เนื่องจากในบ่ายวันพุธที4 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา ครูดาหลาได้พานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5และ 6 จำนวน 30 คน ไปร่วมกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดที่กองการสาธารณสุข เทศบาลต.บ้านกลาง อ.เมืองจ.ลำพูน เป็นผู้จัดขึ้น ซึ่งมีนักเรียนชั้นประถมจากโรงเรียนในตำบลบ้านกลางอีก 2 โรงเรียนรวมเป็นนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ 90 คน
มีพิธีเปิดการอบรมโดยรองนายกเทศบาล และมีคุณหมอนักจิตวิทยาจากโรงพยาบาลมาเป็นวิทยากรให้ความรู้กับนักเรียน

หลังจากแจกอาหารว่างแล้วก็มีวิทยากรอีกท่านหึ่งมาจากเรือนจำจังหวัด แนะนำตัวว่าเป็นอนุศาสนาจารย์ เป็นอาจารย์ในเรือนจำที่คุมขังนักโทษ ได้เล่าประวัติการศึกษาโดยมีวีดิโอประกอบว่าเคยบวชเป็นสามเณรให้นักเรียนทายว่าสามเณรรูปไหนเป็นอาจารย์ เด็กๆก็ทายกันไปเพลินๆ แล้วก็เข้าเรื่องว่าตอนนี้ทำงานอยู่ในเรือนจำดูแลนักโทษที่ประพฤติตัวไม่ดีเช่น ค้ายาเสพติด และมีภาพที่มีภาพที่พ่อติดยาเสพติดแล้วฆ่าตัดคอลูกสองคน แล้วตัวเองก็แขวนคอตาย และถามว่าเด็กๆกลัวไหม ให้ไปบอกพ่อหรือคนในบ้านนะว่ายาเสพติดไม่ดี ฯลฯ
และก็นำภาพนักโทษที่อยู่ในห้องขังมาขึ้นจอให้นักเรียนดู ตั้งแต่ผู้คุมเปิดกุญแจห้องขัง นักโทษประหารรู้ตัวแล้วว่าวันนี้ถึงเวลาของตัวเองแล้ว คนถ่ายทำเน้นภาพชัดมากเห็นถึงแววตาของคนที่รู้ว่าจะต้องประหาร ได้ยินเสียงร้องขัดขืน ต่อสู้ เห็นการควบคุมตัวที่แน่นหนา และผู้คุมนำไปแดนประหารเอาผ้าปิดตา และฉุดกระชากลากถูไปยังหลักประหาร ตลอดเวลาก็มีเสียร้องขัดขืนของผู้ที่เป็นนักโทษเอาดอกไม้ธูปเทียนใส่มือที่มัดไว้ แล้วถ่ายให้เห็นกระบอกปืนเล็งมาให้ตรงกับตำแหน่ง แล้วได้เห็นการลั่นกระสุนมาตรงเป้า ถ่ายภาพญาติๆร้องไห้อย่างน่าสงสาร......

ทุกคนอยู่ในสภาพที่กลัว และตกตะลึงต่อภาพที่เห็น ครูที่นั่งอยู่กับเด็กๆก็เหมือนกัน ต่อเมื่อได้สติจึงเดินออกจากห้องมาคิดว่าทำไมเขาให้เด็กดูภาพอย่างนี้ จำเป็นด้วยหรือ รู้อย่างนี้ไม่พาเด็กมาหรอก
หน่วยงานที่ให้การอบรมไม่ใช่สถานศึกษา คนที่ให้มาความรู้ถ้าเป็นเรื่องดีมีประโยชน์เหมาะกับวัยของเด็กก็ดีไป แต่ถ้าไม่เหมาะสมกับวัยของเด็กล่ะ....จะทำอย่างไร

ท่านผู้ใดสามารถช่วยครูดาหลาในเรื่องนี้ได้บ้าง ขอความกรุณาอภิปรายด้วยนะคะ นึกว่าสงสารเด็กๆเถอะค่ะ
สื่อบางสื่อไม่เหมาะสมกับให้นักเรียนเล็กๆดูครับ
เหมาะสมกับผู้ใหญ่มากกว่า
เข้าใจว่า วิทยากรคงจบมาจากการเป็นพระ
นักเรียนเป็นเด็กตามหลักจิตวิทยา ไม่น่าจะดูเรื่องความรุนแรงแบบนี้นะครับ
ขอบคุณพี่ครูมากๆครับ
เห็นด้วยกับอาจารย์ ขจิต ฝอยทอง ครับ
นั่นเป็นแค่ปลายเหตุเท่านั้น
สิ่งที่ควรจะบอกเด็ก ๆ คือ "โทษภัยที่มีต่อตัวเอง" ก่อนเรื่องใด ๆ
เพราะเด็กก็คือเด็ก ไม่ใช่ ผู้ใหญ่ที่วุฒิภาวะแล้ว
บางครั้ง และบ่อยครั้งที่คุณมะเดื่อได้เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดอบรม หรือให้ความรู้กับเด็ก ๆ
โดยหน่วยงานอื่น ก็ได้เห็นถึงการใช้สื่อที่ไม่ตรงกับวัยและการรับรู้ของเด็ก .. ตรงนี้อาจจะ
เป็นเพราะ หน่วยงานนั้น ๆ มุ่งเน้นแต่การนำเสนอเนื้อหา และกิจกรรมตามที่กำหนด แต่ขาด
ความเข้าใจในวัย และการรับรู้ ตลอดจนความเหมาะสมของผู้เข้ารับการอบรมหรือร่วม
กิจกรรมจ้ะ...เพราะเขา...ไม่ใช่ครู
สวัสดีค่ะ
อ.ขจิต ฝอยทอง ใช่ค่ะวิทยากรเคยบวชเรียน และใช้คำสรรพนามเรียกตัวเองว่าอาจารย์ แต่ไม่ใช้หลักจิตวิทยาให้เหมาะสมกับวัยของเด็กเลยค่ะ
อ.wasawat Deemarn ขอบคุณที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นนะคะ ใช่ค่ะครูดาหลาก็คิดเช่นนี้ค่ะว่า นั่นเป็นแค่ปลายเหตุ สิ่งที่ควรจะบอกกับเด็กๆก็คือ โทษภัยที่มีต่อตัวเอง เพราะเด็กก็คือเด็ก ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะแล้ว
คุณมะเดื่อ จริงนะคะครูดาหลามีความเห็นเหมือนคุณมะเดื่อค่ะ เพราะเขาไม่ใช่ครู จึงขาดความเข้าใจในการนำเสนอเนื้อหาและกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและการรับรู้ของเด็ก มุ่งเน้นแต่การนำเสนอเนื้อหาตามที่หน่วยงานของเขากำหนด
ขอบคุณที่มาร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นค่ะ
สวัสดีค่ะ
อ.ชยพร แอคะรัจน์
อ.บุษยมาศ
ขอบคุณที่มาให้กำลังใจค่ะ
...เป็นการสร้างความกลัวให้กับเด็ก...ทางจิตวิทยาเรียกว่าเป็นความกลัวที่มีการวางเงื่อนไข...ในกรณีนี้คือ มีเงื่อนไขที่มีเหตุมีผล ว่าถ้าติดยาเสพติดจะมีผลเป็นเสียที่ร้ายแรงถึงชีวิต... ทำให้เด็กกล้วถึงเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นกับตนเองถ้าไปติดยาเสพติด...เป็นความกลัวแบบมีเหตุมีผล...ถือว่ามีประโยชน์นะคะ...
เพราะขาดจิตวิทยา
จึงมองภาพเพียงว่าให้นักเรียนกลัวตรงที่ต้องโทษประหาร
ใคร ๆ ก้อไม่อยากตาย..แต่ถึงร้องไห้ก้ไม่มีประโยชน์ เพราะ..การค้ายาเป็นเรื่องที่ผิด
ลืมนึกถึงความเหมาะสมกับวัย
แต่ถึงอย่างการฆ่ากันก็ไม่น่าจะนำมาเผยแพร่
(ในมุมมองของครูหยิน)
น่าเสียดายที่ไม่ได้บูรณาการกันระหว่างผู้ที่มาเป็นวิทยากรนะคะ เพราะไม่งั้นคงจะสื่อสารได้ถึงเด็กๆดีกว่านี้
คิดว่าสื่อทุกสื่อมีประโยชน์ เพียงแต่ต้องรู้จักนำมาใช้ให้เหมาะสม มีการทำความเข้าใจกันก่อนระหว่างทีมงาน
และที่สำคัญต้องเป็นสื่อที่สามารถช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้ค่ะ
เข้าใจความห่วงใยนี้ค่ะ...ควรมีการกลั่นกรองให้รอบคอบก่อนนำเสนอเรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้
มาอีกรอบ
มาขอเชิญเข้าร่วมชุมชนปลูกผักกินได้
อันนี้นะครับ
http://www.gotoknow.org/community/vegetables#/discussions
จะใช้คำหลักว่า ปลูกผักกินได้ ครับ
สวัสดีค่ะ ดร.พจนา แย้มนัยนา
ทางจิตวิทยา เรียกว่า เป็นความกลัวที่มีเงื่อนไขอย่างมีเหตุผล ถือว่าเป็นประโยชน์นะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ ครูหยิน
การค้ายาเสพติดเป็นเรื่องที่ผิด แต่การนำเสนอขาดจิตวิทยาที่เหมาะสมกับวัยของเด็กค่ะ
ขอบคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็นค่ะ
สวัสดีค่ะ ดร.โอ๋ - อโณ
จริงค่ะวิทยากรแต่ละท่านมีความรู้ดีๆมาสอนนักเรียน เสียดายที่ไม่ได้บูรณาการกันระหว่างวิทยากรท่านแรกที่เป็นนักจิตวิทยา และวิทยากรท่านที่สองที่มาจากเรือนจำจังหวัด ถ้าได้ปรึกษากันถึงเนื้อหาที่จะอบรม คงจะสื่อสารถึงเด็กได้ดีกว่านี้นะคะ
ขอบคุณที่มาให้ความกระจ่างค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณkrutoiting
สื่อทุกสื่อมีประโยชน์ เพียงแต่นำมาใช้ให้เหมาะสม ทีมงานควรปรึกษาทำความเข้าใจกันก่อน ที่สำคัญต้องเป็นสื่อที่สามารถช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้นะคะ
ขอบคุณที่มาเติมเต็มให้กับบันทึกนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณพี่ใหญ่
ขอบคุณค่ะที่เข้าใจว่าครูที่เป็นห่วงการรับรู้ของเด็กค่ะ เป็นความจริงนะคะที่การให้ความรู้กับเด็กในเรื่องที่ละเอียดอ่อนเช่นการค้ายาเสพติดนี้ ควรต้องปรึกษากันให้รอบคอบก่อนว่าควรจะใช้สื่ออย่างไร ไม่ใช่เน้นให้เห็นความรุนแรง แรกๆเด็กอาจกลัวไม่กล้าทำ แต่นานๆไปถ้าได้รับสื่ออย่างนี้อีกจะกลายเป็นความเคยชิน เห็นเป็นเรื่องธรรมดาคิดว่าเป็นเหมือนการเล่นเกมส์....และจะทำให้เด็กซึมซับความโหดร้ายรุนแรงซึ่งไม่เิกิดผลดีกับเด็กเลยนะคะ
ขอบคุณที่มาเสนอข้อคิดดีๆค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต ฝอยทอง
ขอบคุณค่ะที่มาเชิญชวนให้เข้ากลุ่มคนปลูกผักกินได้
ด้วยความยินดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.ธนิตย์ สุวรรณเจริญ