อ่านหนังสือเล่มนี้

 

 
 
ชอบมุมมอง  มุมคิด และมุมทำ ของครูท่านหนึ่งที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ทางด้านศิลปะให้กับนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 
 
หนังสือเล่มนี้กล่าวไว้ว่า

ครูท่านนี้ยังทรงพลังความคิด พลังวิชาการ และพลังการสอน เซลส์สมองที่ทำงานหนักมาก  เมื่อได้นั่งคุย ไม่ว่าจะเป็นตรงไหน จะได้สัมผัสพลังเหล่านั้นอย่างคมชัด

 
ในหนังสือเล่มนี้ มีมุมมองที่มองครูท่านนี้ไว้หลายมุมมอง ... ที่อยากกล่าวถึง
 
อาจารย์กมล  ทัศนาญชลี  กล่าวถึง ครูอารีว่า  ครูเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเพาะช่าง รุ่นก่อนหน้าอาจารย์หลายปี  ครูเป็นศิลปินที่ทำงานก้าวหน้า เสนอผลงานแนว Abstract Art เป็นคนแรก ๆ  เป็นครูศิลปะที่นำเอากระบวนการเรียนการสอนระบบอเมริกามาใช้ในเมืองไทย
 
ครูอารีจบศิลปะจากสหรัฐอมริกา ได้ปริญญา M.F.A.จากมหาวิทยาลัยอินเดียน่า และด้วยเหตุนี้เอง ครูจึงมีโอกาสดีได้เห็นงานศิลปะของศิลปินดี ๆ จำนวนมาก  การนำเสนอผลงาน แนวนี้ จึงได้เข้ามาเผยแพร่เป็นครั้งแรกในเมืองไทย
 
 
อาจารย์มานพ  ถนอมศรี   กล่าวถึง ครูอารีว่า  เป็นคนหลายบุคลิก บุคลิกหนึ่งเป็นนักคิด  บุคลิกหนึ่งเป็นครู  บุคลิกหนึ่งเป็นนักการศึกษา  บุคลิกหนึ่งเป็นนักปฏิกิริยา  บุคลิกหนึ่งเป็นนักประชาธิปไตย บุคลิกหนึ่งเป็นเสรีชน  และอีกบุคลิกหนึ่งเป็นศิลปิน
 
ในมุมมองของศิลปิน  จิตรกรรมผู้หญิง เป็นงานที่ครูทำอย่างเป็นกลุ่มเป็นก้อนที่สุดอย่างหนึ่ง  ในจำนวนหลาย ๆ เรื่องราวต่าง ๆ ที่หยิบมาเป็นเรื่องในการสร้างสรรค์ผลงานนอกเหนือจากจิตรกรรมป่าช้ารถยนต์  รามเกียรติ์  วัด
 
 
แนวคิดศิลปกรรมถาพ nude ครูเคยให้บทสัมภาษณ์ ที่ตีพิมพ์ในวารสารฟิลลิ่ง ของภาควิชาศิลปะ วิทยาลัยครูสวนดุสิต  ฉบับที่ 14 ว่า….

 

“เรื่องราวเกี่ยวกับนู๊ดนั้น แสดงให้เห็นว่า  เป็นความพยายามของศิลปินกับผู้หญิงที่ต้องการให้ผู้ชายยอมรับว่า  ผู้หญิงมีสิทธิเสรีทัดเทียมผู้ชาย  กล่าวคือ  เมื่อเริ่มมีการเขียนรูปนู๊ดในสมัยแรกนั้น  สุภาพสตรีเต็มใจมาเปลือยเป็นแบบให้ช่างหรือศิลปินเขียนหรือปั้น  เมื่อปั้นได้แล้วก็จะนำไปตั้งในสวน  ในบริเวณที่ผู้ชาย นักคิดทั้งหลายมาชุมนุมกัน พูดคุยกัน  เพราะช่วงนั้นผู้ชายกรีกหรือพวกนักปรัชญา   เชื่อว่า ผู้หญิงนั้นสามารถสืบทอดทางเพศได้เท่านั้น ไม่สามารถสืบทอดทางความคิดได้”

 
 
กรีกเชื่อว่า  ร่างกายเป็นความสมบูรณ์และความจริงแท้ของมนุษย์ที่ธรรมชาติให้มา
 
 
ภาพเปลือยจึงไม่ใช่สิ่งลามกอุดจาด  หากเป็นศิลปกรรมที่มีความงามสูงสุดอย่างหนึ่ง และนี่คงเป็นที่มาของการสร้างจิตรกรรมภาพผู้หญิงของอารี สุทธิพันธุ์ และศิลปินอื่น ๆ
 
ศิลปกรรมภาพเปลือยได้รับการตั้งข้อรังเกียจ  จนกลายเป็นเรื่องหยาบคายทั้งผู้สร้างและผู้เสพ  ทำให้บรรดาศิลปินกลุ่มภาพเปลือยกลายเป็นนักต่อสู้  เพื่อยืนหยัดในการนำเสนอแนวคิดและปรัชญาความงามและความจริงแท้ของมนุษย์ ให้เพื่อนร่วมโลกได้รับรู้และเข้าใจ  …ที่ปัจจุบันคงเหลือแต่เพียงผู้กล้าหาญเพียงไม่กี่คน ที่ยืนต้านกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ของผู้ไม่รู้และนักศีลธรรมจอมปลอมอย่างองอาจ  โดยคิดค้นวิธีการนำเสนอที่แตกต่างและหลีกพ้นการถอดแกะทุกสัดส่วนบนเรือนร่างของผู้หญิงและผู้ชาย อันเป็นสิ่งบาดอารมณ์และความรู้สึกของผู้พบเห็น  ออกมานำเสนอ ซึ่งเรียกว่าศิลปกรรมสมัยใหม่
 
 
ชอบทฤษฎีการสร้างครูสอนศิลปะของครูอารี อย่างมาก…ครูอารี สอนศิลปะแบบ “ทวนกระแสโลก”
 

เป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่แสวงหา .... จนพูดกันติดปากว่า

 

@ครูอารี  ไม่สอนความรู้(Knownledge)    เพราะความรู้คนไทยในสมัยก่อนขึ้นอยู่กับหน่วยความจำ

 

@ครูอารี  สอนให้รู้(Knowingless)     โดยไม่เกี่ยวกับความจำ เน้นการปฏิบัติแก้ปัญหา และเกิดความรู้เป็นของตัวเอง

 

@ครูอารี สอนให้ผู้เรียนเกิดความรู้ชั้นหนึ่ง(Primary Knownledge)      คือเรียนเอง  ค้นหาเอง และรู้เอง ปฎิเสธความรู้ชั้นรอง(Secondary Knownledge) ที่มีต้นกำเนิดมาจากผู้อื่น แหล่งอื่น(คัดลอก) และเน้นเสรีภาพ โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ(Student center)

 

@ครูอารี  สอนให้มีหัวใจของนักปราชญ์      คือฝึกฝนให้ผู้เรียนเป็น ผู้สุ(ฟัง)  เป็นผู้จิ(คิด)  เป็นผู้ปุ(สอบสวน) และเป็นผู้ลิ(บันทึก)  กระบวนการทั้งสี่ขั้นตอนที่กล่าวเป็นขั้นตอนการพัฒนาความรู้ในขั้นปกติ เป็นขั้นสูง

 

@ครูอารี   สอนให้ผู้เรียนละทิ้งตัวตนและความยึดติดทั้งปวง  

 

@ครูอารี  สอนให้ผู้เรียน(เป็นนักรบ)ติดอาวุธทางปัญญา      สอนให้ผู้เรียนระลึกอยู่เสมอว่า  “การเตรียมตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง”  หรือ “ไปบรรยายที่ไหนอย่าลืมเตรียมเอกสารแจก” และ “อย่าหลบหลีกศัตรูทางปัญญาให้เผชิญหน้าและสอบสวน”

 
และนี่คือเศษเสี้ยวหนึ่งของสาระจากหนังสือเล่มนี้ที่อ่านแล้วชอบทั้งมุมคิด มุมมอง และมุมทำ ของครูอารี สุทธิพันธ์ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

แหล่งข้อมูล :  มนุษย์กับสถานการณ์ 2001 ศาสตราจารย์พิเศษอารี  สุทธิพันธุ์ 
                        จัดพิมพิ์ในวาระ 71 ปี ของศาสตราจารย์พิเศษอารี  สุทธิพันธุ์ 
                        คณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 
                        พ.ศ.2544