เป็นครั้งแรกที่ดร.ป๊อปหลังฟื้นจากหลอดเลือดสมองตีบมาได้ 2 เดือนกว่าแล้ว ก็บังเอิญมีคุณลุง ว. ที่ป่วยจากหลอดเลือดสมองตีบเช่นกันกับผมแต่มีอาการเกร็งของแขนและมือและต้องใช้ไม้เท้าในการเดินที่ไม่ถนัด เดินเข้ามาพร้อมภรรยาที่คลินิกกิจกรรมบำบัด ขณะที่ผมประชุมงานกับอาจารย์อีกท่านหนึ่ง คุณป้า ภรรยาของคุณลุง ว. บอกว่า นัดอ.เอก ไว้แต่ไม่ทราบว่าอาจารย์ไปต่างประเทศ ผมจึงรับอาสาช่วยฝึกคุณลุง ว. ให้ ตอนแรกก็ไม่ได้บอกคุณลุงคุณป้าว่า ผมเพิ่งฟื้นจากหลอดเลือดสมองตีบและมีหมอคนเดียวกันกับคุณลุงด้วย พอก่อนจากกันได้บอกกว้าง คุณลุงคุณป้าดูแปลกใจว่า ทำไมผมถึงสามารถเข้าใจและช่วยเหลือฝึกกิจกรรมบำบัดให้คุณลุงได้ลุ่มลึก ตระหนักรู้ และใส่ใจได้เกิน 100% (ผมประเมินตนเองเปรียบเทียบกับการให้บริการผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบแบบรายบุคคลที่ผ่านมา)

ผมสงสารและรับรู้ความมุ่งมั่นของคุณลุง ว. ที่ป่วยเมื่อต้นปีนี้จากอาการชาของแขนและมือ และต้องรอคอยการวินิจฉัยจากแพทย์ รพ.ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ใช้เวลาอยู่เฉยๆบนเตียงถึง 3 วัน ได้รับการผ่าตัดหลอดเลือดบริเวณคอ พอกลับบ้านผ่านไป 3 เดือน ก็มีอาการอ่อนแรงมากขึ้น และต้องเข้ารพ.ใหม่ ใช้เวลาอยู่เฉยๆ บนเตียงถึง 3 วัน มีอาการเกร็งมากขึ้น ได้รับการฝึกจากนักกายภาพบำบัดที่รพ.นั้น แต่มีอาการบวมแขนและมือ จนสุดท้ายก็ได้รับการฝึกจากนักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัดที่คณะฯ ของดร.ป๊อป อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านมาเกือบสิ้นปี ผมประเมินแล้วพบว่า มีอาการเกร็งของแขนและมือระดับปานกลาง ปลายนิ้วโป้ง นิ้วกลาง และนิ้วก้อยมีความตึงของเอ็นทำให้ผิดรูปเล็กน้อย เคยได้รับเครื่องดามจากรพ.อีกแห่งหนึ่งแต่ใส่ไม่ได้เพราะคับและเล็กเกินไป และคุณลุงมีการบ้านจากการฝึกที่ผ่านมาแต่คุณป้าไม่มีแรงช่วยและลูกก็งานอาจารย์เยอะมากจนไม่ได้ช่วยฝึกคุณลุง ว. 

หลังการประเมิน ผมเริ่มใช้กรอบอ้างอิงการฟื้นฟูสมรรถภาพโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke Rehabilitation) บูรณาการกับกรอบอ้างอิงทางกิจกรรมบำบัดเน้น PEOP (Person-Environment-Occupation-Performance) แต่เนื่องจากคุณลุง ว. มีอาการเกร็งมากผมจึงต้องเน้น Person มากๆ โดยเน้นประเมินและเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อที่มีอยู่หลังจากลดอาการเกร็งแล้วด้วยการเท้าแขนลงน้ำหนัก แล้วใช้กระบวนการของการบำบัดทางการเคลื่อนไหวที่มีชื่อว่า Brunnstrom และ Proproceptive Neuromuscular Fascilitation (PNF) แล้วใช้การทำกิจกรรมด้วยสองมือกับการถูผ้าเช็ดตัวในทิศทางต่างๆ บนโต๊ะในท่ายืนและท่านั่ง ตามด้วยการฝึกมือข้างที่คลายเกร็งแล้วมาควบคุมการเคลื่อนไหวผ่านการช่วยจากแรงผมกับกิจกรรมหยิบจับลูกบอลขนาดใหญ่ที่มีผิวสัมผัสต่างๆ ลงอ่างและกิจกรรมหยิบลูกกลมขนาดเล็กมีรูตรงกลางเสียบหลักที่มีระดับความสูงต่างกัน ทั้งนี้เน้นการออกแรงงอนิ้วโป้งกับนิ้วชี้จากนั้นกางนิ้วทั้งสองผ่านแรงชดเชยจากการงอข้อมือลง สุดท้ายตามด้วยการลดเกร็งข้อมือและนิ้วมือข้างซ้ายด้วยการเหยียดข้อศอกและขยับแต่ละนิ้วช้าๆ และวางลงน้ำหนักในระดับพัก พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มาที่ไปของการเป็นหลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งคุณลุง ว. ก็ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการระวังตัวกับผมด้วยครับ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผมได้มาฝึกกิจกรรมบำบัดให้คุณลุงว. ผมนึกถึงว่า จะสนุกและมีความสุขมากมาย ถ้าได้มีโอกาสนำคุณลุงว.ได้เข้ากลุ่มพลวัติด้วยกิิจกรรมบำบัด ซึ่งเมื่อ 5 ปีที่แล้วผมเคยกระตุ้นให้นักกิจกรรมบำบัดปรับรูปแบบสื่อทางกิจกรรมบำบัดให้มีลักษณะ "การจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุที่มีประสบการณ์โรคหลอดเลือดสมอง" เป็นกลุ่มทางสังคมที่มีการเปิดใจ มีการเปิดความคิด และมีการเปิดความตั้งใจในการทำกิจกรรมยามว่างร่วมกับเพื่อนๆ เช่น การเล่นเกมส์จับลูกบอล การออกแบบสคส.ปีใหม่ การปั้นดินน้ำมันเป็นกระทง การร้องเพลงคาราโอเกะ ฯลฯ ซึ่งสนุกสนานและมีความหมายในการสร้างสุขภาวะมากกว่ากิจกรรมรายบุคคลที่ผมให้ข้างต้น ดูจากรูปภาพข้างล่างนี้ ขอบคุณกรณีศึกษาทั้งสามท่านมากๆครับ และขออนุญาตที่จะปิดหน้าตาของผู้เข้าร่วมเป็นความลับ

 

และเมื่อสืบค้นข้อมูลต่างๆนานา ก็พบว่า มีข้อมูลการฟื้นฟูสมรรถภาพโรคหลอดเลือดสมองที่มีกระบวนการทำงานแบบสหวิชาชีพและเฉพาะวิชาชีพกิจกรรมบำบัดที่มีกลยุทธ์มากมายที่ประเทศไทยคงตามทันไม่ได้เร็ววันนัก คลิกเรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่