PLC มหาสารคาม ประจำปี ๒๕๕๗ (๓)_ วิถีนักเรียนไทย


ใน "วง PLC มหาสารคาม ประจำปี ๒๕๕๗" เราเริ่มประเด็นด้วย "รูปแบบ - ไร้รูปแบบ" ก่อนจะปิด "วง" นอกจากสรุปเรื่อง "Spec ครูไทย" แล้ว ผมยังพยายามชวนครูคุยเรื่อง "วิถีนักเรียนไทย" โดยเน้นให้เห็น "สภาวะแยกส่วน" ของ "ระบบหลักสูตร" การศึกษาไทย ด้วยการชี้ให้เห็นและนำมาเป็นประเด็นแลกเปลี่ยนกัน ดังต่อไปนี้

  • เราสามารถแบ่งการศึกษาออกเป็น ๓ ช่วง ตามวัตถุประสงค์จริงๆ ของชีวิต ได้แก่ 
    • ช่วงฝึกพึ่งตนเองด้านการศึกษา  ได้แก่ การศึกษาตั้งแต่อนุบาลถึง ม.๓  ซึ่งเป้าหมายสำคัญของการเรียนคือ ทักษะการเรียนรู้ อ่านออก เขียนได้ คิดเป็น สามารถศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
    • ช่วงฝึกพึ่งตนเองด้านอาชีพ การงาน เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการออกไปประกอบสัมมาอาชีพในช่วงต่อไป หลักสูตรการศึกษาไทยแบ่งออกได้เป็น ๓ สาย ได้แก่ ๑) สายสามัญ ที่นักเรียนนิยมที่สุด เพราะเป็นหนทางเดินสู่มหาวิทยาลัยในคณะวิชาต่างๆ ไป เข้าใจกันว่าจะทำให้ได้เป็น "เจ้าคน นายคน" สายสามัญแบ่งความถนัดของนักเรียนออกเป็น ๒ หมวดคือ สายวิทย์-คณิต และสายศิลป์-ภาษา ๒) สายอาชีพ คือเรียนต่อระดับ ปวช. และ ปวส. เป้าหมายคือการฝึกฝนให้คนมี "ทักษะชีวิตและการประกอบอาชีพ" สามารถพึ่งตนเองได้ และ ๓) เป็นการศึกษานอกระบบตามอัธยาศัย หน่วยงานที่ทางราชการวางไว้ให้คือ กศน.  เป้าหมายสำคัญคือ การขยายโอกาสสำหรับผู้สนใจใฝ่เรียนให้สูงขึ้นแต่ไม่มีโอกาสเรียนในระบบ
    • ช่วงประกอบอาชีพ การงาน ฝึกฝนตนเองให้เชี่ยวชาญ  ได้แก่ การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งโดยมากเกือบทั้งหมดของระบบบัณฑิตศึกษาไทย จะเน้นไปทางทฤษฎีที่ผลิตนักวิชาการ ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับ "ภูมิปัญญา" และ "ปราชญ์" มากนัก แม้จะมีศิลปินแห่งชาติ หรือ "ปราชญ์แห่งแผ่นดิน"
  • ปัจจุบัน ตลาดแรงงานต้องการนักเรียนสายอาชีพต่อสายสามัญ ๖๐:๔๐ แต่ปัจจุบันเราผลิตนักเรียนแบบกลับทาง ๔๐:๖๐ ทำให้เกิดปัญหาความไม่สมดุลตามมา 
  • ปัจจุบันคนไทยติดค่านิยม "ใบปริญญา" คือติด "วุฒิการศึกษา" มากกว่าจะมองถึง "ปัญญา" ที่ได้จากการเรียนรู้ ตัวอย่างที่เห็นชัด ง่ายที่สุดคือการขึ้นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา แทนที่จะพิจารณาตามผลงานเป็นหลัก 
  • โดยตัวระบบแล้ว "แยกส่วน" และ "เนินวิชา" ตั้งแต่ระดับชั้น ม.ปลาย แต่ความจริง ลักษณะการจัดการเรียนการสอนของครูนั้น "แยกส่วน แยกวิชา" มาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาแล้ว เนื่องเพราะครูที่เรียนแยกส่วนมาตลอด และการสอนที่เน้น "ถ่ายทอด บอกต่อ เนื้อหา" จึงทำให้เกิดปัญหา "ขาดการเชื่อมโยงสู่ชีวิตจริง" 
  • หลักสูตรระดับอุดมศึกษาเน้น "ทฤษฎี" มากกว่า "ปฏิบัติ" เฉลี่ยรวมโดยอัตรา ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้ นิสิตปริญญาตรีทุกวันนี้ ได้รับการสะท้อนว่า "ทำอะไรไม่เป็น" มากขึ้นเรื่อยๆ 
  • ปัจจุบันมีคนที่ทำงานมีนายจ้างเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้จบปริญญาตรี  ทั้งๆ ที่ระบบการศึกษามุ่งพัฒนาให้คนไปรับจ้าง เข้าโรงงาน หรือทำงานในภาคอุตสาหกรรม
  • ปัจจุบันบัณฑิตที่จบ ป.ตรี ได้งานทำตรงสายกับที่เรียนจริงๆ เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์  เรียกว่า "สูญเปล่าทางการศึกษาสูงมาก" 
  • ฯลฯ

ผมสรุปในตอนท้ายว่า  เป้าหมายที่แท้จริงของครูเพื่อศิษย์ในระดับ ป.๑ - ม.๓ น่าจะเป็นการ "ปลูก ฝัง บ่ม เพาะ" คุณธรรมความดี และทักษะการเรียนรู้ ให้นักเรียนสามารถ "เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง" สามารถพึ่งตนเองได้ทางการศึกษา เพื่อให้นักเรียนแต่ละคน "รู้จักตนเอง" เพื่อให้มั่นใจในการวางแผนชีวิตของตน (ร่วมกับพ่อแม่ผู้ปกครอง) .....  หากทำได้ เราจะได้ไม่สูญเปล่าทางการศึกษามากมายขนาดนี้อีกต่อไป

ท่านคิดว่าไงครับ....

หมายเลขบันทึก: 569504เขียนเมื่อ 1 มิถุนายน 2014 10:34 น. ()แก้ไขเมื่อ 1 มิถุนายน 2014 10:34 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี