
บ่อร้างในสวนเมื่อครั้งก่อนบริเวณนี้ คือสวนทุเรียน
บ่อร้างที่ปล่อยทิ้งไว้มานาน...บัดนี้นำกลับมาใช้ประโยชน์ด้วยการปล่อยปลาดุกที่ซื้อมาจากแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ของกรมประมง
เพราะตลอดระยะเวลาร่วม 10 ปีแล้ว ที่น้ำในบ่อร้างแห่งนี้ไม่เคยถูกนำมาใช้ประโยชน์อะไรที่มากไปกว่าการรดน้ำต้นไม้ เมื่อยามฝนทิ้งช่วง
ปัจจุบัน ปลาน้อยใหญ่ ได้ดำผุดดำว่าย อยู่ในบ่อลูกนี้อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง คิดนะว่า...หากเลี้ยงปลาแล้ว มีรายได้เข้าครอบครัว คงเป็นแรงส่งหนทางหนึ่ง ที่มีไว้ทำกินเลี้ยงชีวิตและครอบครัว ยามขัดสนได้
กองไฟที่สุมไว้..ไล่ยุง ขณะทำอาหารให้ปลา
ปริมาณปลาที่มีมาก...ลำพังการซื้อแต่อาหารสำเร็จรูป ก็คงเป็นรายจ่ายที่มากโขเอาการอยู่
คิดทบทวนการลงทุนอีกระลอกหนึ่ง ...
คราวนี้เป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงปลา ด้วยการลงมือ ลงแรงปฏิบัติด้วยตัวเอง
การกระทำอะไรก็ตาม ที่ชั่งน้ำหนักดูแล้วพบว่า หากเราลงทุนอีกสักหน่อย เพื่อแลกกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นทุกวันกับการซื้ออาหารสำเร็จรูปเลี้ยงปลาเพียงอย่างเดียว เป็นสิ่งที่น่าลงทุน และคุ้มทุนในระยะยาว
นั่งผสมอาหารปลาด้วยวัสดุดิบที่หาได้ เข้าเครื่องบด
แล้วอะไรล่ะ!!! คือวัตถุดิบป้อนเข้า
อาจเป็นเพราะช่วงจังหวะชีวิตที่เผอิญได้พบกับบุคคลท่านนี้
“ลุงหนวด” ผู้มีหัวใจที่เปี่ยมด้วยการให้
ลุงเคยพูดว่า “สอนให้คนทำกิน น่ะ...ไม่กลัว แต่จะไม่สอนให้กับคนที่มาหากิน”
เพราะลุงบอกว่า การสอนให้คนทำกิน เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้เขารู้จักช่วยเหลือตัวเอง เพื่อให้เขามีกำลังพอที่จะทำมาหาเลี้ยงชีวิต มีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้
แต่การสอนให้กับคนที่มาหากิน เพียงเพื่อประโยชน์และการแสวงหากำไร ลุงบอกว่า คนพวกนี้มุ่งแต่จะเอา เพื่อกอบโกยและหาผลประโยชน์ใส่ตัว... คนพวกนี้จึงต่างกับคนทำกิน
ยืนมองน้ำที่แห้งขอด...หลังจากย้ายปลาลงบ่อใหม่
ลุงหนวดให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงปลาดุกไว้มากมาย ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้ที่ลุงให้อย่างเดียว ลุงกลับใส่ใจในมิตรภาพที่ลุงตั้งใจมอบให้ด้วย
ลุงพูดว่า “การเลี้ยงปลาดุกหากลงทุนด้วยอาหารสำเร็จรูปแล้ว เราก็จะเหนื่อยเปล่า ๆ รายรับกับรายจ่าย ไม่แตกต่างกันสักเท่าไร? แล้วเราก็จะท้อ และหมดกำลังใจ ”
วิธีเลี้ยงปลาของลุงหนวด.... จึงเป็นแรงผลักดัน ให้คิดและลงมือกระทำตาม ....ทุกเย็นหลังเลิกงาน...ภาระกิจที่ต้องทำเพิ่มขึ้นอีกคือ การหิ้วถัง..เก็บเศษปลาตามตลาดนัด
ตลาดนัดแห่งหนึ่ง ที่เดินเก็บเศษปลาตามแผง
เดินเก็บเศษปลาตามตลาดนัด ด้วยเสื้อผ้าที่ใส่ทำงาน สองมือหิ้วถังสีที่ใช้แล้ว ดัดแปลงมาเป็นถังใส่เศษปลา
พับแขนเสื้อขึ้น กอบและโกยเศษปลาด้วยสองมือเปล่าๆ ใส่ถัง
เศษปลาที่เก็บได้ นำขึ้นหลังกระบะ มุ่งหน้ากลับสวน
แม่ค้าตามตลาดนัดเนี่ย!! เค้ามีน้ำใจ หากไม่ยุ่งกับภารกิจที่ต้องขายปลา สับปลา เค้าก็จะบอกว่า “ไม่ต้องทำ ไม่ต้องทำ เดี๋ยวพี่โกยใส่ถังให้เอง”
เศษปลาที่ได้ไม่มีราคาค่างวดใดๆ ไม่ต้องแลกซื้อ
มีแต่น้ำใจที่แลกให้กัน...
และปีใหม่ 2553 ที่ผ่านพ้นไป ผ้าขนหนูสีสวย ๆ ร่วม 20 ผืน ที่ตั้งใจไว้ ถูกมอบให้แทนมิตรภาพที่ได้รับ
และนี่คือ..หนึ่งในรอยยิ้มและมิตรภาพ
พี่วรรณแม่ค้าปลาที่มีน้ำใจและเอื้ออารีย์ท่านหนึ่ง
เศษปลาที่นำกลับไปสวนนั้น เป็นส่วนผสมหลักในอาหารปลาที่ใช้แทนอาหารสำเร็จรูป ที่จะมีบันทึกไว้ที่ เดินทางด้วยด้ามจอบ....และหยดเหงื่อ
ปลาดุกยังไม่ได้ขนาด ถูกสับเปลี่ยนลงบ่อใหม่
และเมื่อวันเวลาผ่านไป กับวิธีคิดและวิธีปฏิบัติที่ได้ลงมือกระทำตลอดระยะเวลา ร่วม 8 เดือนปลาดุกจากตระกร้าที่เห็นได้ขนาดที่สามารถจับส่งพ่อค้าแม่ค้าปลาได้ มีขนาดลำตัวประมาณ 2-3 ตัวต่อกิโลกรัม ในราคาประมาณ 37-40 บาท

ปลาดุกได้ขนาด 2-3 ตัว/กก.
มองอนาคตต่อไปว่า...
ชีวิตและหัวใจของคนมีมุมมองที่ต่างกันไป
หากแต่ว่า...การค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเราต่อไปได้นั้น
มิใช่ว่าจะได้มาเดี่ยวนั้นขณะคิด
แต่สิ่งที่ยืนหยัดอยู่ข้างเราเสมอ คือ ความมุ่งมั่นที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่งต่างหาก
ระยะเวลาจึงเป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ของความมุ่งมั่นในสิ่งที่คิดและหวังไว้ได้เป็นอย่างดี
...
มุมมองของการหล่อเลี้ยงชีวิตจึงเป็นบทเรียนให้กับตัวเองได้
หากวันใดที่เราอ่อนหล้าลงไป
ให้มองสิ่งที่เราเคยตั้งใจไว้และกระทำได้...
จะรู้สึกได้ว่า...ชีวิตของเรานั้นมีค่าพอที่จะยืนหยัดอยู่ในโลกใบนี้
ได้อย่างมีพลังจนถึงปลายฝันของเราทีเดียว









สวัสดีค่ะ
ขนาด ซี 9 ยังเริ่มเลือกทางเดินแบบพอเพียง เรียนรู้กับภูมิปัญญา ท่านจึงเป็นต้นแบบของคนทำงาน
ให้หันกลับมาดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย พึงพาตนเอง
สวัสดี ยามเช้านะครับ ครูคิม
วันหยุด...หลังจากตอบบันทึกครูแล้ว
ภาระกิจช่วงเช้า คือ การไปเก็บเศษปลาที่ตลาดนัดในวันหยุด
เศษปลาที่ได้ จะนำมาเป็นส่วนผสมกับเครื่องเคียง ที่เตรียมเอาไว้ ได้แก่ เศษขนมปัง เศษมะพร้าว เศษปลาแห้ง กากปาลม์ คลุกเคล้าและบดเข้าด้วยกัน
หลังจากตอบบันทึกนี้..คงต้องเข้าไปในสวนแล้ว นะครับ
รูปที่ครูบอก...คือการลงมือทำอาหารปลา ครับ
....
และเมื่อมีเวลา ผมจะเขียนบันทึก ต่อยอด จากบันทึกนี้ นะครับ
ขอบคุณครูคิม มาก นะครับ
ครูคิมสบายดี นะครับ
สวัสดีค่ะ
มาชื่นชมวิธีคิดและวิธีปฎิบัติค่ะ...ท่านเป็นต้นแบบที่ยอดเยี่ยมมาก...ครูกระเเตกำลังเลี้ยงปลาดุกพอดีเลยค่ะ..เลี้ยงไว้ยังชีพแต่เป็นการเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จการเลี้ยงด้วยเศษปลาจะต้องผสมอะไรเพิ่มอีกมั้ยคะ..โปรดชี้แนะด้วยค่ะ..ขอบคุณมากๆนะคะ
ชอบในความสมถะและการกระทำที่ก้าวข้ามความคิดที่ลึกซึ้งของความเป็นมนุษย์ในคุณแสงแห่งความดีจริงๆ การอยู่อย่างพอเพียง และเลี้ยงชีพด้วยความคิดที่ดีคือวิถีของคนดีจริงๆๆๆ
เป็นกำลังใจให้ครับ...ตอนนี้ที่บ้านที่นครก็เี้ลี้ยงปลาดุกเหมือนกันครับ อิอิ
สวัสดีค่ะ คุณแสงแห่งความดี
บรรยากาศสบายจังเลยค่ะพี่แสง
ดูเหนื่อย แต่มันสบาย
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านบันทึกที่รออ่านค่ะ....
คนดีมีน้ำใจอย่างเช่น คุณลุงหนวด หาได้ไม่ยากในสังคมไทยเรานะคะ
สอนให้คนทำมาหากิน แน่นอนว่าเป็นการสอนที่มีคุณค่ายั่งยืน เหมือนการให้ช่วยคนหิวโหย ผู้รู้ ปราชญ์โบราณท่านสอนให้สอนให้เขาปลูกข้าวหาปลาได้เอง แทนที่จะให้อาหารเขาซึ่งคงช่วยได้เพียงชั่วมื้อชั่วคราว
คนดีย่อมได้พบกับกัลยาณมิตรเหมือนกัน...ชื่นชมและมีความสุขไปกับพี่วรรณ ด้วยนะคะ
มาสนับสนุนคนพอเพียงค่ะ....
สวัสดี ครับ อาจารย์ พรชัย
ขอบพระคุณ อาจารย์ มาก นะครับ
ผมมีชีวิต แบบนี้ อาจเป้นเพราะ ถูกปลูกฝ้ง ด้วยการมีชีวิตอยู่ที่เรียบง่ายมาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์วัย
หากวิถีชีวิตที่ผมเป็นอยู่ เป็นต้นแบบให้ใครหลาย ๆ คนได้
ผมมองถึง ผู้ที่ถ่ายทอดแบบอย่างให้ผม ครับ อาจารย์
แบบอย่างที่ผมได้รับ เป็นการซึบซับ แล้วเรียนรู้ไปเองโดยไม่รู้ตัว
ต้องขอขอบคุณ ผู้ที่ให้กำเนิดผมมา ครับ
และผมคิดว่า....
ผมคงมีชีวิตแบบนี้ไปจน..ผมตายไปจากโลกนี้ เป็นแน่แท้ ครับ
มาให้กำลังใจค่ะ
สวัสดีครับ คุณ แสง นอกจากเรื่องของอาหารแล้ว ตลาดจำหน่ายก็สำคัญครับ
ที่บ้านผม ตอนนี้ ปลาขนาด สองสาม(สองตัวสามตัวต่อกิโล) จำหน่าย กกละสิสิบบาท ถ้าขนาด สี่ห้า ต้องแยกขายแม่ค้าทำปล้ร้าแล้วครับ
ผมเลี้ยงอยู่ สามบ่อ ก็พอได้
ขอบคุณที่นำเคล็ดวิชาเลี้ยงปลาดุกมาบอกกล่าวครับ
แวะมาทักทายค่ะ
ส่งภาพน่ารัก ๆ มาฝากสาวน้อย น้องดวงใจ ด้วยค่ะ
(^___^)
ชื่นชมในความงดงามของธรรมชาติและจิตใจผู้ก่อตั้ง และลงมือทำครับ สวยจริงๆๆ
แบบนี้เป็นต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
ได้ไหมคะ...
ทำด้วยตนเอง วิถีสุจริต..ไม่ต้องอายใคร
สวัสดีค่ะพี่แสง
กอได้เปิดบ้านไว้หลังหนึ่งค่ะ ชื่อบ้านว่า คนลงกลอน กอเปิดบ้านหลังนี้ไว้เพื่อให้เพื่อนๆ ที่รักในการเขียนกลอนได้มาร่วมเขียนกลอนกันค่ะ
กอชอบอ่านและพยายามเขียนกลอนอยู่น่ะค่ะ
บ้านหลังนี้มีค่าต่อกอมากอยากให้เพื่อน ๆ มาร่วมอยู่ด้วยกันค่ะ ไม่รู้ว่าจะมีใครสนใจเข้ามาบ้าง
ในบ้านหลังนี้กอจะเริ่มเปิดห้องใหญ่ไว้ห้องแรกคือ พรรักเกลื้อน อิอิ เพื่อนรักกลอน
อยากให้เพื่อน ๆ ช่วยกันเขียนกลอนน่ะค่ะ หากใครสนใจตอบกลับหากอด้วยน่ะค่ะ กอจะให้ Username และ password ทางอีเมล์ค่ะ
การเขียนบันทึกกลอนของแต่ละคนไม่ต้องลงชื่อผู้เขียนน่ะค่ะ พอบันทึกกอลนของพวกเรามีครอบ 10 บันทึกเราก็จะมีการร่วมโหวดกลอนที่เราชอบกัน โดยที่พวกเราแต่ละคนไม่รู้เลยว่าใครเป็นเจ้าของกลอนนั้น (เพื่อน ๆ จะไม่จัดทำการโหวดก็ได้ค่ะตรงนี้เราค่อยคุยกันต่อไปในอนาคตน่ะค่ะ)
ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของบ้านหลังนี้คือ หากบันทึกไหนที่พวกเราต้องการให้มีแต่เพื่อน ๆ รักกลอนของเราเท่านั้นที่ได้อ่าน เราก็สามารถไม่แสดงบันทึกได้ แต่เมื่อเราเข้าระบบพวกเราก็จะได้อ่านกันค่ะ
บ้านหลังนี้จะสร้างความเพลิดเพลินให้กับเพื่อนรักกลอนอย่างพวกเรากันน่ะค่ะ สร้างความสามัคคี ตรงนี้ก็อยากให้เพื่อน ๆ ได้มาอยู่บ้านเดียวกัน และได้ลองทำอะไรร่วมกับกอน่ะค่ะ
กอหวังว่าคงจะมีคนสนใจเข้าร่วมกับกอน่ะค่ะ กอได้ส่งข้อความนี้ถึงเพื่อน ๆ ประมาณ 6 คนก่อน ไม่รู้ว่าจะมีใครมาร่วมบ้าง อิอิ
อ่านแล้วชอบมากค่ะ...ดูมีความสุขนะค่ะกับงานที่เราชอบ ธรรมชาติที่สวยงามดูแล้วพอเพียง..ชื่นชมจริงๆ ค่ะ
มาชม
เห็นความมีชีวิตชีวาดีจังนะครับ...
สวัสดี ครับ คุณครูมาตายี
คุณครูครับ หากเลี้ยงเล่น ๆ การให้อาหารสำเร็จรูป เป็นความสะดวก และความเพลิดเพลิน ที่ดีอยู่แล้ว ครับ
วิธีที่ผมทำเป็นการเลี้ยงปลา ปริมาณ มาก ๆ เป็น หมื่น ๆ ตัว ครับ
เพราะหากใช้วิธีดั้งเดิม คงไม่มีกำลังทรัพย์พอครับคุณครู
สวัสดีค่ะคุณแสง