เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสออกไปเยี่ยมเยียนเกษตรกรในพื้นที่ตำบลพรานกระต่าย การเดินทางได้ใช้เส้นทางที่เชื่อมต่อหมู่บ้าน ข้ามเนินเขาไปตามถนนลาดยางสลับกับถนนลูกรัง...บรรยากาศอันคุ้นเคย...พร้อมกับได้สัมผัสวิถีชีวิตและรับมิตรภาพดี ๆ จากชุมชนชาวตำบลพรานกระต่าย..อิ่มทั้งกาย..อิ่มทั้งใจ....เลยล่ะคร้าบ!!!!

-ยามนี้ลมหนาวแวะมาเยือนพี่น้องชาวอำเภอพรานกระต่ายแล้วครับ....หลังจากเฝ้ารอกันมาตั้งแต่ต้นเดือน...ทางการประกาศว่า"เข้าสู่ฤดูหนาว"อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อเดือนก่อน...แต่สำหรับอำเภอพรานกระต่ายแล้ว...กำลังเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว..ซึ่งตัวผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะ"หนาวเย็น"ไปได้นานสักเท่าใด..5555 เอาล่ะครับ...ส่งข่าวสภาพดินฟ้าอากาศกันไปเรียบร้อยแล้ว...ต่อไปก็จะขอชวนมิตรรัก G2K ทุกท่านไป"ตามติดชีวิตเกษตรตำบล"กันสักหน่อยก็แล้วกันนะครับ....เอาเป็นว่าพร้อมแล้ว...ตามผมไปเยี่ยมเยียนเกษตรกรในพื้นที่ตำบลพรานกระต่ายพร้อมสัมผัสกับบรรยากาศและวิถีชีวิตดีๆ ที่น่าชื่นชม...ของ"ตนพรานกระต่าย"...คร้าบ!!!!

1.จุดแรกที่ผมจะพาไปเยี่ยมชมในวันนี้ก็คือ"แปลงเกษตรพอเพียง"ของ"พี่เมธี"อยู่ที่ หมู่ 9 ตำบลพรานกระต่าย ซึ่งผมเคยได้นำเอาเรื่องราวมาบันทึกไว้หลายครั้งแล้ว...มาวันนี้กิจกรรมการเกษตรของ"พี่เมธี"มีหลากหลายมากขึ้น ทั้งการปลูกผัก,เลี้ยงกบ,เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ และมีการเกษตรอีกหลายกิจกรรมที่ล้วนแล้วแต่พึ่งพาและพึ่งพิงอาศัยกันโดยตั้งอยู่ในความพอเพียงตามแนวคิดและความตั้งใจของ"พี่เมธี"และครอบครัวที่ยึดถือว่าจะใช้วิถีชีวิตแบบ"พอเพียง"ครับ....และช่วงนี้"ผักหลังนา"หรือ"การปลูกผักหลังการเก็บเกี่ยวข้าว"กำลังงามและพร้อมที่จะหล่อเลี้ยงครอบครัวของ"พี่เมธี"แล้วล่ะครับ...กิจกรรมดี ๆ พร้อมกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแบบนี้...น่าสนใจมาก ๆเลยล่ะครับ...

2.ต่อไปก็ได้เวลาที่จะมุ่งหน้าสู่ หมู่ที่ 12 ตำบลพรานกระต่าย ซึ่งอยู่หมู่บ้านติด ๆ กัน เพียงขับรถข้ามเนินเขาไปอีกนิดเดียวก็ถึงแล้วล่ะครับ....และหมู่บ้านแห่งนี้ผมก็เคยได้นำเอาเรื่องราวมากมายมาเล่าสู่กันอ่านมาหลายครั้งแล้วเหมือนกันครับ....ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมของ"กลุ่มยุวเกษตรกร,กลุ่มส่งเสริมอาชีพ"และวิถีชีวิตที่น่าสนใจ หากท่านใดสนใจอยากจะติดตามเรื่องราวเพียงแค่ท่าน"ค้นหาคำสำคัญว่า"บ้านใหม่เขาดงรื่น"ท่านก็จะได้ติดตามเรื่องราวผ่านบันทึกของผมได้ครับ.....และสิ่งที่ท่านเห็นอยู่นี้ก็คือ"ฝักเพกาตากแห้ง"ที่ถือว่าเป็น"รายได้เสริม"ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งครับ...."ผู้ช่วยทิพย์ อยู่กรัด"ได้เล่าให้ฟังว่า "ชาวบ้านได้เก็บเอาฝักเพกาที่ขึ้นอยู่ตามหัวไร่ปลายนาและเลือกฝักที่แก่จัดมาตากแห้ง และแกะเอาเฉพาะเมล็ดที่มีเยื่อขาวบาง ๆ เหมือนขนนก มาตากแดดและนำไปขายที่ร้านรับซื้อในเขตจังหวัดสุโขทัย ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลมาก สำหรับราคาก็ขึ้นอยู่กับราคาท้องตลาด ปีที่ผ่านมาราคากิโลละ 50-70 บาท หากมองดูด้วยตาแล้วอาจจะดูไม่คุ้มค่าเพราะ"เมล็ดเพกาแห้ง"จะเบา...แต่ได้รับการยืนยันจากผู้ช่วยทิพย์ว่า"ไม่น้อยอย่างที่คิด"เพราะว่ากระสอบหนึ่งหากบรรจุให้แน่น ๆ จะมีน้ำหนักถึง 10-15 กิโลกรัม ซึ่งเท่ากับว่าจะได้ราคากระสอบละ 500-700 บาทเลยทีเดียวครับ....สำหรับข้อมูลการรับซื้อเพื่อนำ"เมล็ดเพกาแห้ง"ไปทำอะไรต่อนั้น คงต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกครับ..เท่าที่ทราบมาก็รู้เพียงว่า"ฝักเพกา เป็นยาสมุนไพร"เอาเป็นว่าหากมิตรรัก G2K ท่านใดมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็สามารถนำมาแบ่งปันและแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ...

3.ออกจากหมู่ 12 ก็เดินทางไปเยี่ยมอาสามัครเกษตร หมู่ 7 นามว่า"ลุงจรัญ"กันต่อครับ...สำหรับหมู่ 7 นี้เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับหมู่ที่ 12 เส้นทางเชื่อมต่อกันทำให้ง่ายต่อการเดินทางและเยี่ยมเยียนเกษตรกรในพื้นที่ครับ..ถนนจะเป็นลาดยางสลับกับถนนลูกรังก็ทำให้ได้ได้บรรยากาศการเดินทางไปอีกแบบหนึ่งครับ 5555...เอาล่ะครับ...มาชม"ไร่มันสำปะหลังน้ำหยด"ของ"ลุงจรัญ"กันต่อดีกว่า....แปลงปลูกมันสำปะหลังพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ถูกวางระบบน้ำหยด ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก"สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร"เมื่อต้นปีครับ...ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้เกษตรกรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปลูกพืชเศรษฐกิจที่ต้องใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น และยังเป็นแปลงที่ให้เกษตรกรที่สนใจมาศึกษาดูงานเพื่อนำไปเป็นตัวอย่างได้ดีทีเดียวครับ.....

สำหรับวันนี้...ขอนำเอากิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้ไปเยี่ยมเยียนมาให้ได้ร่วมติดตามกันผ่านบันทึกของผมกันเพียงเท่านี้ก่อน...เอาไว้โอกาสหน้าจะนำเอาเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้พบเจอในพื้นที่มาฝากกันอีกนะครับ....งานนี้ต้องขอขอบคุณมิตรรัก G2K และผู้อ่านทุกท่านที่ให้เกียรติติดตามอ่านบันทึกของผม มา ณ ที่นี้ด้วยนะคร้าบ!!!!

สวัสดีครับ

เพชรน้ำหนึ่ง

18/12/2557