ตื่นเช้าลุกขึ้นมาอ่าน-ฟังข่าวสารบ้านเมืองทุกวันนี้ ล้วนเกิดความ

หดหู่ใจ ยิ่งได้ฟัง คุณสมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

ระบุว่า ปีนี้ร้อนแล้งกว่าปกติ ซึ่งได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติแล้งใน

หลายจังหวัดไปแล้ว น่าเป็นห่วงการบริโภคน้ำของเกษตรกรและประชาชนที่ต้องประสบความยากลำบากซ้ำเติมภาวะสถานะการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันให้หนักขึ้นไปอีก

ในเวลาต่อมา คุณรอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศน้ำและ

การเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่ เปิดเผยว่า

ในวันที่ ๒๐-๒๓ กพ.นี้ น้ำทะเลจะหนุนสูงกว่าปกติ ซึ่งจะมีผลต่อระดับ

ความเค็มของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและท่าจีน ซึ่งจากการวัดประมาณ

ค่าความเค็มของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีสูบน้ำสำแล อ.เมือง

จ.ปทุมธานี ปรากฏว่า ระดับความเค็มสูง ทำลายสถิติของประเทศไทย

ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๓ ที่ปริมาณความเค็มของแม่น้ำเจ้าพระยา

เท่ากับ ๑.๒๑ กรัมเกลือต่อลิตร แต่ปีนี้ เมื่อวันที่ ๑๕ กพ. วัดค่าความ

เค็มได้ถึง ๑.๙๒ กรัมเกลือต่อลิตร โดยมีค่าความเค็มเกินมาตรฐาน ๗๐

ชั่วโมงติดต่อกัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำปะปา ที่มีค่าความ

เค็มไม่เกิน ๐.๒๕ กรัมเกลือต่อลิตร วิธีการแก้ปัญหาคือ การดูจังหวะ

การปิดเปิดประตูน้ำ รวมทั้งการส่งน้ำจืดเข้าไปผลักดันน้ำ

ปัญหาสำคัญในขณะนี้ คุณรอยลชี้แจงว่า น้ำในเขื่อนใหญ่ ๒

เขื่อนคือเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ปล่อยน้ำออกมาเพื่อผลักดันน้ำเค็มรวมกันวันละ ๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จากน้ำที่มีอยู่ในเวลานี้รวมกันทั้งสองเขื่อน ๔,๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เมื่อไหลผ่านลำน้ำในท้องที่ต่างๆมาจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา จะเหลือปริมาณน้ำเพียง ๖ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น เนื่องจากระหว่างทางผ่าน มีการผันน้ำไปใช้เพื่อการเกษตรและบริโภคอย่างต่อเนื่อง และสาเหตุที่ไม่อาจปล่อยปริมาณน้ำออกมามากกว่านี้ เพราะจำเป็นต้องกันน้ำเอาไว้ใช้ในช่วงเดือนเมย.-พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น้ำจะเพิ่มความเค็มยิ่งกว่านี้อีกหลายเท่าตัว โดยในช่วงเวลาดังกล่าว จะต้องปล่อยน้ำให้ได้ถึงวันละ ๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเดือนละ ๑,๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จึงจะสามารถแก้ปัญหาน้ำเค็มไหลรุกเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาและท่าจีนให้น้อยที่สุดซึ่งจะต้องวางแผนเรื่องการบริหารจัดการน้ำกันใหม่ร่วมกันกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ข้าพเจ้าขอรณรงค์ให้ใช้น้ำอย่างประหยัดมากกว่าปกติในทุก

มาตรการที่ทำได้ ทั้งในเชิงองค์รวมและปัจเจกชน ซึ่งในส่วนตัวของ

ข้าพเจ้าเอง ได้ลดการใช้น้ำเพื่อตนเองหลายประการ เช่น เลิกใช้เครื่อง

ซักผ้า แต่ซักด้วยมือสำหรับเสื้อผ้าใส่ประจำวัน ลดปริมาณน้ำสำหรับ

หล่อเลี้ยงต้นไม้จากใช้สายยางอย่างเดียวเป็นใช้น้ำสุดท้ายใช้แล้ว

จากการล้างภาชนะและซักเสื้อผ้า เปลี่ยนวิธีการอาบน้ำสระผมที่ใช้สบู่และแชมพูเหลวที่ผสมครีมบำรุง ล้างออกยาก เป็นชนิดธรรมดา เป็นต้น

เราช่วยประหยัดกันคนละนิด จนติดเป็นนิสัยอย่างมีความสุข

.......................................................................................................................................

ภาพบางส่วนจาก internet