หรือทำโครงการเพื่อผลาญงบ พองานจบเงินหมดกำหนดใหม่ ต้องให้เลร้องให้อีกเท่าได จะมีไครยินเสียงร้องของทะเล"

               นับเนื่องมาจากที่ผู้เขียนได้รับเลือกให้เป็นกรรมการลุ่มน้ำทะเลสาบ จาก

กรมทรัพยากรน้ำเมื่อ 5 กันยายน 2556 ก็ได้ มาทบทวนการทำงานอาสาที่เกี่ยวกับ

ทะเลสาบที่ผ่านมา ปี 2548ได้เป็นหัวขบวนของเทศบาลปากพะยูน ขับเคลื่อนการทำ

แผนแม่บท หรือบางคนว่าแผนชีวิตชุมชน

        จากปีนั้นมาถึงวันนี้ ได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของคณะทำงานเรื่องทะเลสาบมา

ตลอด ได้พบปะเพื่อนๆ ผู้คนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และคนทำงานวิจัย

มากมายหลายคณะจนบางเวที มีคนพูดกันว่า"กระดาษที่พิมพ์มาประชุม หากเรามาเรียงคง

เต็มทะเลสาบ" แต่ก็ยังไม่เห็นการแก้ปัญหาเรื่องเลไม่ได้ เมื่อได้มาเป็นกรรมการก็ครุ่นคิด

ว่า เราจะทำอะไรได้แค่ไหนในเรื่องนี้ เป็นที่วิตกจริตพอควรกับตำแหน่ง.....

สิ่งที่ทำได้คือการหาความรู้ เกี่ยวกับทะเลสาบ ด้วยการมาอ่านวรรณกรรมที่มี

วรรณกรรมหลายชิ้นที่เขียนถึงทะเลสาบ หนึ่งในหลายๆงานเขียนที่อยากนำมาบอกเล่า

ก็คือ"ใต้แสงจันทร์ ของ ญิบ พันจันทร์ ที่บอกเล่าอาการของทะเลสาบ ผ่าน ตัวละครกวี

นามพี่เปรื่อง ที่นำเอาบทกลอนของหนัง ผวน สำนวนทอง มาบอกกล่าวเรื่องไว้

                     จึงนำมามาบันทึกไว้เพื่อได้ตามรอยเรื่องเล

   "สงสารกุ้งปูปลาเวลานี้ ไม่มีที่พึ่งพาให้อาศัย

ทั้งถูกล่าจมน้ำ้น่าเศร้าใจ ไม่รู้ใครมาทำให้ลำเค็ญ

   หากทะเลไม่มีปลาก็น่าคิด เป็นความผิดของใครหรือไม่เห็น

ตัดไม้ทำลายป่าเป็นประเด็น ไม่เคยเห็นใครว่าแน่แก้ให้ที

   ทั้งน้ำ้เน่าน้ำเสียจากเจ้าของ ลงแม่น้ำลำคลองต้องมีสี

สารเคมีมากมายละลายดี มาตามสายวารีทุกวี่วัน

   ลำคลองหลายสายลงท้ายสุด มาจบจุดที่ทะเลไม่เหหัน

ทะเลเน่าเศร้วใจไปทุกวัน เราลองหันมาดูจะรู้ดี

   เลซึมเซามัวหมองเลร้องให้ ถ้าไม่ช่วยต้องตายตามวิถี

คนต้องหยุดทำลายเลกันเสียที ในวันนี้อย่าพูดพร่ำเฝ้ารำพัน

   ทั้งน้ำ้น้ำเสียต้องบำบัด ทั้งราษฎร์รัฐร่วมงานประสานฝัน

มีโครงการนโยบายมากมายครัน แต่ว่ามันไม่เห็นความเป็นไป

   หรือทำโครงการเพื่อผลาญงบ พองานจบเงินหมดกำหนดใหม่

ต้องให้เลร้องให้อีกเท่าได จะมีไครยินเสียงร้องของทะเล"

 

(จากเรื่องใต้แสงจันทร์ ของ ญิบพันจันทร์)

ขอบคุณ ญิบ พันจันทร์

ขอบคุณ พี่เปรื่องตัวละครในเรื่องใต้แสงจันทร์

ขอบคุณหนัง ผวนสำนวนทอง