ประเด็นสำคัญในการจัดการความรู้ครั้งนี้ได้แก่
โจทย์ที่ 1 ทำไมนักกิจกรรมบำบัดต้องเรียนรู้ "การจัดการจิตสังคมในผู้ที่กำลังฟื้นฟูร่างกายส่วนบนหลังบาดเจ็บ"
1. เพื่อสื่อสารเพิ่มแรงจูงใจแล้วทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในผู้รับบริการ
2. เพื่อจัดกิจกรรมที่มีเป้าหมายและมีความหมายต่อผู้รับบริการ
3. เพื่อแสดงบทบาทที่มีสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้รับบริการ
โจทย์ที่ 2 การจัดการจิตสังคมควรฝึกฝนเทคนิคอะไรบ้าง
1. การตั้งคำถามเพื่อเพิ่มแรงจูงใจแก่ผู้รับบริการ หรือ Motivational Interviewing (MI)
2. การใช้สุขภาพจิตศึกษาเพื่อเพิ่มความรู้ในผู้รับบริการ หรือ Psychoeducational Interventions (PEI)
3. การจัดกลุ่มเพื่อพัฒนาทักษะการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต พัฒนาสัมพันธภาพ และพัฒนาการจัดการอารมณ์ หรือ Therapeutic Group Design (TGD)
โจทย์ที่ 3 แต่ละเทคนิคจะมีหลักการที่สำคัญอย่างไรบ้าง
1. ในเทคนิค MI ประกอบด้วย OARS ซึ่งใช้ได้ดีในระยะ 3-6 สัปดาห์แรกสำหรับผู้รับบริการที่บกพร่องทางร่างกายน้อยกว่า 2 ปี:-
◦ การตั้งคำถามปลายเปิด เน้น "อย่างไร" (Open-Ended Questions)
◦ การย่ำคำพูดและภาษาท่าทางของผู้รับบริการที่ตอบสนองต่อคำถาม (Affirmations)
◦ การสะท้อนความรู้สึกและความคิดทางบวกเสริมกับผู้รับบริการ (Reflections)
◦ การสรุปข้อคิด แนวทาง และข้อควรปฏิบัติหลังจากทำกระบวนการ OAR มาแล้ว (Summaries)
2. ในเทคนิค PEI ประกอบด้วย ซึ่งใช้ได้ดีในระยะ 3-12 สัปดาห์แรกสำหรับผู้รับบริการที่บกพร่องทางร่างกายน้อยกว่า 2 ปีและมีความมั่นใจในสมรรถนะของตนเองอย่างน้อย 7/10 ขึ้นไป:-
◦ สะท้อนข้อมูลที่สำคัญหลังจากการประเมินทางกิจกรรมบำบัด (Feedback)
◦ ให้ความรู้ถึงธรรมชาติและผลกระทบของโรค/ความเจ็บป่วยต่อความสุขความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Education) พร้อมใช้สื่อการสอนและการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ
◦ ไม่ควรใช้เทคนิคพิเศษในการบำบัดฟื้นฟูใดๆ เช่น เทคนิคการผ่อนคลาย เทคนิคการบำบัดความรู้ความเข้าใจ-พฤติกรรม ฯลฯ และไม่ให้การบ้าน (Passive education) แต่เน้นการฟื้นสภาพจิตใจของผู้รับบริการตามหลักการของ Positive Psychology ดังตัวอย่าง และการแสดงความเมตตาด้วยความรู้สึกและการกระทำ (Empathy skills)
3. ในเทคนิค TGD มีอยู่ 3 รูปแบบ ซึ่งใช้ได้ดีในระยะ 3-12 สัปดาห์แรกสำหรับผู้รับบริการที่บกพร่องทางร่างกายตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป:-
◦ กลุ่มพลวัติด้วยกิจกรรมบำบัด (Group Dynamics) เพื่อบำบัดฟื้นฟูความคิดความเข้าใจและทักษะการไม่อยู่ว่าง-จดจ่อ-เป็นผู้นำชีวิตด้วยการทำงาน/กิจกรรมที่มีความหมาย/คุณค่าต่อการดำเนินชีวิต ซึ่งควรอบรมนักกิจกรรมบำบัดเฉพาะทางในอนาคต
◦ กลุ่มช่วยเหลือผู้รับบริการ (Support group) เพื่อเพิ่มทักษะการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาหลังเจ็บป่วยเรื้อรัง ซึ่งอาจได้ข้อคิดในการจัดการบางปัญหาบ้าง
◦ กลุ่มแลกเปลี่ยนอารมณ์ (Interpersonal group) เพื่อเพิ่มความเข้าใจในการจัดการอารมณ์จากอดีตสู่ปัจจุบันขณะด้วยวิธีการต่างๆ จากผู้รับบริการด้วยกัน


ขอให้ใจที่มีสุเจตนาของหมอ...เปี่ยมด้วยน้ำธรรมและฉ่ำบุญเทอญ
ขอบพระคุณมากครับคุณส.รตนภักดิ์ อ.ภูสุภา และพี่ดารนี
ขอชื่นชมครับ
ชื่นชมหลักการและรายละเอียดในการบำบัดเช่นนี้ค่ะ
ใจเป็นนาย นะคะ ..... ใจเข้มแข็ง ... กาย ก็สู้ได้นะคะ ... รวมกับกำลังใจ ... จากผู้ใกล้ชิด นะคะ
Dr.Pop...ได้ทำงานที่ให้กุศลที่ยิ่งใหญ่ นะคะ .... ชื่นชม ค่ะ
ขอบพระคุณมากๆครับพี่ rojfitness พี่นงนาท พี่ดร.เปิ้น พี่ธิรัมภา และคุณหมอสุขจันทร์
-สวัสดีครับพี่หมอ
-ตามมาให้กำลังใจครับ
-ช่วงนี้ผมรู้สึกกังวลใจเรื่องของการรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษด้วยการกลืนแร่ของคนข้างกายครับ
-หมอนัดวันเสาร์ที่จะถึงนี้...รู้สึกกังวลครับ
มีเทคนิคหลายแบบมากๆน่าชื่นชม
ขอบคุณมากๆครับ
ขอบพระคุณมากๆครับคุณเพชรน้ำหนึ่งและพี่ขจิต
ขอบพระคุณมากครับอ.นุ
ขอบพระคุณมากครับคุณบูรพากรณ์
ขอบคุณมากครับพี่เหมียว