จากข้อความใน Logo “ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)” ที่ว่า “It’s your life. Protect it.” ซึ่งเป็นคำเชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยเหตุที่มันหมายถึงชีวิตของทุกคน ทำให้ผู้เขียนสนใจศึกษาเรื่อง “ความหลากหลายทางชีวภาพ” อย่างจริงจังมากขึ้น และขอเชิญชวนกัลยาณมิตรทุกท่าน มาร่วมเรียนรู้และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพไปพร้อมกัน เพื่อชีวิตของพวกเราทุกคนและอนุชนคนรุ่นหลัง ตลอดจนเพื่อมนุษยชาติทั้งมวลในโลกใบนี้ ในการเขียนนั้น ได้อาศัยสารสนเทศ (Infornation) ที่สืบค้นออนไลน์จากหลายแหล่ง (ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ) แล้วนำมาสรุปประเด็นโดยขออนุญาตไม่ระบุแหล่งอ้างอิง เพราะไม่ต้องการให้เป็นบทความทางวิชาการ (สำหรับท่านที่มีความรู้ความเข้าใจและ/หรือได้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” อยู่แล้ว ถ้าจะกรุณาชี้แนะเพิ่มเติม จะเป็นพระคุณยิ่ง) 

 

อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

มนุษยชาติได้ให้ความสำคัญแก่ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” มานับ 20 ปี ดังจะเห็นได้จากการจัดทำ “อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity : CBD)” ซึ่งได้รับการลงนามจาก  157 ประเทศ ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (United Nations Conference on Environment and Development : UNCED) มาตั้งแต่ปี 1992 (พ.ศ. 2535) สำหรับประเทศไทยนั้น ได้มีการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ค่อนข้างช้า คือ หลังจากนั้นประมาณ 12 ปีจึงได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาดังกล่าว และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นประเทศภาคีอนุสัญญาฯ ในลำดับที่ 188 อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1)  เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ 2) เพื่อใช้ประโยชน์จากองค์ประกอบของความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน และ 3) เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์ ที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรม อย่างเท่าเทียมและยุติธรรม อนุสัญญาดังกล่าว เป็นที่ยอมรับกันในแวดวงของนักวิทยาศาสตร์ชีวภาพและนักกฎหมายระหว่างประเทศ ว่า เป็นความตกลงระหว่างประเทศฉบับแรก ที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งด้านการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ พันธุกรรม (สายพันธุ์) และระบบนิเวศ 

ในปี 2010 (พ.ศ. 2553) ญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมประเทศภาคีฯ 193 ประเทศ (ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียวในแผนที่ภาพบนกลาง) ดัง Logo การประชุมในภาพบนขวา กิจกรรมหลักของการประชุม คือการร่วมกันกำหนด "แผนยุทธศาสตร์ความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2011-2020" ซึ่งจากนั้นสหประชาชาติได้กำหนดให้ ปี 2011-2020 เป็น "ทศวรรษแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ" สำหรับกลุ่มประเทศเอเชียอาคเนย์ และอาเซียนก็ได้มีการขับเคลื่อนด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ดังที่แสดงในภาพล่าง  


 

กิจกรรมหลักของการประชุม คือการร่วมกันกำหนด "แผนยุทธศาสตร์ความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2011-2020" ซึ่งจากนั้นสหประชาชาติได้กำหนดให้ ปี 2011-2020 เป็น "ทศวรรษแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ" สำหรับกลุ่มประเทศเอเชียอาคเนย์ และอาเซียนก็ได้มีการขับเคลื่อนด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ดังที่แสดงในภาพบน 

 

 ความหมายและระดับของความหลากหลายทางชีวภาพ

คำว่า “ความหลากหลายทางชีวภาพ” เป็นศัพท์บัญญัติมาจากคำภาษาอังกฤษว่า “Biodiversity หรือ Biological Diversity” คำว่า “Diversity” หมายถึง มากมายและแตกต่าง คำว่า "Biological” หมายถึง ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต "ความหลากหลายทางชีวภาพ" จึงหมายถึง การมีสิ่งที่มีชีวิตนานาชนิด นานาสายพันธุ์ ในระบบนิเวศน์อันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ซึ่งมีมากมายและแตกต่างกันทั่วโลก ความหลากหลายทางชีวภาพ มีทั้งความแตกต่างหลากหลายด้านชนิดพันธุ์ (Species) ด้านสายพันธุ์ (Genetic, Genes) และด้านระบบนิเวศ (Ecosystem) จากผลการสำรวจความรู้ความเข้าใจของชาวยุโรปในเดือนพฤษภาคม ปี 2010 (พ.ศ. 2553) พบว่า ประชาชน 34 % ตอบว่า ไม่เคยได้ยินคำว่า “ความหลากหลายทางชีวภาพ” และ 30 % ตอบว่า เคยได้ยินแต่ไม่รู้ความหมาย ทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นห่วงว่า เมื่อคน 64 % ไม่มีความรู้แล้ว จะไปคาดหวังให้มีส่วนร่วมอนุรักษ์ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ได้อย่างไร    

ตัวอย่างที่แสดงถึงความหลากหลายทางชีวภาพทั้ง 3 ระดับ

ที่ฟาร์มและบ้าน “ไอดิน-กลิ่นไม้” ของผู้เขียน ที่ หมู่ 12 บ้านหนองฝาง ต.โพธิ์ใหญ่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง และปฏิบัติภารกิจ 5 ประการตามคำขวัญของฟาร์มที่ผู้เขียนกำหนดขึ้น ผู้เขียนเองได้รับผิดชอบภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมตามคำขวัญท่อนสุดท้ายที่ว่า “ธำรงไว้สิ่งแวดล้อม” มาตั้งแต่ปี 2548 ที่ได้ตั้งฟาร์มขึ้น แต่ช่วงเวลาที่ยังปฏิบัติราชการ มีเวลาให้กับงานดังกล่าวไม่มากนัก หลังเกษียณอายุราชการและไปใช้ชีวิตที่ฟาร์มในปี 2556 จึงได้ทำจริงจังมากขึ้น “การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ” นั้น เป็นกิจกรรมหลักกิจกรรมหนึ่งในภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม โดยผู้เขียนได้เสาะแสวงหาและนำพันธุ์ไม้ต่างๆ ทุกประเภทไปปลูกที่ฟาร์ม ได้แก่ ต้นไม้/ดอกไม้ประจำจังหวัดทั่วประเทศ (ปัจจุบันปลูกไปแล้วเกือบ 50 ชนิด) นอกจากนั้น ยังได้รวบรวมและอนุรักษ์พันธุ์กล้วย กล้วยไม้ ว่าน ลีลาวดี บอนสี (ราชินีแห่งไม้ใบ) โกสน ชวนชม โป๊ยเซียน เฟื่องฟ้า พืชผักสมุนไพร ไม้ป่า ไม้หายาก และไม้จากต่างถิ่น เป็นต้น (เป็นการทำตามความสนใจและอุดมการณ์ส่วนตัว ไม่ได้ทำเป็นธุรกิจ แต่ยินดีแบ่งปันและแลกเปลี่ยนกับทุกท่านที่มีความสนใจและอุดมการณ์ร่วมกัน) ดังตัวอย่างจากภาพประกอบบันทึกเมื่อ 7 เดือนที่ผ่านมาของผู้เขียน เรื่อง “ตามรอย ...พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ” 

   

 

 ตัวอย่างระบบนิเวศน์ที่บ้านไอดินฯ ซึ่งประกอบด้วยความหลากหลายของชนิดสัตว์ป่าและชนิดพืช

ข่าวหนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์ วันที่ 21 กรกฎาคม 2555 ซึ่งพาดหัวว่า “ฮือฮา! 'ค้างคาวยอดกล้วยปีกผีเสื้อ' ชาวตลาดอ่างทองฮือฮารุมถ่ายรูป 'ค้างคาวยอดกล้วยปีกผีเสื้อ' สัตว์แปลกหายากใกล้สูญพันธุ์" และมีสาระสำคัญว่า ในวันดังกล่าว ที่บริเวณตลาดเทศบาลเมืองอ่างทอง ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ ต่างยืนดูและถ่ายรูปค้างคาวประหลาด ที่ติดอยู่หน้ารถกระบะ และบอกเกิดมาไม่เคยเห็น ค้างคาวดังกล่าวมีขนาดเล็กมากน้ำหนักไม่เกิน 15 กรัม มีขนคลุมลำตัวยาวและปุย ด้านบนลำตัวสีส้มสด จนถึงสีแดงแกมน้ำตาล ที่ปีกสีส้มคาดดำ มีผู้บอกว่า เกิดมาจนอายุ 60 ปี เพิ่งจะเห็นเป็นครั้งแรก เจ้าของรถบอกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาระหว่างที่ตนขับรถอยู่ ค้างคาวดังกล่าวได้บินตัดหน้ารถ จึงถูกชนและติดอยู่กับกระจังหน้า หลังจากนั้น เจ้าของรถซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวได้ไปค้นหาข้อมูลและพบว่า ค้างคาวดังกล่าวมีชื่อว่า ‘ค้างคาวยอดกล้วยปีกผีเสื้อ’ เป็นสัตว์ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ส่วนผู้เขียนเองเคยอ่านพบองค์ความรู้ว่า "ที่ใดพบค้างคาวปีกผีเสื้ออยู่อาศัย แสดงว่า ที่นั่นมีระบบนิเวศน์ที่ดี" ที่ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ ก็เป็นที่ๆ พบค้างคาวปีกผีเสื้อ หรือ "ค้างคาวยอดกล้วยปีกผีเสื้อ "Painted Bats"  อยู่อาศัย จึงอาจบอกได้ว่า ฟาร์มไอดินฯ เป็นฟาร์มที่มีระบบนิเวศน์ที่ดี (ข้างล่างเป็นส่วนหนึ่งของภาพจากบันทึกที่ได้กล่าวไปแล้ว)

 

 

ความหลากหลายทางชีวภาพด้าน "ชนิดพันธุ์ของไม้ดอก" ที่ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ นำมาให้ดูเป็นตัวอย่าง 7 ชนิด 7 สี ตามสีประจำวันจากอาทิตย์ถึงเสาร์ คือ สีแดง สีเหลือง สีชมพู สีเขียว สีแสด สีฟ้า และ สีม่วง ตามลำดับ

 

 

 

 

 

สหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 3 มีนาคมของทุกปี เป็น "วันพืช-สัตว์โลก (World Wildlife Day)" และได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองในวันดังกล่าวเป็นครั้งแรก โดยมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ฺ"ฺBan Ki-moon" เลขาธิการสหประชาชาติได้ให้โอวาทในวันดังกล่าวว่า "ในการจัดงานวันพืช-สัตว์โลก เป็นครั้งแรกนี้ ขอให้พวกเราร่วมกันทำงานเพื่ออนาคต ที่คนและพืช-สัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน และขอให้แต่ละประเทศจงทำธุรกิจด้านการค้าขายและใช้พืช-สัตว์ป่า ให้เกิดความยั่งยืนบนความเท่าเทียม" สำหรับผู้เขียนเอง ก็ได้มีกิจกรรมในวันดังกล่าว ดังที่ระบุในภาพบนและภาพล่าง

 

เพราะเหตุใดจึงกล่าวว่า "ความหลากหลายทางชีวภาพ คือ ชีวิตของคุณ"

จากชื่อบันทึก "เพราะความหลากหลายทางชีวภาพ คือ ชีวิตของคุณ...???" ที่ว่า มันคือชีวิตของเรา มันเป็นอย่างไร ขอเฉลยแบบง่ายๆ ในตอนปิดท้ายบันทึกว่า ลองดูจากเรื่องใกล้ตัวของเรา คือเรื่อง "อาหารการกิน" ถ้าเรากินอาหารที่มีพืชผักผลไม้น้อยชนิด เราก็จะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพน้อยอย่าง แต่ถ้าเรากินอาหารที่มีพืชผักผลไม้หลายชนิด เราก็จะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากอย่างเป็นเงาตามตัว ดังเช่น ผัก 6 ชนิด ที่ผู้เขียนได้นำไปทำอาหารเลี้ยงพี่/น้องของตนเองนั้น "ดอกชมจันทร์" ให้ประโยชน์ คือ เป็นยาระบายอ่อนๆ เหมาะกับการควบคุมน้ำหนัก "แครอท" ช่วยบำรุงสายตาและชะลอความชรา "บรอกโคลี่" ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ และต้านมะเร็ง "หอมหัวใหญ" ช่วยลดความดันโลหิต และป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ "คื่นฉ่าย" ลดความดันโลหิตสูง และ "กระเทียม" ลดคอเลสเตอรอลและไขมัน เป็นต้น  

ทุกมื้ออาหารกลางวัน/เย็น ผู้เขียนจะกินผักมากมายหลายชนิด ทั้งผักที่ปลูก/เกิดเองที่ฟาร์ม และผักที่ซื้อจากตลาดในชนิดที่ปลูกเองไม่ได้ ผัก 6 อย่างที่กล่าวถึง นำไปทำอาหารที่เหมาะกับผู้สูงวัย (กว่าผู้เขียน 8-9 ปี คือ ผจก.ฟาร์มไอดินฯ และพี่สาวของผู้เขียน) คือ ทำผัดผักรวมมิตร และแกงจืดหมูสับผักรวม (แต่ทุกคนก็ทานด้วย และบอกอร่อยมาก พี่สาวขอนำผัดผักไปฝากลูกสาวด้วย) ส่วนน้องชายและผู้เขียนเองที่ชอบทานอาหารรสจัด ก็มีส้มตำมะละกอ-แครอท ลาบปลาตองปิ้งใบตอง ยำปลาทูหอม และอบปลาส้ม สำหรับตำฝักนุ่น ไม่ได้ทำเพราะไม่แน่ใจว่าจะมีใครทานเป็นไหม เพราะพี่และน้องเป็นคนเมือง (ภาพตำ 2 จานเป็นภาพเก่า ส่วนภาพผักทั้ง 6 ชนิดนำมาจากการสืบค้นทาง Internet) ผลไม้ก็มี แอปเปิ้ลป่า กล้วยน้ำว้า และส้ม เครื่องดื่มมีน้ำเปล่าและน้ำเม่าหลวง (สินค้า OTOP 4 ดาวของชุมชนใกล้เคียง ที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ปลูกชมจันทร์จำหน่ายดอกด้วย และผู้เขียนติดต่อขอซื้อไปปลูกที่ฟาร์มแล้ว แต่ยังหาโอกาสไปที่สวนไม่ได้) กล้วยก็อย่างที่รู้กัน คือ มีวิตามินเอบำรุงสายตา ส้มมีวิตามินซีที่ช่วยให้ผิวสวยกระจ่างใส และมีคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น ฯลฯ สำหรับเม่าหลวงช่วยขับสารพิษ และเป็นยาอายุวัฒนะ ส่วนลูกแอปเปิ้ลป่า ยังไม่พบข้อมูลสรรพคุณ  ...จากที่กล่าวมา ถึงบอกว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ คือ ชีวิต...ยังไงล่ะคะ

   

                                

ขอขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่กรุณาเข้ามาอ่าน มอบดอกไม้เป็นกำลังใจ และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้