า น้องนับไปถึงไหนแล้ว พี่รู้แต่เพียงว่า...ภาพที่เราหัวเราะร่วมกันในวัยเด็ก ตอนที่น้องล้มลง คือ ความฝันที่น้องต้องไปให้ถึง....และน้องก็ทำได้

..


จากบันทึก.. ขึ้นโรงพักเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย ..กรณีลูกชายถูกรถชน

สิ่งหนึ่งที่ตระหนักถึง..คือจิตสำนึกของผู้ขับขี่รถยนต์ ความมีน้ำใจ ความถ้อยทีถ้อยอาศัยระหว่างกัน และการไม่โกหกหรือหลอกตัวเองในการกระทำไม่ว่าจะผิดหรือถูก

การคุยโตโอ้อวดว่า..รู้จักคนใหญ่คนโต และย้อนมองความคิดของตัวเองว่า...หากคนใหญ่คนโตช่วยเหลือคนที่ไม่สำนึกผิด คนที่ต้องการทำสิ่งผิดให้ถูกบ้านเมืองของเราจะมีขื่อมีแปรไปทำไมกฏหมายมีไว้เพื่อให้ความยุติธรรมกับผู้คน และเป็นที่พึ่งของประชาชน(ตาดำ ดำ) นี่ต่างหากคือความถูกต้อง

วันนี้ที่ลูกรอดพ้นจากเหตุการณ์ที่พ่อกับแม่คิดในใจ นะว่า ลูกคงต้องแย่กว่านี้.. มาได้ ..ทำให้พ่ออดคิดถึง..สิ่งหนึ่งที่อยู่กับตัวลูกไม่ได้ ...คุณพระและคุณงามความดีที่กอปรตัวลูกเอาไว้...

..


จากบันทึก.. แง่คิด…จากการปลูกกล้วย

"กล้วยแต่ละผล แม้นจะเป็นกล้วยเหมือนกัน ในหวี หรือเครือเดียวกัน แต่หากพิจารณาเปรียบเทียบแล้ว กล้วยแต่ละลูกก็มิอาจสั้นหรือยาวเท่ากันทุกลูก"

อย่าลืมนะว่า!!"หากปอกกล้วยเข้าปากแล้วลิ้มลองรสชาด กล้วยแต่ละลูก รสชาด คงมิต่างกัน และย้อนคิดมาที่ตัวคนเรา หากมองที่ความสามารถแล้ว ความสามารถของคนก็คงไม่ต่างอะไรกับ รสชาด ของกล้วยในทุก ๆ ลูกทุก ๆ ผล"

แล้ว…..คนเราจะต่างกันตรงไหน?

ตรงที่วิธีคิดใช่หรือไม่?

หากใช่ …. วิธีคิดเนี่ย!… น่าจะฝึกและเรียนรู้กันได้มิใช่หรือ?

การคิดและเลียนแบบอย่างในสิ่งที่ดี จึงเป็นสิ่งที่น่าลิ้มลอง…และทำให้เป็นแบบอย่างแห่งการเกิดปัญญาที่แท้จริง…..ก็ดีนะ

..


และนี่คือ…สไตล์การเขียนของผู้เขียน ที่ได้รับการตอบรับจากสังคมประเทืองปัญญาแห่งนี้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การจัดการความรู้และสารสนเทศ



ความเห็น (8)

สังเกตจากงานของตัวเอง

ดูเรื่องเบาๆๆ สดใสจะมีคนอ่านเยอะนะคะ

แต่ถ้าเรื่องที่เราไปเทียว คนอ่านน้อย

เขียนเมื่อ 

สุดยอดครับ คุณแสง ;)...

เขียนเมื่อ 

ยินดีกับเจ้าของบันทึก ทั้ง ๑๐ จ้ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณนะคะที่วิเคราะห์มาแบ่งปัน

เขียนเมื่อ 

่ขอบคุณคะ

ได้ข้อคิด 'เป็นตัวของตัวเอง'

อีกข้อสังเกตคือหัวข้อ เป็นรูปธรรม สัมผัสได้ ด้วยคะ

ขอบคุณทุกความเห็นนะครับ

คุฯหมอ ป. .ให้ข้อคิดและข้อสังเกตที่ดีมาก ๆ แก่ผม

ขอบคุณพี่ nui คุณมะเดื่อ พี่อุบล และอาจารย์วัต ฯลฯ นะครับ ที่ให้กำลังใจและความคิดเห็น

  • nui
  • แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
  • Wasawat Deemarn
  • ป.
  • หนูรี
  • แสงแห่งความดี...
  • คุณมะเดื่อ
  • GD
  • รณกรณ์ สุวรรณผา

  • เขียนเมื่อ 

    สวัสดีค่ะคุณแสงฯ

    • คุณยายมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านบันทึกของคุณแสงฯค่ะ
    • วันที่ท่านอาจารย์ขจิตไปที่มหาสารคามยังได้คุยกันถึงคุณแสงฯเลยค่ะ
    • ชื่นชมมากๆค่ะ


    เขียนเมื่อ 

    จำได้ว่าชอบบันทึกที่ 2และบันทึกการปลูกกล้วยครับ

    แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำบาปแล้วครับ

    ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆครับ