แบงค์ เป็นเด็กน้อยที่เติมโตท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ มีแม่เป็นครูระดับ  8   มีพ่อเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เติมโตมากับยายที่เป็นแม่บ้านเจ้าระเบียบ กับคุณตาที่เป็นตำรวจที่เข้มงวดไปด้วยวินัย...เขาจึงพรั่งพร้อมด้วยเงินตราและบารมี จึงเข้าเรียนโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงเพราะหวังให้ลูกหลานได้ดี......สุดท้ายเด็กชายพฤติกรรมเบี่ยงเบนกลายเป็นคนติดยา.. ถูกให้ออกมาจากโรงเรียนเดิม....ตอนจบ ม.3  จึงต้องมาเรียนโรงเรียนของรัฐบาลอย่างไม่มีทางเลือก

            โชคชะตา ฟ้าลิขิต...ชีวิตครูหยินต้องมาเป็นครูประจำชั้น..ทันทีที่ได้รับบทบาทครูหยินจึงจัดกิจกรรมค่ายเพื่อปรับพฤติกรรม สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับนักเรียนและนักเรียนกับครู เราพยายามหลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียว....แต่ว่า...กิจกรรมในครั้งนั้นสวรรค์ปิดทาง แบงค์ไม่ยอมไปร่วมค่ายกับเพื่อมร่วมชั้น ..เพราะใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มนักเรียนต่างห้องที่ติดยาด้วยกัน วัน ๆ ได้แต่หนีเรียนเข้าห้องน้ำ.เพื่อตอบสนองในสิ่งที่ตนต้องการ...หนีเรียนเป็นประจำ

         ครูหยินจึงเริ่มมีบทนำด้วยการพูดคุย สร้างมิตรภาพดี ๆ สร้างความคุ้นเคย จน 1ภาคเรียนผ่านไป

ไม่มีอะไรช่วยให้เขาดีขึ้นเลย

            สิ่งที่ครูหยินต้องรับสภาพคือการรายงานของครูรายวิชาต่าง ๆ นำเรื่อราวมาเล่าสู่กันฟังถึงพฤติกรรมที่แบงค์หนีเรียน แต่งกายไม่เรียบร้อย มีพฤติกรรมที่มั่วสุม  ครูหยินก็ด้อยปัญญาพูดจาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถดึงนักเรียนกลับมาได้....สุดท้ายเพื่อนคนสนิทต้องออกจากโรงเรียนเพราะจับได้ว่าค้ายา....

            ครูหยินเรียกเขามาพูดคุยเรื่องเรียนซ้ำล้าซ้ำเล่า แบงค์โกหกตลอดเวลา ไม่ให้ความร่วมมือจนวันเวลาผ่านไป 1 ปี  ผลสอบออกมาแบงค์ไม่สามารถเลื่อนชั้นผ่านขึ้นไป ม.5  ได้เพราะสอบไม่ผ่าน 15  รายวิชา ตามกติกา ถ้านักเรียนสอบไม่ผ่าน  5  รายวิชาจะต้องเรียนซ้ำชั้น

           เหตุการณ์จึงชุลมุลวุ่นวาย ครอบครัวของแบงค์มาหาครูหยินแห่กันมาเป็นกองทัพเพร้อกับนำตาที่หลั่งมาดังห่าฝน เพื่อขอความช่วยเหลือด้วยการพูดจากับแบงค์ และเจรจากับครูเพื่อดำเนินการขอแก้ตัว เป็นเวลา 3  เดือนที่แม่ต้องลางานมาดูแลแบงค์เพื่อให้ผ่านการสอบแก้ และได้เลื่อนชั้น จนทำได้สำเร็จ สอบแก้ได้  11   รายวิชา จึงพบว่า ได้เลื่อนชั้นขึ้นเป็น  ม.5  ครูหยินจึงเลือกที่จะสอนห้องแบงค์อีกครั้ง....และตัดสินใจจัดกิจกรรมค่ายของห้องอีกครั้ง ด้วยเวลา 2  คืน กับ 3  วัน  ในวันนี้แบงค์ไม่มีท่าทีของการปฏิเสธตอบรับด้วยความสมัครใจ และตื่นตัว ตื่นเต้นกับการเข้าร่วมกิจกรรม...กิจกรรมค่ายได้หล่อหลอม  สร้างความทรงจำ ...ครูหยินให้คุณค่ากับแบงค์   ให้ความรัก  ...มอบหมายงานให้ทำ...แบงค์มีความสุข  มีความเชื่อมั่น  รักเพื่อน  รักครู  รักแหล่งเรียนรู้บ้านสวนไอดินกลิ่นป่า...ชีวิตผกผัน จากไม่รักเป็นรัก  จากไม่เห็นคุณค่ากลับเห็นคุณค่าของตน   เป็นคนดีของห้อง แบงค์เปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่  เปลี่ยนกลุ่มเพื่อนใหม่  บอกกับครอบครัวเสมอว่า  รักครูหยิน  ครัวครัวของแบงค์จึงมอบแบงค์ให้กับครูหยินช่วยดูแล.....

และถึงวันนี้ครูหยินจัดค่าย

แบงค์ขอเป็นพี่เลี้ยง   ครูหยินจึงให้โอกาส ให้แบงคืได้ทำตามความฝัน  .....พบว่าแบงค์ทำได้ดี  และมีศักยภาพสูง  แบงค์มีความคิด ทำงานอย่างสร้างสรรค์ ครุหยินก็ภูมิใจกับการเปลี่ยนแปลงของแบงค์...คืนคนดีกลับสุ่สังคม....เป็นโจรที่กลับใจยิ่งใหญ่กว่าวีรชนเขาได้เป็นผู้นำ   ทำงานเพื่อสังคมอย่างมีความสุข

            เราจึงไม่ถามว่าเพราะเหตุใดเธอจึงติดยา..... แต่บทหนึ่งได้พิสูจน์ว่า  ความรัก การสร้างความตระให้เห็นคุณค่าในตนเองสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนได้จริง ๆ คงไม่ยากจนเกินไป  ที่เราจะทำอะไรเพื่อใครสักคน  เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น  บางครั้งอาจต้องแลกด้วยความเจ็บปวดปวด บางครั้งต้องอดทนที่จะทำความดี   เรามาช่วยกันสร้างโลกใบเล็กให้สดใส  เพื่อโลกใบใหญ่จะได้สุขสรรค์

                ชีวิตจริงแตกต่างจากละครตรงที่ไม่สามารถสั่ง แอคชั่น- คัต ใหม่ได้ เมื้อก้าวพลาดพลั้งไปจะมีกำลังใจมากพอที่จะพลิกฟื้นคืนกลับหรือไม่  ชีวิตครูจึงต้องมีแรงใจ มีพลัง  คอยรดน้ำพราวดินให้กับเมล็ดพันธุ์ของแผ่นดินเพราะเขาคือผู้ที่จะสืบสาน  ดูแลโลกในช่วงต่อไป   เราจึงต้องบ่มเพาะ ให้ดีงาม  แข็งแรงทนทาน ต้านแรงลม ฝ่าลมฝน  ทนลมหนาว ยืดหยัดอย่าท้าทาย เพื่อจะให้ร่มเงาในโอกาสต่อไป  เราไม่สามารถเปลี่ยนดลกได้ทั้งใบ....แต่เปลี่ยนขุมทรัพย์ที่มีพลังแค่เพียงบางส่วนได้บ้างก็ยังดี