เมื่อวันเสาร์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗...หมู + ต้น ซึ่งเป็นน้องสาวและน้องเขย ได้กลับมาเยี่ยมพ่อที่บ้านที่พรหมพิราม...(สองคนนี้ไปทำงานกันที่จังหวัดใกล้ ๆ กทม.) โดยไปตั้งหลักปักฐานซื้อบ้านกันอยู่ที่นั่น...ตอนนี้ทั้ง ๒ คน ขอเพียงเวลาอีกแค่ ๕ ปี พอเก็บเงินได้ก็จะออกจากบริษัทแล้วมาปลูกบ้านอยู่กันที่พรหมพิรามแล้ว...
พวกเราพูดคุยกันเสมอว่า...ชีวิตคนเรานั้น ช่วงแรก ๆ ก็เสาะแสวงหาเงินตรามาเพื่อสร้างฐานะ สร้างครอบครัว ทำชีวิตให้อยู่ดี กินดี...ในระหว่างทางพวกเราพบเจอปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในการทำงาน ปัญหาเพื่อนร่วมงาน ปัญหาสังคม ฯลฯ ต่าง ๆ มากมาย ทำให้พวกเราได้เรียนรู้ชีวิตมากขึ้น...บางครั้งเราก็เบื่อ ๆ ชีวิตที่วุ่นวายกับพฤติกรรมของมนุษย์ สังคมที่วกวน สับสน...ไม่ยึดถือกฎ กติกาของสังคม...
ฉันและต้น (น้องเขย) ได้นั่งคุยกัน โดยได้นั่งดูโทรทัศน์ช่องหนึ่งไปด้วย...พวกเราเห็นถึงชีวิตของชาวชนบท...ดูไปเราก็คุยกันไปว่า..."นี่คือ ชีวิตของมนุษย์ที่แท้จริง"...คนเราตอนเป็นเด็ก ๆ หนุ่ม ๆ สาว ๆ ก็เสาะแสวงหาการทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินเดือนที่สูง ๆ ขึ้น...เราลืมนึกถึงช่วงระหว่างทางของการใช้ชีวิตของเรา เราไม่ได้คิด ไม่ได้นึกถึง เราต้องการเพียงเงินให้ได้มาซึ่งฐานะ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าที่เราเคยลำบาก...
ช่วงหนึ่งของโทรทัศน์ได้เสนอถึงวิถีชีวิตของชีวิต "ชาวนา" การได้มาซึ่งอาหาร เช่น ปลา ในการใช้ทำอาหาร...พวกเรายิ้มและก็พูดใส่กันว่า..."นี่ไง!!! คือสิ่งที่พวกเราต้องการ...มันคือ "ความสุข" ในการใช้ชีวิต...ชีวิตจริง ๆ ไม่ต้องมีเครื่องใช้ เครื่องบริโภคที่หรูหราเหมือนกับที่พวกเราเสาะแสวงหามานี่หรอก...(พร้อม ๆ กับที่เราเห็นในโทรทัศน์ ที่เขาปรุงอาหารโดยใช้ปลา หม้อข้าวก้นดำ ๆ เตาถ่านที่ใช้ทำอาหารให้สุก ห้างนา บริเวณนาข้าวที่มีอากาศบริสุทธิ์...) สิ่งเหล่านี้ต่างหาก ที่พวกเราต้องการมากกว่า...คนเราเกิดมา เพื่ออยู่...ไม่ได้เกิดมา เพื่อกิน...มีชีวิตอย่างไรให้มีความสุขใจ สุขกาย...
แต่ที่มนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้วเสาะแสวงหานั้น มันคือ การแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งเครื่องอุปโภค บริโภคที่แข่งกันระหว่างครอบครัว...แต่ความจริงแล้ว เราต้องการเพียงแค่กินอิ่ม นอนหลับ มีความสุขไปวัน ๆ หนึ่งเท่านั้น...กว่าพวกเราจะค้นหาสัจธรรม ความจริงของชีวิตกันได้ เล่นเอาเราปาเข้าไปเกือบครึ่ง ค่อนชีวิตเลยสิน่า!!!...ฉันก็คิดว่า..."ก็ยังดี ดีที่พวกเรายังคิดได้ก่อนที่พวกเราจะลาลับจากโลกใบนี้ไป"...ชีวิตที่ต้องการ คือ "ความพอเพียงของชีวิต" ความสุขในชีวิต...ส่วนอื่น ๆ นั้นเป็นเพียงส่วนประกอบที่พวกเราได้มา ที่ทำให้ฐานะของเราดีขึ้น สบายขึ้นกว่าเมื่อก่อนก็เท่านั้น...แต่การกระทำ การให้ได้มาซึ่งการกิน การอยู่นั้น ถ้าคนเราไม่คิดมากเรื่องฐานะที่แตกต่าง...ฉันคิดว่า..."มันก็น่าจะอยู่ได้เป็นมนุษย์ที่พอเพียงและเพียงพอในโลกใบนี้"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๑ มิถุนายน ๒๕๕๗

"...ดีที่พวกเรายังคิดได้ก่อนที่พวกเราจะลาลับจากโลกใบนี้ไป"...ชีวิตที่ต้องการ คือ "ความพอเพียงของชีวิต"
จริงครับ..กอ่นสิ้นชีพ "ชีวิต"ไม่เคยถามหายานยนต์ หรือคนรัก ผักปลาอาหารใดๆ นอกจากสติ ปัญญา ด้วยความปล่อยวาง สรรพสิ่งของโลกที่เราเคยอาศัย...เราควรลาโลกด้วยใจบางเบา สลัดสรรพสิ่งจากใจให้หมดจดก่อนลาโลกครับ...ใครจะรู้สาระดีก่อนลาโลกบ้าง นอกจากกลัวโลกหน้าที่น่ากลัวและโดดเดี่ยวครับ
อ่านแล้วคิดถึงชีวิตที่พอเพียงและเพียงพอที่จะมีสุขได้อย่างยั้งยืน ขอบพระคุณมากครับ