…. วันนี้ผู้เขียน.....มองไปที่ตู้หนังสือในบ้าน .... พบหนังสือ.....เก่ามากในตู้ค่ะ.... “วิธีชนะทุกข์-ชนะศัตรู” ... เขียนโดยท่าน.. มรว.ชนม์สวัสดิ์ ชมพูนุช .... พิมพ์ เมื่อ 2515 ... นานมากที่เดียวค่ะ .... ถ้าเป็นเด็ก ... เข้าสู่วัยรุ่นแล้ว นะคะ .. ราคา ตอนนั้น ราคา 30 บาท...กระดาษเป็นสีน้ำตาลแล้วค่ะ
ผู้เขียนเปิดอ่านที่... “สารบาญ” เขียนเช่นนี้จริงค่ะ ....ถ้าเป็นปัจจุบัน .... จะเขียนว่า... “สารบัญ” นะคะ เนื้อหาในเรื่อง...ยังใหม่เสมอค่ะ(สำหรับผู้เขียน)... มีเรื่องดีๆ มากมายเช่น
- วิธีเอาชนะ ... ต่อความล้มเหลว ความปราชัยและความผิดหวัง
- วิธีเอาชนะ...ความรู้สึกหวาดกลัว
- วิธีเอาชนะ... ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย
- วิธีเอาชนะ... ปัญหาเฉพาะหน้า
- วิธีเอาชนะ...ความรู้สึกห่วงใยและหวาดกลัว
- วิธีส่งเสริม....โอกาสที่จะประสบผลสำเร็จในชีวิต
- วิธีสร้าง....ความกล้าให้ตนเอง
- วิธี....ขจัดความตั้งใจที่..อ่อนแอและความไม่แน่นอน
- ฯลฯ
ในหนังสือบอกเล่าถึง ... มนุษย์ที่เกิดมาและมีชีวิตรอดอยู่ในโลกใบนี้... ล้วนแต่ต้องการความสุข ....เกลียดความทุกข์....ต้องการมิตร....เกลียดการเป็นศัตรู .... ต้องการอารมณ์ที่ผ่องใสแช่มชื่น.....ไม่ปรารถนาอารมณ์ขุ่นมัว.. เคร่งเครียด.....วิตกกังวล..... ดังนั้นทุกคนจึงต้องต่อสู้ดิ้นรน ... เพื่อที่จะได้มาซึ่ง... ความผาสุกอันถาวร ... ในการดำเนินชีวิตประจำวันทุกคนต้องเรียนหนักในวัยเรียน ... เมื่อเติบโต .... ก็ต้องทำงานหนัก ... ตัวเป็นเกลียว ... เพื่อสร้างฐานะ ... ความเป็นปึกแผ่นแห่งครอบครัว...
ที่ผู้เขียน..นำมาฝากวันนี้คือ...เครืองมือที่สามารถเอาชนะ-รักษาไว้ซึ่งไมตรีจิตกับทุกคนได้ตลอดไป...เช่น
1. อย่า ... มองคนอื่น...ในลักษณะที่ต่ำต้อย
2. จงทำ.. ให้คนอื่นรู้สึกว่า..เขามีความสำคัญ
3. จงพิจารณา ....ทรรศนะของคนอื่น ... ที่เราเกี่ยวข้องติดต่อด้วย ....แล้วจะทำให้เราได้รับความเห็นใจและเข้าใจจากคนๆ นั้นดีขึ้น
สรุปได้ว่า แนวทางในการตอสู้เพื่อความสุขอันถาวร ..ในการดำเนินชีวิต ...ในหนังสือเล่มนี้ ...ได้เสนอวิธี... ขจัดอารมณ์เคร่งเครียด ปลูกฝังอารมณ์ให้ผ่องใส เพื่อก้าวสู้ชัยชนะอันสมบูรณ์
ขอจบไว้แค่นี้ก่อนนะคะ....ขอบคุณค่ะ



จะปลูกฝังการเอาชนะ ไปอีกนานเท่าไร
ลูกหลาน ประชาชน คนปกครอง ต่างก็จะเอาให้ตนชนะ. ขนาด "ทุกข์" ยังจะมุ่งเอาชนะเลย
มองผล พิจารณาเหตุ ปัจจัย กันจริงหรือ อย่าเพลิดเพลินกับ ระบอบ สุขนิยม ดับทุกข์นิยม ชนะทุกข์นิยม กันต่อไปเลย
ขอให้เข้าสู่ระบอบ กตัญญูนิยม กันได้แล้ว. ไม่ได้ยินหรือว่า ผู้ที่เสพการพัฒนาของภูมิพลังแผ่นดิน สามารถกล่าวได้ว่า "ไม่เอาเจ้า"
นั่นคือสัญญาณ แห่งระบอบ เนรคุณ ที่เข้าครอบงำพี่น่องมนุษย์ในเขตผืนแผ่นดินไทยได้แล้ว. มันมาจาก ไม่เอาพระเจ้า ผู้สร้างธรรมชาติ
ที่เขาเสพเป็นเบื้องต้น จากนั้น มันลุกลามมาถึง การยกสะพานออกจากเจ้าแผ่นดินกันง่ายๆ เพราะ ฝึกเนรคุณมาถึงระดับที่น่ากลัวแล้วนั่นเอง
เป็นหนังสือที่น่าอ่านมากครับพี่เปิ้น
ชอบ 3 ประเด็นหลังด้วยครับ
การมองในแง่บวกจะทำให้มีกำลังใจในการทำงานมากๆครับ
ขอบคุณพี่เปิ้นมากครับ
ชอบมากครับพี่เปิ้น...เป็นหนังสือเก่าที่ยังน่าอ่าน...และเป็นประเด็นร่วมสมัยครับ
แถลงการในวันนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเน้นย้ำความกตัญญู เพราะผู้คนขาดมัน ถึงขนาดไม่ยี่หระ เมื่อมีผู้มากล่าวหาว่า เนรคุณ
หากเป็นยุคก่อนหน้านี้ ผู้ที่ถูกกล่าวหา จะหาทางหลุดพ้นจากคำนั้นกัน แต่สมัยนี้ น่าหวาดเสียวที่ ผู้คนชาชินกับการกล่าวหานั้น
สิ่งที่ชาวๆทยพุทธขาด คือ กตัญญูธรรม. เหตุที่ขาดเพราะ ไปฝึกมันให้ก่อการ เพื่อการขาดสะบั้นง่ายๆ
แม้แต่ครูบาอาจารย์ ด็อกเตอร์มากมาย ยังไม่รู้จักต้นแห่งการกตัญญู. แค่ถ่ายรูปที่มีอากัป หรือ ฉากหลังที่เกิดจินตนาการ โพสต์ลงไป
ก็สามารถเนรคุณต่อพ่อแม่ได้แล้ว(ฉากหลังเป็น หมอน ที่นอน หรือที่ไม่เหมาะสม) ด็อกเนอร์บางท่านก็จับประเด็นที่ตนสนใจคือ โป๊หรือไม่โป๊
แล้วหนักกว่านั้น คือ สร้างวรรณกรรม ส่อเสียด หลักกตัญญูธรรมเพิ่มเนิมเสียอีกด้วย. แต่พอมีผู้มาชี้แจงในเจตนารมณ์ในการนำพากตัญญู
มาสู่หัวใจของพี่น้องมนุษย์ กลับออกคำแนะนำให้เด็กลบ ข้อความ ความเห็น ใช้วลีก่อกวนเป็นเครื่องมือทำร้ายเขา. นั่นคือการแทรกแซง
ปัญญาธรรม ที่จะเกิดกับเด็กไทน นั่นคือ การปิดกั้นปัญญาธรรม ปิดกั้น กตัญญูธรรม ปิดกั้นศีลธรรม. ผิดพลาดไปไม่เท่าไร
พอผู้พบต้องตกเป็นภาระผู้ปกครอง เพตือนๆๆๆๆเขา เท่าไร เขาก็จ้องลบทิ้ง ให้ทันคนอ่าน. เขาหวาดกลัวในการกระทำของตนเองเท่านั้น
ยังพอมีทางแก้ไขได้นะ หากจะตระหนักรู้เรื่อง กตัญญูธรรมเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง แล้ว ดำรงมั่นในกตัญญู
กตัญญู1กำกับ อิทธิบาท5 อินทรีย์5 อริยะสัจ โภชชงค์ สัญญา สังโยชน์ เอาว่า กำกับได้ทุกประการ จงลองดู เพราะคนไทยไม่เคยลอง
กตัญญูให้สูงสุด อย่ายกสะพานออกจากสิ่งที่ท่านเสพ อย่าอวดอ้างว่าไม่มีเจ้าของ สามารถเสพฟรี ปล้วหลุดพ้นไปได้ด้วยการฝึกเนรคุณ
อันตรายมากๆ(มิได้พิพากษาว่าใครผิด แต่แถลงการณ์ว่า"หวาดเสียว"
ตรงกับเหตุการณ์ อยากให้คนไทยทุกคนได้ชนะทุกข์
ทุกคนล้วนต้องการความสุข ....เกลียดความทุกข์....ต้องการมิตร....เกลียดการเป็นศัตรู .... ต้องการอารมณ์ที่ผ่องใสแช่มชื่น....
.... ขอบคุณ ท่านอาจารย์ ทุกๆท่าน น้องๆ มากค่ะให้กำลังใจ นะคะ
...คิดดี ทำดี ได้รับสิ่งที่ดีนะคะ
ขอบคุณข้อคิดดีๆที่เสริมจิตใจให้เข้มแข็ง เพื่อชัยชนะแก่ตนเองในการเผชิญกับอุปสรรคทั้งปวงค่ะ
ดร.ค่ะ เรื่องนี้ดีมากเลย
อยากให้ ดร.เพิ่มคำว่า หนังสือเปลี่ยนชีวิต ในคำสำคัญ
เราจะได้มาเป็นกลุ่มๆคนรักการอ่านด้วยกัน ^_^
คิดดี ทำดี ต้องดีต่อบัญชีพ่อแม่ตนเอง ถึงจะดีแท้
แต่หากยังคิด ยังทำให้บัญชีพ่อแม่ถูกสงสัย หรือ ถูกตำหนิ นั่นยังมิใล่ดีอย่างแท้จริง
ระวัง! อย่ากล่าวหาว่าทุกคนเกลียดชังความทุกข์ ต้องการความสุข โดยมุสาเหมารวม(อาจมีผู้มิได้ตั้งกิเลสไว้เช่นนั้นก็ได้นะ)
มิเช่นนั้น พวกเจ้าจะถูกครอบงำด้วยกิเลสทั้งสองอย่างนั้น. ตกเป็นทาส ระบอบ สุขนิยม และ ทุกข์นิยม ห่างจากกตัญญูนิยม
วรรณกรรมจากเพื่อนมนุษย์ไหนๆก็มีสิ่งเดียวกันปรากฎ ค่อ มี 5needs ที่มาสโลว์กล่าวไว้ทั้งนั้น เริ่มจากยอดขาย ไปจนถึงความปลอดภัย
สังคม การยอมรับต่อกัน อำนาจ มีครบครัน. และที่สำคัญ สามารถชี้ตัวผู้รับประโยชน์ได้ด้วยซิ. อย่าหลงในวรรณกรรมมนุษย์จนทิ้งกตัญญู
ชาว/ทยพุทธ ห่างจากการอบรมเรื่องกตัญญูมากจนน่าหวาดเสียวแล้ว. แค่ได้ตื่นขึ้นอีกครั้งในตอนเช้าทุกๆวัน ก็ยังกตัญญูต่อผู้กำหนดให้มีการตื่นไม่เป็นเลย. กตัญญูต่อเจ้าของแสงอาทิตย์ที่เห็น ต่อเจ้าของออกซิเจนไม่เป็น แกล้งไม่รู้จัก นั่นแหละที่มีการเตือนว่า น่าหวาดเสียวแล้ว
ทุกวันนี้ ยังเอาชนะทุกข์ของตัวเอง ไม่ค่อยจะได้่เลย...ค่ะ
ขอบคุณมากครับพี่เปิ้น อ่านแล้วต้องเอาชนะใจตัวผมเองให้จงได้