ถนนสายนี้ …ยังคงมีความงามแบบเก่า ๆ ทางด้านสถาปัตยกรรมมากมาย และจากประวัติศาสตร์พบว่า ถนนเยาวราชสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2438 ณ วันนี้ อายุประมาณ 116 ปีทีเดียว
เดินมาพบความเก่า ของตึกนี้… ยืนมองความคลาสสิคของตึกท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนกันไปมาอย่างไม่ขาดสาย ในช่วงเวลาบ่าย ของวันทำงานวันหนึ่ง ล่องรอยทางประวัติศาสตร์ ณ ถนนสายนี้ จึงยังคงอยู่ร่วมสมัยกับวิถีของผู้คนที่นี่ได้อย่างกลมกลืน
ความมีชีวิตของชุมชนในเมืองหลวง แตกต่างกับวิถีผู้คนในชนบทกันไปคนละแบบ (เป็นสิ่งที่เปรียบเทียบด้วยความรู้สึกของตัวเอง) เม็ดเหงื่อที่เหนียวปกคลุมทั่วตัว สายตา กวาดไปทั่วกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รายรอบ สินค้าจากเมืองจีน ตัวหนังสือจีนที่เขียนติดไว้ตามร้านค้า คนจีนสูงวัย ที่นั่งทำกิจกรรมที่หลากหลายแตกต่างกันไป บางคนนั่งกินอาหาร บางคนขายสินค้า บางคนนั่งกองอยู่กับพื้นพนมมือไว้ผู้คนที่เดินผ่านไปมา
มองให้เห็นถึงความหลากหลายของการใช้ชีวิตผู้คนที่นี่ …ที่ถูกจำกัดด้วยเศรษฐานะ การดำรงชีวิตและความเป็นอยู่
และมุมหนึ่งของถนนสายนี้ …พบศิลปะแบบจีนโบราณ ที่ยืนมองด้วยความสนใจ เพราะเคยเห็นผ่านตามาจากรายการโทรทัศน์หลาย ๆ ช่องที่นำเสนอ ศิลปะจีนโบราณนี้
..
..
มองดูสาวสูงวัยทำอะไรบนใบหน้าของผู้ชายสูงอายุท่านหนึ่ง …ที่ใบหน้าขาวโพลนไปด้วยแป้งอะไรสักอย่างหนึ่งที่โป่ะลงบนใบหน้า สาวสูงวัยผู้นี้… กำลังใช้เส้นด้ายสีขาว ถูก ตวัดเส้นด้ายขึ้นลงด้วยความชำนาญนัก บนใบหน้าของชายสูงวัยท่านนั้น
ยืนมองด้วยความสนใจ อยู่เป็นนาน แล้วก็เดินจากไป …
ระหว่างที่เดินจากไปบนเส้นทางถนนสายนี้ พบกิจกรรมการใช้เส้นด้าย ถูและตวัดขึ้นลงบนใบหน้าผู้คนที่มานั่งใช้บริการเป็นจำนวนหลายท่านนัก
เดินลูบใบหน้าของตัวเอง ที่ปกคลุมไปด้วยเม็ดเหงื่อ …พลางคิดต่อไปว่า…หน้าของเราเองก็ไม่เคยไปทำอะไรกับมันเลยนะ…วันนี้พอมีเวลา น่าจะลองสักหน่อย ก็คงจะดีไม่น้อยนะ …จะได้รู้ไปเลยว่า…มันเป็นเช่นไร? โดยไม่ต้องนั่งนึกอยู่ …ว่าที่ผ่านมาคนเขาบอกว่า ดีอย่างโน้น…ไม่ดีอย่างนี้
และแล้ว สาวจีนสูงวัยท่านหนึ่ง ก็เดินเข้ามาเรียก …. “เชิญทางนี้ก่อน..ลองดูมั้ยคะ รับรองหน้าจะดีขึ้นหล่อขึ้น”
ยืนอมยิ้มอยู่พักเติบ….ด้วยความอาย แต่ก็พยักคอ ว่า OK…. แล้วพูดว่า … “มีที่หลบมุมนั่งทำมั้ยครับ เพราะตลอดเส้นทางผู้คนเดินกันอย่างขวักไขว่เชียว!! อายคนที่เค้ามองครับ”
สาวจีนสูงวัยท่านนี้ ยืนยิ้มแล้วพูดว่า “งั้นมาที่ในซอยตรงนี้” พร้อมทั้งยกสำรับทำศิลปะจีนแบบโบราณติดมือมาด้วย(สังเกตว่า !! เธอพูดไทยไม่ชัด ภายหลังได้พูดคุยกัน เพื่อขอถ่ายรูปการทำกิจกรรมนี้เอาไว้ เธอตอบตกลง พร้อมทั้งบอกว่า ปัจจุบันเธออายุ 50 กว่าปีแล้ว เธอบอกว่า มาอยู่เมืองไทยไม่เพียงกี่ปี มีลูกสองคนเป็นผู้ชาย โตและรับผิดชอบตัวเองได้แล้ว ลูก ๆ ยังคงอยู่เมืองจีน และเธอใช้ศิลปะแบบนี้ มานานแล้วตั้งแต่อยู่ที่เมืองจีน)
ขั้นตอนแรกเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกสีแดง พร้อมกับคลุมผ้าเหมือนการตัดผมทั่วไป
ต่อจากนั้นลงผงแป้งที่เปิดออกมาจากห่อ สังเกตว่าเป็นแป้งจีน เพราะมีชื่อภาษาจีนติออยู่ที่กล่อง
..
..
กลิ่นแป้งที่พอกลงบนใบหน้า มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ระหว่างที่เธอละเลงแป้งลงบนใบหน้า เธอชี้ไปที่หน้าผาก และบริเวณเหนือริมฝีปากบน พร้อมบอกว่า ….หน้าผากดีนะ แต่.. บริเวณเหนือริมฝีปากบนดีกว่า….เธอบอกว่า..โหวงเฮ้งดี ไม่ลำบาก (หลังจากเธอบอกเช่นนั้น ได้สอบถามต่อไปว่า …เธอดูโหวงเฮ้งคนเป็นด้วยหรือ? เธอบอกว่า.เป็นความรู้ที่ติดตัวของเธอทีเดียว…แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรมากนัก เพราะเกรงว่า..จะเป็นการทำลายสมาธิในการทำงานที่เธอจดจ่ออยู่บนใบหน้าของตัวเอง)
เธอตวัดเส้นด้ายสีขาว ที่เธอม้วนลงบนนิ้วของเธอ มองคล้ายเป็นตาข่าย แล้วถูลงบนใบหน้าแล้ว ตวัดขึ้นลงบนใบหน้า รู้สึกถึงขนที่ปกคลุมอยู่บนใบหน้านั้นหลุดติดไปกับเส้นด้ายที่เธอตวัดไปมา บางครั้งรู้สึกเจ็บ แต่ก็ทนได้นั่งหลับตา ไล่ตามความรู้สึกของตัวเอง ณ เวลานั้นว่า เป็นเช่นไร?
ภาพที่ถ่ายเก็บไว้ มองเห็นแป้งบางส่วนที่ยังคงอยู่บนใบหน้านั้น คือบริเวณที่ยังไม่ได้ถูกเส้นด้ายตวัด ความรู้สึกตอนนี้... เป็นความรู้สึกแปลกๆ เพราะไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน มีบางครั้งที่รู้สึกเจ็บกว่าทุกบริเวณ คือ บริเวณขนคิ้วเหนือขอบตา นั่นเป็นเพราะ.. ขนคิ้วบริเวณนั้นถูกดึงออกไปด้วย
ระยะเวลาที่นั่งทำกิจกรรมนี้ ใช้เวลา ประมาณ 30 นาที เห็นจะได้
ผลลัพธ์การทำศิลปะแบบนี้ ออกมาอย่างรูปที่เห็น เนื่องจากขอถ่ายรูปกับเธอไว้ (ดูท่าที..เธออายพอสมควรเชียว)
เธอไหว้ หลังจากที่เธอรับเงินค่าบริการจากผม…พร้อมกับพูดว่า "อยากให้มาใช้บริการที่นี่อีก"
ผมได้แต่ยิ้มให้เธอ แล้วกล่าว "ขอบคุณ" เธอเช่นกัน
ศิลปะแบบจีนโบราณนี้ ชื่อว่า …หมังหมิ่ง

สวยด้วยหมังหมิ่ง!
นายแพทย์โกวิท คัมภีรภาพ
หัวหน้างานเชื้อราวิทยา
อ้างอิงจาก http://www.inderm.go.th/inderm_th/Health/0911_kovit_health.html
สาวๆ บางคนอาจจะงงว่าหมังหมิ่งคืออะไร แล้วจะทำให้สวยขึ้นได้จริงหรือเปล่า หมังหมิ่งเป็น ภูมิปัญญาจีนที่สืบทอดกันมานานตั้งแต่สมัยพระนางซูสีไทเฮา และยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน
หมัง แปลว่า “ถอน” หมิ่ง แปลว่า “ใบหน้า” ดังนั้น หมังหมิ่งจึงหมายถึง การถอนขนบนใบหน้าโดยใช้เส้นด้าย วิธีการง่ายๆ เริ่มจากทาแป้งให้ทั่วใบหน้า จากนั้นขึงเส้นด้ายให้ตึง โดยใช้ทั้งปากและมือ ใช้จังหวะการรูดเกลียวเชือกบนใบหน้า ดึงขนบนใบหน้าและผิวหนังชั้นหนังกำพร้าให้หลุดออก ทำแล้วจะรู้สึกใบหน้าตึงขึ้น รู้สึกผิวสดใสและเนียนนุ่มขึ้นด้วย ลดการเป็นสิวเสี้ยน เพราะได้รับการทำความสะอาดขนและสิ่งสกปรกออกไป
ข้อควรระวังในการทำหมังหมิ่ง คือ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง มีผื่นผิวหนังอักเสบ บาดแผลหรือเป็นสิวอักเสบที่ใบหน้า ผิวแพ้ง่าย ไม่ควรทำหมังหมิ่ง ไม่ควรทำหมังหมิ่งถี่เกินไป เพราะจะทำให้ผิวหน้าอักเสบ หลังทำหมังหมิ่ง ห้ามเอามือสัมผัสหน้า 2-3 ชั่วโมง หมังหมิ่งทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงเพราะเรื่องรักสวยรักงาม เดี๋ยวนี้ผู้ชายเขา ก็ไม่น้อยหน้าผู้หญิงแล้ว
เพิ่งเคยได้ยิน เป็นความรู้ใหม่เลย ขอบคุณค่ะคุณแสงฯ
เคยเห็นในสารคดีค่ะ
สวัสดีค่ะคุณแสงฯ
สวัสดี ครับ คุณpoo
ผมค้นหาสรรพคุณของแป้งจีนนี้ พบว่า
วันหลังคุณpoo ผ่านไปเยาวราชลองดูบ้างก็ได้นะครับ
หน้าเนียน จริงๆ ครับ
ถนนสายนี้ พ่ออาจิต เคยพาไปทานอาหารอร่อยๆหลายชนิด เช่น เฉโป ครับ
ขอบคุณ อาจารย์มากนะครับ
เคยแต่ยืนดู ไม่กล้าทำ อายผู้คน ก็ริมถนนซะขนาดนั้นนี่คะ....
แต่เห็นคุณแสงทำแล้ว อยากลองทำบ้างแล้วสิคะ...
ไว้คราวหน้าไปลองทำบ้างดีกว่าน๊อ....^_^
คุณยายครับ
บังเอิญผมผ่านแวะลงมาดูตึกเก่าที่เยาวราชครับ เดินไปเรื่อย ๆ บังเอิญเจอศิลปะแบบจีนโบราณที่นี่แหละครับ
…
ลองใช้บริการดูนะครับ
ผลเป็นอย่างไรเขียนบันทึกเล่าให้ฟังบ้างนะครับ
ขอบคุณครับ
ชอบไปถ่ายภาพแถวเยาวราชครับ แล้วก็ต้องถ่ายแบบ LOMO ด้วย ได้อารมณ์สุดๆ
สวัสดีค่ะ
เคยอ่านข่าวเจอเหมือนกันแต่ไม่เคยทำ
ทำแล้วดูดีขึ้นทันตาเลยนะคะ
แวะมาขอบคุณกับกำลังใจที่มีให้กันที่บันทึกค่ะ
สวัสดีค่ะคุณแสง ว้าว...เป็นพระเอกหนังจีนขึ้นมาทันทีเลยนะคะ ...คงเจ็บแปล๊บๆๆ นะคะเวลาดึง แต่ถ้าไม่เจ็บระบบก็น่าลองค่ะ ....เยาวราช ไปเรื่อยๆค่ะ ไม่ได้ไปซื้อทอง แต่นังรถเมล์ผ่าน ชอบมองตึกเก่าๆเช่นกัน ...ขอบคุณค่ะ
นำภาพเก่าของเมืองหลวง มาแบ่งปัน (ขอบคุณภาพจากเน็ต)
ขอบคุณค่ะ..พี่ใหญ่ยังใจไม่ถึงน่ะค่ะ..
คุณแสงครับ ตอนดึงขนติดมา เจ็บมากไหมครับ เพิ่งเคยเห็นแปลกดีครับ...
สวัสดีค่ะ พี่แสงแห่งความดี
หนูขอรบกวนพี่ส่งอีเมล์แจ้งขนาดเสื้อยืด (M หรือ L) และที่อยู่ให้หนูทางผ่านทางระบบที่ http://gotoknow.org/email/soontrees ด้วยนะคะ
ทางทีมงานจะได้จัดส่งเสื้อของที่ระลึกที่เข้าร่วมกิจกรรมสกัดความรู้แบบกลุ่มน่ะค่ะ
รบกวนด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี
อ่านและชมภาพไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน
เรื่องการหมังหมิ่ง นี้ เคยได้ยินตั้งแต่รุ่นแม่ยังอยู่ ได้ยินมาว่าสาวใดจะออกเรือนก่อนแต่งงานต้องมาผ่านพิธีนี้ก่อนค่ะ
ชมจากภาพแล้ว รู้สึกสนุกไปด้วยค่ะ ว่าง ๆ ว่าจะไปลองสักหน่อย ค่าบริการเท่าไหร่คะ
ขอบคุณนะคะที่เก็บเรื่องราวและบรรยากาศมาให้ได้ชมค่ะ ;)
อาจารย์ JJ ครับ
คราวหน้าหากอาจารย์ขจิตชวนอาจารย์JJ ไปทานอะไร แถวเยาวราช
ผ่านการใช้ศิลปะแบบจีนโบราณ อาจารย์ลองชวนอาจารย์ขจิต นั่งทำดูบ้างนะครับ
ใช้เวลา ประมาณ 30 นาที ผลของการใช้บริการดังกล่าว ตามที่อาจารย์นายแพทย์โกวิท คัมภีรภาพ ท่านพูดถึงครับ
ขอบคุณอาจารย์ JJ มากนะครับ
คุณชาดา ครับ
ผมว่ามันวิเศษทีเดียว นะครับ กับการได้ทดลองทำด้วยตัวเอง
รอการแจ้งข่าวจากคุณ นะครับ
ดูจากรูป เห็นเป็นครุฑบัณฑิตศึกษา
ขอร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จจากการพากเพียรของคุณชาดา ด้วยนะครับ
บรรยากาศบนถนนสายเยาวราช ผมเห็นอารมณ์แบบนี้ ด้วยเช่นกัน นะครับ
ความมีชีวิตชีวา การใช้ชีวิตของผู้คน ได้อารมณ์แบบสุด ๆ ดังที่คุณปืนกล่าวเลยครับ
..
ขอบคุณ นะครับ