"ให้โอกาส กับ สิ่งที่เราไม่รู้" ... (หนุ่มเมืองจันท์)

หนังสือเล่มล่าสุดที่ตั้งใจซื้อด้วยเหตุผล ...

๑. ผู้เขียน

๒.ชื่อเรื่องและเนื้อหาภายใน

 

"ให้โอกาส กับ สิ่งที่เราไม่รู้" ของ หนุ่มเมืองจันท์

ถือเป็นหนังสือชุด ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ ฉบับที่ ๑๖

  

 

ปกหน้า

 

 

คำโปรยปกหน้า

 

ความรู้ที่น่ากลัวที่สุดในโลก คือ คำว่า "รู้แล้ว"

 

 

 

ปกหลัง

 

 

เนื้อความปกหลัง

 

ในโลกนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรา "ไม่รู้"
แต่เราชอบคิดว่า เรา "รู้"
ความผิดพลาดในชีวิตของเราคือ การตัดสินใจหรือตัดสินคนด้วยความคิดว่าเรา "รู้" ทั้งที่เรา "ไม่รู้"
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก เพื่อน หรือการทำงาน
เราเสียเพื่อน เสียแฟน หรือเสียลูกน้องไปกี่คนแล้วในชีวิต
เพียงเพราะคิดว่า เรา "รู้" ทั้งที่เราไม่ได้ "รู้จริง"

"สิ่งที่เราไม่รู้" เหมือนกับ "ความมืด"
ทุกครั้งที่เราเดินไปในความมืด
จินตนาการสำหรับเส้นทางข้างหน้ามักจะน่ากลัวเสมอ
เราไม่รู้ เราไม่เห็น แต่เราไม่เคยคิดในทางบวก
ไม่เคยคิดว่าเส้นทางจะราบเรียบ
ไม่เคยคิดว่าอีกแป๊บเดียวก็ถึง
ไม่คิดว่าสักพักไฟฟ้าก็ติด ความสว่างก็จะมาเยือน ฯลฯ
เราไม่เคยให้ "โอกาส" กับ "สิ่งที่เราไม่รู้"

... น้อยเกินไปหรือเปล่า???

 

หนุ่มเมืองจันท์

 

 

......................................................................................................

 

แค่ปกหน้า กับ ปกหลัง ก็ดึงดูดให้ผมซื้อแล้ว รู้สึกถูกใจและโดนใจมากกับเรื่องของคำว่า "รู้" กับ "ไม่รู้" ที่พบเห็นกันได้โดยทั่ว ๆ ไปในปัจจุบัน แม้แต่คนในชุมชนแห่งนี้เอง อันเนื่องด้วย การไม่ได้เอาหูมาด้วย

 

ผมพลิกไปดู "คำนำของหนุ่มเมืองจันท์" มันเป็นมากกว่าคำนำ

เชิญชวนทุกท่านลองอ่านทุกตัวอักษรนะครับ จะได้รับรู้ความรู้สึกอย่างเต็มที่

 

.........................................................................................................

 

คำนำผู้เขียน

 

ผมเคยฟังการบรรยายครั้งหนึ่ง

วิทยากรยื่นถ้วยกาแฟให้ผู้ฟังคนแรก
เขากางมือรับถ้วยนั้นไว้ในมือ
ส่วนคนที่สอง เมื่อวิทยากรยื่นถ้วยกาแฟเดียวกัน
เขารับถ้วยกาแฟด้วยการจับที่หูของถ้วย
คน ๒ คน รับถ้วยกาแฟด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน
ทั้งที่เป็นถ้วยกาแฟถ้วยเดียวกัน
ฟังดูเป็นปริศนาธรรมมากเลย

แต่จริง ๆ แล้วก็คือ คนแรก วิทยากรจับหูกาแฟแล้วส่งถ้วยกาแฟให้กับเขา
สิ่งที่เขาเห็นก็คือ ส่วนของถ้วยกาแฟที่ไม่มีหูจับ
เขาจึงต้องกางมือรับ
ส่วนคนที่สอง วิทยากรส่งถ้วยกาแฟด้านที่มีหูจับให้เขา
เมื่อเห็นหูถ้วยกาแฟ เขาจึงรับด้วยการจับที่หู
หูถ้วยกาแฟนะครับ

วิทยากรคนนั้นสรุปว่า  คนเราจะตอบสนองตามสิ่งที่เราเห็น
เห็นถ้วยกาแฟที่มีหู เราก็จับที่หูถ้วย
แต่ถ้าเห็นด้านไม่มีหู เราก็จะกางมือรับถ้วยกาแฟ
เรามองเห็นโลกอย่างไร
เราก็ตอบสนองอย่างนั้น
เราคิดอย่างไร
เราก็ทำอย่างนั้น
เรารู้สึกอย่างไร
เราก็ทำอย่างนั้น
แต่คำถามก็คือ สิ่งที่เราเห็น คิด รู้สึกนั้นเป็น "ความจริง" หรือไม่

ขนาด "ถ้วยกาแฟ" เล็ก ๆ ยังมีหลายมุมให้มอง
มีทั้งมุมที่เรามองเห็น และมองไม่เห็น
"คน" ก็เช่นกัน
มีทั้งสิ่งที่เรามองเห็น และมองไม่เห็น
แต่สิ่งที่เรา "ไม่เห็น" ไม่ใช่จะไม่มีอยู่จริง
มันมีอยู่
เพียงแต่เรามองไม่เห็น
หรือไม่ได้ตั้งใจมองเท่านั้นเอง

ในโลกนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรา "ไม่รู้"
แต่เราชอบคิดว่า เรา "รู้"
ความผิดพลาดในชีวิตของเราคือ การตัดสินใจหรือตัดสินคนด้วยความคิดว่าเรา "รู้" ทั้งที่เรา "ไม่รู้"
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก เพื่อน หรือการทำงาน
เราเสียเพื่อน เสียแฟน หรือเสียลูกน้องไปกี่คนแล้วในชีวิต
เพียงเพราะคิดว่า เรา "รู้" ทั้งที่เราไม่ได้ "รู้จริง"

ผมจึงเชื่อว่าความรู้ที่น่ากลัวที่สุดในโลก
คือ คำว่า "รู้แล้ว"
เพราะเมื่อคำว่า "รู้แล้ว" ดังนั้น
ประตูแห่งการเรียนรู้ หรือการแสวงหา "ความจริง" เพิ่มเติมก็ปิดลงทันที
นี่คือความรู้ที่น่ากลัวและอันตรายอย่างยิ่ง

หลายครั้งในชีวิตที่เราต้องเสียใจเมื่อรู้ภายหลังว่าหลายสิ่งไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด
แต่เราตัดสินใจไปแล้ว
"เวลา" นั้นยุติธรรมกับทุกคน
เพราะเมื่อผ่านไปแล้ว ก็จะไม่หวนกลับมาอีก
และทุกครั้งที่เรารู้ว่าผิดพลาด สิ่งหนึ่งที่ค้นพบก็คือครั้งนั้น เรามองปัญหาไม่ครบ
มีบางสิ่งบางอย่างที่เรานึกไม่ถึง
มีบางเรื่องที่เราไม่รู้จริง แต่คิดว่ารู้
คำว่า "อาจจะ" เป็นอย่างนั้นก็ได้ ไม่ได้อยู่ในความคิดของเราในช่วงเวลานั้นเลย

แปลกไหมครับว่า จินตนาการสำหรับ "สิ่งที่เราไม่รู้" ล้วนเป็นไปในทางลบทั้งสิ้น
"สิ่งที่เราไม่รู้" เหมือนกับ "ความมืด"
ทุกครั้งที่เราเดินไปในความมืด
จินตนาการสำหรับเส้นทางข้างหน้ามักจะน่ากลัวเสมอ
เราไม่รู้ เราไม่เห็น แต่เราไม่เคยคิดในทางบวก
ไม่เคยคิดว่าเส้นทางจะราบเรียบ
ไม่เคยคิดว่าอีกแป๊บเดียวก็ถึง
ไม่คิดว่าสักพักไฟฟ้าก็ติด ความสว่างก็จะมาเยือน ฯลฯ
เราไม่เคยให้ "โอกาส" กับ "สิ่งที่เราไม่รู้" เลย

ฟาสฟู้ดธุรกิจ
เดาะโลกดีดีแล้วตีลังกา
มองโลกง่ายง่ายสบายดี
ฝันใกล้ใกล้ ไปช้าช้า
อารมณ์ดีกับชีวิต
ชีวิตไม่ยาก ถ้าตั้งโจทย์ง่าย
เหยียบโลกไว้ไม่ต้องเครียด
พลิกมุมคิด ชีวิตเปลี่ยน
แพ้ได้ แต่ไม่ยอม
ปัญหาคือยาวิเศษ
ฝันเรื่อยเรื่อย เหนื่อยก็พัก
ไม่ตั้งใจ แต่ทำไมจึงสุข
จุดหมายที่ปลายเท้า
ความสุข ณ จุดที่ยืนอยู่
สนุกคิดแล้วบิดขี้เกียจ
คำถามสำคัญกว่าคำตอบ

หนังสือ "ฟาสฟู้ดธุรกิจ" ของผมมีทั้งหมด ๑๕ เล่ม และเล่มพิเศษอีก ๑ เล่ม

นอกเหนือจากเล่มแรกที่ใช้ชื่อว่า "ฟาสฟู้ดธุรกิจ" แล้ว
อีก ๑๕ เล่มที่เหลือ สำหรับผม มันไม่ใช่แค่ "ชื่อหนังสือ"
แต่เป็นวิธีคิดและสิ่งที่ผมเชื่อ
ถ้าพูดให้เท่และดูขลังก็ต้องบอกว่า มันเป็น "ไบเบิลแห่งชีวิต" ครับ
เช่นเดียวกับหนังสือเล่มนี้
"ให้โอกาสกับสิ่งที่เราไม่รู้"
ผมเชื่อว่า นี่คือวิธีคิดหนึ่งที่ทำให้เรามองโลกในแง่ดี เพราะไม่สรุปอะไรเร็วเกินไป

อย่าลืมนะครับ ถ้าเพื่อนยืมเงินเราไป ๓ ปีแล้วยังไม่คืน
ทวงถามเท่าไรก็ไม่คืน
ให้คิดว่าเขาอาจจะขี้ลืม เป็นอัลไซเมอร์ก็ได้
หรือถ้าผู้หญิงเจอรอยลิปสติกที่ปกเสื้อแฟนหนุ่ม
อย่าเพิ่งสรุปว่าแฟนไปเที่ยวกับสาวที่ไหน
บางทีอาจจะมีผู้หญิงบังเอิญสะดุดล้ม ปากเลยประทับรอยลิปสติกที่ปกเสื้อแฟนเราก็ได้
เราต้องให้โอกาสกับสิ่งที่เราไม่รู้บ้างครับ

ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ติดตามหนังสือชุด "ฟาสฟู้ดธุรกิจ" เรื่อยมา
บางคนก็แวะเวียนไปคุยกันใน facebook บ้างแล้ว
ส่วนคนที่ไม่เคยซื้อหนังสือของผมเลย
แต่บังเอิญอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้
แม้ว่าเราอาจจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
แต่อย่าลืมนะครับ
เราต้องให้ "โอกาส" กับ "สิ่งที่เราไม่รู้"
...สักเล่ม

 

หนุ่มเมืองจันท์
www.facebook.com/boycitychanFC

 

........................................................................................................

 

คุณว่า สิ่งที่หนุ่มเมืองจันท์เขาคิด มันเป็นเรื่องน่าคิดไหม?

เราไม่เคยให้ "โอกาส" กับ "สิ่งที่เราไม่รู้" เลย

เราจะด่วนตัดสินใจไปในทันที เหมือนกับเวลาในชีวิตของเราเหลือน้อย

ไม่เคยคิดจะเข้าไปหาความจริง แต่มักจะคาดคะเนล่วงหน้า

และทำให้เราเสียโอกาส หรือเสียเพื่อนมากมาย

 

ผมชอบนะ สำหรับคำว่า...

ความรู้ที่น่ากลัวที่สุดในโลก คือ คำว่า "รู้แล้ว"

 

ปริญญาบัตรสูง ๆ ไม่ได้บ่งบอกว่า คุณรู้ทุกเรื่องในโลกนี้ที่ไหนกัน

เรารู้เพียงแต่เรื่องที่เราสนใจและร่ำเรียนมาเท่านั้น

แต่หลายคนกลับใช้ใบปริญญาบัตรนั่นแหละ ยกตนขึ้นสูง

ดูถูกดูแคลนคนที่มีใบปริญญาต่ำกว่า หรือ ไม่มี

ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจก็ตาม

หลายคนทำเหมือนไม่รู้ตัว ขาดสติ ไม่รู้ตนเองกำลังทำอะไร

บางทีก็ไปทำร้ายจิตใจคนอื่นโดยไม่รู้ตัวเอง

"บาป" เชียวแหละ กรรมมีเผ่าพันธุ์เป็นของตัวเอง

แตกหน่อแตกยอดให้เราได้ร้อนใจได้เสมอ

 

โปรด "ให้โอกาส" กับ "สิ่งที่เราไม่รู้" เพื่อตัวของเราเอง

บุญรักษา ผู้มีสติทุกท่าน ;)...

 

 

........................................................................................................

 

ขอบคุณหนังสือดี ๆ จาก ...

หนุ่มเมืองจันท์.  ให้โอกาส กับ สิ่งที่เราไม่รู้.  พิมพ์ครั้งที่ ๓.  กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๔.

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หอมกลิ่นหนังสือ



ความเห็น (22)

kessanie faii
IP: xxx.8.159.120
เขียนเมื่อ 

thx ka

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

อ่านบันทึกนี้ก็เหมือนอ่านหนังสือทั้งเล่ม  ขอขอบคุณ "โอกาส" ค่ะ

กลัวตรงนี้จัง  บางทีก็ไปทำร้ายจิตใจคนอื่นโดยไม่รู้ตัวเอง

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ คุณ kessanie faii ที่แวะมาเยี่ยมบันทึกนี้ครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ โอกาส ด้วยคนครับ พี่ จันทน์รักษ์ ;)...

"สติ" จึงกลายเป็นเครื่องเหนี่ยวนำความคิด คำพูด และการกระทำ ไงครับ

เอาใจเขามาใส่ใจเรา ;)...

เขียนเมื่อ 

ความผิดพลาดในชีวิตของเราคือ การตัดสินใจหรือตัดสินคนด้วยความคิดว่าเรา "รู้" ทั้งที่เรา "ไม่รู้"
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก เพื่อน หรือการทำงาน
เราเสียเพื่อน เสียแฟน หรือเสียลูกน้องไปกี่คนแล้วในชีวิต
เพียงเพราะคิดว่า เรา "รู้" ทั้งที่เราไม่ได้ "รู้จริง"   และ

หลายครั้งในชีวิตที่เราต้องเสียใจเมื่อรู้ภายหลังว่าหลายสิ่งไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด
แต่เราตัดสินใจไปแล้ว
"เวลา" นั้นยุติธรรมกับทุกคน
เพราะเมื่อผ่านไปแล้ว ก็จะไม่หวนกลับมาอีก

 
  • เป็นเช่นนั้นจริงๆและบ่อยๆเพราะคิดว่ารู้แล้ว   คนเขียนช่างเก่งที่เข้าใจความเป็นคน
  • ขอบคุณที่แบ่งปันความคิด..ให้คิดต่ออย่างไตร่ตรองเพื่อตัดสินใจให้ช้าลงกับความไม่รู้  ที่คิดว่ารู้แล้ว  ขอบคุณค่ะ

 

 

เขียนเมื่อ 

ให้เวลา ให้โอกาส ให้ใจ

เพื่อเรียนรู้ เข้าใจ สุขใจ

ใช่ไหมคะ อ. เสือโหด :)

ก็ต้องฝึกฝนกันต่อไป อิ่มรำยามเย็น ขอบคุณนะเจ้า

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับ คุณ ดาวเรือง ;)...

คิดช้า ๆ แต่มั่นคง ครับ

เขียนเมื่อ 

ใช่ครับ คุณ Poo ;)...

ค่อยเป็นค่อยไป แม้กระทั่ง "ความคิด" และ "การตัดสินใจ"

เขียนเมื่อ 

พี่ก็ชอบประโยคนี้

ความรู้ที่น่ากลัวที่สุดในโลก คือ คำว่า "รู้แล้ว"

ยิ่งคนที่เป็นครูด้วยแล้วนะ....น่ากลัวมาก

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ พี่คุณ ครู ป.1 ;)...

เขียนเมื่อ 

หนังสือน่าอ่านเน๊าะ... อ.วัส .... ดู ๆ แล้วเหมือนเป็นเรื่องใกล้ตัวเราเลย อิ อิ

เขียนเมื่อ 

เป็นเรื่องราวที่อยู่ใกล้ตัวกันทุกคน แต่หลายคนอาจจะมองข้ามในสิ่งเหล่านี้ครับ

ขอบคุณครับ เลขาฯ noomam lek ;)...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

แวะมาเยี่ยมยามค่ำค่ะ  วันนี้ไปทำงานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมทั้งวัน  เหนื่อยมากแต่ได้งานและไม่เหนื่อยใจค่ะ

ได้นำหนังสือนี้ไปคุยด้วยค่ะ  มาขอบคุณโอกาสอีกครั้ง

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ
  • ขอบคุณมาก
  • มีประโยชย์มากค่ะกับบทความนี้
  • เพราะที่อันตรายมากสำหรับเราคือ
  • "ไม่รู้ว่า ตัวเอง ไม่รู้"
เขียนเมื่อ 

พี่  จันทน์รักษ์ ไปทำความดีมานี่เองครับ

สาธุ สาธุ สาธุ ;)...

คุยเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้อย่างไรบ้างครับพี่ ?

เขียนเมื่อ 

ยินดีและขอบคุณมากครับ ท่าน ศน.ลำดวน ;)...

เรื่องนี้ผมใช้สอนตัวเอง และสอนลูกศิษย์ อนาคตครูด้วยครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

เรื่องที่ไปทำกิจกรรม  ได้มีคนเปิดประเด็น "เรื่องการอ่านหนังสือกับการรู้หรือไม่รู้"  ก็ถือโอกาสสอดแทรกไปด้วย

ประเด็นที่ติดตามมาคือ "ดวงและโอกาส"

บทสนทนาสรุปด้วย  ทุกคนศรัทธาเรื่องโอกาสมากกว่าดวง  และจะไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านค่ะ

พี่จันทน์รักษ์ถูกคนเป็นใหญ่ในครอบครัวคือคุณพ่อสอนว่า "เกิดเป็นคนต้องรู้ ๒ อย่างคือรู้ว่าเรารู้อะไร  และเราไม่รู้อะไร"  จึงมาจัดการตัวเองค่ะ

เขียนเมื่อ 

คุณพ่อของพี่ จันทน์รักษ์ ได้ให้ "โอกาสทางปัญญา" กับลูกแล้วครับ ;)...

เยี่ยมมาก ๆ เลยครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะอาจารย์

เป็นเรื่องที่น่าอ่านมาก ปัจจุบันนี้หนูสังเกตเห็นคนรอบตัวหลายๆคนมักมองโลกในแง่มุมร้ายๆเสมอ หนูมักตั้งคำถามว่าทำไมเขาถึงมองแบบนั้น นั่นอาจจะเป็นเพราะประสบการณ์จากการรับรู้ จึงทำให้เขาคิดและตัดสินเช่นนั้น

หนูเองเข้ามาในองค์กรใหม่ หนูไม่คิดที่จะปิดใจตัวเอง หนูเปิดโอกาสให้ตัวเองเรียนรู้ในทุกๆมิติ ทุกๆเรื่องราวขององค์กร รับรู้และเรียนรู้ทุกๆสิ่งทั้งด้านดีและไม่ดี รับฟังทุกฝ่าย เรียนรู้่คนจากเรื่องเล่าของเขาเอง และที่สำคัญไม่คิดจะปิดใจในการเรียนรู้ค่ะ

ด้วยความคิดถึงนะค่ะอาจารย์ ^^

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ น้อง อาร์ม ;)...

การเรียนรู้ที่มี "ความสุข" รออยู่ตรงหน้า มันทำให้ชีวิตของเราใช้เวลาคุ้มค่าที่สุดเท่าที่เราเกิดมาในโลกนี้

การ "ให้โอกาส" กับ "สิ่งที่เราไม่รู้" กลายเป็นวลีเด็ดสำหรับหนุ่มเมืองจันท์ในหนังสือเล่มนี้ครับ เพราะพูดถึงอยู่ในหลาย ๆ บท

และการ "ให้โอกาส" กับ "สิ่งที่เราไม่รู้" จะทำให้เราเติบโตอย่างมั่นคงและเข้มแข็งครับ

ขอบคุณสำหรับความคิดถึงครับผม ;)...

ส่งกำลังใจไปให้ครับ

เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ คุณ บานหน้าต่าง ;)