566. วิถีแห่ง "ซุปเปอร์แมน"

เมื่อวานสอนวิชาการพัฒนาองค์กรเชิงบวก (Positive Organization Development) เลยพานักศึกษาทำ Workshop สนุกๆ กันครับ..


โดยไม่ว่าจะเป็นครั้งใด ผมจะใช้การตั้งคำถามเชิงบวกแบบ Appreciative Inquiry เพื่อเปิดให้นักศึกษา ช่วยกันสืบค้นคำตอบกันครับ... วันนี้ผมได้เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามว่า... “ มนุษยชาติขาดแคลนอะไรบ้าง?" ผมให้ตอบทีละคน จากนั้นให้เริ่มสรุปว่าอะไรมันคล้ายๆ กัน แล้วเริ่มจะจัดประเภท ที่สุดออกมาได้สามประเภท คือ มนุษย์ชาติขาดซึ่ง ทรัพยากร ความรู้ และคุณธรรม.... แต่ผมได้เพิ่มไปเรื่องหนึ่งคือ ความรู้พิเศษ หรือ ความสามารถในการทำให้คนอื่นเชื่อเรา หรือ ทักษะการสื่อสาร .... เพราะปราศจากทักษะนี้ การมีสามอย่างเบื้องต้น ก็อาจยังทำให้มนุษยชาติลำบาก.. ขนาด Superman ยังลำบากหลายครั้ง เพราะประชาชนเกิดไม่เชื่อขึ้นมา Superman กลายเป็นผู้ร้ายไปหลายตอนก็มี... ที่สุดก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง และสื่อสารออกมาว่าตัวเองเป็น Superman จริงๆ... ผมจึงว่าผมมีเหตุผลเพียงพอจะเพิ่มคำว่า “สื่อสาร" เข้าไป


จะว่าไปคุณมีโอกาสเป็นซุปเปอร์แมน Superman ได้ ..ยังไงครับ ก็ถ้าคุณทำอะไรได้มากกว่ามนุษย์ปรกติ หรือเหนือมนุษย์ นั่นหมายความว่าคุณทำสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปลำบากจะทำอยู่สี่ข้อที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นการเป็น Superman จึงหมายถึงว่าท่านสามารถแก้ปัญหาโลกแตกสี่ข้อได้ดังนี้

ปัญหาข้อ 1 การขาดแคลนทรัพยากร

คำตอบ คือ การรู้จักหรือเป็น Connector หรือผู้เชื่อมต่อ คนๆนี้ เป็นคนที่รู้จักคนมาก มากจริงๆ ไปทุกงาน ชอบนำสิ่งดีๆมาให้คนอื่น มีความสัมพันธ์หลวมๆ กับคนจำนวนมากๆ นิสัยดี สามารถแนะนำคนดีมีความสามารถ หรือแนะนำกลุ่มคนที่จะทำให้คุณเข้าถึงสิ่งที่คุณขาดได้

ผมยกตัวอย่าง.. เช่น ผู้อำนวยการคนแรกของ MBA ที่ผมเป็นอาจารย์อยู่ ท่านอาจารย์รศ.พรศิริ ท่านกินเงินเดือนข้าราชการไม่มาก... แต่ท่านรู้จักคนเยอะมาก เพราะเคยเป็นอาจารย์ที่ NIDA มาก่อน ท่านเคยช่วยเหลือ ช่วยงานคนมามาก ท่านเลยกลายเป็นผู้เชื่อมต่อ ครับ ตอนตั้ง MBA ทั้งสามารถนำคนมาบริจาคสร้างตึกให้ MBA เมื่อ 20 ปีก่อน ด้วยมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท โดยที่ไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐในส่วนนี้ ...Superman ไหมครับ นี่ไงแก้ปัญหามนุษยชาติข้อแรกได้ คือการขาดทรัพยากร เพียงคุณรู้จัก Connector หรือพัฒนาตนเองเป็น Connector คุณจะสามารถเข้าถึงโอกาส เข้าถึงทรัพยากรได้อย่างไม่มีข้อจำกัด

ผมเองบวชที่วัดป่าธรรมอุทยาน หลวงพี่รองเจ้าอาวาสท่านก็เรียกใช้ ท่านสอนเด็กๆ เลยต้องการทำการ์ตูนธรรมะ “ภิญโญ รู้จักใครที่เขียนการ์ตูนเก่งไหม" ผมเลยไปถามเพื่อนผมคนหนึ่งเป็น Connector เพียงวันเดียวเราสามารถติดต่อน้อง ที่เขียนการ์ตูนให้บริษัทโฆษณาดังของกรุงเทพมาช่วยได้...

แม่ชีที่วัด.. ถามว่า "อาจารย์ เรามีคนจีนมาวัด รู้จักคนเขียนภาษาจีนสวยๆ ไหม" ผมไปหา Connector ภายในใน 5 นาที เราก็ได้ยอดฝีมือเขียนพู่กันจีน มาช่วยงานวัด...

รุ่นพี่ผม ใช้เงินเพียง 80,000 บาทสร้างโรงเรียนทั้งโรงเรียน เพราะมีคนรู้จักมาก พอพูดมาคำเดียว คนตามมาช่วยเพียบ จนได้ทั้งโรงเรียน สนามเด็กเล่น และห้องสมุด

คำตอบแรก เรื่องขาดทรัพยากรจะหมดไปมาก ถ้าคุณรู้จัก Connector หรือ คุณเป็น Connector เอง แต่กว่าจะทำได้ คุณต้อง “ให้" คนอื่นๆมากๆ ทั้งให้เกียรติ ให้คำพูด ข้อมูลดีๆ กับคนในวงกว้าง คุณจะรู้จักคน รู้จักความสามารถของเขา เราสามารถ “ดึงพลัง" เขามาช่วยเราได้ครับ


ปัญหาข้อ 2 การขาดแคลนความรู้

คำตอบ การรู้จัก หรือการเป็น The Maven หรือผู้สั่งสมความรู้ เสียเอง The Maven เป็นผู้เชี่ยวชาญสาขาใดสาขาหนึ่งประมาณรู้ทุกเรื่องชอบคิดชอบทำเรื่องนั้นมากๆ ประมาณกูรู เป็นคนมีน้ำใจ ชอบแบ่งปันคนอื่น ลูกศิษย์ผมกำลังเพาะเห็ดมีค่าขาย.. ต้องการทำตู้เพาะ ต้นทุนกว่า 3-4 หมื่นบาท.. เลยลองถามคนรู้จักที่จบวิทยาศาสตร์ ก็สอนวิธีทำให้ เลยเหลือต้นทุนเพียง 3,000 บาท... อีกคน ทำเรื่องเบาหวาน พยายามวิจัยแล้ววิจัยอีกจะช่วยผู้ป่วยเบาหวานอย่างไร ไปเจออาจารย์ชาวออสเตรเลีย เลยถามเขา ท่านบอกว่า ลองยกขาขึ้นสูงสิเวลาเป็นแผล จะหายเร็ว... ลูกศิษย์บอกว่าการคุยกับศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญโรคเบาหวานระดับโลก ท่านนั้นทำให้หน่วยงานเกิดไอเดีย คิดนวัตกรรมช่วยผู้ป่วยเบาหวานได้กว่าสิบชิ้น

ชัดไหมครับ ความรู้มีอยู่ทุกหนแห่ง มันอยู่ในตัวผู้สั่งสมความรู้นั่นเอง ถ้าเรารู้จักเข้าหา เราจะได้ความรู้นั้นมายกระดับการทำงานของเราได้ และหากเราจะเป็นเสียเองก็ได้.. หาเรื่องชอบหนึ่งเรื่อง ติดตาม เอาไปใช้ คิดต่อยอดไปเรื่อย สี่ห้าปี คุณจะเห็นอะไรบางอย่างครับ เป็นที่พึ่งของตนเองก็ได้ เป็นที่พึ่งคนอื่นก็ได้...

ปัญหาข้อ 3 การขาดแคลนวิธีการสื่อสาร

เรื่องนี้เรื่องใหญ่อีกเรื่องครับ ลองหาคนที่มีลักษณะเป็น Salesman หรือนักขายมาช่วยครับ คนๆนี้ โน้มน้าวคนเก่ง มีชุดคำพูดหรือการกระทำที่จะ “พลิก" สถานการณ์จากสิ้นหวังมามีหวังได้ครับ

เช่นตอนแรกผมทำเรื่อง AI พูดไปว่ามันคืออะไรให้คนอื่นฟัง ทั้งยกหลักฐานการวิจัย วิธีการให้ฟัง คนก็ยังดูงงๆ ดูไม่เชื่อ จนผมไม่อยากพูด ไปเจอเพื่อนคนหนึ่งเป็น Salesman ท่านบอกว่า... “ ที่อาจารย์พูดนี่ ยาวไป คนฟังไม่รู้เรื่องนะ.. แต่ผมลองจับใจความดู ผมเข้าใจว่าน่าจะสรุปได้ด้วยคำว่า Postive Change นะ"... โอ้โห ผมสว่างเลย จากเคยพูดเป็นร้อยประโยค เหลือสองพยางค์เอง คราวนี้ไปคุยกับใครง่ายขึ้นเยอะ...

คนๆนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นต้องเป็น Salesman จริงๆก็ได้ อาจเป็นพระ เป็นพยาบาลเป็นอาจารย์ก็ได้... เช่นเพื่อนผมไม่สนใจศาสนาเลย มีวันหนึ่งไปวัด หลวงพ่อชวนปฏิบัติธรรม ก็บอกว่า “โอ๊ย ผมไม่ว่างจะมานั่งสมาธิสองชั่วโมงต่อวันในตอนเย็น เป็นเวลาหกเดือนหรอกครับ" หลวงพ่อเลยพูดว่า “ไม่วางก็ไม่ว่าง" เป็นไงครับ ที่สุดพี่คนนี้กลายเป็นคนสนใจศาสนา ท่านเป็นอาจารย์มหาลัย อายุไม่มาก คุณคิดดูสิครับกว่าจะเกษียณ ท่านจะมีโอกาสบูรณาการคำสอน ไปสอนเด็กกี่พันกี่หมื่นคน และลูกศิษย์ท่านจะส่งต่อเรื่องราวดีๆ ไปอีกขนาดไหน....

คุณลองตั้งข้อสังเกตหาวิธีการโน้มน้าวของ Salesman แล้วเอามาพัฒนาระบบการสื่อสารของคุณ คุณจะแก้ปัญหาหลายๆเรื่องที่คนเก่งๆ เช่น Superman ตัวจริงยังเคยปวดหัว ต้องหนีหัวซุกหันซุนมาแล้ว เพราะคนไม่เชื่อ คุณอาจทำงานร่วมหรือพยายามพัฒนาทักษะนี้ขึ้นมาควบคู่กันก็ได้


ปัญหาข้อ 4 การขาดแคลน “คุณธรรม"

ปัญหาข้อนี้คนบ่นถึง และท้อใจกันที่สุด ว่าแต่ถ้าคุณจะมีคุณธรรมขึ้นมา .. หลายครั้งกลับนึกไม่ออกว่าจะไปยังไง แนะนำให้คุณรู้จักกับคนที่สี่คือ The Great Minds หรือครูทางจิตวิญญาณ อาจเป็นคนดีๆ ผู้นำดีๆ หรือหลวงพ่อคนไหน บาทหลวง อิหม่าม ท่านไหนก็ได้

เมื่อวานลูกศิษย์เล่าถึงเพื่อน ที่ตั้งมั่นว่าจะทำธุรกิจโดยถือศีล 5 ให้ได้ ขอร่วมทุนกับใครคนก็ว่าเพ้อเจ้อ ที่สุดคนสนใจร่วมทุนด้วย เขาคัดคนโดยบอกแต่แรกว่าที่นี่ถือศีล 5 เน้น สร้างวัฒนธรรม จนเป็นองค์กรที่งอกงามไปกว่า 12 สาขา... อีกท่านเป็นลูกศิษย์ผม เช้านั่งสมาธิสองชั่วโมง ถือศีล 5 บัญชีมีฉบับเดียว ไม่โกหกใคร ที่สุดจากเด็ก MBA ธรรมดาเมื่อ 13 ปีก่อน ตอนนี้บริษัทขยายสาขาไปสิบกว่าเแห่งทั่วประเทศ ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นจากศศินทร์ และตอนนี้กำลังจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์... ส่วนครูทางจิตวิญญาณของผมคือหลวงพ่อกล้วยครับ ท่านสอนให้ผม และทำให้ผมค้นพบเรื่องราวของสติ ที่ทำให้ผมเปลี่ยนชีวิตไปอีกมุม

คุณจำเป็นต้องค้นหา Great Minds ของคุณ ทั้งทางโลกทางธรรม เพื่อจะพัฒนาตัวเองให้เกิดมาไม่เสียชาติเกิด ในขณะเดียวกันการเป็นคนที่ได้รับการขัดเกลา จะทำให้คุณดึงดูดและรักษาคนเก่งข้างบนสามคน อยู่กับคุณได้อย่างยั่งยืน...

จะว่าไปจริงๆ แล้วว่าตามทฤษฎีแนวคิด The Connector, Maven และ Salesman นั้นพัฒนาขึ้นมาโดย Malcolm Gladwell ซึ่งผมก็ว่ามันยังไม่พอ ต่อมามาระดมสมองจากนักศึกษาก็มีคนพูดในทำนองเรื่อง คุณธรรม ขึ้นมาหลายๆคน ว่าสังคมขาด ผมเลยมองว่าทฤษฎีการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยคนสามคนของ Malcolm Gladwell ไม่พอเสียแล้ว เพราะถ้ามองได้ไม่ดีี ผมก็เห็นคนไม่ดีในประวัติศาสตร์สามารถระดมคนสามคนนี้มาใช้ สร้างการเปลี่ยนแปลงในทางไม่ดีได้เช่นกัน เช่นฮิตเลอร์เป็นต้น ผมเลยมองว่าเราจำเป็นต้องเติมเติ้มทฤษฎีนี้ด้วยการบวกคนประเภทที่สี่้ขาไปคือ The Great Mind

ดังนั้นในการพัฒนาตัวเองและพัฒนาองค์กร เราควรเริ่มจากการได้รับการชี้นำจาก The Great Mind ก่อน จากนั้นก็พัฒนาความสามารถด้วยการคบหา และเรียนรู้จาก The Connector, Maven และ Salesman

ได้สมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กรคือ

The Great Minds + The Connector + The Maven + The Salesman = The Superman (Pinyo Rattanaphan 2013)


ถ้าทำได้ทำอย่างต่อเนื่อง คุณเป็น Superman แน่นอนครับ

ในองค์กรถ้าคุณเอาสี่คนนี้มาทำงานร่วมกันไม่ว่าจะทางตรงทางอ้อม จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างถึงรากถึงโคน แถมยั่งยืนกว่าครับ เพราะคุณกำลังทำงานร่วมกับ Superman ตัวจริงครับ

วันนี้เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ


References:

The Tipping Point

Picture 1 from:

http://www.posterplanet.net/batman/Superman-Man-Of-Steel-Handcuffs-Advance-Teaser-Movie-Poster.htm#.UblQ-PZ5xD0

Picture 2 from:

http://inserbia.info/news/2013/05/man-of-steel-fate-of-your-planet/

Picture 3 from:

http://wallpapersbq.com/superman-man-of-steel/superman-man-of-steel-wallpaper-11


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (74)

เขียนเมื่อ 

เฮ้อ!อยากเป็นซุปเปอน์แมนจังค่ะเพื่อนจะได้ช่วยให้บ้านเมืองสงบ อ้าว!คนละเรื่องมั๊งเนี่ย อิ อิ

ทำได้คุณหมูจ๋า เรายืมพลังคนอื่น และเพาะพลังตัวเองได้ครับ ทำได้จริงๆ

Have a good day my friend


อ่านและได้ความรู้อย่างมากอาจารย์...หากมีซุปเปอร์แมนหลายๆคนในภาวะนี้จะดีมาก....ขอบคุณครับอาจารย์ 

ชุมชนแห่งนี้ ...อาจารย์ คือ superman  ตัวจริง ถาษาจริง เขียนจริง และจริงใจ

..

ชื่นชมอาจารย์นะครับ


jaja
IP: xxx.48.107.31
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณอาจารย์มากๆ ค่ะ หนูอยาก...Superman (girl)  ^^

เตย
IP: xxx.11.191.129
เขียนเมื่อ 

เตรียมทำควิสเย็นนี้ อิอิ :)

จากการที่อาจารย์สอนเกี่ยวกับ "สมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กร" ผมได้มีโอกาสถ่ายทอดสมการดังกล่าวให้แก่พี่ๆน้องๆที่ทำงาน โดยพี่ๆน้องๆที่ทำงานได้ให้ความสนใจมาก (ตามรูป 555) เมื่อผมสอนเสร็จแล้ว จากนั้นผมได้ถามพี่ๆน้องๆที่ทำงาน ว่า "ทุกคนคิดว่าตัวเราเองเนี่ยเป็นบุคคลประเภทไหนในสมการนี้?"

  • น้องฝ้าย (รูปล่างซ้าย) กล่าวว่า ตนเองน่าจะเป็น The Connector เนื่องจากตนเองทำหน้าที่เป็นธุรการของฝ่าย ต้องมีการติดต่อกับบุคคลอื่นมากมายเพื่อให้งานลุล่วง
  • พี่ฝน (รูปล่างกลาง) กล่าวว่า พี่เค้าน่าจะเป็น The Connector เช่นกัน เนื่องจากทำหน้าที่เป็นธุรการของฝ่ายเหมือนกัยน้องฝ้าย ต้องมีการติดต่อระหว่างหน่วยงานอยู่เสมอ ทั้งระดับผู้บริหารและระดับพนักงาน
  • พี่กัน (รูปล่างขวา) กล่าวว่า พี่น่าจะเป็น The Maven และ The Connector เนื่องจากพี่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจ 5ส ซึ่งต้องใช้ทั้งความรู้ที่เฉพาะทางมากๆ โดยเมื่อมีการตรวจมักจะมีคนถามเสมอว่านี้ถูกหรือยัง ทำไงถึงจะถูกต้อง ซึ่งต้องรู้จริงเท่านั้นถึงจะต้องได้ ทั้งนี้ยังต้องประสานงานกับผู้อื่นในการให้ความร่วมมือในการตรวจ 5ส อีกด้วย

ทั้งนี้ทุกคนก็มีการพูดถึง The Great Mind ว่า น่าจะมีกันทุกคนแต่จะมีมากมีน้อยเท่านั้นเอง

พรพนา ธรรมจิตรสกุล
IP: xxx.175.242.125
เขียนเมื่อ 

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 ได้เรียนเกี่ยวกับ“สมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กร” ทั้งนี้ดิฉันได้ถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวต่อให้กับเพื่อนร่วมงานในบริษัท เกี่ยวกับ“วิถีแห่ง ซุปเปอร์แมน” ต่อด้วยให้เพื่อนร่วมงานทั้ง 5 ท่าน ได้ทำการวิเคราะห์ตัวเอง ว่าเป็นบุคคลประเภทอะไร แล้วเหตุผลอะไรถึงเป็นบุคคลประเภทนั้น

ทั้งนี้ได้ ยกตัวอย่าง มา 3 ท่านคะ

1. คุณเกษทิพย์ คิดว่าตนเองคือ The Connector เนื่องจากตนเองต้องทำหน้าที่จัดส่งสินค้าให้ลูกค้า ต้องมีการติดต่อพนักงานขนส่ง เพื่อให้มีการส่งสินค้าให้ลูกค้าถึงมือลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

2.คุณธีระนันท์ คิดว่าตนเองคือ The Maven เนื่องจากตนเองทำหน้าที่โลจิสติกส์ และเป็นอาจารย์พิเศษ สอนวิชา Inventory Management ให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของสินค้าคงคลัง

3.คุณปุณญดา คิดว่าตนเองคือ The Salesman เนื่องจากหน้าที่งานบางส่วน จะต้องติดต่อลูกค้า แจ้งเลื่อนวันรับสินค้าหรือแจ้งเปลี่ยนสินค้าเป็นรายการอื่น หน้าที่นี้จึงต้องมีความเชี่ยวชาญ มีไหวพริบและทักษะในการให้ข้อมูลสินค้าแก่ลูกค้า

กฤษณ์วัชร อรุณวัชรพันธ์ 555740383-0 MBA KKU BKK
IP: xxx.8.21.183
เขียนเมื่อ 

จากห้องเรียนสู่การลงมือทำ.......อาจารย์ภิญโญได้สอนหลายๆเรื่องที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ หนึ่งในนั้นคือ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” ที่มีใจความสำคัญว่ามนุษย์ทุกคนไม่มีผู้ใดสมบูรณ์แบบไปทั้งหมด จากการที่มนุษย์ต่างขาดแคลนในเรื่องต่างๆของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสมบูรณ์แบบ.......ไม่ได้

ข้าพเจ้าได้มีโอกาสสัมภาษณ์เพื่อนสนิท (รัมย์) โดยนำหัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” มาพูดคุยกับเธอ โดยกล่าวตามที่อาจารย์ภิญโญได้ถ่ายทอดมาทั้งด้านการขาดแคลนทรัพยากร ด้านการการขาดแคลนความรู้ ด้านการขาดแคลนวิธีการสื่อสาร และด้านการขาดแคลนคุณธรรม นอกจากสามารนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและยังสามารถประยุกต์ใช้กับองค์กรที่มีคนจำนวนมากอีกด้วย โดยกล่าวสมการแห่งการพัฒนาตนเองและพัฒนาองค์กรได้ว่า

Connector + Maven + Salesman + The great mind = SUPERMAN


............ จากการสัมภาษณ์เพื่อนสนิทโดยให้เธอยกตัวอย่างตัวเองหรือบุคคลที่รู้จักที่สามารถทำให้เธอเป็น ...........

“ S U P E R W O M A N ” ดังนี้

Connector : ญาติของเธอ เป็นคนที่รู้จักคนมากมายใน.... ทำให้สามารถกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้แก่ตนเอง ทั้งด้านแหล่งจัดจำหน่าย และด้านการสร้างมาตรฐานอาหารฮาลาล

Maven : เธอเชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบโลโก้ตราสินค้า และฉลากบรรจุภัณฑ์

Salesman : เพื่อนของเธอ เป็นคนประชาสัมพันธ์เสื้อสกรีนที่ทำให้พูดคนสนใจด้วยการพูดที่มีวาจาน้าวโน้มจิตใจ และทำให้คนเชื่อได้

The great mind : เธอกำลังช่วยญาติของเธอทำสินค้าน้ำพริกรสชาติต่างๆ ที่มีมาตรฐานฮาลาล ซึ่งมีคุณธรรมด้านศาสนาที่ต้องสร้างสินค้าที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม

ขอขอบคุณ....คุณรัมย์ (เพื่อนสนิท) : ผู้ให้สัมภาษณ์

น.ส.ปิยะทราวดี ฮมภิรมย์ ID : 555740489-4 Executive MBA KKU @BKK
IP: xxx.55.131.155
เขียนเมื่อ 

ขอนำเสนอ การ Sharing หัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน”

Connector + Maven + Salesman + The great mind = SUPERMAN

แบ่งปันเนื้อหาโดย: : นางสาว ปิยะทราวดี ฮมภิรมย์ Executive MBA KKU @BKK (เสื้อสีชมพู่อ่อน)

ผู้รับฟัง จำนวน 4 คน ดังนี้

1. น.ส.ศศิธร สิเนหะวัฒนะ (เสื้อยืดขาว) Graphic Designer / Toyota Buzz Co.,Ltd

2. น.ส.วรธิดา สมสัตย์ (เสื้อขาวแขนยาว) ธุรกิจส่วนตัว

3. น.ส.กนกกาญจน์ พลสุวรรณ (เสื้อชมพู่-ดำ) ธุรกิจส่วนตัว

4. น.ส.เกษราภรณ์ พลซา (เสื้อดำ) Assistant Manager บริษัท หลักทรัพย์ เคจีไอ ประเทศไทย จำกัด

สถานที่ : ร้านกาแฟ Audrey cafe &bistro ทองหล่อ ซ. 11 ,กทม.

เมื่อวันที่ : วันเสาร์ที่ 14 ธ.ค. 56เวลา : 17.00- 21.00 น.

ความสัมพันธ์ : เป็นกลุ่ม ขนาดเล็กเพื่อนเก่าและรุ่นน้อง ในคณะนิเทศศาสตร์และคณะวิทยาการจัดการ

จากการที่ได้ถ่ายทอดเนื้อหาหัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” ให้เพื่อนๆ ทราบ...

ให้เพื่อนๆ แชร์ การวิเคราะห์ตัวเองว่าเป็นบุคคลประเภทอะไร แล้วเหตุผลอะไรถึงเป็นบุคคลประเภทนั้นซึ่งได้คำตอบดังนี้

1. น.ส.กนกกาญจน์ พลสุวรรณ(คุณแทท) แชร์ว่า ตัวเอง คือ Connector
(ขจัดปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร )

1.1 ในแวดวง รถยนต์ ที่คุณแทท ทำธุรกิจอยู่นั้น เธอเป็นที่รู้จักจากคนแวดวงเดียวกัน
เป็นจำนวนมาก เธอเป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือ น่าไว้ใจ เป็นคนที่มี Connection ทีดี
สามารถหาสรร รถยนต์ ให้เพื่อนๆในราคาถูกได้รวมถึงการบริการหลังการขายเช่นเปลี่ยนยาง เปลี่ยนล้อ เปลี่ยน ซ่อมแซ่ม ทะนุบำรุงต่างๆ ก็สามารถที่จะแนะนำเพื่อนๆได้ ในราคาถูก คุณภาพดี เพียงแค่ขอให้แจ้งเธอทุกปัญหาเรื่องรถก็จะหมดไป

1.2 นอกเหนือจากเรื่องรถยนต์ในด้านธุรกิจที่ทำอยู่แล้ว คุณแทท ก็สามารถเป็นConnector ในเรื่องอื่นๆ ได้อีก เช่น ในด้านความสวย ความงาม เธอสามารถแนะนำเพื่อนๆและคนรอบข้างให้รู้จักนายแพทย์ที่ดูแล
สุขภาพ ผิวพรรณ ให้เข้าปรึกษาและรักษา ในราคาที่ถูกมาก ประหยัด จากการแนะนำของเธอ จาก คอร์ดหลายๆหมื่นเหลือเพียงไม่กี่พัน เพราะได้รุ้จักคุณหมอที่ดี เชื่อถือได้ ทำให้เพื่อนได้รับการรักษาที่มีคุณภาพและราคาถูก

1.3 นอกจากนี้เธอยังยกตัวอย่าง เพื่อนจะเปิด ร้านเสริมสวย คุณแทท ก็สามารถใช้ Connection ที่ดีของเธอ แนะนำ การสั่งซื้ออุปกรณ์ และ การตกแต่งร้านได้ จนเพื่อนประสบความสำเร็จตามงบที่แผนไว้เพียง 150,000 บาทในต่างจังหวัด จากเดิม ที่จะต้องเสียความใช้จ่ายถึง 200,000 บาท ทำให้ประหยัดเงินถึง ห้าหมื่นบาท ได้รับทรัพยากรเพิ่มขึ้น ด้วยการแนะนำให้กับเจ้าของร้านขายส่ง สินค้า อุปกรณ์ ต่างๆที่เป็นคนรู้จัก ขายในราคากันเอง (ในขณะที่เล่า เธอดูมีความสุข กับการเป็น Connector ของเธอ อีกด้วย)

============================================================================

2. น.ส. เกษราภรณ์ พลซา(คุณบิว) แชร์ว่า ตัวเอง คือ The Maven (ขจัดปัญหาการขาดแคลนความรู้ )

คุณบิว แชร์เรื่องที่ตัวเองเป็นผู้มีความรู้ ในด้าน การเงิน บัญชีเรื่องหลักทรัพย์ รวมถึงเรื่องหุ้นต่างๆ ทำให้เพื่อนๆ เข้ามาปรึกาษาในเรื่องภาษี ได้ ตลอด เป็นที่พึ่งและเเสมอ เป็นที่ปรึกษาให้ เพื่อนๆ และ ญาติๆ ของเธอ ได้ดี เสมอมารู้จักเธอก็จะไม่กลัวเรื่องวางแผนภาษี อีกต่อไป ทำให้ เพื่อนขจัดปัญหาการขาดแคลนความรู้ ในด้านการเงินและภาษี

===========================================================================

3. น.ส.ศศิธร สิเนหะวัฒนะ(คุณเก้)แชร์ว่า ตัวเอง คือ Salesman (ขจัดปัญหาการขาดแคลนวิธีการสื่อสาร)

จากงานที่เป็นประจำที่เป็น กราฟิฟิกดีไซน์ และมีความโน้นน้ามใจ เก่งทั้งลูกค้า และ คนในองค์กร ก็ต่างเชื่อมั่นในตัวคุณเก้ ไม่ว่างานออกแบบจะออกมาเป็นอย่างไร คุณเก้ก็สามารถนำเสมองานให้ตรงใจ ลูกค้าและ บริษัทได้ดีสามารถขายงานได้ตามวัตุประสงค์ ที่ต้องการ ด้วยความมีเหตุผล บวกกับไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ ดีไซน์ออกมาเป็นงานที่สมบูรณ์แบบ เช่นงานขอเธอ สามารถนำเสนอผลงาน ที่มีมูลค่าสูงในที่ประชุม ออกสู่ผลงานโฆษณาอันยิ่งใหญ่ สามารถขาย Project ให้กับองค์กรได้

อีกหนึ่งตัวอย่างที่คุณเก้ แชร์ให้ฟังคือ เธอ ได้ คุยกับน้องสาวที่เรียนจบใหม่ ๆ จากมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ซึ่งน้องกับกำลัง หางานทำ ได้พูดให้กำลังใจน้องและสร้างความเข้าใจในการทำงานกับผู้อื่นให้น้องสาวได้ ทำความเข้าใจ และเรียนรุ้ จากพี่สาว พูดเสมอว่า น้องสาวทำได้ สามารถเป็น Marketing ได้ จนน้องสาวมีความมั่นใจ และทยอยสามารถงาน 4-5 ที่ จนในที่สุด ติวน้องเรื่องการสัมภาษณ์งาน จนน้องสาวได้งานเป็น Marketing สมใจ

(ขณะที่แชร์ เต็มไปด้วยสายตาที่มุ่งมั่น สามารถขจัดปัญหาการขาดแคลนการสื่อสารได้ จริงๆ สมกับเป็น saleman)

============================================================================

4. น.ส.วรธิดา สมสัตย์(คุณบอลลูน) แชร์ว่า ตัวเอง คือ The Great Minds(ขจัดปัญญาการขาดแคลน“คุณธรรม” ) คุณบอลลูน เธอเป็นคนที่ จิตใจดีมากเธอจะ รับประทานมังสวิรัติ ทุกๆวันอังคารซึ่งเป็นวันเกิดของเธอและทาน ทุกๆวันพระ รักษาศีล 5 เมื่อมีเวลาว่าง ก็จะเข้าวัดทำบุญเสมอรวมถึงเข้าวิปัสสนา ทั้งตัวเอง ทั้งครอบครัว อีกด้วย การมีคุณธรรมของเธอ ส่งผลให้ เธอ อยากเปิด มูลนิธิเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นของตัวเอง ซึ่ง เป็นแรงบัลดาลใจที่ดี ที่ฟังแล้วอึ้งมาก เป็นความคิดที่ดี จริงๆ ได้บุญมากๆ (ขณะที่เล่า รู้สึกเธอดู อิ่มบุญมากๆๆๆ ยิ้ม )============================================================================

หลักจากที่ฟัง ทุกคนแชร์ ความเป็นตัว ตนของตัวเองแล้วเพื่อนๆคนอื่นๆ ก็ได้ คิดเพิ่ม ว่า
แต่ละคนขาดอะไร และคิดว่าจะกลับไปพัฒนาอย่างไร ในอนาคต ซึ่งทุกคนคิดว่า สามารถนำหลักเกณณ์ข้อคิดไปพัฒนาเป็นซุปเปร์แมนได้อย่างแน่นอน

ความรู้สึกผู้บรรยาย หลังจากได้ฟังสิ่งที่เพื่อนๆแชร์ คือ เพื่อนๆเรา ทั้ง 4 คน เมื่อเราอยู่รวมกัน เราจะเป็นทีมที่มีความเป็น Superman รู้สึกโชคดีที่มี เพื่อนที่น่ารัก ช่วยเหลือกันมากตลอด สร้างกำลังใจให้กันและกัน ประทับใจเพื่อนๆแต่ละคน สำหรับความคิดต่างๆ ที่แชร์ในทราบ

เมื่อไร ที่เรามีโอกาสได้เจอกันอีก ครั้งหน้า เราจะมาแลกเปลี่ยนการเป็น Superman กันต่อไป ค่ะ

และเพื่อนๆยังขอบคุณที่เรา นำ Superman มาแชร์ให้เธอได้รู้จัก....อีกด้วย

ระหว่างแชร์ บรรยายกาศ ที่เต็มไปด้วยคำพูด เสียงหัวเราะ ความสุข ขนมหวาน ชา กาแฟ น้ำผลไม้ บรรยายกาศในการสร้างแรงบันดาลใจและความสุขในทางบวก ^____^

BestRegards,

PIYATRAWADEE HOMPIROM

ID : 555740489-4

Executive MBA KKU @BKK

รูปประกอบ : http://upic.me/i/yc/1picture1.jpg

เอกสารประกอบ : ข้อมูล “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” ปริ้นขนาด A4

Post : 17 ธันวาคม 56

เขียนเมื่อ 

จากการเรียนรู้ “ วิถีแห่ง ซุปเปอร์แมน ” ได้นำสมการแห่งการพัฒนาตนเองและพัฒนาองค์กร คือ

TheGreat Minds + The Connector + The Maven + The Salesman = The Superman

มาใช้ในการพัฒนาภายในองค์กรที่ปฏิบัติงานอยู่ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีเพื่อนร่วมงานจำนวน 4 ท่าน จากการถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนร่วมงานได้วิเคราะห์ตัวเองว่าแต่ละคนอยู่ในกลุ่มประเภทอะไรบ้างดังต่อไปนี้

คุณ A สรุปว่าตัวเองน่าจะอยู่ในกลุ่ม The Connector

เนื่องจากเป็นพนักงานฝ่ายด้านการจัดการขนส่งสินค้า
ต้องมีการติดต่อประสานงานกับลูกค้า และโรงงานที่อยู่ต่างประเทศโดยตรง

คุณ B สรุปว่าตัวเองน่าจะอยู่ในกลุ่ม The Connector

เนื่องจากเป็นพนักงานด้านการสั่งผลิตสินค้าติดต่อกับทางต่างประโดยตรง
และดูแลด้านคลังสินค้า

คุณ C สรุปว่าตัวเองน่าจะอยู่ในกลุ่ม The Maven, The Great Minds

เนื่องจากทำงานด้านการเงิน การบัญชีจากที่สรุปคือ

The Maven ใช้ในการถ่ายทอดความรู้เรื่องข้อกำหนดด้านกฎหมาย ด้านภาษี ด้านการเงินให้กับพนักงานได้

The Great Minds เนื่องจากทำงานที่ต้องสัมผัสด้านการเงินโดยตรง
จึงต้องใช้ศีลธรรมในการทำงานอีกด้วย

คุณ D สรุปว่าตัวเองน่าจะอยู่ในกลุ่ม The Connector , The Maven, The Great Minds, The Salesman

เนื่องจากทำงานด้านการขาย การตลาด จากที่สรุปคือ

The Connector ต้องใช้ในด้านติดต่อกับลูกค้า สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
และได้ยังสามารถสร้างให้ลูกค้าเป็น The Connector ต่อเป็นอีกทอดได้

The Maven ใช้ในการถ่ายทอดความรู้เรื่องเกี่ยวกับสินค้าให้ลูกค้าเข้าใจมากขึ้น
The Great Mindsเนื่องจากบางครั้งต้องมีการจ่ายเงินของลูกค้าผ่านพนักงานขาย
จึงต้องใช้ศีลธรรมในการทำงานอีกด้วย

The Salesman เนื่องจากทำงานด้านการขาย การตลาดโดยตรง
จึงคิดว่ากลุ่มที่เหมาะสมมากที่สุดคือกลุ่มนี้เพราะต้องไปใช้ในด้านการทำงานมากที่สุด

น.ส.ชนกพร คำมูล 555740478-9 Ex.WE #12 MBA KKU @BKK
IP: xxx.180.49.4
เขียนเมื่อ 

นำเสนอ การ Sharing หัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน”

Connector + Maven + Salesman + The great mind = SUPERMAN

จากการที่ได้ถ่ายทอดเนื้อหาหัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” ให้น้องๆ วิเคราะห์และพิจารณาว่าตนเองเป็นบุคคลประเภทใด และมีคนรอบข้างเราที่เป็น 1 ใน 4 ประเภทนี้บ้างหรือไม่

1. น้องไมค์ คิดว่า ตัวเอง คือThe Maven เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี สามารถแนะนำและแก้ปัญหาเรื่องคอมพิวเตอร์ได้ตรงจุด เชี่ยวชาญด้านโปรแกรมต่างๆ จนสามารถนำความรู้มาปรับใช้ในการทำงานได้เป็นอย่างดี เป็นที่ปรึกษาให้กับเพื่อนๆและคนในครอบครัวอยู่เสมอ ช่วยให้ประหยัดค่าซ่อมคอมพิวเตอร์ ค่าลงโปรแกรม สามารถแนะนำให้ใช้อย่างถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่าปกติอีกด้วย

2. น้องปิ่น คิดว่า ตัวเอง คือThe Maven เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นงานโรงเรียนหรือธุรกิจของครอบครัว หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับด้านศิลปะแล้ว ทุกคนจะมั่นใจในตัวน้องปิ่นมาก ซึ่งผลงานของเธอก็ออกมาดี โดดเด่นทุกครั้ง จนได้รับรางวัลมากมายเป็นการการันตีความสามารถ

นอกจากนั้นแล้ว เธอยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ในครอบครัวของเรามีผู้ที่เป็น Connector และ Salesman ในคนคนเดียวกัน ก็คือคุณอาของเธอหรือคุณแม่ของดิฉัน ซึ่งเราทุกคนก็มีความเห็นตรงกันว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ เนื่องจากคุณแม่เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี เคยทำธุรกิจมาแล้วหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ร้านเช่าหนังสือ ร้านขายเสื้อผ้า ร้านทำผม ติวเตอร์ จนปัจจุบันทำธุรกิจคาร์แคร์ ทำให้คุณแม่รู้จักคนเยอะมาก ทั้งลูกค้า ลูกจ้างและsupplier รวมไปถึงบุคลิกส่วนตัวที่เป็นคนพูดเก่ง สามารถโน้มน้าวจิตใจผู้คนรอบข้างได้ เมื่อท่านต้องการจัดงานหรือทำธุรกิจอะไร ก็มักจะมีคนช่วยเหลือท่านอยู่เสมอ และท่านก็สามารถแนะนำให้ลูกๆหลานๆทราบถึงวิธีการและบุคคลต่างๆที่สามารถช่วยเหลือเราได้จาก connection ของท่าน


3. น้องบิ้ว คิดว่า ตัวเอง คือThe Maven เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านภาษาญี่ปุ่น โดยปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น Japanese Coordinator ให้กับบริษัท Toyota ซึ่งจะคอย Support คนญี่ปุ่นในองค์กรในทุกๆเรื่อง ซึ่งเจ้านายและเพื่อนร่วมงานก็ประทับใจในการให้ความช่วยเหลือของเธอมาก รวมไปถึงญาติพี่น้องที่เธอก็มักจะให้ความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่นด้วยความเต็มใจ


สิ่งที่ประทับใจในการพูดคุยในเรื่องนี้ก็คือ น้องบิ้ว ได้มองว่าตัวดิฉันเป็นThe Great Minds สำหรับเธอ เนื่องจากมักจะคอยชักจูงเธอให้เข้าสู่ทางธรรม โดยได้ทำตนเป็นแบบอย่าง ช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ เชื่อมั่นในกฎแห่งกรรม และแนะนำเธอให้เข้าวัดทำบุญปฏิบัติธรรม


ทั้งนี้ น้องๆก็ได้ทราบว่าตนเองเป็นบุคคลประเภทใดและจะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างไร รวมไปถึงได้นำความรู้ไปใช้สังเกตุคนรอบข้างว่ามีบุคคล 4 ประเภทนี้หรือไม่ เพื่อที่เราจะสามารถแบ่งปันสิ่งดีๆร่วมกันได้ต่อไป ^______^

นายกฤช กล่อมสิงห์ 555740382-2 WE MBAKKU
IP: xxx.55.168.161
เขียนเมื่อ 

จากการถ่ายทอดเนื้อหาเรื่อง วิถีแห่งซุปเปอร์แมน ให้แก่เพื่อนที่ทำงานในแผนกฝ่ายตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศทราบเกี่ยวกับความขาดแคลนของมนุษย์ชาติ ซึ่งได้แก่การขาดแคลนด้านทรัพยากร การขาดแคลนความรู้ การขาดแคลนวิธีการสื่อสารและการขาดแคลนคุณธรรม โดยหลังจากอธิบายเนื้อหาและ 4 ปัจจัยในการเติมเต็มความขาดแคลนซึ่งได้แก่ The Connector + The Maven + The Salesman + The Great Minds = The Superman แล้ว จึงได้ถามเพื่อนว่า คิดว่าตัวเองมีปัจจัยไหนในการเติมเต็มความขาดแคลนของตนเองและคนรอบข้าง

เรียงจากซ้ายไปขวา

1. น้องเช็ง บอกว่าตนเองเติมเต็มปัจจัยด้านความรู้เกี่ยวกับสถิติได้(The Maven) เนื่องจาก น้องเรียนจบ

มาทางด้านสถิติคอมพิวเตอร์ จึงสามารถให้ความรู้หลักการสถิติ เช่น การสุ่มตัวอย่าง การคำนวณตัวเลขทาง

สถิติ ที่ช่วยในการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบได้

2.พี่เอ็ม บอกว่าตนเองเปรียบได้กับ Super man ผู้ไม่ขาดแคลนทรัพยากรอะไรเลยเนื่องจาก

พี่เอ็มเป็นผู้กว้างขวาง เข้ากับคนรอบข้างได้ดี ประกอบกับนิสัยเป็นคนชอบพูดคุย รวมทั้งมีประสบการณ์

ทำงานด้านตรวจสอบ IT Application มา 5 ปี ทำให้พบผู้คนหลากหลายด้าน จึงทำให้พี่เอ็มสามารถ

เป็นผู้มีการติดต่อสื่อสารที่ดีและเข้าถึงทรัพยากรได้ง่าย มีความรู้เฉพาะทางด้าน IT Application และ

Network พร้อมทั้งได้รับรางวัลจากธนาคารออมสินให้เป็นผู้มีจริยะธรรมดีเด่นอีกด้วย (The Connector + The Maven + The Salesman + The Great Minds = The Superman)

3.พี่บอย บอกว่าตนเองเติมเต็มปัจจัยได้ 3 ด้าน คือ (The Connector + The Maven + The Salesman) พี่บอยเป็นผู้ตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสบการณ์นานกว่าใครๆ มีทั้งความรู้ด้าน IT Network Management รวมทั้งต้องพบผู้คนมากมีการจราจาในการหาข้อสรุปการตรวจสอบและการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ที่ต้องใช้ในการตรวจสอบ

ทั้งนี้ปัจจัยด้าน The Great Minds ของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน ซึ่งอาจทำให้ผู้ถามและผู้ตอบมองเห็นภาพของน้องเช็งและพี่บอยไม่ชัดเจนเท่ากับรางวัลที่พี่เอ็มได้

นางสาวปัทมา สืบสหการ ID:555740402-2 Y-WE#10
IP: xxx.51.160.183
เขียนเมื่อ 

<img src="<a href=" unselectable="on" target="_blank" f327a486901d8efa9afda06dcad06d7f?="" pic.free.in.th="">images by free.in.th

สมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กรโดยดิฉันได้นำ
“วิธีชีวิตแบบซุเปอร์แมน” มาถ่ายทอดต่อเพื่อนร่วมงานในองค์กร

SUPERMAN = Connector + Maven + Salesman + The great mind

โดยมีผู้ฟังอยู่ทั้งหมด 4 ท่าน

  • 1.พี่อุ๊ ผู้เปรียบเสมือน Connector เป็นคนที่กว้างขวาง อัธยาศัยดีมาก
    จึงเป็นที่รู้จักของใครหลายคน และเป็นคนที่ชอบแนะนำสิ่งดีๆให้น้องๆ
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว ช่วยเหลือทุกอย่างที่ตนเองสามารถช่วยได้
    ช่วยแนะนำให้เรารู้จักคนอื่น ที่จะช่วยเราให้เราประสบความสำเร็จ โดยที่คนนั้นเราจะพึ่งรู้จักก็ตาม
  • 2.น้องปอ ผู้เปรียบเสมือน The Great minds น้องเป็นคนที่ชอบธรรมะ
    และน้องได้เล่าแชรืประสบการณ์ของรุ่นพี่ที่ชอบฟังธรรมเหมือนกันเวลาทำงานเปิดวิทยุฟังธรรมไปด้วย
    เวลาว่างก็จะเข้าวัดปฏิบัติทำ การที่ฟังธรรม ทำให้จิตใจเขาสงบ เป็นคนอารมณ์เย็น
    ทำให้ไม่มีปัญหาในการทำงาน แม้ว่าจะเจอการตำหนิจากหัวหน้างาน หรือเพื่อนร่วมงาน
    แต่ก็สามารถทำให้เธออยู่ในสังคมที่มีแต่คนใจร้อนได้อย่างสบายใจ
  • 3.พี่จุ๊บแจง ผู้เปรียบเสมือน The Maven ผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง
    ซื้อพี่แจงทำงานเกี่ยวกับ Asset ที่แผนกบัญชีในบริษัทมาประมาณ 10 ปี
    จึงเป็นผู้ที่เก่งในด้ายสินทรัพย์ การตรวจนับ และทุกคนสามารถสอบถามเกี่ยวกับ Asset
    ได้ทุกเรื่อง
  • 4.พี่แตงโม ผู้เปรียบเสมือน Saleman เป็นคนที่มีคำพูดคำจาที่น่าฟัง น่าเชื่อถือ
    เนื่องจากตัวพี่แตงโมเองเป็นคนที่อัธยาศัยดี มีอารมณ์ขันตลอดเวลา และพูดเก่ง
    จึงทำให้บุคลิก เป็นคนที่พูดอะไรทำให้คนเชื่อถือง่ายและเข้าถึงได้ง่าย
    และสามารถที่จะพูดให้กำลังใจคนที่กำลังท้อแท้ กลับมารู้สึกว่าตัวเองยังมีหวัง
    แม้จะต้องเผื่อใจในการทำอะไรสักอย่าง แต่ก็ลองที่จะสู้
พราว สุขพูลผลเจริญ ID : 555740492-5 MBA KKU
IP: xxx.108.141.115
เขียนเมื่อ 

จากการที่ได้ถ่ายทอดเนื้อหาหัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” ให้น้องๆ วิเคราะห์และพิจารณาว่าตนเองเป็นบุคคลประเภทใด และยังขาดทรัยากรใด 4 ประเภทนี้บ้างหรือไม่

1. น้องแนน

ผลจากการวิเคราะห์ตนเองนั้นทำให้รู้ว่าสิ่งที่แนนมีคือ “คุณธรรม” (The Great Minds ) เพราะแนนมีครูที่คอยแนะนำเรื่องการฝึกสมาธิและการสวดมนต์ ครูท่านนั้นคือญาติสนิท ซึ่งเขาได้ปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานานเกือบ 20 ปี จากการสอนของญาติ ทำให้การใช้ชีวิตของแนนเปลี่ยนแปลงไป จากคนใจร้อนใช้อารมณ์ก่อนเหตุผล เปลี่ยนเป็นใจเย็นลง รับฟังเหตุผลมากขึ้น และมีสติในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ซึ่งผลจากการฝึกสมาธิและสวดมนต์นี้ทำให้เกิดเครื่องมือหลักในการใช้ชีวิตนั่นคือ สติ และแนนไม่ได้หยุดแค่การปฏิบัติต่อตนเอง แต่แนนได้สอนเกี่ยวกับการปฏิบัติให้คุณแม่ ซึ่งผลจากการปฏิบัติของคุณแม่ ทำให้ชีวิตของคุณแม่เปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือได้เลยทีเดียว

สิ่งที่แนนยังขาด คือ การขาดแคลนความรู้ (The Maven) เนื่องจากปัจจุบันนี้แนนได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานโครงการปรับปรุงโครงสร้างสมรรถนะ (Competency) ขององค์กรเนื่องจากแนนมีเพียงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสมรรถนะ
(Competency)ดังนั้นการเข้ามาเป็นคณะทำงานในโครงการนี้จะต้องเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับสมรรถนะขององค์กรเพิ่มมากขึ้น โดยการศึกษาเกี่ยวกับหลักการและเหตุผลในการก่อตั้งโครงการ กระบวนการในการดำเนินงานและเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถศึกษาได้จากรายงานการประชุมและสามารถสอบถามจากรุ่นพี่ที่เป็นคณะทำงานโครงการฯ นอกจากการศึกษาและการสอบถามแล้ว การเพิ่มทักษะทางด้านการใช้โปรแกรมก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ เนื่องจากผู้ที่เป็นคณะทำงานต้องสามารถตอบข้อสงสัยในการใช้โปรแกรมสำหรับการประเมินสมรรถนะขององค์กรได้

2. น้องจิงโจ้

ผลจากการวิเคราะห์ตนเองนั้นทำให้รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองมีคือ “คุณธรรม” (The Great Minds ) ตั้งแต่เด็กจนโตได้ถูกปลูกฝังให้มีคุณธรรมจริยธรรมประจำชีวิต เนื่องจากที่บ้านนับถือศาสนาพุทธ และศาสนาพุทธได้สอนให้ทำความดีละเว้นความชั่ว มีการสวดมนต์ ฝึกสมาธิ ปฏิบัติธรรม และจิงโจ้เองก็ได้มีโอกาสได้เข้าวัดสวดมนต์อยู่เป็นประจำตั้งแต่ทำให้ซึมซับในเรื่องของคุณธรรม และจากการที่ได้เข้าวัดสวดมนต์ ก็ทำให้มีสมาธิในการเรียน การทำงานมีสติในการคิดทำสิ่งต่าง ๆ ทำให้ไม่มีข้อผิดพลาดในชีวิต และถ้าเกิดมีอุปสรรคในการเรียนหรือการทำงานก็ทำให้เรามีสติในการแก้ปัญหา หาวิธีแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและดีที่สุด

สิ่งที่ยังขาด คือ ขาดแคลนทรัพยากร(Connector) เนื่องจากสังคมแวดล้อมในชีวิตประจำวันยังไม่ค่อยได้เจอกับบุคคลแปลกใหม่มากมาย อยู่กับสังคมเดิมๆ มีคนรู้จักจำนวนไม่มาก ทำให้เวลาที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ
นั้นค่อนข้างลำบาก ซึ่งทรัพยากรรอบข้างเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน เวลาเรามีปัญหาอยากจะขอความช่วยเหลือจากบุคคลต่างๆ ถ้าเรามีเพื่อนหรือคนรู้จักเยอะ ก็จะทำให้ง่ายขึ้น

3.น้องมิ้งค์

ผลจากการวิเคราะห์ตนเองนั้นทำให้รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองมี คือ “คุณธรรม” (The Great Minds ) นั่นคือ การมีสตินำมาซึ่งความใจเย็น มีครั้งหนึ่งช่วงมัธยมได้เข้าวัดไปบวชชีพราหมณ์ที่วัดแถวบ้าน ซึ่งพระอาจารย์ที่วัดนั้นได้สอนให่ฝึกสมาธิ
โดยการกำหนดลมหายใจเข้า-ออก นั่งสมาธิ เดินจงกลม จึงทำให้สามารควบคุมอารมณ์ได้ในระดับหนึ่ง ไม่มีอารมณ์ฉุนเฉียวหรือโมโหใครโดยไม่มีสาเหตุ และการที่เรามีสตินั้นทำให้เราสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ อาทิเช่น
การอดทนอดกลั้นเวลาที่ถูกผู้ใหญ่ตำหนิติเตียน แล้วนำข้อคิดที่ได้กลับมาปรับปุงตัวเอง อย่างที่สองคือ การเรียน
ทำให้เรามีสมาธิจดจ่อกับการเรียนทำให้เข้าใจบทเรียนมากขึ้น และสุดท้ายการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม สตินั้นจะช่วยให้เราไม่ว่าหรือตำหนิผู้อื่นด้วยอารมณ์ หรือความไม่ชอบ ความเกลียดชัง นอกจากนั้นการที่เรามีคุณธรรมในตัวเองนั้นจะนำมาซึ่งความสุขตลอดไป

ส่วนสิ่งที่ยังขาดนั้น คือ วิธีการสื่อสาร (Salesman) เนื่องจากเป็นคนที่ไม่มีวิธีโน้มน้าวให้ผู้ฟังตั้งใจ
เชื่อถือในข้อมูลที่เราหามาหรือศึกษามา สาเหตุหนึ่งมาจากการที่เป็นคนขี้ลืม และสื่อสารกับผู้ฟังได้ดีไม่มากพอ
ด้วยเหตุผลนี้เองจึงเริ่มสังเกตจากบุคคลที่มีเทคนิคทางด้านนี้และนำมาปรับใช้กับตนเอง นอกจากนี้การที่เราเลือกหัวข้อให้น่าสนใจ จะช่วยให้เรื่องที่เราพูดมีความน่าสนใจมากขึ้นอีกด้วย

Praw Sukpoonpoljaroen (ID: 555740492-5)

MBA KKU @BKK

นายกำพล โทวนิช รหัส 555740355-5
IP: xxx.99.180.187
เขียนเมื่อ 

หลังจากได้เรียนเรื่อง“ วิถีแห่ง ซุปเปอร์แมน ” ผมจึงได้นำสมการแห่งการพัฒนาตนเองและพัฒนาองค์กร คือ

TheGreat Minds + The Connector + The Maven + The Salesman = The Superman

มานำเสนอต่อเพื่อนๆ และพี่ๆที่ร่วมงานให้ได้เป็นความรู้เพื่อไปพัฒนาตนเอง และองค์กร โดยมีผู้เข้าร่วมบรรยายทั้งหมด 3 ท่าน คือ

1. พี่มน (ผู้หญิงตรงกลางที่ตัวอ้วนๆ) เป็นผู้จัดการฝ่ายคลังสินค้า

2. พี่เอ (ผู้ชายที่ติดหน้าจอ) เป็นหัวหน้าแผนกซ่อมบำรุง

3. ตอง (ผู้ชายไกลจอสุด) เป็นหัวหน้าฝ่ายผลิต

หลังจากจบการนำเสนอก็สรุปได้ว่า

  • 1. พี่มน น่าจะเป็น The Connectorเพราะเป็นคนที่สามารถคุยได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่นี้เธอได้ทำตัวเป็นConnector ที่ดีเพราะในตอนแรกของขวัญปีใหม่มีน้อยเนื่องจากงบประมาณน้อยในปีนี้แต่เธอได้คุยกับ supplier ว่าให้ช่วยเอาของขวัญมาให้ จึงทำให้ได้ของขวัญจาก supplier มาสนับสนุนเป็นจำนวนมาก และยังสามารถ ทำให้ supplier ซื้อ บัตรของขวัญมูลค่าชุดละ 1500 บาท เพื่อนำไปใช้บริการในร้านของบริษัทเราเอง
  • 2. พี่เอ น่าจะเป็น The Maven เพราะเป็นคนที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในด้านการซ่อมบำรุงเครื่องจักรต่างๆ
    เป็นอย่างดี และเวลามีปัญหาอะไรในเรื่องอุปกรณ์ต่างๆก็นำมาถามพี่เค้า พี่เค้าก็จะสอนเราใช้อธิบายให้ความรู้ต่างๆของอุปกรณ์นั้น ซึ่งมีครั้งนึงเครื่องปั่นที่บ้านผมเสียก็ยังเอามาให้พี่เขาซ่อม (จริงๆไม่ใช่งานบริษัท)
  • 3. ตอง น่าจะเป็น The Maven เพราะเป็นคนที่มีความรู้และเชี่ยวชาญ ในด้านวิทยาศาสตร์อาหารเป็นอย่างมาก ซึ่งบางครั้งเป็นเรื่องพูดคุยกันธรรมดา มันก็ลากพาเข้าไปเรื่องวิชาการ ทำให้บางครั้งเครียดจนเกินไป แต่มันก็เป็นคนที่มีความหมกหมุ่นในความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์อาหาร นำเรื่องใหม่ๆเกี่ยวกับอาหารมานำเสนอเสมอ ให้คำปรึกษาในด้านเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการอาหารต่างๆ ได้ดีมาก

    <img src=" <a href=" http:="" upic.me="" show="" 49015753"="" target="_blank">

น.ส.ผกากรอง วงศ์กาลตรัย รหัส 555740371-7
IP: xxx.145.80.99
เขียนเมื่อ 

จากที่ได้ถ่ายทอดเนื้อหา “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” ให้เพื่อนๆ และน้องที่ทำงานฟังและลองแลกเปลี่ยนพิจารณาตัวเองว่าเป็นบุบบคประเภทใดใน 4 ประเภท และยังขาดคนประเภทใดอยู่บ้างในที่ทำงาน สรุปได้ดังนี้

1.คุณเมย์ คิดว่าตัวเองเป็น Salesman เพราะ ทำงานในตำแหน่งเลขานุการ มีการติดต่อประสานงานในแต่ละวันค่อนข้างมาก คุณเมย์เป็นคนที่มีการใช้คำพูดได้น่าฟังมาก บางครั้งอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องรับเรื่องจากฝ่ายงานที่มีปัญหาก็สามารถต่อรองให้อีกฝ่ายใจเย็นลงได้ และนอกจากเรื่องงานแล้ว ยังเป็นเพื่อนที่ดีให้คำปรึกษาและกำลังใจให้กับเพื่อนๆได้

2.คุณเตย วิเคราะห์ว่าตัวเองเป็น Connector เนื่องจากเป็นคนที่รู้จักคนเยอะ อัธยาศัยดี เป็นที่รู้จักของหลายๆคน เมื่อมีใครไปปรึกษาปัญหาก็สามารถแนะนำให้ไปเจอผู้ทีสามารถตอบคำถามได้อย่างลึกซึ้งอีกทั้งยังเป็นคนที่ชอบที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มใจเสมอ

3.น้องหยก เป็น The Maven กูรุเรื่องกล้องและการถ่ายภาพ มีงานเสริมเป็นช่างภาพรับงานถ่ายรูป ซึ่งพี่ๆหลายๆคนก็มีโอกาสมาปรึกษาเรื่องจะซื้อกล้องรุ่นไหนดี แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไรบ้าง

4.พี่กุล ในรูปอาจจะไม่มี แต่ทุกคนเสนอชื่อให้พี่กุลเป็น The Great Minds เพราะพี่กุลเป็นผู้ที่อยู่ในศีล 5 ทานมังสวิรัส และมักจะชวนให้ทุกๆคนหมั่นเข้าวัด หรือฝึกสมาธิ

Connector + The Maven + Salesman + The Great Minds = Superman

นางสาวจิราภา วงศ์กาลตรัย 555740357-1
IP: xxx.145.80.99
เขียนเมื่อ 

จากการถ่ายทอดเนื้อหาเรื่อง วิถีแห่งซุปเปอร์แมน ให้กับเพื่อนที่ทำงานในฝ่ายงานทรัพยากรบุคคลฟังแล้วให้คนฟังลองคิดว่าตัวเองจัดอยู่ในบุคคลประเภทไหน จะขอยกตัวอย่างมา 3 ท่านค่ะ

Superman = Connector + Maven + Salesman + The great mind

1. คุณสุภาพร พลเสนา (บนขวา) : อยู่ในบุคคลประเภท Connector เพราะคุณสุภาพร ดูแลด้านการสรรหาบุคลากรทั้งภายนอกและภายในองค์กร และทำด้านนี้มานานมากกว่า 3 ปี ทำให้เป็น Connector ได้เป็นอย่างดี

2. คุณเตชิต สุขเกษม (ล่างซ้าย): อยู่ในบุคคลประเภท Maven เพราะ คุณเตชิต จบมาทางด้าน IT สามารถให้คำแนะนำด้านคอมพิวเตอร์ เมื่อมีปัญหา และยังช่วยให้แนะนำในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณืด้านไอทีให้ด้วย ทำให้ได้ของที่มีคุณภาพ เพราะตัวเองเลือกดูสเปกเครื่องไม่ค่อยชำนาญ

3. คุณณัฐกฤตา อินตะนัย (ล่างขวา): อยู่ในบุคคลประเภท Salesman เพราะคุณณัฐกฤตตา ทำงานเป็นเลขาผู้บริหาร และเป็นคนพูดเก่ง สามารถสื่อความได้อย่างชัดเจน ตรงประเด็น ทำให้ติดต่อประสานงานได้อย่างรวดเร็ว

Sharing หัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน”

Connector + Maven + Salesman + The great mind = SUPERMAN

จากที่ได้เรียนมาได้มาแชร์ เรื่องราวของการรวมตัวกันของบุคคล 3 อย่าง ที่ก่อให้เกิดพลังมหาศาลในการสร้างสิ่งต่างๆ

ให้กับเพื่อนซึ่งมีการตอบรับดีมาก เพื่อนให้ความสนใจ และบอกว่าจะนำไปบอกต่อ (รู้สึกมีความสุข ที่พูดแล้วมีคนฟังอย่างตั้งใจ และคิดที่จะบอกต่อ)

เธอคนนี้ชื่อว่า “จิ๋ว” หลังจากที่เล่าให้เธอฟัง ก็สรุปจากที่เล่าได้ดังนี้

Connector: เธอรู้จักผู้ชายคนนึง เธอบอกว่าเค้าคนนั้นเป็นพี่ที่ทำงานเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะมาก รู้จักใครหลายๆคน เวลาที่จิ๋วปรึกษาเรื่องราวต่างๆ พี่คนนี้จะแนะนำบุคคลอื่นที่มีความรู้ด้านนั้นๆให้ หรือไม่ก็จะเป็นคนพาจิ๋วไปหา เพื่อทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่อยากจะรู้ ซึ่งหลายๆครั้งก็ได้รับในสิ่งที่ต้องการเสมอ

Maven: บุคคลที่จิ๋วรู้จักเธอบอกว่าเป็นเพื่อนของเธอ ตอนนี้เธอเป็นอาจารย์อยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัด ชลบุรี สอนวิชาศิลปะ เธอมีความรู้และทักษะในเรื่องของการวาดภาพด้วยปากกา สีน้ำ สีต่างๆ ซึ่งได้สอนเรื่องการวาดภาพ ให้กับนักเรียนจนได้รับรางวัลระดับประเทศ จิ๋วได้ปรึกษาเรื่องของการวาดภาพกับเพื่อนคนนี้เพื่อใช้ในการออกแบบภาพ และทำแอนนิเมชั่น ตัวการ์ตูน ทำให้เธอสามารถได้รับความรู้เพิ่ม

Salesman: จิ๋วบอกว่า บุคคลที่เป็นคนประเภทนี้ คือแม่ของเธอ แม่เป็นคนที่มีอาชีพค้าขาย จิ๋วบอกว่าแม่ขายของเก่ง ช่างพูด เข้าใจพูดเวลาขายของให้กับลูกค้า ซึ่งในบางทีแม่ก็พูดกับลูกค้า ที่เดินผ่านไปมา มองครั้งแรกแล้ว ไม่สนใจและไม่น่าซื้อ แต่หลังจากที่แม่เข้าไปคุยด้วยกลับเปลี่ยนไป หันมาซื้อของแม่อีก และหลังจากนั้นก็มาบ่อยๆ และบอกต่อกับคนอื่น ชวนให้มาซื้อของที่ร้านของแม่จิ๋วด้วย

The great mind: เรื่องของคุณธรรม ทุกอย่าง ทุกคน ทุกหน้าที่จะต้องมีคุณธรรมอยู่ด้วยเสมอ จิ๋ว เป็นคนใจเย็น เป็นคนมีสติ ตลอดเวลาเพราะว่า การที่เป็น คนมีคุณธรรมทำให้ตัวเธอเองประสบความสำเร็จได้ และก็หมั่นคอยทำบุญตลอด ที่สะดวกและสามารถทำได้เพื่อให้ชีวิตมีความสุข

น.ส.น้ำทิพย์ เศวตวาณิชกุล ID : 555740367-8
IP: xxx.169.169.74
เขียนเมื่อ 

จากห้องเรียน ได้เรียนเกี่ยวกับสมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กรดิฉันได้มาถ่ายทอดและเล่าถึงซึ่งที่ได้เรียนมาในห้องเรียน เพื่อมานั่งแชร์ความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆจากพวกพี่ๆ ที่ทำงาน ดังนี้

ConnectorหรือSalesman มีพี่ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า เขารู้จักลูกค้าเยอะมากๆ สามารถหาผลิตภัณฑ์ของธนาคารได้เยอะที่สุดของสาขาและวันหนึ่งมีน้องใหม่ที่พึ่งจะได้มาทำงานซึ่งน้องต้องหาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามเป้าที่ผู้จัดการได้ตั้งเป้าไว้ให้ไม่งั้นน้องคนนี้ก็ไม่ได้บรรจุการเป็นพนักงานใหม่ ซึ่งก็ได้พี่คนนี้ที่พาน้องใหม่ออกไปหาลูกค้าและทำผลงานได้ตามเป้าที่คาดไว้พี่คนนี้จึงช่วยให้น้องใหม่คนนี้ได้บรรจุในการทำงาน

The Maven มีพี่ท่านหนึ่งได้ทำงานอยู่ในแผนกต่างประเทศ ซึ่งทำงานมามากกว่า 39 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญในการดูธนบัตรต่างประเทศเป็นอย่างมากเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการจะเป็นชาวต่างชาติฉะนั้นจะต้องมีการเข้มงวดในการทำธุรกรรมการเงินกับทางธนาคาร

Salesman พี่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่าวันนั้นเขาได้ขายประกันชีวิตให้กับลูกค้า ตอนแรกเขาให้เล่าให้ฟังว่าลูกค้าก็เหมือนจะไม่ชอบในตัวประกันชีวิตพูดอย่างไงก็ไม่ฟัง พี่เขาเลยดูการใช้ชีวิตของลูกค้าว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกค้าได้มาซื้อประกันตัวนี้ด้วยที่ลูกค้ามีลูกจึงยกตัวอย่างเรื่องลูกให้ลูกค้าได้ฟัง พูดโน้มน้าวลูกค้าว่ามันคือการออมเงินให้กับลูกถ้าลูกค้าเกิดเป็นสิ่งไม่คาดคิดขึ้นลูกก็ได้ไม่ลำบาก รึถ้าลูกค้าส่งประกันจนหมดอายุสัญญาก็ได้รับเงินคืน เป็นเงินให้กับลูกในอนาคต ด้วยที่พี่คนนี้พูดเกี่ยวกับเรื่องลูกทำให้ตอนแรกคิดว่าจะหมดหวังที่ลูกค้าอย่างไงก็ไม่ซื้อ ทำให้สถานการณ์ที่ดูสิ้นหวังทำให้เกิดความหวังขึ้นมาได้

น.ส.น้ำทิพย์ เศวตวาณิชกุล

MBA-KKU_Y-10_weekday

ID 555740367-8

น.ส.รัตนาภรณ์ รุ่งเลิศสกุล ID 555740375-9
IP: xxx.108.110.163
เขียนเมื่อ 

Superman

จากการถ่ายทอด เรื่อง วิถีแห่งซุปเปอร์แมน ดิฉันได้เล่าเรื่องที่เรียนในห้องเรียนแล้วแชร์ให้คนในครอบครัวฟังค่ะ

Superman = Connector + Maven + Salesman + The great mind

คือ เตี่ย และแม่ค่ะ

1.ConnectorหรือSalesman เตี่ยเล่าให้ฟังว่าเตี่ยเคยรู้จักคนคนนึง ซึ่งรู้จักคนเยอะมาก ตอนนั้นเตี่ยก็ต้องการที่จะสร้างครอบครัวกับแม่ โดยการซื้อบ้านแต่เขามีเงินน้อย เขาจึงไปปรึกษากับน้าคนนึง น้าเขาก็จัดการคุยกับเจ้าของบ้านเดิมให้ แล้วก็พาเตี่ยไปทำธุระที่สำนักงานที่ดิน จึงทำให้เตี่ยได้บ้านหลักแรกในชีวิตของแก ในราคาที่ถูกกว่าที่เตี่ยได้คุยกับเจ้าของบ้านเดิมไว้อีกมาก

2.Maven แม่ค่ะ เมื่อก่อนย้อนไปประมาน เกือบ 30 กว่าปี แม่ได้เข้ามาประกอบอาชีพเป็นช่างตัดเสื้อผ้าที่แถวประตูน้ำ แม่เป็นช่างตัดผ้าที่เก่งจนมีร้านตัดเสื้อผ้ามาจองตัวหลายที่ แต่สุดท้ายแม่ก็มาเจอกับเตี่ย เขาก็เปิดกิจการที่เกี่ยวกับตัดเย็บผ้าปิดจมูก ผ้ากันเปื้อน หมวกตามร้านอาหาร และก็แกะแบบเสื้อผ้าออกมาตัดเย็บขาย เขาเชี่ยวชาญมากๆในด้านการตัดเย็บ

ขอบคุณค่ะ

น.ส.รัตนาภรณ์ รุ่งเลิศสกุล

ID 555740375-9

นางสาวธนาทิพย์ สีทาโส ID 555740364-4
IP: xxx.230.119.248
เขียนเมื่อ 

จากการเรียนเรื่อง “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน”

ฉันได้นำความรู้จากการเรียนดังกล่าวไปถ่ายทอดให้กับเพื่อนๆร่วมชั้นเรียนอีกห้องจำนวน 3 คน คือ คอง (ผู้ชาย) น้องอาเล็ก (ผู้หญิงผมยาว) และน้องอัง (ผู้หญิงผมสั้น) เพื่อเพื่อนๆจะได้นำแนวคิดดังกล่าวไปพัฒนาตนเอง รวมถึงองค์กรของทุกคนด้วย จากการถ่ายทอดฉันและเพื่อนๆก็ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ฉันให้เพื่อนๆลองบอกถึง Connector, Maven, Salesman and The great mind ของแต่ละคนร่วมถึงฉันด้วย

ฉันขอยกตัวอย่างน้องอัง

1.Connector พอให้น้องอังนึกถึงคนที่เป็น Connector คนแรกที่น้องนึกถึงคือคุณแม่ของน้องอังเอง น้องบอกว่าตลอดเวลาแม่จะเป็นคนช่วยเหลือในการติดต่อสื่อสาร หรือประสานงานต่างๆให้ ด้วยความที่คุณแม่น้องเป็นคนกว้างขวาง รู้จักผู้คนเยอะ ทำให้การดำเนินการต่างๆเป็นไปได้ง่ายดาย น้องยกตัวอย่างกรณีที่น้องจะซื้อคอนโดในกรุงเทพ (น้องเป็นคนต่างจังหวัด) ด้วยความที่น้องและครอบครัวไม่มีความรู้เรื่องคอนโด ทั้งราคา หรือการพิจารณาการซื้อต่างๆ แม่น้องจึงไปขอความช่วยเหลือจากคนรู้จัก ซึ่งลูกสาวเค้าทำงานที่กรุงเทพมาระยะหนึ่งแล้ว เค้าจึงแนะนำคอนโดหนึ่งให้ เป็นคอนโดที่ปลอดภัย ติดถนนใหญ่ ราคาพอเหมาะ น้องจึงได้คอนโดที่เหมาะกับน้อง และไม่เสียเวลาในการพิจารณาหรือหานาน เพราะมีลูกของเพื่อนแม่แนะนำให้

2.Maven น้องอังบอกว่า อาจารย์อิทธิพงษ์ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาตอนที่น้องเรียนอยู่ม.รังสิต อาจารย์คอยให้คำแนะนำ แลคำปรึกษาต่างๆระหว่างที่น้องเรียนปริญญาตรี ไม่ว่าน้องจะมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับการเรียนน้องก็จะนึกถึงอาจารณ์คนแรก และอาจารณ์ก็จะมีคำตอบให้น้องได้เสมอ ถึงจะจบจากม.รังสิตแล้ว น้องบอกว่า IS ก็คงจะกลับไปปรีกษาอาจารณ์ท่านนี้อีกเช่นเคย

3.Salesman สำหรับหัวข้อนี้ฉันค่อนข้างแปลกใจ ปนดีใจ น้องอังบอกว่าฉันเป็น Salesman สำหรับน้อง น้องบอกว่าทุกครั้งที่น้องมีปัญหาน้องมักจะมาบ่นกับฉัน (จริงๆ) น้องบอกว่าในทุกๆครั้งที่น้องมาปรึกษา ฉันมักจะพูเสมอว่า "ไม่เป็นไรหรอก อย่าคิดมาก" และจะแนะแนวทางให้คิดไปในทางทีดี (ฉันค่อนข้างภูมิใจ)

4.The great mind น้องอังมอบตำแหน่งนี้ให้กับคุณยาย น้องเล่าว่าคุณยายมักจะชวนน้องไปวัดเสมอตั้งแต่เด็กๆ ทุกวันนี้เวลาน้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัดก็จะมีคุณยายนี่แหละที่คอยชวนน้องไปทำบุญ เข้าวัดเสมอ เพราะตอนน้องอยู่กรุงเทพก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เข้าวัด ทำบุญเลย

ขอบคุณค่ะ

นางสาวธนาทิพย์ สีทาโส ID 555740364-4

ปิรันญา ยีมิน
IP: xxx.213.57.117
เขียนเมื่อ 

Connector + Maven + Salesman + The great mind = SUPERMAN

จากที่ได้คุยสอบถามเรื่องแต่ละคนวิเคราะห์ว่าตัวเองเป็นบุคคลประเภทไหน มีอยู่ 3 คน คือ 1. พี่ร่วมงานที่บริษัท 2. พี่ชายตัวเอง 3. น้องร่วมงานที่บริษัท

<img src="<a href=" http:="" upic.me="" show="" 49139904"="" target="_blank">

1. Connector เมื่อได้คุยกัน เห็นได้ว่า พี่มีนเป็นคนที่รู้จักผู้คนหลากหลายประเภทอาชีพ ทั้งเพื่อน และญาติ คนรู้กันเอง อาจจะรวมด้วยจากที่พี่เคยเดินทางไปเรียนที่ออสเตรเลีย ได้พบป่ะผู้คนหลากหลาย ถึงแม้จะกลับมาไทยยังคงติดต่อกันอยู่ พี่มีนเป็นคนชอบเที่ยว เวลาไปเที่ยวต่างประเทศพี่ก็มีเพื่อนๆคอยแนะนำ พาไปเที่ยวแต่ละเมือง หรือสอบถามข้อมูลต่างประเทศแต่ละเมือง พี่มีนก็ถามเพื่อนๆได้ ด้วยหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่แนะแนวศึกษาต่างประเทศ ก็ควรมีข้อมูลต่างปะเทศหลากหลายด้วย

2. The Maven พี่ชายของตัวเอง(พี่อาท) ที่บ้านนิยมรถคราสสิกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถเวสป้า รถโฟล์คเต่า พี่อาทจะรุ้ข้อมูลดีมาก มีแหล่งข้อมูลหาซื้อ หาซ่อมได้ดี รถเวสป้าที่พี่ชายซื้อมาก็ค้นหาข้อมูลแหล่งซื้อจนได้ พอได้รถมาตกแต่ง เสริมซ่อมเองบ้าง ฉะนั้น วางใจได้เลยถ้าใครมาสอบถามเรื่องรถเวสป้า รถโฟล์คเต่า พี่อาทคุยได้ตั้งแต่ประวัติ แหล่งซื้อขายเลยทีเดียว

3. The Maven น้องขวัญ เมื่อไรใครคุยเรื่องฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น้องตอบได้หมด นักเตะชื่ออะไร เหตุการณ์ปัจจุบันตอนนี้ แมนยูเกิดอะไรขึ้น เห็นของอะไรเป็นแมนยู ซื้อหมด

เราจะเห็นได้ว่าเวลาเรารู้เรื่องอะไรบางเรื่องแบบรู้อย่างจริงจัง เวลามีใครสอบถามข้อมูล ทำให้เราสามารถเชื่อคำตอบนั้นได้ คนใกล้ตัวเรานี่เองที่รู้เรื่องบางเรื่องที่เราคิดว่าเค้าไม่น่าจะรู้ คนใกล้ตัวเราเองเช่นกันก็สามารถช่วยแนะนำเราได้เมื่อเรามีคำถาม ปัญหา

ปิรันญา ยีมิน 555740490-9 [email protected] campus

วรินทิรา บัวเอี่ยม 555740499-1 MBA KKU BKK
IP: xxx.168.66.87
เขียนเมื่อ 

    Sharing Topic How To Be SUPERMAN (วิถีแห่งซุปเปอร์แมน)

    Connector + Maven + Salesman + The great mind = SUPERMAN

    จากการที่ได้ถ่ายทอดเนื้อหาในเรื่อง วิถีแห่งซุปเปอร์แมนให้เพื่อนและเพื่อนร่วมงาน ให้วิเคราะห์และพิจารณาตนเองว่าเป็นบุคคลประเภทไหน และประเมินตนเองว่ายังขาดเรื่องไหน ใน 4 ประเภทนี้บ้าง ได้ข้อสรุป คือ

    • 1.คุณกรวุฒิ ( Senior Software Engineer) จากการวิเคราะห์ตนเอง คุณกรวุฒิ คิดว่าตนเองเป็น Maven เนื่องจากเป็นคนที่เรียนมาด้านวิศวกรและทำงานในส่วนงานที่ต้องออกแบบและคิดค้นการออกแบบเกี่ยวกับเรื่อง Software การเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับ Motor รถยนต์ ปั้มน้ำ ที่ตนเองรับผิดชอบในหน้าที่งาน จึงต้องทำการศึกษาและทดลอง อยู่เป็นประจำ เพื่อให้ได้งานที่ดีและมีประสิทธิภาพ ก่อนที่จะนำส่งต่อให้ฝ่าย Operation ดำเนินขั้นตอนอื่นเพื่อให้ได้สินค้าที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า ส่วนที่ตนเองยังขาด คือ เรื่อง Connector เหตุผลคือ เนื่องจากส่วนงานที่รับผิดชอบเป็นงานที่ต้องคิดและออกแบบระบบในการเขียนโปรแกรมให้กับลูกค้าจึงทำให้ต้องหาข้อมูลในการเขียนโปรแกรมจากคู่มือหรือหลักการเฉพาะทาง จึงทำให้หลัก ๆ ที่ต้องใช้ คือ หนังสือ และ Manual Products มากกว่าการที่จะต้องไปทำการพูดคุยหรือการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นมากกว่า และโดยบุคคลิกมักจะชอบอ่านและนำข้อมูลที่ได้ศึกษามาปฎิบัติเพื่อหาข้อเท็จจริงว่าถูกต้องหรือไม่หรือติดปัญหาในส่วนไหน จึงทำให้คิดว่าตนเองเป็นคนที่ขาดในเรื่องของ Connector ขาดแคลนทรัพยากร ที่บางครั้งเมื่องานติดปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ มักจะไม่ค่อยมีคนที่รู้จักหรือคนที่ต้องการขอความช่วยเหลือในงานได้
    • 2.คุณสายชล (Assistant Strategy Planning) จากการวิเคราะห์ตนเอง คุณสายชล คิดว่าตนเองเป็น The great mind เนื่องจากโดยนิสัยส่วนตัวและยึดหลักการปฎิบัติตนเองทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ยึดหลักความถูกต้องในศีลธรรม รู้ผิดชอบชั่วดีไม่ชอบเอารัดเอาเปรียบและประพฤติไม่ถูกต้องในการทำงาน มักปฎิบัติงานให้เป็นไปตามระบบและหลักการที่แท้จริง แต่ถ้าเห็นว่าเพื่อนร่วมงานปฎิบัติตัวหรือมีความคิดไม่ถูกต้อง คุณสายชล มักจะมีคำถามหรือข้อสงสัยและต้องให้เพื่อนร่วมงานอธิบายว่าเหตุใดจึงคิดและปฎิบัติอย่างนี้ ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้องก็มักจะปฎิเสธและทำให้ถูกต้องตามขั้นตอนอยู่เสมอโดยต้องให้ทุกฝ่ายได้รับความยุติธรรมและไม่ขัดแย้งกันในการทำงานเพื่อให้งานราบรื่นและไม่มีปัญหา สำหรับเรื่องที่คุณสายชล คิดว่าตนเองขาด คือ การเป็น Salesman เหตุผล คือ คุณสายชลคิดว่าตนเองยังมีจุดออ่นในเรื่องของการสื่อสารในการต่อรองหรือการเจรจา เนื่องจากหลักการของ Salesman คือ พูดเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ซึ่งคุณสายชลบอกว่าเรื่องการสื่อสารหรือการเจรจานั้นเป็นเรื่องที่ยากสำหรับตัวเองมา
    • 3.คุณวิไลพร (Marketing Coordinatorส่วนงาน Export) จากการวิเคราะห์ตนเอง คุณวิไลพร คิดว่าตนเองเป็น Salesman เนื่องจากงานที่รับผิดชอบคือต้องติดต่อประสานงานขายให้กับลูกค้าจึงต้องจำเป็นที่ต้องอธิบายกระบวนการในการขายสินค้าให้กับลูกค้าให้เข้าใจรวมทั้งต้องทำเอกสารส่งออกไปให้ลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศโดยการติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น Logistic กรมศุลกากร เป็นต้นเนื่องจากงานที่ได้รับความผิดชอบจะต้องติดต่อกับบุคคลอื่นเป็นส่วนมากจึงทำให้ต้องมีการติดต่อสื่อสารให้ถูกต้องและอีกฝ่ายจะต้องเข้าใจด้วย ส่วนที่คุณวิไลพร ขาด คือ The Great Mind เหตุผล คือ ในหน้าที่ความรับผิดชอบในงานที่ต้องติดต่อกับบุคคลอื่นเป็นส่วนมาก จึงทำให้บางครั้งคนที่ทำการติดต่อสื่อสารไม่เข้าใจหรือทำงานออกมาผิด จึงทำให้บางครั้งต้องมีการใช้อารมณ์หรือปฎิบัติตัวออกมาไม่ดี เช่น กล่าวตำหนิ พูดทำลายน้ำใจเพื่อนร่วมงาน เพื่อต้องการให้ได้งานที่เร็วขึ้น จนบางครั้งลืมนึกถึงความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานไปบ้าง
นายสิทธิพงษ์ เอี่ยมอร่าม 555740378-3 Y10WD MBAKKU BKK
IP: xxx.87.33.196
เขียนเมื่อ 

ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาศกลับไปเยี่ยมเพื่อน ป.ตรี และอาจารย์ที่ปรึกษาคนสวย ที่ราชภัฏอุดร และได้มีโอกาศได้นั่งคุยกันในเรื่องรามต่างๆ

ผมจึงได้มีโอกาศนำเรื่องราวของSupermanไปเล่าในวงกาแฟ และทุกๆคนได้แสดงความเห็นของตัวเองว่าเป็นบุคคลด้านไหนใน4 บุคคล

โดยเพื่อนผู้ชายทั้ง2คน บอกตัวเองว่าเป็น Saleman เพราะด้วยความที่ชั่งพูดและงานที่ทำ ทำให้คิดว่าตัวเองเป็นSalemanแน่นอน แต่ อ.คนสวยบอกว่า ผมและเพื่อนทั้ง2คนคือ Connector เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะรู้จักบุคคลต่างๆ และยังสามารถแนะนำเรื่องดีๆ กลับมา ไม่ลืม อาจารย์ ไม่ลืมน้องๆ ยังแวะเข้ามานำเรื่องราวดีๆ มาแบ่งปัน

คุยกันไปยาวอย่างสนุก และทุกๆคนก็ลงความเห็นว่า เราทั้งหมดเป็นทั้งConnector + Salesman และยังรู็จัก Maven

คือ อาจารย์แม่ ในด้านการจัดการโรงแรม และ อาจารย์ทุกท่านยังเป็น เหมือนThe great mind ที่คอยสอนแต่สิ่งดๆเตือนสติลูกศิษย์ตลอดเวลา

ผมก็ขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่เคยสอนผมมา หากไม่มีครู ผมคงไม่เดินทางมาได้ไกลถึงทุกวันนี้

รชาดา โพธิ์ศรี 555740452-7 MBA KKU BKK
IP: xxx.168.84.150
เขียนเมื่อ 

The outing workshop learn how to be a super man .

ผู้ก่อการ : เจ้รชาดาซอย3 ดำรงตำแหน่ง ผจก.บริษัท เอคิส ซอฟท์ จำกัด

กลุ่มเป้าหมาย : หนุ่มๆซอฟแวร์เอนจิเนียร์ของบริษัท

วันเวลา : วันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.56 เวลา 15.00 น.

สถานที่ : สวนรถไฟ จตุจักร กรุงเทพ

กระบวนการ : ผู้ก่อการได้เริ่มปรับทัศนคติและทำลายกำแพงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างก่อนด้วยการทำ Theory U โดยให้ทุกคนสลับกันเล่าประวัติและเรื่องราวประทับใจของตนเองคนละครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นจึงเริ่มนำเข้าเรื่อง how to be a superman ด้วยการให้ทุกคนเล่าถึงความฝันที่ตนอย่างทำ แล้วจึงแชร์เรื่อง how to be a superman ซึ่งจะเป็นการเล่าถึงคุณสมบัติที่จำเป็นทั้ง4ข้อของคนที่จะเป็นsuperman (The Connector, The Salesman, The Maven, The Great Heart)หรือคนที่จะทำให้งานหรือความฝันนั้นๆให้สำเร็จได้ จากนั้นให้แต่ละคนประเมินตนเองว่าตนมีคุณลักษณะข้อใดที่โดดเด่น และแสดงความคิดเห็นต่อว่าตนเองจะสามารถพัฒนาคุณสมบัติที่ยังขาดอยู่ได้อย่างไร มีวิธีการใดบ้าง นอกจากนี้ยังได้นำเสนอให้ทุกคนเห็นภาพการนำความรู้นี้ไปใช้ในการจัดการทีมงานในองค์กรโดยใช้ศักยภาพของแต่ละคนจากคุณสมบัติที่แตกต่างกันนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันอย่างสูงสุด

ผลการประเมินตนเอง

ศักดิ์ดา : พบว่าตนเป็น The Great Mind เพราะตนชอบเรื่องของ ปรัชญา พุทธศาสนาและจิตวิญญาณ ซึ่งมักใช้หลักคำสอนทางศาสนามาใช้ในการทำงานเสมอ และคิดว่าจะพัฒนาความเป็น Salesmanของตนด้วยการฝึกตนเองให้พูดในที่ชุมชนให้มากขึ้น และจะศึกษาวิธีการพูดโน้มน้าวใจผู้อื่นและฝึกปฎิบัติอย่างจริงจัง รวมถึงการพัฒนาการเป็น Connector ด้วยการไม่ละเลยการสร้างสัมพันธ์ภาพกับผู้คนที่พบเจอทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงานให้มากขึ้น และ สุดท้าย การเป็น Maven ด้วยการตั้งใจศึกษาเรื่องที่ตนเชี่ยวชาญอยู่แล้วซึ่งก็คือด้านProgrammingให้ลึ้งซึ้งกว่าที่เป็นอยู่

ต้อม : พบว่าตนเป็น The Connector และ Salesman เพราะเป็นคนที่มีเพื่อนมากในหลากหลายสาขาอาชีพซึ่งสามารถให้คำแนะนำหรือช่วยเหลือได้ทันทีหากต้องการ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่เพื่อนๆนึกถึงเป็นอันดับต้นๆยามมีปัญหาต้องการคำปรึกษา และ มีความสามารถในการพูดโน้มน้าวคนอื่นได้เป็นอย่างดี ส่วนการพัฒนาด้าน Great Mind นั้นตนมองว่าจะเริ่มด้วยการศึกษาธรรมะให้มากขึ้นด้วยการอ่านหนังสือ เข้าวัดปฎิบัติธรรม หรือ ขอคำแนะนำจากผู้รู้เพื่อนำแนวทางนั้นมาปรับใช้ให้เกิดความสมดุลย์อย่างยั่งยืนในการทำงาน และ พัฒนาการเป็น Mavenด้วยการเป็นเน้นหนักไปทางด้าน Web Application และ Animation จนสามารถถ่ายทอดความรู้และตอบข้อซักถามผู้อื่นได้เป็นอย่างดี

สรุปรวม : ทั้งสองคนเห็นถึงการดึงศักยภาพที่โดดเด่นของแต่ละคนมาใช้ในการทำงานร่วมกัน พร้อมทั้งเปิดใจที่จะเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวิธีการพัฒนาตนเองเพื่อเติมเต็มในส่วนที่ตนขาดเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นไปพร้อมๆกัน

นางสาวตติยา ธนเชาพาณิชยกุล 555740361-0 Y-10(WD)
IP: xxx.48.249.227
เขียนเมื่อ 

จากการที่ได้ทำ WorkShop เรื่อง วิถีแห่ง Suppermen ดิฉันได้ทำ Workshop กับเพื่อนกับพี่ๆที่สนิท 4 คน

โดยการพูดคุยเรื่องที่ผ่านมา และเรื่องปัจจุบันจากที่ห่างหายกันนาน สรุปได้ดังนี้

1.Connector พบว่าเป็นพี่แจน (คนซ้ายสุด) เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวดิฉัน มีอยู่ครั้งหนึ่งดิฉันกำลังจะเปลี่ยนงานไปธนาคารแห่งหนึ่ง ดิันก็มาเล่าให้พี่ๆฟัง และมาปรึกาาพี่ๆว่าจะเอาไงดี อยากรู้จักคนทำงานที่นั้น อยากถามว่าที่นั้นมันโอเครึป่าว พี่เเจนก็แนะนำมาว่า พี่มีเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่นั้น ตำแห่งเดียวกันกับที่น้องจะไป เดี๋ยวพี่ให้เบอร์ แล้วลองโทรปรึกาาพี่เขาเองนะ พี่เเจนก็ให้เบอร์ดิฉันมา

2.Maven พบว่าเป็นพี่แฟง (คนขวาสุด) พี่คนนี้เป็นพี่ที่รักที่สุด เรารู้จักกันที่ทำงาน และเป็นพี่คนเเรกที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกอุ่นใจ เพราะเวลาที่ดิฉันมีปัญหาในการทำงาน ดิฉันจะถามพี่เขาตลอด ทั้งในเรื่องการใช้ Excel เพราะพี่เขาใช้ excel เก่งมากๆ หรือไม่ว่าจะเป็น Process ในการทำาน พีเขาทำงานมานานถึง 8ปี เมื่อวันที่ดิฉันเข้าทำงานวันแรก เพราะฉะนั้นพี่เขาจะรู้ Process ในการทำงานทุกอย่าง อย่างแม่นยำ

3.Salesman พบว่าเป็นพี่แฟง (คนขวาสุด) เช่นเคยเพราะอย่างที่ดิฉันได้เล่าไปว่าพี่เขาเป็นพี่ที่รักที่สุด เพระาฉะนั้นไม่ว่าจะมีปัยหาเรื่องงาน เรื่องชิวิตส่วนตัว ดิฉันก็จะเล่าให้พี่เขาฟัง พี่เขาก็จะมีคำพูดตอดปากตลอดเวลา ว่าเรื่องแค่นี้เองจิบๆ พี่เคยเจออะไรเยอะกว่านี้อีก มันเป็นธรรมดามากซึ่งนี่คือกำลังใจที่ดีเวลาที่ดิฉันได้ฟังมันเสมอ

4.The great mind พบว่าเป็นพี่แฟง (คนขวาสุด) อีกเช่นเคยเพราพี่เขาชอบไปสวดมนต์นั่งสมาธิที่วัด และชอบไปจำศิลในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์อยู่บ่อยๆ พี่แฝงก็จะชวนดิฉันได้วยอยู่เสมอๆ การที่พี่เขาชอบไปปฏิบัติธรรมนั้น สิ่งนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้พี่เขาจะมีคำพูดที่เข้าใจทางโลกอยู่เสมอ

ปิยรัฐ ป้องประทุม 555740404-8 MBAKKU BKK
IP: xxx.130.66.154
เขียนเมื่อ 

จากการเล่าสู่กันฟัง แชร์ และ พูดคุยกับเพื่อนๆ ต่างกลุ่ม ต่างวัย

แชร์เรื่อง วิถี Superman ให้เพื่อนๆ เลือกว่า ข้อไหนสำคัญและเกิดขึ้นใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด

เพื่อนทั้ง 3 คน ซึ่ง มี 2 สถานการณ์ ที่เล่าให้ฟัง เพื่อนทั้ง สาม ตอบ เรื่อง Connection

ขวาบน >>>คุณป่าน หมอดูแลเป็ดในฟาร์มแห่งหนึ่ง แชร์ว่า ตนต้องทำงานเพื่อติดต่อกับผู้คนอยู่เรื่อย ทั้งต่างจังหวัด และ ในกรุงเทพ ทำให้ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้มีความรู้และผู้เอื้อประโยชน์อยู่เรื่อยๆ เลยเชื่อว่า Connector สำคัญกับการดำเนินชีวิตจริงๆ เพราะ Connector บางครั้งก็เป็นได้มากกว่า ผู้ชักจูง

ซ้ายล่าง >>> คุณติ๊ก พีอาร์ บริษัท ประกัน เล่าว่า อาชีพตน การมี Connector ที่ช่วยเหลือติดต่อประสานงานเรื่องต่างๆในการออกบูธขายสินค้า คุณติ๊กพูดจนกล่าวสรุปได้ว่า อาชีพคุณติ๊ก คือ Connection เช่นกัน

ขวาล่าง >>> คุณเนท ทำธุรกิจส่วนตัว เนทเล่าว่า การติดต่อลูกค้า ประสานงาน หรือ ทำสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ต้องการผู้ที่เป็น Connection เพื่อมาทำให้สิ่งต่างๆราบรื่นในการดำเนินงาน ทั้งตนเองที่เป็น ตัวกลาง และต้องอาศัย ผู้อื่น มาเป็นตัวสื่อกลางเช่นกัน

กล่าวโดยสรุป คือ ทั้งสามท่าน ร่วมทั้ง นิ๊กด้วย เชื่อว่า การมี Connector ที่ดีและแนะนำไปในทางที่ดี จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตและการดำเนินงานและทำธุรกิจต่างๆ

นางสาวปริศนา วิบูลย์ศิริ ID: 555740401-4 MBAKKU BKK
IP: xxx.87.151.137
เขียนเมื่อ 

จากการเล่าเรื่องซุปเปอร์แมนให้คนในครอบครัวฟัง ได้ความว่า....

1. คุณพ่อ (รูปบนซ้าย) : คุณพ่อคิดว่าตัวเองเป็น Maven ด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะเวลาเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเสีย ทุกคนในบ้านจะนึกถึงคุณพ่อเป็นคนแรก รวมถึงบรรดาญาติๆ พี่น้องของคุณพ่อ และคนในหมู่บ้าน เนื่องจากคุณพ่อเรียนจบช่างไฟฟ้ามา และทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้ามานานกว่า 50 ปี การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนหลอดไฟ จนถึงซ่อมตู้เย็น เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ คุณพ่อสามารถซ่อมได้หมด (ถ้ายังไม่หมดอายุการใช้งานจริงๆ) โดยเฉพาะวิทยุโบราณ คุณพ่อมักไปเดินตลาดคลองถม เพื่อหาซื้อวิทยุเก่าๆ มาซ่อมเป็นงานอดิเรก

2. คุณแม่ (รูปบนขวา): คุณแม่คิดว่าตัวเองเป็น Great Mind เพราะว่าคุณแม่ทำงานธนาคาร ทำงานด้านการเงินมานานกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องทำงานเกี่ยวกับทรัพย์สินมีค่า แม่บอกว่าถ้าไม่มีคุณธรรม ป่านนี้โดนไล่ออกไปนานแล้ว เพราะมีเพื่อนร่วมงาน/ลูกน้อง ของคุณแม่หลายคน ที่ทุจริตจนโดนไล่ออก เพราะอดทนอดกลั่นความอยากมีไม่ได้

3. พี่ชาย (รูปล่างซ้าย) : พี่ชายคิดว่าตัวเองเป็น Maven เพราะอาชีพที่พี่ชายทำอยู่คือ พ่อครัว ซึ่งมีประสบการณ์การการทำอาหารในโรงแรมมานานเกือบ 10 ปี จึงมีความเชี่ยวชาญด้านการทำอาหารได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด หอมอร่อยในพริบตา (คู่ครัวรสดี) อาหารไทย จีน ญี่ปุ่น และยุโรป รวมถึง Bakery ใครได้ลองชิมเป็นต้องติดใจในรสชาติอาหารที่พี่ชายทำกันทุกคน

น.ส.หฤทัย วาทีเพชร 555740379-1 Young10# Week day
IP: xxx.89.247.41
เขียนเมื่อ 

Superman = Connector + Maven + Salesman + The great mind

จากการเรียนรู้ เรื่อง วิถีแห่งซุปเปอร์แมน และจากการพูดคุยกับพี่ที่ทำงาน สรุปได้ดังนี้

Connecter + Salesman คือ พี่ผู้ชายที่ยืนฝั่งซ้ายมือ พี่เค้าจะเป็นคนที่รู้จักคนเยอะ เวลาต้องการข้อมูลเรื่องต่างๆ สามารถลองถามจากพี่เค้าดูก่อนได้ บางครั้งพี่เค้าจะแนะนำวิธีการหรือช่องทางในการติดต่อในสิ่งที่เราต้องการ รวมไปถึงเวลามีปัญหาในการทำงาน พี่เค้าก็จะมีคำพูดติดตลกมาคอยพูดให้น้องๆหายเครียดได้

Maven + The great mind คือ พี่ผู้ชายที่นั่งติดกับพี่ผู้หญิง พี่เค้าจะเป็นคนที่มีความรู้ในด้านต่างๆ สามารถสอนน้องๆได้ และพี่เค้าเป็นคนที่มีจิตใจดี อารมณ์ดี เผื่อแผ่สิ่งดีๆ แก่คนรอบข้างเสมอๆ คะ

น.ส.วรางคณา จุ้ยเจริญ รหัส 555740377-5
IP: xxx.8.66.217
เขียนเมื่อ 

หลังจากที่ได้แชร์เรื่อง Superman ไปนั้น คุณเอ มีความประทับใจในเรื่องของ The Connector คุณเอคิดว่าในการทำงานทุกวันนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ และทักษะหลายด้านเพื่อใช้แก้ไขปัญหาในการทำงาน หากคุณเอมีเพื่อนที่มีคุณสมบัติเป็น The Connector แล้วนั้น เมื่อเกิดปัญหาในการทำงานเขาสามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่มีคุณสมบัติดังกล่าวให้ช่วยแนะนำบุคคลที่จะสามารถช่วยเหลือคุณเอให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ และยังทำให้คุณเอนำความรู้ที่ได้รับจาก The Connector มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และใช้ในการทำงานได้อีกในอนาคตอีกด้วย

นายริน เสือประสงค์ รหัส 555740376-7
IP: xxx.8.66.217
เขียนเมื่อ 

จากที่ได้เรียนใน class และได้นำไป share ให้กับพี่ๆ ที่ทำงานฟังในเรื่อง Superman และได้ให้พี่ๆ ลองเลือกดูว่าชอบข้อไหนมากที่สุดโดยพี่ๆ ทั้งสองคนพบว่า
ทางด้านซ้ายพี่เกศ ทำงานด้านการประสานงานทางบัญชีกับบริษัทลูกค้าในต่างประเทศเลยมองว่าการที่ได้รู้จักกับ salesman นั้นจะมีความสำคัญมากเพราะว่าโดยตัวเนื้องานนั้นจะต้องมีการติดต่อกับลูกค้าในต่างประเทศ มีการใช้ทักษะในพูดการอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจถึงกระบวนการทำงานต่างๆ
ทางด้านขวาพี่บิ๊ว ทำงานด้านการปิดบัญชีให้กับบริษัท มองว่าการที่ได้รู้จักกับ maven นั้นมีความสำคัญเพราะว่ารายละเอียดของการทำงานในการปิดบัญชีนั้นมีรายละเอียดที่ซับซ้อนและในบางครั้งอาจมีปัญหาใหม่ๆ ที่ไม่เคยเจอดังนั้นการที่ได้รู้จักกับ maven จึงน่าที่จะมีประโยชน์ในการทำงานเป็นอย่างมาก
นายริน เสือประสงค์ ID:555740376-7 YMBA10-WD

เขียนเมื่อ 

เรื่อง สมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กร

หัวข้อ วิถีแห่ง ซุปเปอร์แมน

Connector + Maven + Salesman + Great Mind = Superman

ผมได้นำความรู้จากการเรียนดังกล่าวไปทบทวนและถ่ายทอดกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ ในชั้นเรียนอีก 3 คน คือ ต้อง(1), โบว์(2) และบี(3)ครับสรุปได้ผลดังนั้ครับ

Connector = ต้อง(1) ผู้เชื่อมต่อ เป็นคนที่รู้จักคนเยอะ ชอบนำสิ่งที่ดีไปให้คนอื่น สามารถแนะนำคนมีความสามารถ หรือกลุ่มคนที่จะทำให้คุณเข้าถึงทรัพยากรที่ขาดแคลนได้

Maven = โบว์(2)ผู้สั่งสมความรู้มีความเชี่ยวชาญ เป็นคนมีน้ำใจ ชอบแบ่งปันคนอื่น

Salesman = บี(3) นักขายโน้มน้าวคนเก่งเป็นผู้พลิกสถานการณ์

นายไกรสร อาจหาญ 555740471-3 [email protected]

นางสาวภัทราพร นิลละออ
IP: xxx.11.205.77
เขียนเมื่อ 

https://fbcdn-sphotos-d-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/1551680_738670602824427_80140783_n.jpg

จากการที่ได้เรียนในห้องเรียน ไได้นำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ให้กับพี่ชาย

ในหัวข้อ วิถีแห่ง ซุปเปอร์แมน

Connector + Maven + Salesman + Great Mind = Superman

ได้นำหัวข้อนี้ ไปถ่ายทอดให้กับ พี่ชาย

คุณบอย ได้ให้ความสนใจในเรื่องของconnector เพราะคุณบอยคิดว่าในชีวิตและในสังคมปัจจุบันนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องมีคนที่เป็น connector เป็นจำนวนมาก และคุณบอยได้ยกตัวอย่างของตนเองที่ได้เป็น connector มาคือคุณบอยได้ก่อตั้งกอนทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไปบริจาคให้แก่เด็กชาวเขาและโครงการนี้ก็สำเร็จลงไปได้ด้วยดีเมื่อได้รับความร่วมมือจากผู้ที่รู้จักเป็นอย่างดี และคุณบอยก็ได้มีความภาคภูมิใจในการทำโครงการในครั้งนี้เป็นอย่างมาก นี่คืออีก 1 ตัวอย่างในการเป็น superman ค่ะ

นางสาวภัทราพร นิลละออ MBA#YWD 10 ID 555740373-3

นางสาวภัทราพร นิลละออ
IP: xxx.11.205.77
เขียนเมื่อ 

จากการที่ได้เรียนในห้องเรียน ไได้นำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ให้กับพี่ชาย

ในหัวข้อ วิถีแห่ง ซุปเปอร์แมน

Connector + Maven + Salesman + Great Mind = Superman

ได้นำหัวข้อนี้ ไปถ่ายทอดให้กับ พี่ชาย

คุณบอย ได้ให้ความสนใจในเรื่องของconnector เพราะคุณบอยคิดว่าในชีวิตและในสังคมปัจจุบันนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องมีคนที่เป็น connector เป็นจำนวนมาก และคุณบอยได้ยกตัวอย่างของตนเองที่ได้เป็น connector มาคือคุณบอยได้ก่อตั้งกอนทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไปบริจาคให้แก่เด็กชาวเขาและโครงการนี้ก็สำเร็จลงไปได้ด้วยดีเมื่อได้รับความร่วมมือจากผู้ที่รู้จักเป็นอย่างดี และคุณบอยก็ได้มีความภาคภูมิใจในการทำโครงการในครั้งนี้เป็นอย่างมาก นี่คืออีก 1 ตัวอย่างในการเป็น superman ค่ะ

นางสาวภัทราพร นิลละออ MBA#YWD 10 ID 555740373-3

นายธนนรินทร์ ธัญฐิตเศรษฐ์ Y10 WD ID 555740363-6
IP: xxx.99.180.187
เขียนเมื่อ 

ข้าพเจ้าได้นำความรู้เรื่อง Superman ไปถ่ายทอดให้เพื่อนที่ทำงาน ฟัง ซึ่งสามารถที่จะสังเกตได้ว่าทุกคนค่อนข้างที่จะขี้เกียจฟัง ในครั้งแรก แต่ข้าพเจ้าก็พยายามที่จะคอยพูดถึงแบบอ้อมๆ มาตลอด จนทุกคนที่ข้าพเจ้าได้อธิบายได้เข้าใจในเรื่องของ Superman ซึ่งแต่ละคนได้บอกถึงความเป็นตัวเอง ในบทบาทของ Superman ว่าตัวเองเป็นลักษณะไหนในบทบาทของ Connector,Maven, Salesman และ Great Mindsส่วนตัวของข้าพเจ้านั้นเอง กลับมาสังเกตดูดีๆ จะพบว่า คนในทีมที่ข้าพเจ้าร่วมงานอยู่นั้น แต่ละคนมีบุคลิก ลักษณะที่สำคัญต่างๆ ซึ่งสามารถที่จะรวมกันเป็น Superman ได้เวลาร่วมมือกันปฏิบัติงาน

<img src="<a href=" http:="" upic.me="" show="" 49206596"="" target="_blank">" />

นาย X (นามสมมติ) คนที่ 1 จากซ้ายมือ บุคคลผู้นี้คือ The Maven อย่างแท้จริง เนื่องจากความรู้และความสามารถที่มี มักจะช่วยให้งานสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นที่ปรึกษาได้ดีอีกด้วย

น.ส. G (นามสมมติ) คนที่ 2 จากซ้ายมือ ถือได้ว่าเป็น Connector ตัวแม่ บุคคลนี้จะรู้จักคนนู้นคนนี้ไปทั่วทั้งองค์กร (รู้แม้แต่กระทั่งเรื่องส่วนตัว) ซึ่งสามารถช่วยให้เวลาปฏิบัติงานแล้วต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ หรือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะได้ น.ส.G คนนี้ เป็นผู้แนะนำว่าควรที่จะติดต่อใคร

นาย T (นามสมมติ) ชายที่อยู่ในสุดของห้อง คนนี้เปรียบเหมือนพวกพ่อพระ ดูจากภายนอกเหมือนพวกเสเพล แต่เนื้อแท้แล้วคือ The Great Minds (บุคคลนี้จะใจดีเป็นพิเศษกับสาวๆ) เขาจะช่วยเหลือทุกอย่าง จากคนในทีม หรือแม้แต่ช่วยเหลืองานของลูกน้องตนเองที่อยู่ ตจว. และคอยให้คำปรึกษา เรื่องอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน เช่น เรื่องส่วนตัว นั้นเองจึงทำให้บุคคลนี้คือ The Great Minds

นาย P (นามสมมติ) ชายที่อยู่ถัดมาจากนาย T บุคคลนี้เองที่เป็น Salesman ประจำทีม เรื่องพูดจาโน้มน้าวและให้กำลังใจ นี่เป็นงานถนัดของเค้า และเค้าเองเป็นหัวหน้าทีมที่ลูกน้องรักมาก เนื่องจากเค้าจะมีวิธีการและคำพูดที่สามารถทำให้เราคล้อยตามได้ รวมไปถึงทำให้เกิดกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย

นายธนนรินทร์ (ใส่แว่น) นี้คือตัวข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าคิดว่าตัวเองเป็น The Mavenข้าพเจ้ามีความรู้ แต่อาจจะยังไม่เชี่ยวชาญนัก แต่ก็สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้องานได้

นายธนนรินทร์ ธัญฐิตเศรษฐ์ Y10 WD ID 555740363-6

นางสาวศิริพร สีหายัก
IP: xxx.55.171.203
เขียนเมื่อ 

การพัฒนาองค์กรเชิงบวก Positive Organization Development

วิถีแห่ง “ซุปเปอร์แมน”

หลังจากได้เรียนเรื่องการพัฒนาองค์กรเชิงบวก Positive Organization Development โดยการทดลองทำ workshop หัวข้อ วิถีแห่ง “ซุปเปอร์แมน” ที่มี The Great Mind + The connector + The Maven +
The Salesman = The Superman โดยการให้พิจารณาว่าตัวเองเป็นใคร
ดิฉันจึงได้นำความรู้ดังกล่าวมาเผยแพร่แก่เพื่อนร่วมองค์กร ดิฉันได้ทำการอธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาของ
superman แล้วให้เพื่อนๆ พี่ๆ ลองนึกถึงบุคลิกของตนเองว่าเหมาะที่จะเป็นอะไรมากที่สุด โดยสรุปตัวอย่างไว้ 3 ท่าน ดังนี้

  • 1.คุณวราภรณ์ฯ (พี่ป้อม เสื้อแขนยาวสีดำแถบขาว) บอกว่าตนเองเป็น The Connector เพราะด้วยยุคลิกที่เป็นคนขี้เล่นอัธยาศัยดี ทำให้มีเพื่อนเยอะ รู้จักผู้คนเยอะ และสามารถขอคำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากคนเหล่านั้นทุกครั้ง ทำให้มีเครือข่ายที่จะสามารถติดต่อประสานงานได้เป็นจำนวนมาก ทำให้การทำงานในหลาย ๆ
    ครั้งผ่านไปได้ด้วยความราบรื่นอยู่เสมอ ๆ ซึ่งปัจจุบันถึงแม้ว่าจาอยู่ในสำนัก ไอที แต่ก้อมักจะได้รับงานที่เกี่ยวกับการติดต่อประสานงานทุกครั้งที่มีการจัดอบรมสัมมนา หรือให้คำแนะนำในการจัดงานอยู่เป็นประจำ
  • 2.คุณกุหลาบฯ (พี่โรส เสื้อแขนยาวสีขาวลายจุด) คิดว่าตนเองเหมาะที่จะเป็น The Maven เพราะตนเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถเรื่อง ไอที และเป็นคนดี มีน้ำใจ ทั้งยังเป็นคนใจเย็นมาก ทำให้น้องๆ ในสำนัก ไอทีมักที่จะมาขอความเชื่อเหลือให้สอนงานให้อยู่เป็นประจำ และรู้สึกว่าตนเองมีความสุขทุกครั้งที่ได้สอนงานให้กับน้องๆ
    ได้แนะนำการทำงานให้แก่น้อง ๆ ให้สามาทรถทำงานได้อยน่างถูกต้อง สามารถลดการผิดพลาดจากการทำงาน
    ซึ่งจะเกิดความเสียหายเป็นอย่างมากหากเกิดความผิดพลาดนั้นขึ้น
  • 3.คุณพิชญ์พิพัฒน์ฯ (พี่เอส ผู้ชายสวมแจ๊คเก็ตีน้ำตาล) เป็น The Salesman เพราะตนเองคนมีอารมขัน และก็มีเหตุผลเวลาพูดคุยกับผู้คนทั่วไป ทำให้หลายๆครั้งที่พูดคุญกันทุกๆ คนก็ให้ความเชื่อถืออยู่เสมอทุกครั้งที่จะไปไหนมาไหน ต้องเป็นคนที่จะต้องชวนเพื่อนๆ เพราะเป็นคนเดียวที่สามารถชวนเพื่อนๆ ให้ไปไหนมาไหนด้วยกันได้หมดทั้งกลุ่มข้อนี้ถือเป็นข้อดีที่มีลักษณะบุคลิกคล้ายคลึงกับการเป็น Salesman มากที่สุด

นางสาวศิริพร สีหายัก 555740349-0 YWD#10

จากการเรียนรู้ “ วิถีแห่ง ซุปเปอร์แมน ” ได้นำสมการแห่งการพัฒนาตนเองและพัฒนาองค์กร คือ

TheGreat Minds + The Connector + The Maven + The Salesman = The Superman

มาใช้ในการพัฒนาภายในองค์กรที่ปฏิบัติงานอยู่ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีเพื่อนร่วมงานจำนวน 3 ท่าน จากการถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนร่วมงานได้วิเคราะห์ตัวเองว่าแต่ละคนอยู่ในกลุ่มประเภทอะไรบ้างดังต่อไปนี้

1.น้องเมย์ (คนซ้ายมือ) น้องเค้าบอกว่าเค้าเป็น The Maven ครับ เนื่องจากมีความรู้ในด้านการจัดการวางแผน Logistics ได้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้าคนในแผนกมีปัญหาในการด้านการวางแผน น้องเค้าจะรีบมาถามถึงปัญหา ว่าเป็นปัญหา ณ จุดใด และจะให้คำแนะนำ แก่การแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นคนที่มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างมาก และมีความรู้ ประสบการณ์ในด้านการวางแผน Logistics ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม

2.พี่มโนกร (คนตรงกลาง) พี่มโนคนนี้เค้าเป็น The Connector ตัวจริงครับ เนื่องจากบ่อยครั้งในองค์กรนั้นต้องประสบปัญหากับการจัดงานเลี้ยงประจำปีให้กับบริษัท โดยองค์กรนั้นมีนโยบายในการลดต้นทุน ในการจัดงาน โดยการไปจ้าง Organize นักดนตรีสด จากข้างนอกกะจะมีต้นทุนให้กับบริษัทที่สูงขึ้น แต่ก็ได้พี่มโนกรนี่แหละ ที่เป็นผู้ที่รู้จักทั้ง Organize ในราคาถูก และ คุณภาพดี มาสร้างสีสรรค์ภายในงานได้เป็นอย่างดี และยังสามารถหาวงดนตรีมาร่วมเล่นให้กับบริษัทได้โดยเสียต้นทุนที่ต่ำกว่าที่ตั้งไว้มาก โดยวงดนตรีนั้นก็จะมีพี่มโนกรเป็นผู้เล่นด้วย ซึ่งถือว่าเสียสละให้กับบริษัทมากๆครับ

3.น้องลูกเกตุ (คนขวามือ) น้องคนนี้ต้องยอมรับว่าเป็น Salesman เต็มตัวครับ เนื่องจากน้องเค้าได้ทำงานในหน้าที่ Customer Service คือการบริการลูกค้า จะต้องมีการประสานงานกันหลายฝ่าย และติดต่อโดยตรงกับลูกค้าเกือบทุกราย ซึ่งน้องเค้าสามารถที่จะจูงใจให้กับลูกค้า และสื่อสารให้ลูกค้านั้นโน้มเอียงมาทางตัวเองได้เป็นอย่างดี เช่น เมื่อลูกค้ามีปัญหาในการดำเนินงานเกี่ยวกับศุลกากรโดยทางบริษัทของเราได้ยิงตั๋วใบขนขาเข้าผิดไป ลูกค้าก็จะมีการโวยวายว่าทำไมถึงไปแบบนั้น น้องเค้าก็จะใช้วิธีแข็งข้อกับลูกค้าโดยการบอกว่า คุณจะไม่ยิงตามเราก็ได้นะคะ คุณก็ต้องไปเดินพิธีเอาเองเท่านั้นแหละครับลูกค้าอ่อนข้อให้ทันที จะต้องยอมทำตามที่ลูกเกตุแนะนำ ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ Customer Service นั้น ลูกเกตุถือว่าทำให้ลูกค้าเข้าข้างในตัวลูกเกตุเองได้เกือบทั้งหมด และทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ยอมรับในตัวลูกเกตุเป็นอย่างมาก

นายเสกสรร เผือกศรี ID 555740424-2 MBA KKU Bangkok

น้ำทิพย์ นาคะประเวศ 575740565-6 MBA EX.14
IP: xxx.168.230.59
เขียนเมื่อ 

วันนี้เรียนเรื่อง Positive Psychology

วิถีแห่งซุปเปอร์แมน

เวลาที่เรามีปัญหาบ้างครั้งนั่งจมอยู่กับปัญหาเพียงผู้เดียว หมดสิ้นหนทางบางครั้งมันทำให้ท้อมากๆเลย โชคดีที่ชีวิตคิดบวก

วันนี้เรียนเรื่องสามคนไม่ธรรมดาชอบมากเพราะเป็นสิ่งที่เราเชื่อเราทำอย่างนั้นมาตลอด เราเชื่อว่าการมีเครือข่ายมิตรภาพมีเพื่อนเป็นเรื่องที่ดี เราเชื่อว่าคนเราไม่เก่งทุกอย่าง เราเชื่อว่าเราไม่ต้องทำอะไรเองทุกอย่างก็ได้ สิ่งที่อาจารย์สอนวันนี้ช่วยตอกย้ำแนวคิดของเราว่าเราคิดถูกแล้ว

สามคนไม่ธรรมดาของเรา คือ

The influencers สามคนไม่ธรรมดา

  • ผู้เชื่อมต่อ นายแพทย์จุมภฏ หมอจะเป็นคนที่มีเพื่อนมากอยู่ทุกวงการ เวลาที่ผู้เขียนมีปัญหาอะไรจะขอร้องให้คุณหมอช่วยเสมอ เช่นเวลาต้องการอะไหล่รถยนต์ คุณหมอจะโทรหาน้องที่สนิทมาขับรถผู้เขียนไปเปลี่ยนอะไหล่ที่ร้านราคาประหยัด หรือเวลาที่ทำงานวิจัยแล้วคิดไม่ออก ผู้เขียนจะโทรหาคุณหมอถามว่ารู้จักใครที่เก่งงานวิจัยสาย MBA ไหม คุณหมอก็จะนัดให้เราเจอกับคนๆนั้น
  • ผู้รู้ ถ้าเป็นในสายงานเกี่ยวกับความคิดและจิตเวช การคิดบวก ต้องถามสองหมอ คุณหมอธรนนินท์กับจุมภฏ ถ้าสายงานการเงินต้องถามอาจารย์วิษณุ ถ้าสายอีคอมเมิช์สต้องถามอาจารย์มนตรี ถ้าสายแฟชั่นดีไซน์จะต้องถามลูกสาวเพราะเก่งด้านนี้
  • นักขาย ตัวผู้เขียนเอง เพราะผู้เขียนมีวิธีการพูดขอความร่วมมือจากเพื่อนหรือน้องหรือคนอื่นให้ทำงานร่วมกับหรือทำงานให้ได้เสมอ
นาย กวินพัฒน์ จิระหิรัญนนท์ รหัส 575740497-7 YWE12 MBAKKU-BKK
IP: xxx.50.60.180
เขียนเมื่อ 

The Influencers สามคนไม่ธรรมดาของผม

  1. ผู้เชื่อมต่อ (The Connector) เพื่อนชื่ออร เธอเคยมีอาชีพไกด์ทัวร์อิสระ บ้านเกิดของเธอนั้นอยู่ที่ขอนแก่น จากนั้นจึงย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ และปัจจุบันอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการย้ายที่อยู่บ่อยบวกกับอาชีพของเธอ ทำให้รู้จักคนมากมายหลากหลายอาชีพ ซึ่งเมื่อผมมีคำถามหรือข้อสงสัยไม่ว่าเรื่องอะไร ถ้าหากถามเธอก็จะได้รับคำแนะนำที่ทำให้สามารถค้นพบสิ่งที่ต้องการได้เสมอ ยกตัวอย่างเช่น การเรียน MBA ที่ม.ขอนแก่น ตอนนั้นตัวผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าที่กรุงเทพนั้นเปิดหลักสูตรปริญญาโทของม.ขอนแก่นด้วย ถ้าหากไม่มีคำแนะนำจากเธอในวันนั้น ก็อาจไม่มีตัวผมที่เป็นนักศึกษา ณ ปัจจุบันนี้ก็ได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงทุก ๆ เรื่องที่อยากรู้ ตั้งแต่ เรื่องอาหารการกิน เรื่องเที่ยว เรื่องบุคคล เรื่องธุรกิจ เรื่องงานและอาชีพ แม้ว่าตัวอรจะไม่รู้ แต่อรมักจะเป็นคนที่เชื่อมโยงให้ผมได้พบปะกับผู้คนหรือสถานที่ที่ผมต้องการได้อย่างเสมอ คำแนะนำของเธอเปรียนเสมือนใบเบิกทางที่ทำให้ผมได้ตามสิ่งที่ต้องการอยู่เสมอ
  2. ผู้รู้ (The Maven) หัวหน้างาน ชื่อ พี่หงส์ เธอจะเป็นคนที่มีความรู้กว้างขวางมากและค่อนข้างรู้ลึก รู้ดี รู้ละเอียดในเกือบทุก ๆ เรื่อง ตั้งแต่เรื่องทฤษฎีต่างๆ วิธีการในการทำงานในทุกๆด้าน ตั้งแต่ด้านบัญชี ด้านการตลาด ด้านการบริหารจัดการ ฯลฯ รวมถึงเรื่องอื่น ๆ เช่น ถนนหาทาง สถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งต้องยอมรับว่าเธอเป็นคนที่มีความจำดีมาก ๆ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม แม้ว่าจะผ่านมาเป็นเวลานาน แต่เธอก็จะจำทุก ๆ เรื่องได้เกือบทั้งหมด เรียกได้ว่าตัวผมเองนั้นยกให้เธอเป็นสารานุกรมเลยทีเดียว แม้ว่าเธออายุเกือบ 50 ปีแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าสมองของนั้นนั้นมีลักษณะที่พิเศษในการจดจำสิ่งต่าง ๆ อย่างดีเยี่ยมเพราะถ้าต้องการรู้เรื่องอะไรก็ตาม หากถามเธอ ก็มักจะได้คำตอบที่ชัดเจนและกระจ่างแจ้งในเกือบทุกเรื่อง ถึงแม้ว่าบางเรื่องที่เธอไม่แน่ใจในข้อมูล แต่เธอก็จะค้นหาคำตอบโดยมีเหตุผลที่มาที่ไปอย่างชัดเจนให้จงได้
  3. นักขาย (The Salesman) น้องที่ทำงานผู้ชาย ชื่อ มะเดี่ยว โดยมะเดี่ยวนั้นจะเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในแผนก แม้ว่าเขาไม่ได้มีอาชีพเป็นนักขาย แต่เขาเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษทางด้านการเจรจาต่อรอง ติดต่อประสานงานกับบุคคลอื่น ๆ ทุกฝ่าย ทั้งในและนอกองค์กร ซึ่งแม้ว่าบุคลิกของมะเดี่ยวนั้นจะเป็นคนที่ขี้เล่น พูดจาไม่น่าเชื่อถือ ความรู้ในการทำงานค่อนข้างน้อย แต่ในการเจรจาต่อรองเรื่องที่ยาก ๆ เขากลับมีความสามารถในการพูดคุยกับผู้อื่นได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าใครจะร้อนมาแค่ไหน หากได้พูดคุยกับมะเดี่ยวแล้วก็สามารถเย็นลง และได้ข้อสรุปเพื่อตกลงกันได้อย่างดีทุกราย กล่าวได้ว่ามะเดียวเป็นคนที่ตะล่อมเก่ง พูดจาดี มีความสามารถในการโน้มน้าวคนได้เป็นอย่างดี
นางสาวฐาวรี ยิ้มประสิทธิ์
IP: xxx.19.219.163
เขียนเมื่อ 

หัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” The Influencers สามคนไม่ธรรมดา

  • Connector: พี่หนิง เพราะ เธอเป็นพี่ที่ทำงานเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะมาก รู้จักคนมากมาย เวลาที่ดิฉันปรึกษาเรื่องราวต่างๆ พี่คนนี้จะแนะนำบุคคลอื่นที่มีความรู้ด้านนั้นๆให้ หรือไม่ก็จะเป็นคนพาดิฉันไปแนะนำให้ดิฉันรู้จักคนเหล่านั้น เพื่อสอบถามเรื่องราวที่ต้องการเสมอ
  • Maven: เดียร์ เพราะ เป็นเพื่อนที่สนิทตั้งแต่มัธยมปลายจนปัจจุบัน เดียร์เป็นคนที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในด้านอุปกรณคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเป็นอย่างดี และเวลามีปัญหาอะไรในเรื่องอุปกรณ์ต่างๆของคอมพิวเตอร์ก็นำมาถามเพื่อนคนนี้ เค้าก็จะคอยตอบคำถามเราไม่ว่าจะเวลาไหน
  • Salesman: พี่โก้ เพราะพี่เค้าทำงานในหน้าที่การบริการลูกค้า มักจะได้รับหน้าที่ในการเจรจาต่อรอง และติดต่อประสานงานกับบุคคลอื่น ๆ ทั้งในและนอกองค์กร และการที่พี่โก้มีบุคคลเป็นคนที่ขี้เล่น พูดจาสนุกสนาน ไม่ถือตัว รวมถึงรู้กาลเทศะ ทำให้คนรอบข้างไม่ว่าจะคนที่เด็กกว่า เพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงคนที่อาวุโสกว่า รู้สึกว่าสามารถเข้ามาพูดคุยกับพี่โก้ได้อย่างสะดวกใจนั่นเอง

นางสาวฐาวรี ยิ้มประสิทธิ์ รหัส 575740509-6 YE#12 WE MBA KKU @Bangkok

นางสาวณภาภัช เพียรโป้ย รหัส 575740562-2 Ex.WE#14
IP: xxx.114.107.234
เขียนเมื่อ 

นางสาวณภาภัช เพียรโป้ย รหัส 575740562-2 Ex.Weekend.14

Positive Psychology

วิถีแห่ง “ซุปเปอร์แมน”

ความท้าทายที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่ คือจะทำอย่างไรให้งานที่ตนเองทำอยู่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ปัจจุบันทำงานตำแหน่งเลขากรรมการผู้จัดการที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ เนื่องจากตนเองเป็นหลานของเจ้าของบริษัทฯ จะได้รับคำสั่งหรือมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบที่มากกว่าพนักงานคนอื่นๆ เช่น ติดต่อ จัดหาสื่อป้ายโฆษณาบิลบอร์ด และ ป้ายโฆษณา LED รวมถึงจัดหารสื่อใหม่ๆ นอกจากนี้ยังต้องรับผิดชอบในการทำเอกสารขายเพื่อนำเสนองานลูกค้า และบางครั้งต้องไปประชุมกับเจ้านาย หรือไปแทนเจ้านายบางโอกาส ในขณะทำงานบางครั้งเราก็พบกับปัญหามากมายทำให้เราไม่มีความสุขในการทำงาน และบางครั้งเราจะทำงานได้ราบรื่นประสบความสำเร็จแต่เราเป็นคนที่ตั้งเป้าหมายเรื่องงานไว้สูง คือ หากวันนี้ทำงานสำเร็จพรุ่งนี้จะต้องทำงานให้ได้ดีกว่าวันนี้ บางครั้งเราก็สับสนว่าจะทำอย่างไร แต่หลังจากได้เรียนเรื่อง Positive Psychology ก็ทำให้คิดถึงสามคนที่ไม่ธรรมดาที่จะสามารถช่วยงานเราได้ คือ

“The connector + The Maven + The Salesman = The Superman”

  • ผู้เชื่อมต่อ (The connector) ผู้เขียนเอง เนื่องจากเป็นคนที่ชอบเข้าสังคม ชอบท่องเที่ยว เข้ากับคนอื่นๆ ได้ดี ทำให้เป็นคนที่มีเพื่อนมาก รู้จักคนมากในหลายๆ วิชาชีพ และด้วยหน้าที่การงานที่รับผิดชอบในตำแหน่งเลขากรรมการผู้จัดการ ในตำแหน่งนี้จะมีเลขา 2 คน แต่เพื่อนร่วมงานส่วนมากจะเข้ามาขอความช่วยเหลือมากกว่า รวมถึงเจ้านายก็จะเรียกหาเรามากกว่า เช่น เจ้านายต้องการจะเปิดธุรกิจใหม่ ให้เราประสานเรื่องจดทะเบียนบริษัท ตนเองรู้จักเจ้าหน้าที่สำนักงานทะเบียนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จนกระทั่งดำเนินงานให้เจ้านายเรียบร้อย, เจ้านายต้องการจะไปติดต่องานราชการ ก็แจ้งเราให้เป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานราชการ เช่น จะซื้อที่ดิน เรารู้จักผู้ใหญ่ในกรมที่ดินก็เข้าไปประสานงานให้เจ้านาย และเจ้านายต้องการจะได้พื้นที่จังหวัดขอนแก่นเพื่อขึ้นป้ายโฆษณา เราก็ติดต่อกับเจ้าของพื้นที่เพื่อเช่าติดตั้งป้ายโฆษณา ส่วนในเรื่องของเพื่อนร่วมงานในองค์กร เช่น ฝ่ายการตลาด เมื่อได้รับบรีฟจากลูกค้าต้องการสื่อในต่างจังหวัด เช่น บิลบอร์ด และ ป้าย LED เรารู้จัก Suppliers ในหลายพื้นที่ก็ต้องทำหน้าที่ประสานงานมาให้ฝ่ายขายและจัดทำเอกสารขายส่งงานให้ฝ่ายการตลาด
  • ผู้สั่งสมความรู้ (The Maven) คุณรัฐพนธ์ สุขสบาย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านสื่อโฆษณามากที่สุดคนหนึ่งในองค์กรนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคในการตำแหน่งที่ตั้งป้ายโฆษณาให้มีความโดดเด่น เป็นที่จดจำได้ง่ายแก่ลูกค้า, เรื่องของกฎหมาย ภาษีป้ายโฆษณา เช่น การโฆษณาสินค้าแอลกอฮอล์จะต้องออกแบบอย่างไรให้ถูกต้อง ถูกกฎหมาย เป็นต้น และพร้อมที่จะช่วยเหลือลูกน้อง ให้คำแนะนำอย่างเต็มใจ ทำให้ตนเองได้รับความรู้จากคุณรัฐพนธ์ และได้นำสิ่งที่ได้นั้นมาปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาในการทำงาน
  • นักขาย (The Salesman) คุณณพรรต พิมพ์พิพัฒน กรรมการผู้จัดการ (เจ้านายของตนเอง) ท่านเป็นทั้งเจ้าของกิจการ เป็นกรรมการผู้บริหารงานแต่ครั้งใดที่มีการประชุมงานกับลูกค้าท่านจะไปประชุมกับทีมการตลาดด้วยทุกงาน รวมถึงตนเองก็ได้ออกไปกับท่านด้วย ทำให้ได้รู้ว่าท่านมีการโน้มน้าวใจลูกค้าเก่ง สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้า จนลูกค้าส่วนใหญ่ไว้วางใจและตัดสินใจซื้องานจากเรา คำพูดเด็ดจากท่าน คือ “ไม่มีอะไรเกินความสามารถ ถ้าเรามีความพยายาม”
วรรณา กตกุลรุ่งโรจน์ 575740572-9 MBA KKU at BKK ; EX-WE # 14
IP: xxx.230.217.81
เขียนเมื่อ 

วรรณา กตกุลรุ่งโรจน์ 575740572-9 MBA KKU at BKK ; EX-WE # 14

Positive Psychology

วิถีแห่ง “ซุปเปอร์แมน

The Great Minds + The Connector + The Maven + The Salesman = The Superman

การทำงานบางครั้งมีปัญหาบ้างคิดอยู่คนเดียวจนปวดหัว ต้องการใครสักคนมาชี้ทางสว่างให้กับเรา

สามคนที่ไม่ธรรมดา

1. The Connector : ผู้เชื่อมโยง สำหรับตัวเองคนที่สามารถให้คำแนะนำเมื่อเวลาเรามีปัญหา หาทางออกไม่เจอ เธอคึนนั้นชื่อ คุณวรรณี (พี่ตุ๊ก) เป็นพี่ที่ทำงานเก่า เป็นคนที่ชอบเรียนรู้ทุกอย่างเปรียบเสมือนน้ำที่ไม่มีวันเต็มแก้ว เวลาเราไม่รู้ว่าจะติดต่อใคร หรือการติดต่องานบางอย่างต้องอาศัยคนที่เคยทำมาก่อน พี่ตุ๊กให้คำแนะนำว่าทำยังไง ด้วยประสบการณ์มากในการทำงาน แต่พี่ตุ๊กยินดีที่จะแนะแนวทางในการทำงาน แม้กระทัั้งบริษัทที่ทำอยู่ปัจจุบัน ถ้ามีปัญหาไม่รู้ว่าจะหา Supplier ที่ไหน พี่ตุ๊กจะมีคนที่รู้จักในวงการการทำงาน ถึงแม้ว่างานจะไม่ใกล้เคียงกันมากแต่ด้วยที่พี่ตุ๊กรู้จักคนเยอะ พี่ตุ๊กสามารถช่วยเราได้

2. The Maven : ผู้รู้ คือเจ้านาย (Mr. Ng Chee Hao) เป็นคนที่เก่งมาก มีความรู้ เมื่อเราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่เราไม่สามารถเจรจาต่อรองได้ เจ้านายสอนว่าควรจะต้องไปทิศทางไหนถึงจะได้ผลสำเร็จในการทำงาน เพราะว่างานที่ทำอยู่ต้องติดต่อต่างประเทศ ซึ่งทางต่างประเทศจะไม่ทราบว่าที่เมืองไทยเป็นอย่างไร เราต้องเจรจาต่อรองกับเค้าให้เหตุผลกับเมืองนอก ซึ่งเจ้านายเป็นคนที่รู้ และเก่งในการให้ข้อมูล เป็นการสอนเราไปในตัวเพราะวันข้างหน้าเราต้องเจรจาต่อรองเองโดยที่ไม่มีเจ้านายมาสอนทุกอยู่

3. The Salesman : นักขาย คือตัวเอง ด้วยเหตุผลที่ว่าเมื่อเราได้รับการสั่งสอนจากผู้เชื่อมโยง ผู้รู้ เก็บความรู้ที่มี มาเจรจาต่อรองกับทางเมืองนอก ต้องวางกลยุทธ์ทั้ง 2 ด้าน คือ เชิงรับ และ เชิงรุก ในการทำงาน มันเป็นการวัดใจกับทางเมืองนอกว่า สิ่งที่เราให้เหตุผลนั้นเค้าเห็นด้วยหรือไม่ (การให้เหตุผล หมายถึง การเอาตัวเองเป็นสินค้า ว่าเค้าชอบหรือไม่) ทางเมืองนอกเห็นด้วยกับเหตุผล นั้นแสดงว่าตัวเองเป็นนักขายที่ดี สามารถทำให้เค้าเชื่อในสิ่งที่เราแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่เพียงเชื่อเราอย่างไม่มีเหตุผล

มาลินี สิทธาจารย์กุล 575740588-4 MBA KKU at BANGKOK EX 14 Weekend
IP: xxx.8.154.62
เขียนเมื่อ 

Positive Psychology

วิถีแห่ง “ซุปเปอร์แมน

The Great Minds + The Connector + The Maven + The Salesman = The Superman

สามคนที่ไม่ธรรมดา

1. The Connector : ผู้เชื่อมโยง มีเรื่องเล่าว่า น้องสาวของผู้เขียน ทำงานทางด้านติดต่อค้าขายด้านโทรศัพท์มือถือกับต่างประเทศ บังเอิญว่า เคสนี้ น้องสาวของผู้เขียนมีปัญหาการติดต่อกับชาวจีน ที่เขียนภาษาจีนมาเกี่ยวกับปัญหาเครื่องโทรศัพท์ น้องสาวจึงโทรมาถามว่า พอจะรู้จักใครที่สามารถแปลภาษาที่เป็นสำหรับธุรกิจเฉพาะหรือไม่ ผู้เขียนจึงแนะนำเพื่อนคนนึง ของผู้เขียน ชื่อคุ้ง ซึ่งเขาสามารถแปลภาษาจีนที่เป็นศัพท์เทคนิคทางธุรกิจได้ ดังนั้นน้องสาวของผู้เขียนสามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ทันที


2. The Maven ผู้รู้ เนื่องจากตัวผู้เขียนทำงานในฐานะแก้ปัญหาต่างๆ ให้ลูกค้าของธนาคาร ไม่ว่า จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ การทำรายการโดยผ่านระบบ E Banking ของธนาคาร ดังนั้น เมื่อน้อง ๆ ในทีมมีปัญหาเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ น้อง ๆ ในทีมจะมาถามผู้เขียนว่า ปัญหานี้จะแก้อย่างไร ในฐานะที่ผู้เขียนมีความรู้ในเรื่องเหล่านี้ จึงสามารถแก้ปัญหาให้น้อง ๆ ใน ทีมได้ เช่น ถ้าลูกค้าสอบถามขั้นตอนการเปิด L/C จะต้องทำอย่างไรบ้าง เป็นต้น


3. The Salesman นักขาย เนื่องจากตัวผู้เขียนมีประกันชีวิตหลายฉบับ เนื่องจากเพื่อนของผู้เขียนมีเพื่อนเป็นนักขายประกันชีวิต เพื่อนคนนี้มาหาผู้เขียนที่ทำงาน เพื่อนของผู้เขียนคนนี้ชื่อคุณสุรชัย จะมาทำการขายประกันชีวิตให้ผู้เขียนทุกครั้ง และจะ present ให้ฟังว่า ประกันชีวิตแต่ละประเภทมีข้อดีอะไรบ้าง พี่สุรชัยจะสามารถโน้มน้าวใจให้ลูกค้าซื้อประกันชีวิตได้ทุกคร้ง และเป็นนักขายมืออาชีพ Professional พี่สุรชัยจะมีการเปิดใจการทำการขายประกันชีวิต และจะชี้ถึงปัญหาต่าง ๆ จนทำให้ลูกค้าหรือตัวผู้เขียนตัดสินใจทำประกันชีวิตกับพี่สุรชัย จนขณะนี้เวลาก็ผ่านไปเกือบ 15 ปี ก็ยังมีการติดต่อกับพี่สุรชัย ปีใหม่ หรือวันเกิดก็จะมีของกำนัลมาฝาก พี่สุรชัยมักจะบอกว่าการทำประกันชีวิตก็เป็นการออมเงินวิธีหนึ่งที่สามารถเก็บเงินได้ ดอกเบี้ยก็มากกว่า นำเงินไปฝากธนาคาร พี่เค้ามีความสามารถในการเป็นนักขาย เปิดใจ ชี้ปัญหา และปิดการขายในทันที

​นางสาวศิริวรรณ เชื้อสมบูรณ์ ID: 575740575-3 MBA KKU-BKK (Ex # Weekend รุ่น 14)
IP: xxx.114.107.234
เขียนเมื่อ 

นางสาวศิริวรรณ เชื้อสมบูรณ์ ID: 575740575-3

MBA KKU-BKK (Ex # Weekend รุ่น 14)

Sharing หัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน”

Team Up กับสามคนไม่ธรรมดา

จากที่ได้เรียนรู้และลองพิจารณาตัวเองว่า อยากทำให้ความท้าทายเรื่อง การขายงาน กลายเป็นความสุข และได้ลองพิจารณาบุคคลที่สำคัญภายในองค์กร ถึง 3 คนไม่ธรรมดา ที่จะทำให้งานของเราสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี สรุปได้ดังนี้

1.ผู้เชื่อมต่อ (The Connector) & นักขาย (Salesman) วิเคราะห์ว่า เป็นคุณณพรรต พิมพ์พิพัฒน (กรรมการผู้จัดการ) บริษัทของข้าพเจ้าเอง เนื่องจากบุคคลดังกล่าว เป็นกรรมการผู้จัดการ อยู่ในแวดวงธุรกิจสื่อโฆษณามายาวนาน รู้จักของคนในวงการธุรกิจผลิตสื่อโฆษณาหรือในหลากหลายสาขาอาชีพ เป็นคนที่มีความรู้ ความชำนาญรอบด้าน อัธยาศัยดี เป็นที่รู้จักของหลายๆ คน หลายๆ องค์กร เมื่อเวลาที่ตัวดิฉันเอง มีปัญหาในเรื่องของการเข้าหาลูกค้า ขาดแคลนทรัพยากร ไม่รู้จะติดต่อลูกค้าเพื่อขายงานยังไง บางครั้งก็ติดปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ เพราะไม่ค่อยรู้จักใครมากมายนัก ที่สำคัญ Connection ไม่ค่อยมี ก็ได้ไปปรึกษาปัญหา ท่านก็ได้พาไปหา พบปะ พูดคุย แนะนำและจะคอยช่วยเหลือในการติดต่อสื่อสาร หรือประสานงานต่างๆ ให้ และท่านก็ยังคอยช่วยแก้ไขปัญหาให้เราได้อย่างลึกซื้ง ไม่ว่าจะเรื่องใดๆ ก็ตาม อีกทั้งท่านยังเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มใจเสมอ

2.ผู้สั่งสมความรู้ (The Maven) วิเคราะห์ว่า เป็นคุณรัฐพนธ์ สุขสบาย (รองกรรมการผู้จัดการ) บริษัทของข้าพเจ้าเอง บุคคลดังกล่าวนี้ มีความรู้และความสามารถในด้านทำเลที่ตั้งป้าย ภาษีป้ายโฆษณาและซัปพลายเออร์ต่างๆ เนื่องจากว่าพี่เค้าทำงานและศึกษ้าด้านป้ายโฆษณา ทำเลที่ตั้งมาอย่างยาวนาน สามารถช่วยเป็น Center ของแผนกต่างๆ ช่วยให้งานภายในองค์กรมีการขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นที่ปรึกษา คอยให้คำแนะนำในเชิงเทคนิกต่างๆ ให้กับน้องๆ ในองค์กรได้ดีอีกด้วย

3.นักขาย (Salesman) วิเคราะห์ว่า เป็น คุณหทัยรัตน์ กองแก้ว (ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด) บุคคลนี้เป็นบุคคลที่มีความสามารถในการโน้มน้าวและตะล่อมลูกค้าเก่งมาก และพี่เค้าเป็นหัวหน้าทีมฝ่ายขาย และเค้าเป็นคนที่มีความสามารถในการเจรจาต่อรอง มีการติดต่อประสานงานโดยตรงกับลูกค้าหรือบุคคลอื่นๆ ทุกฝ่าย ทั้งในและนอกองค์กร ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งพี่เค้าสามารถที่จะจูงใจและสื่อสารให้ลูกค้านั้นเกิดการตัดสินใจได้ง่าย พี่เค้าจะมีวิธีการและคำพูดที่สามารถทำให้เราคล้อยตามได้ รวมไปถึงการทำให้เกิดกำลังใจในการปฏิบัติงาน หรือขายงานอีกด้วย มีคำพูดหรือการกระทำที่พี่เค้าชอบพูดเพื่อให้กำลังใจตัวเองและเพื่อนร่วมงาน คือ “ความพยายามของเราในวันนี้ จะนำความสำเร็จมาสู่เราในวันข้างหน้า”

ดังนั้นในการพัฒนาตัวเองและพัฒนาองค์กร เราสามารถพัฒนาด้วยการคบหาและเรียนรู้จาก The Connector, Maven และ Salesman บุคคลที่สำคัญภายในองค์กร ทั้ง 3 คนที่ไม่ธรรมดา จะทำให้งานของเราสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

น.ส. ตะวัน บุญมีID: 575740512-7 MBA KKU-BKK (Ex # Weekend รุ่น 14)
IP: xxx.89.57.75
เขียนเมื่อ 
  1. The Connect ผู้เชื่อมโยง : จากประสบการณ์ของผู้เขียน คือ ผู้เขียนได้ทำงานบริษัทแห่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมา และได้เป็นลูกน้องของคนที่เป็น Connector นี้ ซึ่งเขาได้เป็นตำแหน่ง sale engineer ซึ่งเป็นคนที่รู้จักผู้คนมากมายในการประมูลงานหรือหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของทหารเรือก็ตาม ซึ่งเขาเป็นคนอ้อมโน้มกับทุกคน เจอใครก็ไหว้และให้เคารพคนอื่นเสมออาจจะเป็นด้วยตำแหน่งของเขา มีมาวันหนึ่งผู้เขียนต้องการจะเรียนต่อปริญญาโท และเขาก็ได้แนะนำมหาวิทยาลัยของรัฐต่าง และสิ่งหนึ่งตัวผู้เขียนได้ไปสอบมหาวิทยาลัยรัฐซึ่งสอบไม่ติด แต่ด้วยความแน่วแน่ที่จะต้องเรียนในปีนั้นจึงขอคำแนะนำจากเขา เขาจึงไปสอบถามเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัย มข.ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จนทำให้ผู้เขียนได้ตัดสินใจเรียนที่นี้
  2. The Maven ผู้รู้ : เนื่องจากผู้เขียนเองขณะนี้ได้มาทำงานด้านการนำของเข้าจากต่างประเทศ พิธีการต่างๆ ที่ทางบริษัทได้สั่งซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งตัวผู้เขียนเองไม่ได้เรียนจบทางสายนี้และไม่ได้ทำงานด้านนี้มาก่อน แต่ได้โอกาสจากผู้ใหญ่ที่ให้ลองมาทำด้านนี้ เนื่องจากทางบริษัทของผู้เขียนได้เริ่มก่อตั้งมา 1 ปี ซึ่งทำงานกันในกลุ่มที่น้อยมากเพราะเป็นทีมบริหารงานอย่างเดียวและผู้เขียนได้รับมอบหายในการประสานงานต่างๆ ตั้งแต่เริ่มนำของเข้ามาและต้องหาวิธีทางในการทำงานของตัวเองโดยได้มีบริษัทชิปปิ้งเข้ามาเคลียของต่างๆ ที่อยู่ท่าเรือโดยที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าเจอปัญหากับการที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่ ณ วันนี้ตัวผู้เขียนสามารถตอบโจทย์และวิธีการนำของเข้าหรือเมื่อเจอปัญหาต่าง ๆ สามารถแก้ปัญหาได้ตัวผู้เขียนได้มีความรู้จากชิปปิ้งที่มีความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะเขาเป็นอธิบายขั้นตอนการทำทั้งหมด เพราะทางบริษัทของตัวผู้เขียนเองแม้จะจ้างบริษัทชิปปิ้งแล้วเราก็ต้องเรียนรู้เรื่องไปพร้อมกับเขาด้วย ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้ปิดบังด้านนี้ยินดีแนะนำข้อปฏิบัติงานต่างๆ ให้กับเรา
  3. The Salesman นักขาย : ผู้เขียนได้ทำงานและรู้จัก Sales ค่อนข้างหลายคนหลายสาขา และได้มีเพื่อนทำงานในสายงานนี้ โดยเห็นเธอเป็นนักขายด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัทMouser electronics Inc. เป็นคนที่พยายามและได้ยอดทุกเดือน เขามีทักษะในการขายของเขามาก ได้สังเกตพฤติกรรมของเขาในการแสดงต่อลูกค้า และชี้แนะการให้ข้อมูลต่างๆจนทำให้เขาเป็นที่ยอมกับลูกค้า

ดังนั้นจากการที่รู้จักคน 3 ประเภทนี้ คือ The Connect, The Maven , The Salesman ทำให้เราเมื่อเจอปัญหาต่างในการดำเนินชีวิต ทั้ง3 คนนี้สามารถนำพาให้เราออกจากความมืดแปดด้านได้อีก

นายธเนศ สวมชัยภูมิ รหัส 575740564-8 Ex - Weekend#14
IP: xxx.172.230.208
เขียนเมื่อ 

สามบุคคลที่ไม่ธรรมดา

นักเชื่อมต่อ (Connector): ปกติแล้วไม่ได้มีเพียงคนเดียวที่จะสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับปัญหา ณ ขณะนั้น บางครั้งข้าพเจ้าก็เป็นนักเชื่อมต่อด้วย เช่น มีพี่ที่ทำงานต้องการที่จองตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่โดยใช้สิทธิ์ราชการ ข้าพเจ้าจึงแนะนำให้ติดต่อกับคุณเอ็ม หรือข้าพเจ้าต้องการที่จะเปลี่ยนยางอะไหล่รถยนต์ จึงติดต่อกับคุณบอสที่รู้จักคนมากมาย คุณบอสจึงแนะนำศูนย์ซ่อมรถยนต์ให้กับข้าพเจ้า

นักรู้ (Maven): พี่ๆ ที่ทำงาน CP All จำกัด (มหาชน) จะมีความเชี่ยวชาญการทำข้อมูล Excel ซึ่งในตอนนั้นก็มีเรียนรู้การใช้ excel อย่างจริงจัง เช่น การใช้คำสั่งต่างๆ (IF, count, Index, Vlookup, Hlookup) และการเชื่อมโยงข้อมูลถึงขั้นสูง ทำให้มีความรู้และทักษะในการใช้ excel พอสมควร

นักขาย (Salesman): คุณวิ (นักธรรมอาวุโส) ตอนนั้นได้มีโอกาสไปฟังการบรรยายธรรมของคุณวิ ซึ่งในห้องบรรยายเต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่าศรัทธา ด้วยคำพูดที่สอนให้เข้าใจง่าย เน้นการเล่านิทานสอนธรรมะ เรื่องมีว่า มีผู้ชายคนหนึ่งต้องการที่จะไปไหว้พระที่บนยอดเขา จึงได้ไปสอบถามคุณยายที่อยู่บริเวณตีนเขา ว่าต้องใช้เวลาเท่าไรที่จะไปถึงยอดเขา ถามกี่รอบ กี่รอบ คุณยายท่านก็ไม่ยอมตอบ ด้วยความโมโหชายคนนั้นก็เดินหนี ทันใดนั้นคุณยายท่านก็ตะโกนขึ้นว่า ครึ่งชั่วโมง ชายคนนั้นก็ยิ่งโมโหว่าถามไปหลายครั้งทำไมไม่ตอบ คุณยายท่านจึงตอบกลับว่า “ถ้าไม่แน่ใจในสิ่งที่จะพูดก็ไม่ควรจะพูด” เพราะยายเห็นลักษณะการเดินของผู้ชาย ยายจึงตอบได้ว่าใช้เวลานานแค่ไหน เพียงเท่านั้นก็ยกมือไหว้คุณยายแล้วเดินขึ้นไปไหว้พระบนยอดเขา

เศกสิทธิ์ ดอกไม้แก้ว
IP: xxx.24.112.70
เขียนเมื่อ 

นาย เศกสิทธิ์ ดอกไม้แก้ว รหัส 575740576-1 EX.Weekend 14

วิถีแห่ง “ซุปเปอร์แมน

The Great Minds + The Connector + The Maven + The Salesman = The Superman สามคนที่ไม่ธรรมดา The Connector : ผู้เชื่อมโยง สำหรับผมเอง คือ พี่เลขาของ คือ พี่เบญจมาศเหตุผลคือ พี่เบญเป็นผู้ที่รอบรู้เกือบจะทุกเรื่องที่ผมได้สอบถามไป ด้วยเนื้องานที่ต้องรองรับความต้องการต่างๆของทีม ไม่ว่าจะเป็นเอเจนซี่ด้านต่างๆ ใครเหมาะสมกับงานอะไรพี่เบญสามารถจัดการได้หมด และเหนือกว่าอื่นใด แม้เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงาน พี่เบญก็สามารถติดต่อประสานงานได้ ในความคิดของผมบุคคลที่จะเป็นผู้เชื่อมโยงได้ดี ต้องมาจากบุคลิกที่เป็นมิตร มีปิยะวาจา(communication skill) รู้จักสังเกตุผู้อื่น และเป็นผู้ใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ ถ้าไม่ทราบจะพยายามหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆเพื่อสนับสนุนทีมได้ตลอดเวลาThe Maven : ผู้รู้ คืออ.นพ.ธีระ (แพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับ) อ.เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยรักษาด้านโรคตับโดยตรงที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้านความรู้ด้านโรคและการรักษาโรคตับไม่ต้องผู้ถึงครับในประเทศไทยน่าจะเป็นอันดับหนึ่งก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ผมชื่นชมท่านเป็นพิเศษคือ นอกจากความรู้ด้านวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นการรักษา ยาต่างๆที่ท่านสามารถให้คำแนะนำผมได้เสมอ ท่านยังมีความชำนาญด้านการตลาดอีกด้วย ท่านสามารถแนะนำการทำธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ การวางแผนงาน การทำกิจกรรมส่งเสริมการขายยารักษาโรค ได้แม่นยำตรงกับความต้องการของลูกค้า(แพทย์)ซึ่งเมื่อได้ปฎิบัติตามที่ท่านแนะนำ ผลตอบรับออกมาค่อนข้างดีตรงกับที่บริษัทตั้งเป้าไว้ นอกจากนี้ท่านยังสามารถแนะนำเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับการวางแผนงาน หรือการวางแผนชีวิตที่ดีได้อีกด้วย สำหรับผมถือว่าท่าน เป็นผู้รอบรุ้อย่างแท้จริง The Salesman : นักขาย คือหัวหน้าของผมเอง ภก.วิจิตร ตำแหน่ง


เศกสิทธิ์ ดอกไม้แก้ว
IP: xxx.24.112.70
เขียนเมื่อ 

นาย เศกสิทธิ์ ดอกไม้แก้ว รหัส 575740576-1 MBA.KKU.BKK Ex.weekend 14

วิถีแห่ง “ซุปเปอร์แมน

The Great Minds + The Connector + The Maven + The Salesman = The Supermanสามคนที่ไม่ธรรมดา

The Connector : ผู้เชื่อมโยง สำหรับผมเอง คือ พี่เลขาของ คือ พี่เบญจมาศเหตุผลคือ พี่เบญเป็นผู้ที่รอบรู้เกือบจะทุกเรื่องที่ผมได้สอบถามไป ด้วยเนื้องานที่ต้องรองรับความต้องการต่างๆของทีม ไม่ว่าจะเป็นเอเจนซี่ด้านต่างๆ ใครเหมาะสมกับงานอะไรพี่เบญสามารถจัดการได้หมด และเหนือกว่าอื่นใด แม้เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงาน พี่เบญก็สามารถติดต่อประสานงานได้ ในความคิดของผมบุคคลที่จะเป็นผู้เชื่อมโยงได้ดี ต้องมาจากบุคลิกที่เป็นมิตร มีปิยะวาจา(communication skill) รู้จักสังเกตุผู้อื่น และเป็นผู้ใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ ถ้าไม่ทราบจะพยายามหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆเพื่อสนับสนุนทีมได้ตลอดเวลา

The Maven : ผู้รู้ คืออ.นพ.ธีระ (แพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับ) อ.เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยรักษาด้านโรคตับโดยตรงที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้านความรู้ด้านโรคและการรักษาโรคตับไม่ต้องผู้ถึงครับในประเทศไทยน่าจะเป็นอันดับหนึ่งก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ผมชื่นชมท่านเป็นพิเศษคือ นอกจากความรู้ด้านวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นการรักษา ยาต่างๆที่ท่านสามารถให้คำแนะนำผมได้เสมอ ท่านยังมีความชำนาญด้านการตลาดอีกด้วย ท่านสามารถแนะนำการทำธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ การวางแผนงาน การทำกิจกรรมส่งเสริมการขายยารักษาโรค ได้แม่นยำตรงกับความต้องการของลูกค้า(แพทย์)ซึ่งเมื่อได้ปฎิบัติตามที่ท่านแนะนำ ผลตอบรับออกมาค่อนข้างดีตรงกับที่บริษัทตั้งเป้าไว้ นอกจากนี้ท่านยังสามารถแนะนำเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับการวางแผนงาน หรือการวางแผนชีวิตที่ดีได้อีกด้วย สำหรับผมถือว่าท่าน เป็นผู้รอบรุ้อย่างแท้จริง

The Salesman : นักขาย คือหัวหน้าของผมเอง ภก.วิจิตร ตำแหน่ง

นางสาวปภิชญา ทวีแก้ว
IP: xxx.27.238.250
เขียนเมื่อ 


นางสาวปภิชญา ทวีแก้ว ID: 5657403065-9

MBA KKU-BKK

Sharing หัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน”

Team Up กับสามคนไม่ธรรมดา


วันที่ 14 กุมภาพันธ์ุ 2559 ได้เรียนเกี่ยวกับ“สมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กร” ทั้งนี้ดิฉันได้ถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวต่อให้กับเพื่อนร่วมงานในบริษัท เกี่ยวกับ“วิถีแห่ง ซุปเปอร์แมน” และ ได้ทำการวิเคราะห์สำหรับตัวเอง ว่าบุคคลในชีวิตเป็นบุคคลประเภทอะไร แล้วเหตุผลอะไรถึงเป็นบุคคลประเภทนั้น

ทั้งนี้ได้ ยกตัวอย่าง มา 3 ท่านคะ

1. The Connector คิดว่าตนเองคือ เนื่องจากตนเองต้องทำหน้าที่ในการประสานงานติดต่อกับลูกค้า ( marketing ) และมีการติดต่อกับผู้ประสานงานกับบริษัทต่างๆ อยู่เสมอๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลและเข้าถึงลูกค้าทั้งในกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้มุ่งหวังและที่เป็นลูกค้าอยู่แล้วนั้นเพื่อให้การประสานงานและการบริการอย่างมีประสิทธิภาพ

2. The Maven คุณจักรเรืองโรจน์ สมุทรสาคร เนื่องจากมีอาชีพเป็นผู้ช่วยนักบิน และเป็นบุคคลสำคัญของชีวิตดิฉัน เขาเป็นบุคคลที่มีความรอบรู้แทบจะในทุกๆเรื่องที่ฉันไม่เคยรู้ เขามีนิสัยที่ชอบอ่านหนังสือ รักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ ในบางเรื่องที่อยากรู้หรือสงสัย ก็จะคอยมีเขาที่เป็นคนให้ข้อมูลและชี้แนะ และทุกครั้งที่ได้พบเจอหรือสนทนารู้สึกว่ามีการแลกเปลี่ยนความรู้ และได้รับความรู้ใหม่ๆเสมอ

3. The Salesman คุณธัญญาลักษณ์ วิจิตธนไพศาล และ คุณวาสนา หมื่นสิทธิ์ เนื่องจากทั้ง 2 ท่านทำงานในส่วนขาย เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี มีการติดต่อลูกค้าอยู่สม่ำเสมอ และมีการศึกษาหาความรู้ให้ทันคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา เป็นนักขายที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่ดี รับ KPI ไปเท่าไหร่ ก็มีความสามารถที่ทำได้ตาม KPI ในทุกๆปี

น.ส.กรรณิการ์ นิลสุข 575740559-1 Ex-WE 14
IP: xxx.76.71.63
เขียนเมื่อ 

น.ส.กรรณิการ์นิลสุข575740559-1 Ex-WE 14

ผู้เชื่อมต่อ

บุคคลที่เป็นผู้เชื่อมต่อในชีวิตจริงคือผู้บริหารคนปัจจุบันเพราะว่าผู้บริหารคนนี้เป็นคนที่มีเพื่อนเยอะมากในหลายหลายสังคมหลายอาชีพเวลามีงานอบรมไม่ว่าจะเกี่ยวกับในสาขาด้านใด ท่านจะไปประจำเกือบทุกงานเช่นอบรมตลาดหลักทรัพย์ อบรมผู้บริหารยุคใหม่ หรืองานสังคมอื่นๆ ทำให้ท่านเป็นผู้กว้างขวางหากว่าใครต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใดท่านอาจจะไม่ได้เป็นคนที่ช่วยได้โดยตรง แต่ว่าในกลุ่มคนที่ท่านรู้จักท่านจะสามารถแนะนำหรือติดต่อให้เราได้ ทำให้ คนที่ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องอะไรก็ตามจะคิดถึงท่านเป็นลำดับต้นต้นและท่านจะช่วยประสานงานให้โดยทำตัวเป็นคนเชื่อมต่อเพื่อให้งานนั้นประสบความสำเร็จ

ผู้รู้

Product Manager ของบริษัทซึ่งเป็นคนที่รอบรู้ในเรื่องวิชาการผลิตภัณฑ์ที่ขายทุกตัวในเรื่องกลไกในการออกฤทธิ์ทุกๆอย่างนอกจากนี้สินค้าของคู่แข่ง พี่รู้ทุกทุกเรื่องสามารถที่จะนำเสนอตอบข้อโต้แย้งได้อย่างชัดเจนและสามารถอบรมน้องน้องให้เป็นนักขายที่ดีได้นอกจากนี้แล้วพี่อย่างไรเรื่องที่นอกเหนือจากงานที่ทำเช่น รู้เรื่องการวางระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ในการทำงานบริษัททั้งหมดของบริษัทปัญหาสุขภาพหรือเรื่องรถทั้งทั้งที่ไม่ได้จบสายนี้มาเลยพี่เป็นคนที่ศึกษาเองทั้งหมด ชอบในการเรียนรู้อะไรใหม่ใหม่หากเราไม่รู้พอเราไปถามพี่เขาสามารถช่วยเราได้ทันที

เซลล์แมน

พี่ที่เป็นซัพพลายเออร์ให้เราขายสินค้าของบริษัทเขา พี่เขามาอบรมเทคนิคการขายให้กับเราและทีมงานมีการสอนวิธีการพูดแนะนำสินค้าอย่างไรให้ลูกค้าคล้อยตามเห็นด้วยว่าสินค้าของเราสามารถลดต้นทุนได้ สอนเทคนิคการพูดจูงใจลูกค้าอย่างไรให้เชื่อมั่นที่สุด

น.ส.จันทร์ธิดา มงคลพันธ์ 575740560-6 MBA Ex-Weekend#14
IP: xxx.231.237.242
เขียนเมื่อ 

น.ส.จันทร์ธิดา มงคลพันธ์ 575740560-6 MBA Ex-Weekend#14

1.Connector หรือ ผู้เชื่อมต่อ บุคคลนี้เป็นเพื่อนรุ่นพี่ตั้งแต่เรียนมัธยมที่จ.เชียงใหม่ เป็นคนที่สามารถเข้ากับเพื่อนได้ทุกกลุ่ม ชอบออกงานสังคม ชอบรู้จักเพื่อนใหม่ๆ ซึ่งมักจะมีคนมาขอคำปรึกษากับเค้าอยู่เสมอ เนื่องจากเค้าเป็นผู้กว้างขวางรู้จักผู้คนในทุกอาชีพ เรื่องที่ประทับใจ คือ ในกลุ่มเรามีโอกาสได้ขึ้นไปบริจาคสิ่งของให้กับเด็กด้อยโอกาสที่อยู่บนดอยในจ.เชียงใหม่ โดยจัดกิจกรรมทุกปีในช่วงอากาศหนาว ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีนี้ เงินและสิ่งของที่ได้รับบริจาคเพิ่มมากขึ้นทุกปี เพราะพี่เค้าได้บอกกิจกรรมดีๆกับทุกคนที่เค้ารู้จัก จึงทำให้คนในกลุ่มรู้สึกมีพลังบวก และ มีโอกาสชักชวนเพื่อนเข้ามาทำกิจกรรมดีๆร่วมกัน

2.Maven หรือ ผู้รู้ บุคคลนี้เป็นเจ้านายเก่าที่ทำงานมาด้วยกัน 10 ปี เป็นบุคคลที่สามารถขอคำปรึกษาได้ในเรื่องงานได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องของคน และ ทุกครั้งที่ให้คำปรึกษาจะแนะนำจากหลักการในเรื่องนั้นก่อนแล้วโยงเข้ามาถึงปัญหา และ มีการใช้คำถามฝึกให้เราคิด พูดในสิ่งที่มีอยู่ในใจ ไม่ใช่รับฟังอย่างเดียว เรื่องที่ประทับใจคือ เมื่อเราเจอบุคคลที่ตำแหน่งสูงแสดงพฤติกรรมแย่ๆออกมา เค้าจะสอนเราให้เราเรียนรู้สิ่งนี้เอาไว้เพื่อต่อไปในวันข้างหน้าเมื่อเราเติบโตมีตำแหน่งที่สูงขึ้นเราจะไม่ทำพฤติกรรมแบบที่คนนี้แสดงออกมาเพราะจะไม่มีใครชอบเหมือนกับที่เราไม่ชอบในตอนนี้เลยเป็นคำสอนที่เราจำขึ้นใจจนถึงทุกวันนี้

3.Salesman หรือ นักขาย บุคคลนี้เป็นรุ่นพี่ที่เป็น Sales เหมือนกับเรา เป็นบุคลที่พูดแล้วดูน่าเชื่อถือ มีหลักการ โน้มน้าวจิตใจคนเก่ง เป็นที่ปรึกษาเรื่องของการขายให้กับน้องๆในทีมเสมอ เรื่องที่ประทับใจคือ เมื่อเราเข้ามาทำงานใหม่ๆ ในช่วงปลายเดือนจะต้องปิดยอดเพื่อให้ได้ยอดขาย 100% พี่เค้าแนะนำให้ลองเสนอโปรโมชั่นและเทคออเดอร์แบบ Big lot กับลูกค้าที่มีศักยภาพ การเงินดี แต่เราไม่กล้ายังกล้าๆกลัวๆ และ เกรงใจลูกค้าที่จะให้ซื้อสินค้าแบบ Big lot เพราะคิดว่าจะไปอัดสต็อคสินค้าของลูกค้ามากเกินไป พี่เค้าเลยให้คำแนะนำว่า “เอ็งอย่าไปคิดแทนลูกค้า เค้าจะสั่งไม่สั่งอยู่ที่เค้า หน้าที่ของเราคือนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จำไว้นะ” จากคำพูดนั้นก็เลยกล้าที่จะนำเสนอให้กับลูกค้า และ ก็ได้ออเดอร์

ณัฐวุฒิ ติรนาควิทย์ 575740510-1 Y-MBA12 KKU/BKK
IP: xxx.55.217.62
เขียนเมื่อ 

The Influencers สามคนไม่ธรรมดาของผม

ด้วยความสนใจเรื่องรถยนต์ทำให้ผู้ที่ข้อเกี่ยวด้วยจะอยู่ในแวดวงรถยนต์เป็นส่วนใหญ่

ผู้เชื่อมต่อ (The Connector)

คุณดย์ ผู้ที่เชื่อต่อในการหาอู่หรือร้านสำหรับแต่งรถและแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆด้วยตัวเองนั้นเป็นคนเข้าสังคมยาก ทำให้คุณเดย์มีส่วนสำคัญมากในการเข้าหาเพื่อนใหม่กลุ่มใหม่ เช่นเหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญคือการพาเข้าเป็นกรรมการชมรมการตลาดของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งทำให้ได้ประสบการณ์และเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ผู้รู้ (The Maven)

พี่วิทย์ นักแข่งรถ ด้วยความสนใจด้านรถยนต์ทำให้รู้จักพี่คนนี้ซึ่งเป็นนักแข่งรถและมีความรู้เรื่องรถยนต์อย่างมากซึ่งจะคอยแนะนำในการแต่งรถเพื่อให้ไม่เสียเงินไปโดยปล่าวประโยชน์ที่ไม่ได้นำมาซึ่งประสิทธิภาพที่ดีขึ้นหรืออาจจะทำให้รถยนต์แย่ลง เช่นเหตุการสำคัญคือการนำรถไม่วางเครื่องใหม่ซึ่งพี่วิทย์จะเป็นผู้ดูและและให้คำแนะนำในการเลือกเครื่องและอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

นักขาย (The Salesman)

คุณพ่อเนื่องจากเป็นคนที่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาเป็นส่วนใหญ่ตัดสินใจไวแต่ก็จะมีผู้ที่คอยเตือนสติและสเนอะแนะวิธีคิดให้เพื่อใช้ในการตัดสินใจก็คือคุณพ่อ เช่นเหตุการณ์การเลือกงานใหม่ ซึ่งในขณะจบใหม่นั้นมีความต้องการในการเป็นพนักงานขาย เพราะมองเห็นถึงความถ้าทายและน่าสนใจแต่ในขณะนั้นมีความคิดจะเรียนต่อปริญญาโทอยู่พ่อจึงนำว่าควรทำงานในสำนักงานก่อนแล้วจึงค่อยออกมาทำงานในสิ่งที่ชอบ

ธนภรณ์ ศรีสกุลเมฆี 575740531-3
IP: xxx.150.32.29
เขียนเมื่อ 

ธนภรณ์ ศรีสกุลเมฆี 575740531-3

1. Connector หรือ ผู้เชื่อมต่อ “คุณพ่อ” ด้วยหน้าที่การงานทำให้คุณพ่อเป็นคนที่รู้จักคนหลากหลายสังคม เพื่อต้องทำหน้าที่ประสานงานทำให้มีคนเข้าหาเพื่อขอความช่วยเหลือและขอคำปรึกษากับคุณพ่ออยู่เสมอรวมทั้งคุณพ่อสามารถไปขอคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในด้านอื่นๆได้อีกด้วย และยังแนะนำเชื่อมโยงคนเหล่านั้นให้มารู้จักกัน

2. Maven หรือ ผู้รู้ “พี่แพค (ช่างกล้อง)” จัดทริปเพื่อให้ความรู้ และแบ่งปันประสบการณ์กับผู้ที่สนใจในเรื่องการถ่ายภาพ รวมถึงมีพี่ที่รู้จักกำลังจะแต่งงานพี่แพคก็ไปช่วยถ่าย prewedding ในราคาที่ถูกแต่คุณภาพเยี่ยม รวมทั้งช่วยจัดหาชุดเจ้าบ่าว-เจ้าสาว ช่างแต่งหน้าให้ด้วยเพราะพี่เค้าอยู่ในแวดวงนี้อยู่แล้ว

3. Salesman หรือ นักขาย “ราม” พนักงานขายที่ร้านขายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือของพี่ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ พนักงานขายคนนี้มีความสามารถพูดได้หลายภาษา เวลาขายสินค้าก็สามารถโน้มน้าวใจลูกค้าได้ โดยเริ่มจากเข้าไปทักทายสอบถามว่าลูกค้ามาจากประเทศอะไร และพูดภาษาของประเทศลูกค้า ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อใจและไว้ใจ จากลูกค้าที่ไม่ได้ตั้งใจจะมาซื้อสินค้านั้นเค้าก็สามารถเชิญชวนให้ซื้อได้ และทำให้สินค้าตัวนั้นมีความน่าสนใจ และน่าเชื่อถือจนลูกค้าเดินกลับมาซื้ออีกครั้ง โดยขายได้ราคาดีด้วย คำพูดเด็ด”จะขายของให้ได้ต้องใจเย็น และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า”

นายธนวัต เดโชวิวัฒน์เสถียร
IP: xxx.8.149.74
เขียนเมื่อ 

นายธนวัต เดโชวิวัฒน์เสถียร 575740513-5

Youngweekend#12 MBA KKU at BKK


---สามบุคคลไม่ธรรมดา---

The Connector == ผู้เชื่อมโยง ของกระผม คือ คุณยุพิน (พี่เล็ก) เป็นผู้ร่วมงานของผม พี่เล็กทำงานในองค์กรมานาน และมีประสบการณ์ในการทำงานมาหลายฝ่ายในธนาคาร มีวันนึงผมต้องการเอกสารด่วนที่ศูนย์พระรามเก้า โดยต้องเดินทางไปเอาเอง แต่พี่เล็กสามารถช่วยเหลือผมได้ โดยพี่รู้จักกับพนักงานในศูนย์นี้ พี่เค้าโทรไปให้คนที่รู้จักช่วยเอาเอกสารชุดนี้แฟกซ์มาให้ผมและส่งเอกสารชุดจริงทางโลจิสติกส์มาให้ตามหลัง ไม่ใช่กรณีเดียวเท่านั้น ยังมีหลายกรณีที่เกิดขึ้น แล้วพี่เค้าใช้ความเป็นผู้เชื่อมโยงในการช่วยผมเรื่องการทำงานได้สำเร็จครับ

The Maven == ผู้รู้ ของกระผม คือ คุณวิเศษ (พี่วิ) เป็นผู้ร่วมงานของผมอีกท่านนึง พี่วิ เป็นผู้รอบรู้เรื่องงานที่ผมปฏิบัติอยู่ และมีความรู้ด้านอื่นๆของธนาคารอีกด้วย เพื่อผมประสบปัญหาในการทำงาน พี่วิสามารถให้ความรู้ในการแก้ปัญหา วิธีการต่างๆ ร่วมถึงแนะนำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมาจากสาเหตุไร การทำงานที่ไม่รอบคอบของเรา ผมจึงยกให้พี่วิ เป็น ผู้รู้ ครับ

The Salesman == นักขาย ของกระผม คือ คุณเก๋ เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยม และก็เป็นตัวแทนการขายประกันชีวิตด้วย เธอสามารถพูดให้ผมซื้อประกันชีวิตกับเธอได้ตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆ ซึ่งผมเคยคิดว่าจะยังไม่ทำประกันชีวิตจนกว่าจะอายุ 30 ปี แต่เขาสามารถพูดเสนอ จนในที่สุดผมตกลงซื้อประกันชีวิต นอกจากนี้เมื่อปีที่แล้ว เธอยังมาเสนอขายประกันอีกให้ ผมอีก เธอสามารถพูดจนผมก็ได้ตกลงซื้อประกันชีวิตอีกกรมธรรม์ ผมคิดว่าวิธีการพูด และการยกตัวอย่างข้อดีๆต่าง ของการทำประกัน จึงทำให้การขายของเขาประสบผลสำเร็จ

วริฏฐา เตรียมไธสง 575740536-3 Young Executive MBA Weekend KKU @BKK
IP: xxx.196.86.241
เขียนเมื่อ 

สามคนไม่ธรรมดา

The Connector = ผู้เชื่อมโยง คือ พี่วินเป็นพี่รหัสตอนเรียนปริญญาตรี พี่วินเป็นคนที่ชอบเข้าสังคม ชอบทำกิจกรรม ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทำให้เป็นคนที่รู้จักคนเยอะ ตอนที่เรียนปริญญาตรีพี่วินจะเป็นคนที่เดินไปไหนใครๆก็รู้จักทั้งนอกคณะและในคณะ ตอนเรียนมีหลายเหตุการณ์ที่ได้รับความช่วยเหลือจากพี่วิน เช่น เรียนวิชาแคลคูลัสไม่รู้เรื่อง พี่วินก็ไม่สามารถช่วยสอนหรือติวหนังสือให้ได้ พี่วินจึงพาไปรู้จักกับเพื่อนพี่วินซึ่งเป็นคนท๊อปของชั้นปีให้มาสอนจนสามารถเรียนรู้เรื่องและตามเพื่อนทัน และอีกเหตุการณ์หนึ่งคือ มีวันหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุขับรถชนรถอาจารย์ แล้วรถของเราก็เก่า ไม่ได้ทำประกันชั้น 1 ต้องหาที่ซ่อมเอง จึงได้ไปปรึกษาพี่วิน พี่วินบอกว่ารู้จักอู่รถอยู่ ตอนแรกก็คิดว่าพี่วินคงไม่ได้สนิทกับอู่รถมาก แต่พอวันที่เอารถเข้าอู่ พี่วินกลับสนิทกันเจ้าของอู่มาก ทำให้ค่าซ่อมรถในครั้งนั้นลดราคามาจากเกือบสองหมื่นบาทหรือแค่หมื่นต้นๆ หลังจากเรียนจบก็เข้าสู่ชีวิตการทำงาน เนื่องจากสายที่เรียนมาไม่ค่อยกว้างมากนัก ทำให้รู้จักกันหมด ด้วยความที่เป็นเซลล์ใหม่ๆ ก็ยังไม่ค่อยรู้จักลูกค้า พี่วินจึงพาไปรู้จักลูกค้าและแนะนำลูกค้าให้ ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่บริษัทเดียวกัน

The Maven = ผู้รู้ คือ พี่แหวว รพีพร เป็นลูกค้าที่มีเก่งมาก พี่แหววเป็น R&D อยู่โรงงานรับผลิตเครื่องสำอางแห่งหนึ่ง พี่แหวว formulate สูตรได้เยอะมาก ได้ทุกสูตรที่ลูกค้าต้องการ พี่แหววถือว่าเป็นครูได้อีกคนหนึ่ง เพราะหลายๆครั้งก็ปรึกษาพี่แหววเรื่องสูตรเครื่องสำอาง ซึ่งคำแนะนำและคำสอนที่พี่แหววบอกสามารถนำมาเป็นความรู้และเอาไปบอกลูกค้ารายอื่นๆได้อีกด้วย หลายๆโปรเจคของลูกค้ารายอื่น ฉันปิดโปรเจคและปิดการขายได้ เพราะได้ความรู้ที่ได้จากพี่แหววด้วย

The Salesman = นักขาย คือ แป้ง เป็นตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาตรีและเป็นคู่ทำ senior project ด้วยกัน แป้งเป็นคนที่สู้ชีวิต และชอบมีคำพูด คำคมหรือข้อคิดดีๆ เสมอ แป้งจะเป็นคนที่มีเพื่อนมาปรึกษาเยอะมาก และเนื่องจากทำ project ด้วยกัน จึงมีหลายๆครั้งได้ปรับทุกข์และปรึกษาแป้งในเรื่องต่างๆ ทุกครั้งที่ได้คุยกับแป้ง แป้งจะแสดงความคิดเห็นออกมา ทำให้เราคิดตาม แล้วเราลองทำตาม และเจอสิ่งที่ดีขึ้นและสบายใจขึ้น มีเหตุการณ์หนึ่งคือเป็นวันเกิด ด้วยความที่มีแฟน และเป็นคนที่ใส่ใจแฟนมาก ตอนเที่ยงนั่งทำงานอยู่กับแป้ง ได้คุยกับแป้งเรื่องของขวัญวันเกิด คิดว่าแฟนจะเซอร์ไพร้โดยให้อะไรเป้นของขวัญวันเกิด ก็ทายเล่นกันไปต่างๆนานา สุดท้ายแป้งบอกว่า จะได้หรือไม่ได้ก็ช่าง แต่อยากให้คิดไว้เสมอว่า ไม่คาดหวังก็ไม่ผิดหวัง ไม่ผิดหวังก็ไม่เศร้า และสุดท้ายวันเกิดปีนั้นก็ไม่ได้ของขวัญจริงๆ ตอนนั้นรู้สึกเสียใจมาก ก็มาปรับทุกข์กับแป้ง และได้นึกถึงคำที่แป้งพูด และในครั้งต่อๆมา ก็พยายามไม่คาดหวังอะไรมาก เพราะหากผิดหวังแล้วจะเสียใจ หลังจากนั้นเป็นต้นมาจึงใช้คตินี้มาตลอดเมื่อเจอกับเหตุการณ์ที่รู้ว่าหากผิดหวังแล้วจะเสียใจมาก ทำให้ลดความไม่มีความสุขไปได้เยอะ

ภูริวัฒน์ ตนานุประวัติ
IP: xxx.230.219.176
เขียนเมื่อ 

นายภูริวัฒน์ ตนานุประวัติ

575740570-3

Ex.14 Mba kku bangkok

1.Connector (ผู้เชื่อมโยง) : คุณครูประเสริท เป็นคุณครูที่สอนผมในชั้นมัธยม ด้วยความที่ได้เรียนกับครูหลายวิชาทำให้มีความสนิทสนม ไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ คุณครูเป็นคนที่รู้จักคนเยอะมาก ทั้งในจังหวัดสมุทรสงคราม หรือที่อื่นๆ เพราะการเป็นครูมานานกว่า 20 ปี ทำให้มีลูกศิษย์มากมายและหลากหลายสาขาอาชีพ ผมเคยมีปัญหาเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน จึงได้ปรึกษาคุณครู ซึ่งครูก็สามารถแนะนำให้ไปคุยกับ เจ้าหน้าที่กรมที่ดินได้ ทำให้สำเร็จงานไปได้ด้วยดี

2.Maven (ผู้รู้) : อาจารย์บัญฑิต เป็นอาจารย์หมอทางด้านทางเดินปะสสาวะ ซึ่งเป็นลูกค้าคนนึงของผม(ทำงานดีเทลขายยา) ด้วยความที่ท่านเป็นอาจารย์แพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎ ท่านจึงมีความรู้ความชำนาญในด้านสาขาทางเดินปัสสาวะเป็นอย่างมาก เมื่อผมมีปัญหาข้อสงสัยใน ผลิตภัณฑ์ของผม หรือตัวอื่นๆ ผมสามารถเข้าไปถามหาคำตอบจากท่านได้เสมอ และท่านยังสามารถแนะนำให้เห็นถึงมุมมองอื่นๆ ที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อนได้เพิ่มเติมอีกด้วย

3.Saleman (นักขาย) : พี่ตูน หัวหน้างานขายของผม ด้วยความที่ต้องทำงานร่วมกัน จึงมีโอกาสที่ได้พูดคุยและแลกเปลี่ยวแนวคิดกันค่อนข้างมาก มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึก เหนื่อยจากการทำงานและเริ่มท้อ แต่พี่ตูนนั้นได้พูดจุดประกายความคิดของผมว่า "งาน sale เหมือนกับเราต้องวิ่งตลอดเวลา ถ้าเมื่อไหร่เราหยุด คนข้างหลังเค้าก็จะแซงหน้าเราไปได้เสมอ" ทำให้เรามีแรงกระตุ้นและมุ่งมั่นในการทำงานขึ้นมาได้ในทันทีทันใด ถือเป็นคำพูดที่เราจะระลึกถึงเสมอมาจนถึงทุกวันนี้

นส.จุฑามาส เปี่ยมวารี
IP: xxx.229.51.183
เขียนเมื่อ 


Superman

นส.จุฑามาส เปี่ยมวารี

575740561-4 Ex-weekend#14

1.Connector ผู้เชื่อมต่อ คือ คุณลุงของข้าพเจ้า ท่านเคยเป็นอาจารย์โรงเรียนสวนกุหลาบ สอนมาหลายสิบปี จนเกษียณขณะอยู่ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ท่านจึงมีลูกศิษย์มากมายหลากหลายอาชีพ และติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอมาโดยตลอด ครั้งหนึ่งเคยย่าของข้าพเจ้าป่วยหนักด้วยโรคหัวใจ จำเป็นต้องถูกส่งต่อจากโรงพยาบาลอ่างทองไปโรงพยาบาลราชวิถี แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากเตียงเต็ม และไม่มีเจ้าของไข้ เมื่อลุงทราบก็ได้ติดต่อลูกศิษย์ที่เป็นหมอที่นั่นจนเข้ารับการรักษากับแพทย์เฉพาะทางได้ทันเวลา

2.Maven ผู้สั่งสมความรู้เสียงเอง คือ คุณอาของข้าพเจ้า มีความรู้เรื่องโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี ด้วยความชอบ จึงได้ศึกษาและแก้ไขปัญหา software ของคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี ทุกครั้งที่ทางบ้านมีปัญหาคุณอาก็จะสามารถช่วยแก้ไขให้ได้ รวมถึงการลงโปรแกรมต่างๆอีกด้วย

3.Salesman นักขาย คือ หัวหน้าเก่าของข้าพเจ้า เป็นหัวหน้าคนแรกๆที่สอนงานขายให้ข้าพเจ้าจากคนที่ขายได้บ้างไม่ได้บ้างให้รู้ว่าเราควรทำอย่างไรให้ลูกค้าซื้อ โดยมีประโยคเด็ด คือ การที่เราอยากจะให้ใครทำอะไรหรือซื้ออะไรตามที่เราต้องการได้เราต้องพูดในสิ่งที่เขาจะได้ประโยชน์จากการที่จะทำสิ่งนั้นหรือซื้อสิ่งนั้น โดยหลักการนี้ข้าพเจ้าก็ยังนำไปใช้ในทุกวันนี้และได้ผลที่ดีอีกด้วย

นส. ทรรศนันท์ เอื้อศิริพันธ์ Ex Wd 14 รหัส 575740549-4
IP: xxx.55.149.16
เขียนเมื่อ 
  1. Connector การขาดแคลนทรัพยากร

การรู้จักหรือเป็น connector หรือผู้เชื่อมต่อ คุณมรกต เป็นรุ่นน้องที่ทำงาน ซึ่งเป็นผู้ที่แนะนำให้ฉันไปบวชชีพราหมณ์ ณ วัดเขาสมโภชน์ จ. ลพบุรี เมื่อไปมาแล้ว รู้สึกดีมาก มีสติ และมีสมาธิมากยิ่งขึ้น และฉันก้ได้บอกต่อเพื่อนคนอื่นๆ เป็นการสร้างบุญร่วมกัน

2. Salesman การขาดแคลนวิธีการสื่อสาร

เพื่อนร่วมงานชื่อคุณ เอ (นามสมมุติ) ได้นำเสนองานโครงการกับลูกค้าโดยมีหัวหน้างานเข้าร่วมประชุมด้วย หลังจากที่คุณเอ ได้นำเสนอโครงการกับลูกค้าแล้ว หัวหน้าได้ให้คำแนะนำว่า การนำเสนอกับลูกค้าจะต้องพูดชัดถ้อยชัดคำ ไม่พูดรัวและเร็ว เพราะอาจจะทำให้ลูกค้าฟังไม่ทัน และไม่เข้าใจในสิ่งที่นำเสนอ ทำให้คุณเอ เข้าใจและพร้อมปรับปรุงในการนำเสนอครั้งต่อไป หลังจากนั้นคุณเอนำเสนอโครงการให้กับลูกค้า และได้นำข้อแนะนำไปใช้ ทำให้ได้รับการชื่นชมจากลูกค้า ในที่สุดลูกค้าไว้วางใจ และให้งานโครงการนี้

3.Maven การขาดแคลนความรู้

การรู้จักหรือการเป็น The Maven หรือผู้สั่งสมความรู้ คุณเอ็ม เพื่อนที่ทำงาน เป็นผู้ที่มีความรู้ในงานเป็นอย่างดี เป็นคนมีนำ้ใจ ชอบช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน เมื่อเกิดปัญหาในตัวงาน เมื่อไปถามคุณเอ็ม จะไม่เคยปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเพื่อนเลยสักครั้ง มีความยินดีและเต็มใจ คอยแบ่งปันความรู้ให้กับเพื่อนร่วมงานเสมอ ทำให้ผู้ร่วมงานนำความรู้ไปใช้ และสามารถพัฒนาการทำงานและเติบโตได้ในอนาคต

วรางคณา ปรีชาเมธากุล
IP: xxx.96.170.25
เขียนเมื่อ 

วิถีแห่งซุปเปอร์แมน

วรางคณา ปรีชาเมธากุล รหัส 575740573-7 Ex14WE มหาวิทยาลัยขอนแก่น ณ กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากสื่งที่ท่านอาจารย์ภิญโญ ได้ให้เราไปลองคิดดูว่า สมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กรคือ The Great Minds + The Connector + The Maven + The Salesman = The Superman (Pinyo Rattanaphan 2013) แล้วของเราเล่าบุคคลเหล่านั้นคือใคร

The Great Minds ของนักศึกษา คือ ท่าน ว.วชิรเมธี

ปกตินักศึกษาเป็นคนที่อารมณ์ขึ้นลงง่าย โดยเฉพาะความโมโห โดยเฉพาะอารมณ์โกรธ โมโหที่เกิดในที่ทำงาน นักศึกษาชอบอ่านธรรมมะในที่ทำงานของท่าน ว .วชิรเมธี และข้อที่ได้นำมาปรับใช้บ่อยที่สุดคือ ข้อนี้ " มีปัญญาอยู่กับตัว แต่กลับใช้อารมณ์เป็นใหญ่ มีไปทำไม?"

ในช่วงทำงาน 10 ปีแรกนักศึกษาเป็นคนที่อารมณ์ร้าย เอาแต่ใจแม้แต่กับเจ้านาย ถ้าทำอะไรให้โกรธ ก็จะไม่รู้จักระงับอารมณ์ หรือแม้แต่เพื่อนที่สนิท ก็ถึงขนาด่าทอกันก็มี หรือห่างหายกันไป เนื่องจากเกิดความขัดแย้งกัน

เมื่อเติบโตขึ้น นักศึกษาค้นพบว่า การที่เราต้องจมอยู่กับความโกรธ ความโมโห ทำให้พลังงานชีวิตในช่วงเวลานั้นแทบจะหมดไป จึงหาอ่านคำคมต่าง ๆ ที่โดนใจเพื่อนำมาไว้เตือนสติ และก็ถือได้ว่าได้ประโยชน์อย่างมาก

จนปัจจุบัน นักศึกษาควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น และผู้คนรอบข้าง เพื่อนที่ทำงาน ก็รักและเข้าใจเรามากขึ้น

The Connector ของนักศึกษาคือ พี่สาวที่ทำงานคนหนึ่ง ที่รู้จักคนเยอะมาก และเป็นกูรูเรื่องการท่องเที่ยวมีเพื่อนมากมายหลากหลายอาชีพ พี่เค้าเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น แม้เพียงสิ่งเล็กน้อยก็พยายามจะทำ แต่ที่พี่เค้าชื่นชอบเป็นพิเศษคือ เรื่องการช่วยเหลือประเทศชาติ อย่างเช่นเรื่องล่าสุดก็คือ เรื่องการช่วยซื้อผลิตภัณฑ์หมอนที่ทำจากยางพารา เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยมีการใช้ยางพาราในประเทศตามนโยบายของรัฐบาล พี่เค้าสามารถรวบรวมยอดสั่งซื้อได้หลายหมื่นบาททีเดียว

The Maven ของนักศึกษา คือ เพื่อนของนักศึกษาที่เป็นอาจารย์สอนพยาบาล ที่พยาบาลสภากาชาดไทย ในช่วงเวลาหนึ่งที่นักศึกษาประสบกับปัญหาความเจ็บป่วยทางสมองของคนใกล้ชิด และมีอาการที่ตรวจสอบไม่เจอว่าเป็นอะไร แม้จะเดินทางไปพบแพทย์ถึง 4 โรงพยาบาลในระยะเวลา 3 วัน แต่ก็ยังตรวจสอบไม่พบ เพื่อนคนนี้จะคอยให้ทำปรึกษาตามความรู้ที่มี ชี้แนะให้ตรวจสอบในเบื้องต้นที่ละอย่าง จนค้นพบด้วยตนเองว่า คนใกล้ชิดป่วยเป็นโรคแพนิค ซึ่งเป็นอาการทางจิต และไม่สามารถตรวจสอบได้จากการตรวจร่างกายตามปกติ ทำให้สามารถรักษาได้ถูกทาง และเราต้องเป็นฝ่ายอธิบายให้หมอฟัง และให้หมอวินิจฉัยว่าสิ่งที่เราเข้าใจนั้นถูกต้อง

The Salesman ของนักศึกษา คือพี่สาวที่ทำงานเก่าของนักศึกษา นักศึกษามีความทุกข์ และมักปรับทุกข์กับพี่สาวคนนี้เสมอ ทั้งปัญหาในที่ทำงาน ความทุกข์จากสิ่งที่ไม่ได้ สิ่งที่ไม่มี จนวันหนึ่ง พี่สาวคนนี้พูดว่า

แล้วทำไมเราถึงไม่ลอง มีความสุขกับสิ่งที่เรามี มีความสุขกับปัจจุบันสิ นักศึกษานำสิ่งนี้มาปรับใช้ในชีวิตปัจจุบันจนทุกวันนี้และค้นพบว่า การที่เรามีกัลยาณมิตรที่ดีนั้นดีหนักหนา

บัณฑิต ถิระเศรษฐกิจ รหัส 575740567-2
IP: xxx.122.208.63
เขียนเมื่อ 

สามบุคคลที่ไม่ธรรมดา

นักเชื่อมต่อ ( Connector ) : โดยส่วนใหญ่ในชีวิตผมมักจะทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเองเสมอมา บางทีก็เหนื่อย บางก็ท้อ เพราะเราไม่สามารถทำอะไรได้หมดทุกสิ่ง แต่เวลาที่ถึงทางตัน ผมจะนึกถึงเพื่อนผมคนนี้เสมอ ผู้ที่เป็นนักเชื่อมต่อที่ดีในชีวิตผม คือ น้าฟุ้ง เนื่องจากน้าฟุ้งรู้จักคนค่อนข้างเยอะ มีครั้งนึงที่ผมจะทำบ่อปลา ผมหาข้อมูลใน Internet มีคนรับเหมาเยอะมาก แต่ราคาสูงมาก พอไปถามน้าฟุ้ง แกแนะนำผู้รับเหมาที่บ่อปลาได้และราคาไม่แพง ซึ่งผู้รับเหมาคนนี้เคยต่อเติมบ้านให้น้าฟุ้งแล้วทำดี ฝีมือดี ราคากันเองมาก ซึ่งพอได้คุยและเห็นฝีมือก็ไม่ผิดหวังและราคาไม่แพงด้วย

นักรู้ ( Maven ) : คือ แม้ว เพื่อนคนนี้ออกจะเป็นเด็กเรียน ซึ่งเพื่อนคนนี้เสมือนหนึ่งเป็นอับดุลไม่ว่าจะเรื่องรถ (รถเสีย อุปกรณ์ตกแต่ง ทำสี หรือข้อมูลรถต่างๆ) หาข้อมูลให้ได้เสมอ เรื่องบ้าน เรื่องคอมพิวเตอร์ เกมส์ และอีกหลายหลายๆสิ่ง เนื่องจากแม้วชอบอยู่หน้าจอคอมพ์ เป็นสมาชิกทุกกรุ้ป สามารถหาข้อมูลมาให้ได้ตลอด ไม่ว่าจากในกรุ้ปหรือหาข้อมูลด้วยตัวเอง ถามอะไรจะตอบได้ รู้ไปหมด แต่บางอย่างไม่รู้จะรีบไปหาข้อมูลมาให้

นักขาย ( Salesman ) : คือ คุณเจนวิทย์ เป็นหัวหน้าเก่า โดยเจนเป็นคนที่พูดจาน่าเชื่อถือ พูดกับใครๆก็เชื่อ ซึ่งหลายครั้งที่เจน จะคอยช่วยพูดให้คนในทีมที่ทำงาน (ที่ทำงานเก่า) เรื่องระบบงานที่มีปัญหา คอย Defense เวลาที่เราทำผิด และคอยให้คำปรึกษาเวลาที่มีปัญหาในที่ทำงาน ในบางทีที่เราพูดเอง คนในทีมจะไม่ค่อนฟัง แต่พอเจนวิทย์พูดเรื่องเดียวกัน ทุกคนจะฟัง ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเจนวิทย์เรื่องการพูดด้วย

นายมานพ ทะวัน รหัสนักศักษา 575740587-6 MBA KKU กทม Weekend#14
IP: xxx.232.15.64
เขียนเมื่อ 

Team up กับ 3 คนที่ไม่ธรรมดา

1.Connector(ผู้เชื่อมต่อ) คือ คุณอนุสรณ์ เป็นผู้เชื่อมต่อสำหรับการทำงานของผม เนื่องจากผมรับราชการสังกัดสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หน้าที่ส่วนหนึ่งตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่ส่วนราชการแต่ละแห่ง ดำเนินการกันอยู่ เป็นงานที่ท้าทายต้องใช้ความรู้ความสามารถและทักษะสูงในการกำหนดแนวทางการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างอาคาร การสร้างถนน เขื่อน หรือแม้กระทั่งวัสดุที่ต้องให้ในสำนักงาน การตรวจสอบแต่ละประเภทต้องใช้วิธีการแตกต่างกัน โดยทุกส่วนราชการจะใช้ระเบียบ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง อันเป็นกฎหมายให้ปฏิบัติฉบับเดียวกัน เรียกว่า ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ทั้งนี้ เนื่องจากคุณอนุสรณ์เป็นบุคลากรที่สังกัดสมาคมนักบริหารพัสดุแห่งประเทศไทย ซึ่งทำหน้าที่โดยตรงด้านการบริหารงานพัสดุของราชการ และเป็นผู้กำกับ ให้ทุกส่วนราชการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระเบียบ ท่านจะทราบดีว่าถ้าจะตรวจการจัดซื้อจัดจ้างเรื่องใด ต้องไปปรึกษาหารือกันแผนกใด ซึ่งทำให้การทำงานของผมสามารถบรรลุผลสำเร็จ จนได้แผนงานการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างอย่างครอบคลุมทุกประเภท ทำให้ผมได้รู้จักผู้เชี่ยวชาญด้านการพัสดุในแต่ละประเภท และสามารถปรึกษาหารือได้โดยตลอด นับได้ว่าคุณอนุสรณ์ เป็นผู้เชื่อมต่อ เป็นผู้ให้ความอนุเคราะห์แก่ผมเสมอมา

2. Maven (ผู้รู้) คือ ครูหนึ่ง เป็นโค้ชกีฬาแบตมินตัน เนื่องจากผมเล่นกีฬาแบตมินตันเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง คือวันพุธและวันอาทิตย์ แต่เนื่องจากขาดความรู้ และทักษะในการตีลูกขนไก่และการใช้ไม้แบตได้อย่างถูกต้อง ตลอดจนเทคนิคในการเคลื่อนตัวรับลูก การเสริฟลูกหน้าเนตหลังเนต การตบลูก การหยอดหน้าเนต และเทคนิคอื่น ๆ ที่จำเป็น ครูหนึ่งจึงเป็นผู้ฝึกสอน ที่มอบความรู้ และทักษะในการเล่นกีฬาประเภทนี้ให้แก่ผม จนสามารถพัฒนาตนเองมาแบตมินตันได้ดีขึ้น เพื่อนร่วมทีมและคนอื่น ๆ สังเกตเห็นถึงพัฒนาการของผมในการเล่นกีฬาประเภทนี้ นอกจากนี้ครูหนึ่งยังแนะนำเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นองค์ประเภทสำคัญ เช่น การเลือกไม้แบตมินตันที่เหมาะกับแรงข้อมือของตัวเรา ซึ่งมีทั้งไม้รุก ไม้หยอด ไม้ตบ เอาไว้แก้สถานการณ์เมื่อต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ และการขึงเส้นเอ็นไม้แบตมินตันที่เหมาะสม ตลอดจนการเลือกรองเท้า เป็นต้น ครูหนึ่ง จึงเป็นบุคคลต้นแบบที่ผมอยากเจริญรอยตามด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ดี ๆ เหล่านี้แก่ผู้อื่น

3. Salesman (นักขาย) คือ ปาริฉัตร เป็นนักวิเทศสัมพันธ์ ของสำนักงานที่ผมทำงานอยู่ หน้าที่หลักของปาริฉัตร คือการทำงานด้านเลขานุการ และการประชาสัมพันธ์ ปาริฉัตร เป็นคนเก่ง มีความมั่นใจในตนเอง กล้าแสดงออก โดยเฉพาะการนำเสนอผลงานของสำนักงาน แก่คณะทูตหรือผู้เข้าเยี่ยมชมสำนักงาน ปาริฉัตรจะได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำเสนอผลงานของสำนักงานอยู่เสมอ สิ่งที่ปาริฉัตร ได้แนะนำและแบ่งปันให้ผม จะเป็นเรื่องของเทคนิคการสื่อสารให้ผู้ฟังเข้าใจและคล้อยตามในสิ่งที่เรากำลังพูด การสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง ทักษะการพูดต่อหน้าสาธารณชน ตลอดจนการแต่งกายเมื่อต้องไปงานสังคมต่าง ๆ ด้วย สิ่งที่ปาริฉัตรได้แบ่งปันให้ผมนี้ ผมได้นำกลับมาใช้ในการทำงาน และในชีวิตประจำวัน ผมมีความมั่นใจและไม่เขินอายในขณะที่ต้องประสานงานกับอื่น และไม่ตื้นเต้นมากเกินควรเมื่อต้องนำเสนอผลงานของตนเองต่อหน้าผู้บังคับบัญชาระดับสูง ปาริฉัตรนับเป็นต้นแบบการสวมบทเป็นนักขายให้แก้ตัวผม

เขียนเมื่อ 

นายธนรรณพ องอาจอภิชาติกุล รหัส 575740563-0 Ex.Weekend.14

Positive Psychology

วิถีแห่ง “ซุปเปอร์แมน”

“The connector + The Maven + The Salesman = The Superman”

1. The Connect ผู้เชื่อมโยง:

พี่วรรณ นางสาวสุภวรรณ ทำหน้าที่เป็นเลขาของทีม พี่วรรณเป็นพนักงานที่ทำงานอยู่ในออฟฟิตมาเป็นเวลานาน ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับเอเจนซี่และฝ่ายต่าง ๆ ในบริษัทเวลาที่ทีมจัดงาน หรือมี Activity ต่าง ๆ ทำให้พี่วรรณรู้จักคนทั้งภายในและภายนอกองค์กรเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังรู้ถึง Process ต่าง ๆ ในการดำเนินงานอีกด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการเอกสาร พี่วรรณจะรู้ขั้นตอนโดยละเอียดและถูกต้อง ทำให้พี่วรรณเป็นคนแรก ๆ ที่ผมจะนึกถึงเมื่อเกิดการติดขัดในการทำงาน มีอยู่หลายครั้งที่การจัดเตรียมเอกสารของลูกค้ามีปัญหา ก็ได้พี่วรรณที่คอยแนะนำช่องทางในการแก้ไข ไล่ตั้งแต่การเรียบเรียงคำพูดในเอกสาร การติดต่อกับเอเจนซี่ว่าต้องติดต่อใคร เมื่อทำเอกสารเสร็จต้องสำเนาอีเมลล์ส่งถึงแผนกไหนในบริษัท ทำให้การทำงานของผมผ่านพ้นไปได้ด้วยดี อีกทั้งยังเป็นการเรียนรู้อีกว่าการเรียบเรียงคำพูดในเอกสารนั้นควรใช้คำว่าอะไร และการส่งอีเมลล์ยืนยันเอกสารต้องทำกับใคร ได้ทั้งแนวทางการแก้ ได้ทั้งการรู้จักพนักงานคนอื่นเพิ่ม ได้ประโยชน์ถึงสองเรื่องเลยครับ

2. The Maven ผู้รู้:

น้ำ นางสาวภัทนิดา (นอกจาก น้ำ แล้วเพื่อน ๆ นิยมเรียก ภัทดา) น้ำเป็นหัวหน้าห้องหญิงของผมตั้งแต่ประถม 1 ถึง 6 เรารู้จักกันมา 20 ปี (ซึ่งปัจจุบันยังคงนัดพบปะกันอย่างต่อเนื่องทุกปี) นอกจากจะเป็นหัวหน้าห้องแล้ว น้ำยังเป็นสมาชิกดนตรีไทยด้วย ด้วยเหตุนี้ทำให้ผมนึกถึงน้ำมากกว่า Google ในเรื่องราวที่ผมได้เจอ เหตุเกิดจากลูกค้าของผมฝากเงินมาให้ผมช่วยเลือกซื้อ “ขิม” ให้หน่อย ตัวผมเองก็ไม่มีความรู้เรื่องขิมเลยแม้แต่น้อย แต่ยังพอจำลักษณะได้ว่าเครื่องหน้าตาแบบนี้แหละเรียกว่าขิม เมื่อได้โจทย์มา ผมจึงโทรหาน้ำเพื่อขอความช่วยเหลือทันที เมื่อน้ำได้ยินโจทย์ผมน้ำก็เริ่มอธิบายลักษณะพื้นฐานของขิมให้ผมฟังทันทีว่า ขิมมี 2 รูปแบบตามลักษณะคือ ผีเสื้อ และคางหมู โดยปัจจุบันคางหมูจะเป็นที่นิยมมากกว่า เนื่องจากให้เสียงที่ใสและกังวานมากกว่า อีกทั้งยังถูกกำหนดให้เป็นเครื่องมาตรฐานในการแข่งขันทั่วไปอีกด้วย หลังจากนำแนะเครื่องเสร็จน้ำก็แนะนำร้านที่ขายให้ผมได้รู้จัก ท้ายที่สุดผมได้ขิมที่มีคุณภาพและราคาพิเศษ (เนื่องจากน้ำรู้จักเจ้าของร้าน) ไปให้ลูกค้าของผม ผมอาจจะรู้เรื่องของยาและโรคดีกว่าน้ำครับ แต่ถ้าเรื่องดนตรีไทยผมจะยกโทรศัพท์โทรหาเทอก่อนเลย

3. The Salesman นักขาย:

พี่เอ นายทวีนัด พี่เอเป็นหัวหน้าเก่าที่ปัจจุบันลาออกไปบริษัทอื่นแล้ว เป็นอดีตหัวหน้าที่เปิดโลกการทำงานในสาย Sale ให้ผมได้ตระหนักว่า ประสบการณ์ 3 ปีที่ผ่านมานั้นเสมือนไร้ความหมาย พี่เอสอนทักษะผมหลาย ๆ อย่างในช่วงที่ทำงานอยู่ด้วยกัน ทั้งสอนให้ผมขาย และสอนให้ผมฟังลูกค้า พี่เอบอกว่า “การฟังเป็นหัวใจของการขาย” ถ้าเราฟังอย่างตั้งใจ เราอาจขายได้ง่าย ๆ สบาย ๆ แต่ถ้าเราไม่ฟังเราอาจขายไม่ได้เลย ผมจึงเรียนรู้ในสิ่งที่พี่เอสอน และนำไปลองปฏิบัติตลอด ทำให้ผมสามารถที่จะปฏิบัติงานในฐานะนักขายมาได้อย่างราบรื่นจนถึงทุกวันนี้

นางสาวรัชนีวรรณ คอนจำนงค์ MBA#BKK#ID.575740597-1 Young Ex12 เรียนรอบวันอาทิตย์
IP: xxx.172.48.125
เขียนเมื่อ 

The influencers สามคนไม่ธรรมดา

1. ผู้เชื่อมต่อ (The connector) คือ พี่สาวคนโตของข้าพเจ้า พี่สาวเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะ และรู้จักกับคนที่่หลากหลายอาชีพ อยู่มาวันหนึ่งรถยนต์ของพี่สาวคนกลางเสีย และไม่รู้ว่าควรจะนำรถยนต์ไปซ่อมร้านไหนดี พอดีพี่สาวของข้าพเจ้ามีเพื่อนที่เปิดอู่ซ่อมรถยนต์ พี่สาวของข้าพเจ้าจึงให้คำแนะนำว่าควรทำอย่างไรบ้าง และโทรติดต่อเพื่อนที่เป็นเจ้าของร้านซ่อมรถยนต์ให้ทุกอย่าง ทำให้ได้รับความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก

2. ผู้รู้ (The maven) คือ พี่เขย (สามีของพี่สาวคนโตของข้าพเจ้า) พี่เขยทำธุรกิจเปิดร้านจำหน่ายและซ่อมโทรศัพท์มือถือ เป็นผู้ที่มีความรอบรู้เรื่องโทรศัพท์มือถือเป็นอย่างดี ทุกครั้งที่ข้าพเจ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ ว่ารุ่นไหนดี หรือมีปัญหาโทรศัพท์มือถือขัดข้อง/เสีย ข้าพเจ้าจะสามารถสอบถามข้อมูลและใช้บริการที่ร้านได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกสบายทุกครั้ง

3. นักขาย (The salesman) คือ คุณณัฐทวี สุรพันธ์ เจ้าของบริษัทไฟเพชร จำกัด สืบเนื่องจากเทอมที่ข้าพเจ้าเรียนวิชา HR ที่ MBA ท่านอาจารย์อมรวรรณ ได้มอบหมายให้ข้าพเจ้าไปสัมภาษณ์ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณณัฐทวีฯ และเกิดแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้ามีกำลังใจในการทำสิ่งต่างๆอย่างเข้มแข็ง โดยไม่ย่อท้อต่อสิ่งต่างๆที่เข้ามากระทบ เพราะล้วนแต่เป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตอยู่แล้ว ซึ่งแรงบันดาลใจนี้ มาจากประโยคที่คุณณัฐทวีฯ กล่าวไว้ว่า "ทำธุรกิจทุกวันนี้ได้ ผมไม่ท้อ เพราะชีวิตเรามาจากศูนย์อยู๋แล้ว"


อริยา แสนทรงสิริ รหัส
IP: xxx.24.56.188
เขียนเมื่อ 

น.ส.อริยา แสนทรงสิริ รหัส 575740577-9

Ex 14 Weekend MBA KKU BKK

สามบุคคลที่ไม่ธรรมดา

นักเชื่อมต่อ (Connector) : คือ กิ๊ฟ เป็นเพื่อนตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เราเรียนกันคนละคณะแต่เนื่องจากกิ๊ฟเป็นคนที่อัธยาศัยดี ขยัน กิ๊ฟจึงเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะหลายสาขาวิชาชีพ และเพราะกิ๊ฟธุรกิจหลายอย่างจึงทำให้รู้จักคนเยอะ เวลามีเรื่องที่เราไม่รู้ก็จะโทรถามกิ๊ฟเสมอ เช่น ปีใหม่อยากเปลี่ยนเบอร์ใหม่ หรืออยากดูดวงแต่ไม่รู้ต้องไปที่ไหน แค่โทรถามกิ๊ฟกิ๊ฟก็สามารถบอกได้ทันทีว่าเช็คเบอร์ที่ดีได้จากไหนและหมอดูที่ไหนแม่น ว่างวันไหนเดี๋ยวกิ๊ฟพาไป เป็นต้น

นักรู้ (Maven): คือ พี่ชมพูนุช พี่เค้าเป็นล่ามภาษาจีนอยู่ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ซึ่งตัวเราทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่นี่ พี่ชมพูนุชสามารถพูดภาษาจีนได้ ทั้งจีนแมนดาริน จีนแต้จิ๋ว จีนกวางตุ้ง เวลามีผู้ป่วยที่เป็นชาวจีนที่ไม่สามารถพูดอังกฤษ หรือจีนกลางได้มาที่โรงพยาบาล เราก็มักจะขอความช่วยเหลือจากพี่ชมพูนุชเสมอๆเพราะล่ามภาษาจีนส่วนใหญ่จะพูดภาษาจีนกลาง

นักขาย (Salesman) :คือ พี่หน่อย หัวหน้าของข้าพเจ้าเอง เวลาที่มีผู้ป่วยComplain หรือว่ามีความไม่พอใจในบริการของแผนกเรา หลังจากที่เราได้พูดหรืออธิบายถึงปัญหาที่เกิดให้ผู้ป่วยได้เข้าใจแต่บางครั้งผู้ป่วยบางท่านก็ไม่ยอมรับฟังในเหตุผลของเรา จึงขอความช่วยเหลือจากพี่หน่อย ซึ่งพี่หน่อยก็จะมีเทคนิคในการพูดที่ทำให้ผู้ป่วยรายนั้นๆใจเย็นลงและเข้าใจในเหตุผลที่แท้จริงของปัญหานั้นๆ

นางสาวหนึ่งนรินทร์ แถมพร
IP: xxx.53.126.187
เขียนเมื่อ 

นางสาวหนึ่งนรินทร์ แถมพร 575740591-5

EX-MBA 14 ม.ขอนแก่น กรุงเทพ

The connector + The Maven + The Salesman = The Superman”
  1. Connector ผู้ที่เป็น ผู้ประสานงานสำหรับดิฉันคือ พี่หมู ซึ่งมีหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่เอกสาร ผู้ที่อยู่กับองค์กรมานานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทในยุคแรกๆ ตั้งแต่ปี 2531 ทำให้พี่หมูเป็นผู้ที่รู้ในเรื่องข้อมูลขององค์กรเป็นอย่างดี และเนื่องจากการที่ดิฉันเป็นคนที่ชอบสันโดษ ทำให้รู้จักคนเฉพาะกลุ่มเล็กๆที่เคยพบ หรือร่วมงานกันเท่านั้น ทำให้ในบางครั้งมีปัญหาในการประสานงานว่าในปัญหาเองนี้ต้องประสานงานกับใคร ซึ่งพี่หมูจะคอยช่วยเหลือประะสานงานให้ ทั้งนี้ยังช่วยให้เรารู้จักบุคคลอื่นมากขึ้นได้อีกทางหนึ่ง
  2. The Maven ผู้ที่เป็นผู้รู้สำหรับดิฉันคือ พี่นุช มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าของดิฉันอีกลำดับหนึ่ง และทำงานร่วมกับองค์กรมานานกว่า 10 ปี และได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปและปรับดิฉันขึ้นมาในตำแหน่งเดิมของพี่นุช ทำให้พี่นุชเป็นผู้ที่มีทักษะในงานที่ดิฉันรับผิดชอบอย่างมาก ทำให้เมื่อดิฉันพบปัญหาอันเนื่องมาจากงาน และดิฉันไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงแบะวิธีแก้ไข ดิฉันสามารถสอบถามหรือขอความช่วยเหลือไปที่พี่นุชได้ และเข้ามาช่วยแก้ได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ยังเป็นการเพิ่มทักษะของดิฉันเพิ่มขึ้นไปได้เร็วกว่าการที่เราต้องมาค้นหาสาเหตุและตัด factor ออกทีละตัวจนกว่าจะพบสาเหตุที่แท้จริง
  3. The Salesman ผู้ที่เป็นนักขายสำหรับดิฉันคือ วิช เป็นเพื่อนที่ทำงานในฝ่ายเดียวกัน วิช เป็นคนที่มีความสามารถในด้านของการพูดและโน้มน้ามให้คนอื่นคล้อยตามและทำตามสิ่งที่เราต้องการได้เป็นอย่างดี เช่น ในเรื่องการขอความช่วยเหลือจากพนักงานในองค์กร หากเป็นท่านอื่นพูด จะได้รับความช่วยเหลือกลับมาค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับการให้วิช เป็นผู้พูดขอความช่วยเหลือ ซึ่งสิ่งที่วิชได้แบ่งปันในเทคนิคนี้แก่ดิฉัน นั่นคือการลำดับขั้นตอน และการเน้นย้ำในความสำคัญของเรื่องที่เราต้องการสื่อออกไปให้เห็นเป็นรูปธรรมที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ง่าย จะทำให้คนฟังทราบความสำคัญและผลกระทบหากไม่ช่วยเหลืออย่างแท้จริง ทำให้ทุกคนเต็มใจที่จะเข้ามาช่วยเหลือหริอปฏิบัติตาม

สุกัญญา พรหมอารักษ์
IP: xxx.164.238.56
เขียนเมื่อ 

นางสาว สุกัญญา พรหมอารักษ์ 575740538-9

Youngweekend#12 MBA KKU at BKK

The Connector : ผู้เชื่อมต่อ คือ คุณธัญญพงษ์ (พี่อ้น) เป็นผู้จัดการในฝ่ายขาย พี่อ้นเป็นผู้จัดการที่ทำงานในองค์กรมา 20 ปี เป็นคนที่รู้จักพนักงานทุกแผนกในองค์กรเป็นอย่างดี มีเหตุการณ์นึงเป็นความผิดพลาดของตัวเองที่ทำสินค้าของลูกค้าตกค้างที่ DC บางนา จากนั้นก็มีพี่อ้นเป็นคนติดต่อคนขับรถของฝ่ายขายอีกทีมที่จะขอให้นำสินค้าของเราติดใส่ไปในรถส่งของด้วยเพราะไปส่งให้ลูกค้าทางเดียวกัน หากวันนั้นไม่ได้พี่อ้นซึ่งเป็นผู้เชื่อมต่อกับคนขับรถของอีกทีม สินค้าอาจส่งไม่ทันเวลาที่ลูกค้าต้องการ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่พี่อ้นจะใช้การเป็นผู้เชื่อมต่อให้เราเมื่อเรามีปัญหากับงาน

The Maven : ผู้รู้ คือ คุณอ้อย (พี่อ้อย) R&D เป็นนักวิจัยและพัฒนาแผนกสกินแคร์ เป็นผู้คิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า เวลาที่ลูกค้าอยากให้แนะนำ Active ก็จะปรึกษาพี่อ้อยผู้รู้เรื่องสารต่าง ๆ เพื่อที่เราจะได้นำไปเสนอให้กับลูกค้า และเมื่อลูกค้าสนใจอยากที่จะเปลี่ยน Active หรือต้องการสรรพคุณ Active แต่ละตัว ก็จะนึกถึงพี่อ้อย ฝ่าย R&D ของบริษัท

The Salesman : นักขาย คือ คุณจูน เป็นพี่ของเพื่อนพี่จูนเป็นคนที่ยิ้มเก่ง น่ารัก ซึ่งพี่จูนทำธุรกิจเครือข่าย พี่จูนเป็นคนเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทนึง ทั้งพูดสรรพคุณและมีการสาธิตทางวิทยาศาสตร์ของผลิตภัณฑ์แต่ละตัวให้ดูเพื่อเพิ่มความมั่นใจในสินค้า วิธิการพูดและการสาธิตทำให้เราได้ตัดสินใจลองซื้อผลิตภัณฑ์นั้นมาใช้

นางสาวณทิพรดา เลิศเสถียรชัย
IP: xxx.108.221.67
เขียนเมื่อ 

นางสาวณทิพรดา เลิศเสถียรชัย รหัส 575740582-6 EX-MBA#14 WE

Positive Psychology : วิถีแห่งซุปเปอร์แมน

ดิฉันได้ทำงานด้านบัญชีกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ถึงแม้บริษัทนี้จะเป็นบริษัทขนาดเล็กที่ก่อตั้งขึ้นมาได้ไม่นาน แต่ก็เป็นบริษัทที่ปรึกษาทางด้านวิศวกรรมรถไฟฟ้าที่ทำงานกับรัฐบาลไทย และร่วมงานกับบริษัทใหญ่ๆทั้งในระดับ ประเทศและในระดับโลก งานที่ดิฉันทำต้องเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทั้งภายในและภายนอกองค์กร ต้องติดต่อสื่อกับผู้บริหารระดับสูง ตลอดจนประสานงานกับเจ้าหน้าที่ระดับปฎิบัติการในแผนกต่างๆ ดังนั้นเมื่อดิฉันเกิดปัญหาต่างๆ(ปัญหาโลกแตก)ในการทำงานก็มักจะปรึกษา สามคนไม่ธรรมดา คือ

ผู้เชื่อมต่อ (The Connector) : คุณวิคเตอร์ ท่านเป็นเจ้านายที่เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดคนหนึ่งในชีวิตการทำงานของดิฉันเสมอมา ทั้งในด้านการทำงานและชีวิตส่วนตัว ท่านมักจะค่อยสอนและให้ข้อคิดในการทำงานอย่างฉลาดที่ทำให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพและมีความสุขไปพร้อมๆกันด้วย ความที่ท่านเคยเป็นแพทย์มาก่อนและมีตำแหน่งทางการฑูต จึงเป็นบุคคลที่มีเกียรติทางสังคมและมีผู้คนรู้จักมากมายในหลายวงการ หากดิฉันมีปัญหาในการจะติดต่อเรื่องการทำงานกับบริษัทใดก็มักจะถามท่านว่าท่านรู้จักใครในบริษัทดังกล่าวนั้นบ้างไหม ท่านก็มักจะยกหูคุยกับผู้ใหญ่ของบริษัทนั้นแล้วบอกว่าให้เพื่อนท่านช่วยอำนวยความสะดวกหรือให้จัดหาคนช่วยประสานงานกับดิฉันให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้นเสมอ

ผู้สั่งสม (Maven) : คุณไอค์ เป็นผู้อำนวยการด้านวิศวกรรมรถไฟฟ้าที่มีความสามารถสูง ซึ่งจบการศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโทด้านนี้มาจากเยอรมัน มีประสบการณ์ทำงานกับบริษัทระดับยักษ์ใหญ่ของโลกมาโดยตลอด ในการทำงานหากดิฉันจำเป็นต้องใช้ความเข้าใจในงานทางด้านเทคนิคก็มักจะไปขอความรู้จากบุคคลท่านนี้เป็นประจำ และก็ได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มใจจากท่านนี้

นักขาย (Saleman) : คุณจารุณี เธอเป็นคนที่ชอบพูดคุยกับคนอื่น มีความเป็นมิตร ชอบปฎิสัมพันธ์กับลูกค้า ตะล่อมเก่งมาก เธอมีพรสวรรค์ในการเซาะหาข้อมูลข่าวสารในการทำงาน ด้วยความที่เธอทำงานอยู่ในธุรกิจรถไฟฟ้าเป็นเวลานานตั้งแต่ยุคแรกที่ประเทศไทยมีรถไฟฟ้าใช้เลยก็ว่าได้ ถ้าดิฉันต้องการจะติดต่อกับบุคคลใดหรืออยากได้เบอร์โทรศัพท์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าท่านใดถามเธอคนนี้ได้

นางสาววีรยา เหลืองวรา
IP: xxx.229.53.226
เขียนเมื่อ 

นางสาววีรยา เหลืองวรา

รหัส 5757405224

Ex Weekend 14 MBA BKK KKU

สามบุคคลไม่ธรรมดา

ผู้เชื่อมต่อ (The Connector) คือ คุณธรรมนูญ เวชวิทยาขลัง ประธานบริษัท นิปปอน ไซซิส และที่ปรึกษา SIPA บุคคลท่านนี้ได้รู้จักเมื่อสมัยทำงานที่บริษัทเก่า ได้รู้จักกันมา 5 ปี เป็นผู้มีความสามารถ เป็นที่น่านับถือ และเป็นบุคคลที่กว้างขวาง มีความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลหลายๆธุรกิจ ไม่ว่าดิฉันจะมีสอบถามข้อมูลด้านใด บุคคลท่านนี้จะมี connection ให้ตลอดและสามารถเชื่อมต่อ บุคคลต่อบุคคลให้รู้จักกันและสามารถต่อยอดการทำงานหรือแม้แต่การติดต่อเพื่อความจำเป็นในส่วนตัว ท่านผู้นี้สามารถประสานให้ได้เป็นอย่างดี

ผู้รู้ (The Maven) คือ คุณอ้น ผู้จัดการแผนก ลูกค้าสัมพันธ์ สายการบินไทย แอร์เอชีย เนื่องจากปัจจุบันดิฉันทำงานฝ่ายขาย บริษัท ไทย แอร์เอเชีย ซี่งเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่ได้มาร่วมงาน จำเป็นต้องรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขตั๋วเครื่องบินอย่างถูกต้อง ท่านผู้นี้เป็นผู้คอยให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำจอง รายละเอียดเส้นทางบิน ตลอดจนเงื่อนไขของตั๋วเครื่องบิน ถึงแม้ในปัจจุบันนี้ดิฉันจะมีความรู้ตั๋วเครื่องบินมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่ทั้งหมด ทุกครั้งที่มีคำถามหรือความข้องใจ ท่านผู้นี้จะเป็นผู้อธิบายคำตอบ และให้ความกระจ่างได้เป็นอย่างดี ทำให้การทำงานราบรื่นขึ้นและง่ายดาย

นักขาย (The Salesman) คือ คุณสมเกียรติ รุ่งทวีผล เจ้านายคนแรกที่ดิฉันทำงานด้วย ตอนนั้นดิฉันมีความท้อกับการทำอาชีพเซลล์ ไม่เข้าใจวิธีการขาย ไม่มีทักษะอะไรเลย ไม่รู้วิธีการขายที่ดี คุณสมเกียรติ ได้สอนแนะนำการเซลล์ที่ดี คุณลักษณะที่ถูกต้องให้ฟังและให้ทำตาม โดยเริ่มต้นท่านแนะนำว่าเราต้องเป็นพวกเดียวกับเค้าก่อน และสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง ถ้าเราขายตัวเองได้ ให้เค้าจดจำเราได้ ไม่ว่าเราอยู่ที่ไหน ขายอะไร เค้าก็จะตามไปซื้อเรา ซึ่งหลังจากนั้นดิฉันได้จำคำสอนและกำลังใจที่คุณสมเกียติได้สอนมา และนำมาปฎิบัติจนถึงปัจจุบัน

ณัฐพล กุลบุญเรืองรัตน์
IP: xxx.96.178.97
เขียนเมื่อ 

575740583-4 MBA Ex-Weekend#14

1.Connector (ผู้เชื่อมต่อ) ได้แก่เพื่อนของผมตั้งแต่สมัยเด็ก ทางบ้านอยู่ในระดับมีฐานะเนื่องจากทำธุรกิจ ประกอบกับเป็นคนที่นิสัยดี จึงทำให้มีเพื่อนมาก พอโตขึ้นมาได้มาทำธุรกิจต่อจากพ่อของเขาทำให้เขาต้องไปออกงานบ่อยๆ ทำให้รู้จักคนมาก ผมเคยได้รับการช่วยเหลือจากการที่เขาเป็นเหมือน Connector คือการที่เพื่อนของผมคนนี้ช่วยผมในการประชาสัมพันธ์เรื่องการรับการบริจาคเสื้อผ้าและขอแรงเพื่อที่จะไปซ่อมโรงเรียนที่ได้รับผลจากน้ำท่วมที่จังหวัดลพบุรีเมื่อปี 2554 ซึ่งครั้งนั้นได้สิ่งของบริจาคเป็นจำนวนมากและให้มีการรวมตัวกันไปเพื่อซ่อมบำรุงโรงเรียนดังกล่าวจากบุคคลที่เพื่อนของผมคนนี้ติดต่อมาให้ งานครั้งนั้นไปได้ดีกว่าที่ผมคาดหวังไว้มากทีเดียว

2.Maven (ผู้รู้) บุคคลนี้ผมยกให้คุณลุงของผม คุณลุงประกอบอาชีพเป็นทนายความ ที่มีประสบการณ์มากมาย จากการที่ผมเรียนนิติศาสตร์ ขณะที่ยังเรียนอยู่ในระดับ ป.ตรี ก็มีเรื่องที่สงสัยมากมาย ผมก็ได้นำปัญหาเหล่านั้นไปสอบถามกับท่าน คุณลุงก็ได้ให้คำตอบมาแบบกระจ่างเลยเป็นผู้ที่อธิบายเกี่ยวกับการตีความในมาตราต่างๆได้เป็นอย่างดี และเมื่อจบการศึกษา ผมเองก็ยังต้องเรียนรู้จากคุณลุงโดยการที่ไปทำงานกับท่าน ท่านได้สั่งสอนวิชาต่างๆในสิ่งที่ไม่เคยเรียนมาก่อน สิ่งต่างๆที่ท่านสอนนั้นก็มาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของท่าน ดังนั้นเรื่องทางกฎหมายผมจึงยกให้ท่านเป็นผู้รู้ของผม

3.Salesman (นักขาย) บุคคลนี้เป็นคนรู้จักที่สนิทมาก จบ ป.โท ด้านจิตวิทยา จึงเป็นคนที่เข้าใจคน เป็นคนที่มีความคิดความอ่านดีเยี่ยม ใจเย็น และเป็นคนที่ให้คำปรึกษาได้ดี มีอยู่ครั้งนึงเนื่องจากผมเองได้ปรึกษาเรื่องงาน อยากจะเปลี่ยนงานเพื่อความก้าวหน้าและความพัฒนาตัวเอง แต่ก็มีหลายๆเรื่องหลายๆเหตุผลที่ทำให้ผมยังไม่กล้าที่จะทำ คนๆนี้ได้บอกกับผมว่า “ทำแล้วสบายใจทำเลย เวลาย้อนไปไม่ได้ อนาคตก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” เป็นคำพูดที่ทำให้ผมทิ้งสิ่งที่อยู่ข้างหลังไว้แล้วทำในสิ่งที่อยากทำ และสิ่งที่ผมทำวันนี้ผมก็มีความสุขกับมันและได้ประสบการณ์ใหม่ๆที่ผมต้องการอีกด้วย

นางสาวชนกนันท์ คำคล้าย
IP: xxx.47.129.76
เขียนเมื่อ 

นางสาวชนกนันท์ คำคล้าย 575740508-8

Youngweekend#12 MBA KKU at BKK

The Connector : ผู้เชื่อมต่อ คือ คุณประรัชกรณ์ (พี่ต้น) เป็นผจก.ฝ่าย ด้วยประสบการณ์ของพี่ต้นที่ทำงานมาหลายที่ และเรียนจบป.ตรีและป.โท มาหลายสาขา ทำให้พี่ต้นเป็นที่รู้จักและรู้จักบุคคลอื่นมากมาย ถ้าเรามีปัญหาติดขัดเวลาจะติดต่อกับใครจะนึกถึงพี่ต้นเป็นคนแรกเสมอ หลายครั้งเวลาไปติดต่องานข้างนอกกับพี่ต้น เราจะต้องรู้จักแปลกใจเสมอ เพราะทุกๆที่ที่ไป จะต้องมีคนที่พี่ต้นรู้จักหรือเคยร่วมงานมาแล้ว ซึ่งการที่ได้รู้จักกับพี่ต้นทำให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นมากเลยคะ

The Maven : ผู้รู้ คือ คุณแอน เพื่อนรักที่สนิทกันมาตั้งแต่สมัยประถม แอนจะเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ ค้นหาความรู้อยู่ตลอดเวลา แอนเก่งด้านภาษาอังกฤษมาก เมื่อเรามีปัญหาด้านภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการเขียน การอ่าน ก็จะมีแอนค่อยช่วยเหลือตลอด

The Salesman : นักขาย คือ คุณปุ๋ม เพื่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน ปุ๋มจบวิศวกร แต่เลือกที่จะเป็น sale ขายเครื่องจักรและอุปกรณ์ด้านวิศวกรรมด้วยความที่ปุ๋มเป็นคนชอบพูด อารมณ์ดี ชอบยิ้มแย้มแจ่มใส คุยเก่ง จึงทำให้ปุ๋มประสบความสำเร็จในการทำงาน ปุ๋มไม่ได้เป็นเพียงนักขาย แต่ปุ๋มจะเป็นคนที่คอยพูดติดต่อประสานงานระหว่างเพื่อนๆในรุ่นเสมอ เป็นที่ปรึกษาด้านการขายให้เพื่อนและรุ่นน้องด้ว

นายสรรภพ บุญสนองโชคยิ่ง 575740589-2 Ex.Weekend.14

The influencers สามคนไม่ธรรมดาของผม

1. ผู้เชื่อมต่อ (The connector) เพื่อนของผม เป็นคนที่มีเพื่อนเยอะ รู้จักกันคนที่หลากหลายสาขาอาชีพ ( ทั้งเพื่อนที่หลากหลายตำแหน่งในบริษัทที่มีชื่อเสียง , หมอ , พยาบาล , ท่านอาจารย์ ฯลฯ) มี Connection ที่ดีมาก และเพื่อนที่คอยช่วยเหลือในเรื่องต่างๆเสมอ และทุกครั้งก็สามารถแนะนำได้ว่าต้องให้ไปหาหรือปรึกษาใคร ยกตัวอย่างเช่น มีหลวงพี่ที่วัดติดต่อของบริจาคผ่านทางผมเพื่อใช้ในกิจกรรมวันลอยกระทง ผมโทรไปหาเพื่อนของผมและเค้าก็สามารถประสานงานติดต่อสิ่งของสนับสนุนจากเพื่อนๆที่ทำงานหลายๆบริษัท ทำให้ทางวัดนำไปใช้ทำกิจกรรมของทางวัดได้อย่างรวดเร็ว

2. ผู้รู้ (The Maven) พี่ที่ทำงานของผม ทำงานฝ่ายบัญชี เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถในงานที่ทำและมีประสบการณ์ในการทำงานมากนาน รวมถึงความสามารถในการพูดสื่อสาร สามารถอธิบายกระบวนการทำงานให้กับผมและเพื่อนในทีมงานได้เป็นอย่างดี เมื่อมีปัญหาในการทำงานสามารถให้คำปรึกษา ฝึกให้คิด ทำให้ผมมองเห็นภาพและคิดแก้ไขปัญหาเองได้หลังจากที่พี่เค้าให้คำแนะนำ โดยตัวอย่างเช่น การลงบันทึกบัญชี สามารถอธิบาย Concept ให้เชื่อมโยงกับข้อมูลที่เราสงสัย ทำให้การทำงานของผมราบรื่นไปด้วยดี อีกทั้งผมสามารถอธิบายสิ่งเหล่านี้ให้กับน้องในทีมได้อีกด้วย

3. นักขาย (The Salesman) เพื่อนของพี่สาว ทำงานเป็นตัวแทนขายประกันรถ มีโอกาสได้รู้จักตอนหาซื้อประกันรถ เป็นบุคคลที่มีความสามารถในการพูดและมีความใส่ใจในรายละเอียดของลูกค้า ทุกครั้งที่ก่อนหมดประกันจะมีข้อความมาแจ้งเตือนก่อนล่วงหน้า อีกทั้งยังสามารถประสานงานกับบริษัทประกันเวลามีเรื่องเคลม คอยติดตามและแจ้งผลกลับ ทำให้ผมมีความประทับใจและบางครั้งหากครั้งนี้มีข้อสงสัยในต่างๆเช่นเรื่อง ทุนประกันรถว่าทำไมราคาถึงลดลงเยอะ ครั้งต่อไปในการเสนองานจะมีรายละเอียดเรื่องนี้ทุกครั้ง และเป็นคนที่ไม่ใช่มุ่งแต่จะขายอย่างเดียว “เค้าจะมองในมุมที่หากตัวเองเป็นลูกค้า แล้วจะต้องตัดสินใจซื้อ จะต้องมีข้อมูลอะไรบ้างและสิ่งที่ลูกค้าแต่ละคนต้องการเป็นอย่างไร” สิ่งตรงนี้ทำให้ทุกครั้งที่ผมได้รับข้อมูลจากเค้าจะมีข้อมูลที่ตรงกับความต้องการ ทำให้ผมเป็นลูกค้าประกันรถกับพี่เค้ามาเป็นระยะเวลา 4 ปี ติดต่อกันโดยไม่ต้องมองหาผู้ขายประกันรายอื่นให้เสนอเพื่อเปรียบเทียบเลย เพราะเหมือนเราติดต่อพี่เค้าคนเดียวและสามารถจัดการให้เราได้ทุกเรื่อง

เขียนเมื่อ 

นายวยุษฏิ์ สัจจวีรวรรณ 575740571-1 Ex14. Weekend

สามคนไม่ธรรมดา

1. ผู้เชื่อมต่อ (The connector)คือ พี่ชายของผม เป็นคนที่รู้จักคนเยอะ สามารถแนะนำได้ว่าควรจะไปหาใครหรือปรึกษา ใครมีอยู่ครั้งนึงผมต้องการทำการตกแต่งภายใน พี่เค้าก็แนะนำว่าให้โทรไปหาใครและให้บอกว่าพี่แนะนำมา จากราคาแพงก็จะได้ราคาถูกลงและยังไม่ต้องไปหาผู้รับเหมารายอื่นเพื่อเปรียบเทียบราคาและคุณภาพ

2. ผู้รู้ (The maven) คือ พี่ที่ทำงานซึ่งเป็นหัวหน้างานของผม เวลาในที่ทำงานมีปัญหาอะไรหรือใครทำงานไม่ถูก พี่คนนี้ก็จะเป็นคนคอยบอกคอยสอนว่าจะต้องทำยังไงเพื่อให้งานเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. นักขาย (The salesman) คือ พี่สาวในที่ทำงาน พี่บุ๋มจะเป็นคนคอยคุยคอยประสานงาในเรื่องต่างๆ ซึ่งพี่คนนี้จะมีความสามารถในการพูดจาโน้มน้าวให้คนอื่นคล้อยตาม(ในทางที่ดี) เวลาใครมีอะไรหรือไม่สบายใจก็จะได้พี่คนนี้แหละที่คอยให้คำปรึกษา


นายวริทธิ์ธร ศรีสุจารักษ์
IP: xxx.137.157.131
เขียนเมื่อ 

นายวริทธิ์ธร ศรีสุจารักษ์ รหัส นักศึกษา 575740543-6 MBA EX 14

วิถีแห่ง ซุปเปอร์แมน

ผู้เชื่อมต่อที่ นึกถึง

ดร.เจต ประภามนตรีพงศ์ เป็น เจ้าของโรงเรียน ประภามนตรี เนื่องจาก อาจารย์ เป็นผู้ใหญ่ที่รู้จัก คนในวงการการศึกษา และ วงการการเมืองหลายท่าน เวลาที่ติดปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ที่เอามาใช้กับงานธนาคาร อาจารย์ จะติดต่อให้ได้โดยตลอด ไม่ว่าเรื่องนั้่น จะเป็นอย่างไร อาจารย์ กว้างขวาง มี เครือข่ายที่สามารถช่วยเหลือในทุกกิจกรรมได้เป็นอย่างดีที่สุด

ผู้รู้

คุณ ณรงค์ เคลือบหิรัญ เป็น RETAIL CREDIT ที่เข้าใจในเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดและสามารถเอามาสื่อโดยใช้ภาษาง่าย ๆ ให้กับ พนักงานที่อยู่หน่วยงานขาย เข้าใจอย่างง่าย และคำนึงถึงประโยชน์ธนาคารอย่างเยอะที่สุด เป็น ทั้ง ครูผู้สอนและ ให้ความรู้อย่างดี


นักขาย คุณ อาภาภรณ์ อิทธิสุกุมาลย์ อดีต พนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ ปัจจุบัน เกษียณ อายุ แล้ว เป็น นักขายที่สามารถขายประกันได้เป็น อันดับ 1 ของธนาคารตลอด 3 ปี

โดยมีประโยคเด็ดที่ พี่ ล่า (ชื่อเล่น)สอนกับ น้องๆ ทุกคน คือ

ท.ท.ท.(ทำ ทัน ที)

โดยถึงแม้งานอื่น จะไม่เข้าใจอย่างสินเชื่อ พี่ล่า ก็พร้อมจะเรียนรู้และ ทำทันที