ขอเขียนต่อจากบันทึกนี้นะครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาหลังจากที่ทำค่าย

ภาษาอังกฤษให้นักเรียนโรงเรียนอนุบาลนครปฐมเสร็จแล้ว ผู้เขียนเดิน

ทางไปที่โรงเรียนบ้านรางมูกต่อเพื่อไปดูผักนักเรียน

 

นอกจากนี้ผู้เขียนยังนัดลุงเบี้ยว ปราชญ์ชาวบ้านที่ปลูกผักและบริจาค

ที่ดินให้โรงเรียนไว้ เรานัดกันว่าจะไปร่วมงานกินเลี้ยง 74 ปี งานศิษย์

เก่าโรงเรียนบ้านรางมูก

 

  ในงานนี้ลุงเบี้ยว จำปาพรม เป็นศิษย์เก่าที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น

ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่โรงเรียนด้วย ลุงเบี้ยวได้บริจาคที่ดินให้

โรงเรียนค่อนข้างมาก

 

ตอนที่ผู้เขียนไปเยี่ยมลุงเบี้ยว พบว่าลุงเบี้ยวป่วย เข้าใจว่าเป็น ขยุ้มตี

หมา ลุงเบี้ยวบอกว่าไปหาหมอมาแล้ว แต่ยังไม่หายครับ

 

ผู้อ่านท่านใดมีคำแนะนำไหมครับ ว่าควรทำอย่างไร ถึงจะได้อาการดี

กว่าในภาพ ผมได้อนุญาตลุงเบี้ยวเพื่อขอนำภาพมาลงแล้วนะครับ...

 

ผักกวางตุ้งของนักเรียนโตไวมาก เพิ่งปลูกไม่นาน ก็เริ่มเติบโตแล้ว แต่

ผู้เขียนมีความรู้สึกว่านักเรียนไม่ค่อยได้รดน้ำ เลยบอกครูโยและนักเรียน

ให้ช่วยรดน้ำบ่อยๆเพราะต้นกวางตุ้งเมื่อได้น้ำจะเติบโตไวมาก

                               

 

ผู้เขียนสังเกตว่าใบกวางตุ้งยังไม่โดนแมลงกิน ยังไม่ได้ถามลุงเบี้ยวว่า

ที่สวนลุงเบี้ยวโดนไหม ก่อนหน้านั้นลุงเบี้ยวได้ใช้บอระเพ็ด ยาสูบรด

ป้องกันเหมือนกัน

 

  ตอนอยู่ในงานเลี้ยง ผู้เขียนรู้สึกว่า โรงเรียนบ้านรางมูก อายุ 74 ปี

แล้วอายุโรงเรียนค่อนข้างมาก ในอนาคตโรงเรียนคงมีการพัฒนา

มากกว่าเดิมถ้าได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชน

 

   จากการรายงานผลการเรียนของโรงเรียนปีนี้ โรงเรียนขนาดเล็กนี้มี

ระดับผลการศึกษาอยู่ในระดับต้นๆของเขตพื้นที่การศึกษา ผลสัมฤทธิ์

ทางการศึกษาของนักเรียนออกมาดีกว่าปีที่แล้วมาก...

 

ผู้เขียนคิดว่า ถ้าจะยุบโรงเรียนขนาดเล็ก คงต้องดูว่าโรงเรียนมีการ

พัฒนาผลการเรียนของนักเรียนเป็นอย่างไร ชุมชนเห็นด้วยไหม จำนวน

ครูพอไหม ถ้ายุบแล้วนักเรียนที่โดนยุบจะเดินทางไปโรงเรียนใหม่อย่างไร

ผู้เขียนอยากให้กำลังใจคุณครู และผู้บริหารทุกๆท่าน ที่บริหารโรงเรียน

ได้เป็นอย่างดี ถึงแม้นว่าโรงเรียนจะขนาดเล็ก เรียกว่า จิ๋วแต่แจ๋ว นะ

ครับ การศึกษาไทยนั้นต้องเริ่มพัฒนาจากพื้นฐาน ครูต้องมีความพร้อม

รัฐบาลต้องช่วยสนับสนุน...ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน...