สวัสดีวันปีใหม่ไทยครับ สมาชิกทุกๆท่าน ช่วงนี้ที่ไร่พนมทวนอากาศร้อน ถึงแม้ว่าจะมีต้นไม้มาก ช่วงหยุดสงกรานต์เลยชวนแฟน(พ่อ) มาที่ไร่ ผู้เขียนได้หมาน้อยพันธุ์ thousand ways (พันธุ์ทางนั่นแหละ เขียนให้ดูหรูหน่อย ฮา)มาใหม่ สงสัยอากาศจะร้อน เจ้าหมาน้อยเลยนอนแบบในภาพ เห็นแล้ว ตลกดี นอนตัวยืดเชียว

 

 

วันนี้ตั้งใจอ่านหนังสือและเพาะพันธุ์เมล็ดต้นเพกา เป็นพันธุ์ที่ได้มาจากมหาวิทยาลัย เคยไปซื้อที่สวนผักพื้นบ้านสุพรรณบุรีแล้ว แต่ได้มาน้อย

ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มีต้นไม้ที่เป็นสมุนไพรและเป็นผักที่หายากหลายอย่าง ผู้เขียนลองไปอ่านข้อมูลเรื่องเพกา จากพี่เดชา ศิริภัทร จากมูลนิธิข้าวขวัญ ในหมอชาวบ้านได้ข้อมูลมาแบบนี้ครับ

 

เพกา : ผักพื้นบ้านดั้งเดิมของไทย
เพกา มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Oroxylum indicum Vent. ทางภาคเหนือเรียก มะลิตไม้ หรือมะลิ้นไม้ ภาคอีสานเรียกลิ้นฟ้า เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสูง 8-10 เมตร ใบเป็นชนิดใบรวม มีขนาดใหญ่ ก้านใบยาวกว่า 1  เมตร ดอกออกเป็นกลุ่ม มีสีม่วง ก้านดอกยาวประมาณ 50  เซนติเมตร ฝักแบนกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 45  เซนติเมตร เมล็ดแก่มีเยื่อบางๆเป็นปีกสีขาวคล้ายกระดาษซ้อนกันอยู่ในฝักอย่างเป็นระเบียบมากมาย
คนจีนเรียกเพกาว่า “กระดาษพันใบ” เพราะลักษณะของเมล็ดที่มีปีกสีขาวซ้อนกันอยู่นี้เอง ก้านฝักเพกาชูสูงขึ้นไปในอากาศบนส่วนยอดสุดของลำต้น ฝักแบนใหญ่ห้อยลงมา แลดูคล้ายลิ้นขนาดใหญ่ห้อยอยู่ คงเป็นเพราะภาพอย่างนี้ จึงทำให้ชาวอีสานเรียกเพกาว่า ลิ้นฟ้า
เมื่อฝักเพกาแก่เต็มที่แล้ว เปลือกที่ประกบกันอยู่ก็แห้งและแยกออกจากกัน เมื่อลมพัดมาก็จะพาเมล็ดเพกาที่มีปีกลอยไปได้ไกลๆ

เพกาเป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทยของเราด้วย โดยพบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติในป่าเบญจพรรณและป่าชื้นทั่วๆไป
แม้เพกาจะขึ้นอยู่ในหลายประเทศ แต่ดูเหมือนจะมีแต่ชาวไทยเท่านั้นที่นำเพกามากินเป็นผัก ในตำรับสายเยาวภา กล่าวถึงเพกาไว้ว่า เป็นผักที่อยู่ในหมวดดอกฝัก “ฝักเพกา ใช้ต้มหรือเผา ต้องกินสุก” ฝักเพกาที่นำมาใช้เป็นผักนั้น ต้องเป็นฝักอ่อน ซึ่งมีรสขมเล็กน้อย ปัจจุบันยังพบว่ามีชาวบ้านนำมาขายในตลาดสดอยู่บ้างโดยเฉพาะในภาคอีสาน

ประโยชน์ด้านอื่นๆของเพกา
นอกจากใช้เป็นผักแล้ว เพกายังให้ประโยชน์แก่มนุษย์อีกหลายด้าน เช่น เปลือกของลำต้นนำมาใช้ย้อมผ้าฝ้ายให้สีเขียวอ่อน เนื้อไม้สีขาวละเอียดมีความเหนียวเหมาะสำหรับนำมาแกะสลักเป็นตุ๊กตาต่างๆ
อาจารย์ประทีบ สุขโสภา ใช้ไม้เพกาเป็นหลักในการทำตุ๊กตาให้มูลนิธิเด็กนำมาแสดงนิทรรศการเมื่อ 2-3ปีที่ผ่านมานี้
เมล็ดแก่ที่มีเยื่อบางๆนั้น ชาวบ้านนำมายัดหมอนใช้แทนนุ่นได้ดี เพกาเป็นไม้โตเร็วและแข็งแรง ทนทาน สามารถปลูกเอาไว้ใช้สอยเป็นไม้ฟืน หรือฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับอุดมสมบูรณ์ได้เร็ว ถือเป็นต้นไม้นำร่องชนิดหนึ่ง ประกอบกับมีทรงพุ่มโปร่งและกิ่งก้านสาขาน้อย จึงสามารถปลูกร่วมกับต้นไม้ชนิดอื่นได้ดี
คุณสมบัติประการสำคัญของเพกานอกจากใช้เป็นผักก็คือ คุณสมบัติด้านสมุนไพร แม้แต่ฝักอ่อนของเพกาที่นำมากินเป็นผักก็มีคุณสมบัติทางสมุนไพร คือช่วยขับลมในลำไส้
ในตำราประมวลสรรพคุณยาไทย อธิบายสรรพคุณทางยาของเพกาเอาไว้ดังนี้
เปลือก รสฝาดเย็น ขมเล็กน้อย เป็นยาสมานดับพิษโลหิต แก้น้ำเหลืองเสีย ใช้ฝนกับน้ำปูนใส ทาแก้อักเสบ ฟกช้ำ บวม
ราก บำรุงธาตุ แก้ท้องร่วง
เมล็ดแก่ เป็นยาระบาย ใช้เข้าเครื่องยาจีนหลายชนิด ปัจจุบันชาวสวนผลไม้ที่คลองกระจง เก็บเมล็ดแก่ของเพกาส่งขายเป็นรายได้เสริมอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากการขายฝักอ่อน

ตำราปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านของคนไทยโบราณห้ามปลูกเพกาในบริเวณบ้าน เพราะถือว่าฝักเพกามีรูปร่างคล้ายดาบหรือปลายหอก อาจนำเรื่องเดือดร้อนเลือดตกยางออกมาสู่เจ้าของบ้านได้ อีกอย่างหนึ่ง ฝักเพกาเป็นชื่อเรียกเหล็กประดับ ยอดพระปรางค์มี 10 กิ่ง (เพราะมีรูปร่างคล้ายฝักเพกา) จึงนับเป็นของสูงไม่คู่ควรนำมาปลูกในบ้าน (เช่นเดียวกับต้นโพธิ์ ต้นไทร) แต่หากนำไปปลูกไว้ตามเรือกสวนไร่นาหรือรั้วบ้านคงจะไม่ถือสากัน

 

 

ผู้เขียนเก็บเมล็ดมาเพาะได้ค่อนข้างมาก ตั้งใจว่าจะให้แฟน(พ่อ) ดูแลต่อ ฮา ทำทุกอย่างให้แฟน(พ่อ) มีงานทำ ฮา จะได้ไม่ถามเรื่องที่ผู้เขียนตอบไม่ได้ 555 เพิ่งทราบว่า  เจ้าเพกา เขาไม่ปลูกกันที่บ้าน ไม่เป็นไร ผู้เขียนปลูกที่ไร่ จำได้ว่าเคยกินฝักเพกาต้ม ตอนไปอีสาน อร่อยมาก

 

ต้นเพกาที่มหาวิทยาลัย

 

 

มีผักพื้นบ้านสองชนิดที่ผู้เขียนซื้อมาเพาะแต่ไม่รู้จักคือ ผักเชียงดา และต้นฮ้วนหมู เลยค้นข้อมูลจากน้า google โอโห เป็นผักที่น่าสนใจทั้งสองอย่างเลย

 

ฝักเพกา

 

เมล็ดเพกาใสๆบางๆเหมือนปีกผีเสื้อแปลกดี

 

  ตอนนี้อยากแบ่งปันเมล็ดต้นเพกาให้สมาชิก สมาชิกท่านใดสนใจ ติดต่อในบันทึกนี้ได้ครับ เข้าใจว่าต้นเพกา ต้นเชียงดาและฮ้วนหมูที่เพาะไม่นานก็คงขึ้น แบบต้นแคที่ผู้เขียนเพาะไว้แบบนี้

   ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่านขอให้มีความสุขในวันปีใหม่ไทยนะครับ…

 ขอบคุณข้อมูลจาก

เพกา

http://www.doctor.or.th/node/3362
ต้นฮ้วนหมู
http://natres.psu.ac.th/radio/radio_article/radio48-49/48-490028.htm
ต้นเชียงดา
http://thrai.sci.ku.ac.th/node/1477