เมื่อวานสอนวิชาการพัฒนาองค์กรเชิงบวก (Positive Organization Development) เลยพานักศึกษาทำ Workshop สนุกๆ กันครับ..

โดยไม่ว่าจะเป็นครั้งใด ผมจะใช้การตั้งคำถามเชิงบวกแบบ Appreciative Inquiry เพื่อเปิดให้นักศึกษา ช่วยกันสืบค้นคำตอบกันครับ...
วันนี้ผมได้เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามว่า... “
มนุษยชาติขาดแคลนอะไรบ้าง?"
ผมให้ตอบทีละคน จากนั้นให้เริ่มสรุปว่าอะไรมันคล้ายๆ กัน แล้วเริ่มจะจัดประเภท
ที่สุดออกมาได้สามประเภท คือ มนุษย์ชาติขาดซึ่ง ทรัพยากร ความรู้ และคุณธรรม....
แต่ผมได้เพิ่มไปเรื่องหนึ่งคือ ความรู้พิเศษ หรือ ความสามารถในการทำให้คนอื่นเชื่อเรา
หรือ ทักษะการสื่อสาร .... เพราะปราศจากทักษะนี้ การมีสามอย่างเบื้องต้น
ก็อาจยังทำให้มนุษยชาติลำบาก.. ขนาด Superman ยังลำบากหลายครั้ง เพราะประชาชนเกิดไม่เชื่อขึ้นมา
Superman กลายเป็นผู้ร้ายไปหลายตอนก็มี... ที่สุดก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง
และสื่อสารออกมาว่าตัวเองเป็น Superman จริงๆ...
ผมจึงว่าผมมีเหตุผลเพียงพอจะเพิ่มคำว่า “สื่อสาร" เข้าไป

จะว่าไปคุณมีโอกาสเป็นซุปเปอร์แมน Supermanได้ ..ยังไงครับ ก็ถ้าคุณทำอะไรได้มากกว่ามนุษย์ปรกติ หรือเหนือมนุษย์ นั่นหมายความว่าคุณทำสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปลำบากจะทำอยู่สี่ข้อที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นการเป็น Superman จึงหมายถึงว่าท่านสามารถแก้ปัญหาโลกแตกสี่ข้อได้ดังนี้
ปัญหาข้อ 1 การขาดแคลนทรัพยากร
คำตอบ คือ การรู้จักหรือเป็น Connector หรือผู้เชื่อมต่อ คนๆนี้ เป็นคนที่รู้จักคนมาก มากจริงๆ ไปทุกงาน ชอบนำสิ่งดีๆมาให้คนอื่น มีความสัมพันธ์หลวมๆ กับคนจำนวนมากๆ นิสัยดี สามารถแนะนำคนดีมีความสามารถ หรือแนะนำกลุ่มคนที่จะทำให้คุณเข้าถึงสิ่งที่คุณขาดได้
ผมยกตัวอย่าง.. เช่น ผู้อำนวยการคนแรกของ MBA ที่ผมเป็นอาจารย์อยู่ ท่านอาจารย์รศ.พรศิริ ท่านกินเงินเดือนข้าราชการไม่มาก... แต่ท่านรู้จักคนเยอะมาก เพราะเคยเป็นอาจารย์ที่ NIDA มาก่อน ท่านเคยช่วยเหลือ ช่วยงานคนมามาก ท่านเลยกลายเป็นผู้เชื่อมต่อ ครับ ตอนตั้ง MBA ทั้งสามารถนำคนมาบริจาคสร้างตึกให้ MBA เมื่อ 20 ปีก่อน ด้วยมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท โดยที่ไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐในส่วนนี้ ...Superman ไหมครับ นี่ไงแก้ปัญหามนุษยชาติข้อแรกได้ คือการขาดทรัพยากร เพียงคุณรู้จัก Connector หรือพัฒนาตนเองเป็น Connector คุณจะสามารถเข้าถึงโอกาส เข้าถึงทรัพยากรได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
ผมเองบวชที่วัดป่าธรรมอุทยาน หลวงพี่รองเจ้าอาวาสท่านก็เรียกใช้ ท่านสอนเด็กๆ เลยต้องการทำการ์ตูนธรรมะ “ภิญโญ รู้จักใครที่เขียนการ์ตูนเก่งไหม" ผมเลยไปถามเพื่อนผมคนหนึ่งเป็น Connector เพียงวันเดียวเราสามารถติดต่อน้อง ที่เขียนการ์ตูนให้บริษัทโฆษณาดังของกรุงเทพมาช่วยได้...
แม่ชีที่วัด.. ถามว่า "อาจารย์ เรามีคนจีนมาวัด รู้จักคนเขียนภาษาจีนสวยๆ ไหม" ผมไปหา Connector ภายในใน 5 นาที เราก็ได้ยอดฝีมือเขียนพู่กันจีน มาช่วยงานวัด...
รุ่นพี่ผม ใช้เงินเพียง 80,000 บาทสร้างโรงเรียนทั้งโรงเรียน เพราะมีคนรู้จักมาก พอพูดมาคำเดียว คนตามมาช่วยเพียบ จนได้ทั้งโรงเรียน สนามเด็กเล่น และห้องสมุด
คำตอบแรก เรื่องขาดทรัพยากรจะหมดไปมาก ถ้าคุณรู้จัก Connector หรือ คุณเป็น Connector เอง แต่กว่าจะทำได้ คุณต้อง “ให้" คนอื่นๆมากๆ ทั้งให้เกียรติ ให้คำพูด ข้อมูลดีๆ กับคนในวงกว้าง คุณจะรู้จักคน รู้จักความสามารถของเขา เราสามารถ “ดึงพลัง" เขามาช่วยเราได้ครับ

ปัญหาข้อ 2 การขาดแคลนความรู้
คำตอบ การรู้จัก หรือการเป็น The Maven หรือผู้สั่งสมความรู้ เสียเอง The Maven เป็นผู้เชี่ยวชาญสาขาใดสาขาหนึ่งประมาณรู้ทุกเรื่องชอบคิดชอบทำเรื่องนั้นมากๆ ประมาณกูรู เป็นคนมีน้ำใจ ชอบแบ่งปันคนอื่น ลูกศิษย์ผมกำลังเพาะเห็ดมีค่าขาย.. ต้องการทำตู้เพาะ ต้นทุนกว่า 3-4 หมื่นบาท.. เลยลองถามคนรู้จักที่จบวิทยาศาสตร์ ก็สอนวิธีทำให้ เลยเหลือต้นทุนเพียง 3,000 บาท... อีกคน ทำเรื่องเบาหวาน พยายามวิจัยแล้ววิจัยอีกจะช่วยผู้ป่วยเบาหวานอย่างไร ไปเจออาจารย์ชาวออสเตรเลีย เลยถามเขา ท่านบอกว่า ลองยกขาขึ้นสูงสิเวลาเป็นแผล จะหายเร็ว... ลูกศิษย์บอกว่าการคุยกับศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญโรคเบาหวานระดับโลก ท่านนั้นทำให้หน่วยงานเกิดไอเดีย คิดนวัตกรรมช่วยผู้ป่วยเบาหวานได้กว่าสิบชิ้น
ชัดไหมครับ ความรู้มีอยู่ทุกหนแห่ง มันอยู่ในตัวผู้สั่งสมความรู้นั่นเอง ถ้าเรารู้จักเข้าหา เราจะได้ความรู้นั้นมายกระดับการทำงานของเราได้ และหากเราจะเป็นเสียเองก็ได้.. หาเรื่องชอบหนึ่งเรื่อง ติดตาม เอาไปใช้ คิดต่อยอดไปเรื่อย สี่ห้าปี คุณจะเห็นอะไรบางอย่างครับ เป็นที่พึ่งของตนเองก็ได้ เป็นที่พึ่งคนอื่นก็ได้...
ปัญหาข้อ 3 การขาดแคลนวิธีการสื่อสาร
เรื่องนี้เรื่องใหญ่อีกเรื่องครับ ลองหาคนที่มีลักษณะเป็น Salesman หรือนักขายมาช่วยครับ คนๆนี้ โน้มน้าวคนเก่ง มีชุดคำพูดหรือการกระทำที่จะ “พลิก" สถานการณ์จากสิ้นหวังมามีหวังได้ครับ
เช่นตอนแรกผมทำเรื่อง AI พูดไปว่ามันคืออะไรให้คนอื่นฟัง ทั้งยกหลักฐานการวิจัย วิธีการให้ฟัง คนก็ยังดูงงๆ ดูไม่เชื่อ จนผมไม่อยากพูด ไปเจอเพื่อนคนหนึ่งเป็น Salesman ท่านบอกว่า... “ ที่อาจารย์พูดนี่ ยาวไป คนฟังไม่รู้เรื่องนะ.. แต่ผมลองจับใจความดู ผมเข้าใจว่าน่าจะสรุปได้ด้วยคำว่า Postive Change นะ"... โอ้โห ผมสว่างเลย จากเคยพูดเป็นร้อยประโยค เหลือสองพยางค์เอง คราวนี้ไปคุยกับใครง่ายขึ้นเยอะ...
คนๆนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นต้องเป็น Salesman จริงๆก็ได้ อาจเป็นพระ เป็นพยาบาลเป็นอาจารย์ก็ได้... เช่นเพื่อนผมไม่สนใจศาสนาเลย มีวันหนึ่งไปวัด หลวงพ่อชวนปฏิบัติธรรม ก็บอกว่า “โอ๊ย ผมไม่ว่างจะมานั่งสมาธิสองชั่วโมงต่อวันในตอนเย็น เป็นเวลาหกเดือนหรอกครับ" หลวงพ่อเลยพูดว่า “ไม่วางก็ไม่ว่าง" เป็นไงครับ ที่สุดพี่คนนี้กลายเป็นคนสนใจศาสนา ท่านเป็นอาจารย์มหาลัย อายุไม่มาก คุณคิดดูสิครับกว่าจะเกษียณ ท่านจะมีโอกาสบูรณาการคำสอน ไปสอนเด็กกี่พันกี่หมื่นคน และลูกศิษย์ท่านจะส่งต่อเรื่องราวดีๆ ไปอีกขนาดไหน....
คุณลองตั้งข้อสังเกตหาวิธีการโน้มน้าวของ Salesman แล้วเอามาพัฒนาระบบการสื่อสารของคุณ คุณจะแก้ปัญหาหลายๆเรื่องที่คนเก่งๆ เช่น Superman ตัวจริงยังเคยปวดหัว ต้องหนีหัวซุกหันซุนมาแล้ว เพราะคนไม่เชื่อ คุณอาจทำงานร่วมหรือพยายามพัฒนาทักษะนี้ขึ้นมาควบคู่กันก็ได้

ปัญหาข้อ 4 การขาดแคลน “คุณธรรม"
ปัญหาข้อนี้คนบ่นถึง และท้อใจกันที่สุด ว่าแต่ถ้าคุณจะมีคุณธรรมขึ้นมา .. หลายครั้งกลับนึกไม่ออกว่าจะไปยังไง แนะนำให้คุณรู้จักกับคนที่สี่คือ The Great Minds หรือครูทางจิตวิญญาณ อาจเป็นคนดีๆ ผู้นำดีๆ หรือหลวงพ่อคนไหน บาทหลวง อิหม่าม ท่านไหนก็ได้
เมื่อวานลูกศิษย์เล่าถึงเพื่อน ที่ตั้งมั่นว่าจะทำธุรกิจโดยถือศีล 5 ให้ได้ ขอร่วมทุนกับใครคนก็ว่าเพ้อเจ้อ ที่สุดคนสนใจร่วมทุนด้วย เขาคัดคนโดยบอกแต่แรกว่าที่นี่ถือศีล 5 เน้น สร้างวัฒนธรรม จนเป็นองค์กรที่งอกงามไปกว่า 12 สาขา... อีกท่านเป็นลูกศิษย์ผม เช้านั่งสมาธิสองชั่วโมง ถือศีล 5 บัญชีมีฉบับเดียว ไม่โกหกใคร ที่สุดจากเด็ก MBA ธรรมดาเมื่อ 13 ปีก่อน ตอนนี้บริษัทขยายสาขาไปสิบกว่าเแห่งทั่วประเทศ ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นจากศศินทร์ และตอนนี้กำลังจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์... ส่วนครูทางจิตวิญญาณของผมคือหลวงพ่อกล้วยครับ ท่านสอนให้ผม และทำให้ผมค้นพบเรื่องราวของสติ ที่ทำให้ผมเปลี่ยนชีวิตไปอีกมุม
คุณจำเป็นต้องค้นหา Great Minds ของคุณ ทั้งทางโลกทางธรรม เพื่อจะพัฒนาตัวเองให้เกิดมาไม่เสียชาติเกิด ในขณะเดียวกันการเป็นคนที่ได้รับการขัดเกลา จะทำให้คุณดึงดูดและรักษาคนเก่งข้างบนสามคน อยู่กับคุณได้อย่างยั่งยืน...
จะว่าไปจริงๆ แล้วว่าตามทฤษฎีแนวคิด The Connector, Maven และ Salesman นั้นพัฒนาขึ้นมาโดย Malcolm Gladwell ซึ่งผมก็ว่ามันยังไม่พอ ต่อมามาระดมสมองจากนักศึกษาก็มีคนพูดในทำนองเรื่อง คุณธรรม ขึ้นมาหลายๆคน ว่าสังคมขาด ผมเลยมองว่าทฤษฎีการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยคนสามคนของ Malcolm Gladwell ไม่พอเสียแล้ว เพราะถ้ามองได้ไม่ดีี ผมก็เห็นคนไม่ดีในประวัติศาสตร์สามารถระดมคนสามคนนี้มาใช้ สร้างการเปลี่ยนแปลงในทางไม่ดีได้เช่นกัน เช่นฮิตเลอร์เป็นต้น ผมเลยมองว่าเราจำเป็นต้องเติมเติ้มทฤษฎีนี้ด้วยการบวกคนประเภทที่สี่้ขาไปคือ The Great Mind
ดังนั้นในการพัฒนาตัวเองและพัฒนาองค์กร เราควรเริ่มจากการได้รับการชี้นำจาก The Great Mind ก่อน จากนั้นก็พัฒนาความสามารถด้วยการคบหา และเรียนรู้จาก The Connector, Maven และ Salesman
ได้สมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กรคือ
The Great Minds + The Connector + The Maven + The Salesman = The Superman (Pinyo Rattanaphan 2013)
ถ้าทำได้ทำอย่างต่อเนื่อง คุณเป็น Superman
แน่นอนครับ
ในองค์กรถ้าคุณเอาสี่คนนี้มาทำงานร่วมกันไม่ว่าจะทางตรงทางอ้อม จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างถึงรากถึงโคน แถมยั่งยืนกว่าครับ เพราะคุณกำลังทำงานร่วมกับ Superman ตัวจริงครับ
วันนี้เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ
References:
Picture 1 from:
Picture 2 from:
http://inserbia.info/news/2013/05/man-of-steel-fate-of-your-planet/
Picture 3 from:
http://wallpapersbq.com/superman-man-of-steel/superman-man-of-steel-wallpaper-11
เฮ้อ!อยากเป็นซุปเปอน์แมนจังค่ะเพื่อนจะได้ช่วยให้บ้านเมืองสงบ อ้าว!คนละเรื่องมั๊งเนี่ย อิ อิ
ทำได้คุณหมูจ๋า เรายืมพลังคนอื่น และเพาะพลังตัวเองได้ครับ ทำได้จริงๆ
Have a good day my friend
อ่านและได้ความรู้อย่างมากอาจารย์...หากมีซุปเปอร์แมนหลายๆคนในภาวะนี้จะดีมาก....ขอบคุณครับอาจารย์
ชุมชนแห่งนี้ ...อาจารย์ คือ superman ตัวจริง ถาษาจริง เขียนจริง และจริงใจ
..
ชื่นชมอาจารย์นะครับ
ขอบคุณอาจารย์มากๆ ค่ะ หนูอยาก...Superman (girl) ^^
เตรียมทำควิสเย็นนี้ อิอิ :)
จากการที่อาจารย์สอนเกี่ยวกับ "สมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กร" ผมได้มีโอกาสถ่ายทอดสมการดังกล่าวให้แก่พี่ๆน้องๆที่ทำงาน โดยพี่ๆน้องๆที่ทำงานได้ให้ความสนใจมาก (ตามรูป 555) เมื่อผมสอนเสร็จแล้ว จากนั้นผมได้ถามพี่ๆน้องๆที่ทำงาน ว่า "ทุกคนคิดว่าตัวเราเองเนี่ยเป็นบุคคลประเภทไหนในสมการนี้?"
ทั้งนี้ทุกคนก็มีการพูดถึง The Great Mind ว่า น่าจะมีกันทุกคนแต่จะมีมากมีน้อยเท่านั้นเอง
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 ได้เรียนเกี่ยวกับ“สมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กร” ทั้งนี้ดิฉันได้ถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวต่อให้กับเพื่อนร่วมงานในบริษัท เกี่ยวกับ“วิถีแห่ง ซุปเปอร์แมน” ต่อด้วยให้เพื่อนร่วมงานทั้ง 5 ท่าน ได้ทำการวิเคราะห์ตัวเอง ว่าเป็นบุคคลประเภทอะไร แล้วเหตุผลอะไรถึงเป็นบุคคลประเภทนั้น
ทั้งนี้ได้ ยกตัวอย่าง มา 3 ท่านคะ
1. คุณเกษทิพย์ คิดว่าตนเองคือ The Connector เนื่องจากตนเองต้องทำหน้าที่จัดส่งสินค้าให้ลูกค้า ต้องมีการติดต่อพนักงานขนส่ง เพื่อให้มีการส่งสินค้าให้ลูกค้าถึงมือลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
2.คุณธีระนันท์ คิดว่าตนเองคือ The Maven เนื่องจากตนเองทำหน้าที่โลจิสติกส์ และเป็นอาจารย์พิเศษ สอนวิชา Inventory Management ให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของสินค้าคงคลัง
3.คุณปุณญดา คิดว่าตนเองคือ The Salesman เนื่องจากหน้าที่งานบางส่วน จะต้องติดต่อลูกค้า แจ้งเลื่อนวันรับสินค้าหรือแจ้งเปลี่ยนสินค้าเป็นรายการอื่น หน้าที่นี้จึงต้องมีความเชี่ยวชาญ มีไหวพริบและทักษะในการให้ข้อมูลสินค้าแก่ลูกค้า
จากห้องเรียนสู่การลงมือทำ.......อาจารย์ภิญโญได้สอนหลายๆเรื่องที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ หนึ่งในนั้นคือ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” ที่มีใจความสำคัญว่ามนุษย์ทุกคนไม่มีผู้ใดสมบูรณ์แบบไปทั้งหมด จากการที่มนุษย์ต่างขาดแคลนในเรื่องต่างๆของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสมบูรณ์แบบ.......ไม่ได้
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสสัมภาษณ์เพื่อนสนิท (รัมย์) โดยนำหัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” มาพูดคุยกับเธอ โดยกล่าวตามที่อาจารย์ภิญโญได้ถ่ายทอดมาทั้งด้านการขาดแคลนทรัพยากร ด้านการการขาดแคลนความรู้ ด้านการขาดแคลนวิธีการสื่อสาร และด้านการขาดแคลนคุณธรรม นอกจากสามารนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและยังสามารถประยุกต์ใช้กับองค์กรที่มีคนจำนวนมากอีกด้วย โดยกล่าวสมการแห่งการพัฒนาตนเองและพัฒนาองค์กรได้ว่า
Connector + Maven + Salesman + The great mind = SUPERMAN
............ จากการสัมภาษณ์เพื่อนสนิทโดยให้เธอยกตัวอย่างตัวเองหรือบุคคลที่รู้จักที่สามารถทำให้เธอเป็น ...........
“ S U P E R W O M A N ” ดังนี้
Connector : ญาติของเธอ เป็นคนที่รู้จักคนมากมายใน.... ทำให้สามารถกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้แก่ตนเอง ทั้งด้านแหล่งจัดจำหน่าย และด้านการสร้างมาตรฐานอาหารฮาลาล
Maven : เธอเชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบโลโก้ตราสินค้า และฉลากบรรจุภัณฑ์
Salesman : เพื่อนของเธอ เป็นคนประชาสัมพันธ์เสื้อสกรีนที่ทำให้พูดคนสนใจด้วยการพูดที่มีวาจาน้าวโน้มจิตใจ และทำให้คนเชื่อได้
The great mind : เธอกำลังช่วยญาติของเธอทำสินค้าน้ำพริกรสชาติต่างๆ ที่มีมาตรฐานฮาลาล ซึ่งมีคุณธรรมด้านศาสนาที่ต้องสร้างสินค้าที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม
ขอขอบคุณ....คุณรัมย์ (เพื่อนสนิท) : ผู้ให้สัมภาษณ์
ขอนำเสนอ การ Sharing หัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน”
Connector + Maven + Salesman + The great mind = SUPERMAN
แบ่งปันเนื้อหาโดย: : นางสาว ปิยะทราวดี ฮมภิรมย์ Executive MBA KKU @BKK (เสื้อสีชมพู่อ่อน)
ผู้รับฟัง จำนวน 4 คน ดังนี้
1. น.ส.ศศิธร สิเนหะวัฒนะ (เสื้อยืดขาว) Graphic Designer / Toyota Buzz Co.,Ltd
2. น.ส.วรธิดา สมสัตย์ (เสื้อขาวแขนยาว) ธุรกิจส่วนตัว
3. น.ส.กนกกาญจน์ พลสุวรรณ (เสื้อชมพู่-ดำ) ธุรกิจส่วนตัว
4. น.ส.เกษราภรณ์ พลซา (เสื้อดำ) Assistant Manager บริษัท หลักทรัพย์ เคจีไอ ประเทศไทย จำกัด
สถานที่ : ร้านกาแฟ Audrey cafe &bistro ทองหล่อ ซ. 11 ,กทม.
เมื่อวันที่ : วันเสาร์ที่ 14 ธ.ค. 56เวลา : 17.00- 21.00 น.
ความสัมพันธ์ : เป็นกลุ่ม ขนาดเล็กเพื่อนเก่าและรุ่นน้อง ในคณะนิเทศศาสตร์และคณะวิทยาการจัดการ
จากการที่ได้ถ่ายทอดเนื้อหาหัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” ให้เพื่อนๆ ทราบ...
ให้เพื่อนๆ แชร์ การวิเคราะห์ตัวเองว่าเป็นบุคคลประเภทอะไร แล้วเหตุผลอะไรถึงเป็นบุคคลประเภทนั้นซึ่งได้คำตอบดังนี้
1. น.ส.กนกกาญจน์ พลสุวรรณ(คุณแทท) แชร์ว่า ตัวเอง คือ Connector
(ขจัดปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร )
1.1 ในแวดวง รถยนต์ ที่คุณแทท ทำธุรกิจอยู่นั้น เธอเป็นที่รู้จักจากคนแวดวงเดียวกัน
เป็นจำนวนมาก เธอเป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือ น่าไว้ใจ เป็นคนที่มี Connection ทีดี สามารถหาสรร รถยนต์ ให้เพื่อนๆในราคาถูกได้รวมถึงการบริการหลังการขายเช่นเปลี่ยนยาง เปลี่ยนล้อ เปลี่ยน ซ่อมแซ่ม ทะนุบำรุงต่างๆ ก็สามารถที่จะแนะนำเพื่อนๆได้ ในราคาถูก คุณภาพดี เพียงแค่ขอให้แจ้งเธอทุกปัญหาเรื่องรถก็จะหมดไป
1.2 นอกเหนือจากเรื่องรถยนต์ในด้านธุรกิจที่ทำอยู่แล้ว คุณแทท ก็สามารถเป็นConnector ในเรื่องอื่นๆ ได้อีก เช่น ในด้านความสวย ความงาม เธอสามารถแนะนำเพื่อนๆและคนรอบข้างให้รู้จักนายแพทย์ที่ดูแล
สุขภาพ ผิวพรรณ ให้เข้าปรึกษาและรักษา ในราคาที่ถูกมาก ประหยัด จากการแนะนำของเธอ จาก คอร์ดหลายๆหมื่นเหลือเพียงไม่กี่พัน เพราะได้รุ้จักคุณหมอที่ดี เชื่อถือได้ ทำให้เพื่อนได้รับการรักษาที่มีคุณภาพและราคาถูก
1.3 นอกจากนี้เธอยังยกตัวอย่าง เพื่อนจะเปิด ร้านเสริมสวย คุณแทท ก็สามารถใช้ Connection ที่ดีของเธอ แนะนำ การสั่งซื้ออุปกรณ์ และ การตกแต่งร้านได้ จนเพื่อนประสบความสำเร็จตามงบที่แผนไว้เพียง 150,000 บาทในต่างจังหวัด จากเดิม ที่จะต้องเสียความใช้จ่ายถึง 200,000 บาท ทำให้ประหยัดเงินถึง ห้าหมื่นบาท ได้รับทรัพยากรเพิ่มขึ้น ด้วยการแนะนำให้กับเจ้าของร้านขายส่ง สินค้า อุปกรณ์ ต่างๆที่เป็นคนรู้จัก ขายในราคากันเอง (ในขณะที่เล่า เธอดูมีความสุข กับการเป็น Connector ของเธอ อีกด้วย)
============================================================================
2. น.ส. เกษราภรณ์ พลซา(คุณบิว) แชร์ว่า ตัวเอง คือ The Maven (ขจัดปัญหาการขาดแคลนความรู้ )
คุณบิว แชร์เรื่องที่ตัวเองเป็นผู้มีความรู้ ในด้าน การเงิน บัญชีเรื่องหลักทรัพย์ รวมถึงเรื่องหุ้นต่างๆ ทำให้เพื่อนๆ เข้ามาปรึกาษาในเรื่องภาษี ได้ ตลอด เป็นที่พึ่งและเเสมอ เป็นที่ปรึกษาให้ เพื่อนๆ และ ญาติๆ ของเธอ ได้ดี เสมอมารู้จักเธอก็จะไม่กลัวเรื่องวางแผนภาษี อีกต่อไป ทำให้ เพื่อนขจัดปัญหาการขาดแคลนความรู้ ในด้านการเงินและภาษี
===========================================================================
3. น.ส.ศศิธร สิเนหะวัฒนะ(คุณเก้)แชร์ว่า ตัวเอง คือ Salesman (ขจัดปัญหาการขาดแคลนวิธีการสื่อสาร)
จากงานที่เป็นประจำที่เป็น กราฟิฟิกดีไซน์ และมีความโน้นน้ามใจ เก่งทั้งลูกค้า และ คนในองค์กร ก็ต่างเชื่อมั่นในตัวคุณเก้ ไม่ว่างานออกแบบจะออกมาเป็นอย่างไร คุณเก้ก็สามารถนำเสมองานให้ตรงใจ ลูกค้าและ บริษัทได้ดีสามารถขายงานได้ตามวัตุประสงค์ ที่ต้องการ ด้วยความมีเหตุผล บวกกับไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ ดีไซน์ออกมาเป็นงานที่สมบูรณ์แบบ เช่นงานขอเธอ สามารถนำเสนอผลงาน ที่มีมูลค่าสูงในที่ประชุม ออกสู่ผลงานโฆษณาอันยิ่งใหญ่ สามารถขาย Project ให้กับองค์กรได้
อีกหนึ่งตัวอย่างที่คุณเก้ แชร์ให้ฟังคือ เธอ ได้ คุยกับน้องสาวที่เรียนจบใหม่ ๆ จากมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ซึ่งน้องกับกำลัง หางานทำ ได้พูดให้กำลังใจน้องและสร้างความเข้าใจในการทำงานกับผู้อื่นให้น้องสาวได้ ทำความเข้าใจ และเรียนรุ้ จากพี่สาว พูดเสมอว่า น้องสาวทำได้ สามารถเป็น Marketing ได้ จนน้องสาวมีความมั่นใจ และทยอยสามารถงาน 4-5 ที่ จนในที่สุด ติวน้องเรื่องการสัมภาษณ์งาน จนน้องสาวได้งานเป็น Marketing สมใจ
(ขณะที่แชร์ เต็มไปด้วยสายตาที่มุ่งมั่น สามารถขจัดปัญหาการขาดแคลนการสื่อสารได้ จริงๆ สมกับเป็น saleman)
============================================================================
4. น.ส.วรธิดา สมสัตย์(คุณบอลลูน) แชร์ว่า ตัวเอง คือ The Great Minds(ขจัดปัญญาการขาดแคลน“คุณธรรม” ) คุณบอลลูน เธอเป็นคนที่ จิตใจดีมากเธอจะ รับประทานมังสวิรัติ ทุกๆวันอังคารซึ่งเป็นวันเกิดของเธอและทาน ทุกๆวันพระ รักษาศีล 5 เมื่อมีเวลาว่าง ก็จะเข้าวัดทำบุญเสมอรวมถึงเข้าวิปัสสนา ทั้งตัวเอง ทั้งครอบครัว อีกด้วย การมีคุณธรรมของเธอ ส่งผลให้ เธอ อยากเปิด มูลนิธิเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นของตัวเอง ซึ่ง เป็นแรงบัลดาลใจที่ดี ที่ฟังแล้วอึ้งมาก เป็นความคิดที่ดี จริงๆ ได้บุญมากๆ (ขณะที่เล่า รู้สึกเธอดู อิ่มบุญมากๆๆๆ ยิ้ม )============================================================================
หลักจากที่ฟัง ทุกคนแชร์ ความเป็นตัว ตนของตัวเองแล้วเพื่อนๆคนอื่นๆ ก็ได้ คิดเพิ่ม ว่า
แต่ละคนขาดอะไร และคิดว่าจะกลับไปพัฒนาอย่างไร ในอนาคต ซึ่งทุกคนคิดว่า สามารถนำหลักเกณณ์ข้อคิดไปพัฒนาเป็นซุปเปร์แมนได้อย่างแน่นอน
ความรู้สึกผู้บรรยาย หลังจากได้ฟังสิ่งที่เพื่อนๆแชร์ คือ เพื่อนๆเรา ทั้ง 4 คน เมื่อเราอยู่รวมกัน เราจะเป็นทีมที่มีความเป็น Superman รู้สึกโชคดีที่มี เพื่อนที่น่ารัก ช่วยเหลือกันมากตลอด สร้างกำลังใจให้กันและกัน ประทับใจเพื่อนๆแต่ละคน สำหรับความคิดต่างๆ ที่แชร์ในทราบ
เมื่อไร ที่เรามีโอกาสได้เจอกันอีก ครั้งหน้า เราจะมาแลกเปลี่ยนการเป็น Superman กันต่อไป ค่ะ
และเพื่อนๆยังขอบคุณที่เรา นำ Superman มาแชร์ให้เธอได้รู้จัก....อีกด้วย
ระหว่างแชร์ บรรยายกาศ ที่เต็มไปด้วยคำพูด เสียงหัวเราะ ความสุข ขนมหวาน ชา กาแฟ น้ำผลไม้ บรรยายกาศในการสร้างแรงบันดาลใจและความสุขในทางบวก ^____^
BestRegards,
PIYATRAWADEE HOMPIROM
ID : 555740489-4
Executive MBA KKU @BKK
รูปประกอบ : http://upic.me/i/yc/1picture1.jpg
เอกสารประกอบ : ข้อมูล “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” ปริ้นขนาด A4
Post : 17 ธันวาคม 56
จากการเรียนรู้ “ วิถีแห่ง ซุปเปอร์แมน ” ได้นำสมการแห่งการพัฒนาตนเองและพัฒนาองค์กร คือ
TheGreat Minds + The Connector + The Maven + The Salesman = The Superman
มาใช้ในการพัฒนาภายในองค์กรที่ปฏิบัติงานอยู่ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีเพื่อนร่วมงานจำนวน 4 ท่าน จากการถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนร่วมงานได้วิเคราะห์ตัวเองว่าแต่ละคนอยู่ในกลุ่มประเภทอะไรบ้างดังต่อไปนี้
คุณ A สรุปว่าตัวเองน่าจะอยู่ในกลุ่ม The Connector
เนื่องจากเป็นพนักงานฝ่ายด้านการจัดการขนส่งสินค้า
ต้องมีการติดต่อประสานงานกับลูกค้า และโรงงานที่อยู่ต่างประเทศโดยตรง
คุณ B สรุปว่าตัวเองน่าจะอยู่ในกลุ่ม The Connector
เนื่องจากเป็นพนักงานด้านการสั่งผลิตสินค้าติดต่อกับทางต่างประโดยตรง
และดูแลด้านคลังสินค้า
คุณ C สรุปว่าตัวเองน่าจะอยู่ในกลุ่ม The Maven, The Great Minds
เนื่องจากทำงานด้านการเงิน การบัญชีจากที่สรุปคือ
The Maven ใช้ในการถ่ายทอดความรู้เรื่องข้อกำหนดด้านกฎหมาย ด้านภาษี ด้านการเงินให้กับพนักงานได้
The Great Minds เนื่องจากทำงานที่ต้องสัมผัสด้านการเงินโดยตรง
จึงต้องใช้ศีลธรรมในการทำงานอีกด้วย
คุณ D สรุปว่าตัวเองน่าจะอยู่ในกลุ่ม The Connector , The Maven, The Great Minds, The Salesman
เนื่องจากทำงานด้านการขาย การตลาด จากที่สรุปคือ
The Connector ต้องใช้ในด้านติดต่อกับลูกค้า สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
และได้ยังสามารถสร้างให้ลูกค้าเป็น The Connector ต่อเป็นอีกทอดได้
The Maven ใช้ในการถ่ายทอดความรู้เรื่องเกี่ยวกับสินค้าให้ลูกค้าเข้าใจมากขึ้น
The Great Mindsเนื่องจากบางครั้งต้องมีการจ่ายเงินของลูกค้าผ่านพนักงานขาย
จึงต้องใช้ศีลธรรมในการทำงานอีกด้วย
The Salesman เนื่องจากทำงานด้านการขาย การตลาดโดยตรง
จึงคิดว่ากลุ่มที่เหมาะสมมากที่สุดคือกลุ่มนี้เพราะต้องไปใช้ในด้านการทำงานมากที่สุด
นำเสนอ การ Sharing หัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน”
Connector + Maven + Salesman + The great mind = SUPERMAN
จากการที่ได้ถ่ายทอดเนื้อหาหัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” ให้น้องๆ วิเคราะห์และพิจารณาว่าตนเองเป็นบุคคลประเภทใด และมีคนรอบข้างเราที่เป็น 1 ใน 4 ประเภทนี้บ้างหรือไม่
1. น้องไมค์ คิดว่า ตัวเอง คือThe Maven เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี สามารถแนะนำและแก้ปัญหาเรื่องคอมพิวเตอร์ได้ตรงจุด เชี่ยวชาญด้านโปรแกรมต่างๆ จนสามารถนำความรู้มาปรับใช้ในการทำงานได้เป็นอย่างดี เป็นที่ปรึกษาให้กับเพื่อนๆและคนในครอบครัวอยู่เสมอ ช่วยให้ประหยัดค่าซ่อมคอมพิวเตอร์ ค่าลงโปรแกรม สามารถแนะนำให้ใช้อย่างถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่าปกติอีกด้วย
2. น้องปิ่น คิดว่า ตัวเอง คือThe Maven เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นงานโรงเรียนหรือธุรกิจของครอบครัว หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับด้านศิลปะแล้ว ทุกคนจะมั่นใจในตัวน้องปิ่นมาก ซึ่งผลงานของเธอก็ออกมาดี โดดเด่นทุกครั้ง จนได้รับรางวัลมากมายเป็นการการันตีความสามารถ
นอกจากนั้นแล้ว เธอยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ในครอบครัวของเรามีผู้ที่เป็น Connector และ Salesman ในคนคนเดียวกัน ก็คือคุณอาของเธอหรือคุณแม่ของดิฉัน ซึ่งเราทุกคนก็มีความเห็นตรงกันว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ เนื่องจากคุณแม่เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี เคยทำธุรกิจมาแล้วหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ร้านเช่าหนังสือ ร้านขายเสื้อผ้า ร้านทำผม ติวเตอร์ จนปัจจุบันทำธุรกิจคาร์แคร์ ทำให้คุณแม่รู้จักคนเยอะมาก ทั้งลูกค้า ลูกจ้างและsupplier รวมไปถึงบุคลิกส่วนตัวที่เป็นคนพูดเก่ง สามารถโน้มน้าวจิตใจผู้คนรอบข้างได้ เมื่อท่านต้องการจัดงานหรือทำธุรกิจอะไร ก็มักจะมีคนช่วยเหลือท่านอยู่เสมอ และท่านก็สามารถแนะนำให้ลูกๆหลานๆทราบถึงวิธีการและบุคคลต่างๆที่สามารถช่วยเหลือเราได้จาก connection ของท่าน
3. น้องบิ้ว คิดว่า ตัวเอง คือThe Maven เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านภาษาญี่ปุ่น โดยปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น Japanese Coordinator ให้กับบริษัท Toyota ซึ่งจะคอย Support คนญี่ปุ่นในองค์กรในทุกๆเรื่อง ซึ่งเจ้านายและเพื่อนร่วมงานก็ประทับใจในการให้ความช่วยเหลือของเธอมาก รวมไปถึงญาติพี่น้องที่เธอก็มักจะให้ความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่นด้วยความเต็มใจ
สิ่งที่ประทับใจในการพูดคุยในเรื่องนี้ก็คือ น้องบิ้ว ได้มองว่าตัวดิฉันเป็นThe Great Minds สำหรับเธอ เนื่องจากมักจะคอยชักจูงเธอให้เข้าสู่ทางธรรม โดยได้ทำตนเป็นแบบอย่าง ช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ เชื่อมั่นในกฎแห่งกรรม และแนะนำเธอให้เข้าวัดทำบุญปฏิบัติธรรม
ทั้งนี้ น้องๆก็ได้ทราบว่าตนเองเป็นบุคคลประเภทใดและจะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างไร รวมไปถึงได้นำความรู้ไปใช้สังเกตุคนรอบข้างว่ามีบุคคล 4 ประเภทนี้หรือไม่ เพื่อที่เราจะสามารถแบ่งปันสิ่งดีๆร่วมกันได้ต่อไป ^______^
จากการถ่ายทอดเนื้อหาเรื่อง วิถีแห่งซุปเปอร์แมน ให้แก่เพื่อนที่ทำงานในแผนกฝ่ายตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศทราบเกี่ยวกับความขาดแคลนของมนุษย์ชาติ ซึ่งได้แก่การขาดแคลนด้านทรัพยากร การขาดแคลนความรู้ การขาดแคลนวิธีการสื่อสารและการขาดแคลนคุณธรรม โดยหลังจากอธิบายเนื้อหาและ 4 ปัจจัยในการเติมเต็มความขาดแคลนซึ่งได้แก่ The Connector + The Maven + The Salesman + The Great Minds = The Superman แล้ว จึงได้ถามเพื่อนว่า คิดว่าตัวเองมีปัจจัยไหนในการเติมเต็มความขาดแคลนของตนเองและคนรอบข้าง
เรียงจากซ้ายไปขวา
1. น้องเช็ง บอกว่าตนเองเติมเต็มปัจจัยด้านความรู้เกี่ยวกับสถิติได้(The Maven) เนื่องจาก น้องเรียนจบ
มาทางด้านสถิติคอมพิวเตอร์ จึงสามารถให้ความรู้หลักการสถิติ เช่น การสุ่มตัวอย่าง การคำนวณตัวเลขทาง
สถิติ ที่ช่วยในการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบได้
2.พี่เอ็ม บอกว่าตนเองเปรียบได้กับ Super man ผู้ไม่ขาดแคลนทรัพยากรอะไรเลยเนื่องจาก
พี่เอ็มเป็นผู้กว้างขวาง เข้ากับคนรอบข้างได้ดี ประกอบกับนิสัยเป็นคนชอบพูดคุย รวมทั้งมีประสบการณ์
ทำงานด้านตรวจสอบ IT Application มา 5 ปี ทำให้พบผู้คนหลากหลายด้าน จึงทำให้พี่เอ็มสามารถ
เป็นผู้มีการติดต่อสื่อสารที่ดีและเข้าถึงทรัพยากรได้ง่าย มีความรู้เฉพาะทางด้าน IT Application และ
Network พร้อมทั้งได้รับรางวัลจากธนาคารออมสินให้เป็นผู้มีจริยะธรรมดีเด่นอีกด้วย (The Connector + The Maven + The Salesman + The Great Minds = The Superman)
3.พี่บอย บอกว่าตนเองเติมเต็มปัจจัยได้ 3 ด้าน คือ (The Connector + The Maven + The Salesman) พี่บอยเป็นผู้ตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสบการณ์นานกว่าใครๆ มีทั้งความรู้ด้าน IT Network Management รวมทั้งต้องพบผู้คนมากมีการจราจาในการหาข้อสรุปการตรวจสอบและการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ที่ต้องใช้ในการตรวจสอบ
ทั้งนี้ปัจจัยด้าน The Great Minds ของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน ซึ่งอาจทำให้ผู้ถามและผู้ตอบมองเห็นภาพของน้องเช็งและพี่บอยไม่ชัดเจนเท่ากับรางวัลที่พี่เอ็มได้
<img src="<a href=" unselectable="on" target="_blank" f327a486901d8efa9afda06dcad06d7f?="" pic.free.in.th="">
สมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กรโดยดิฉันได้นำ
“วิธีชีวิตแบบซุเปอร์แมน” มาถ่ายทอดต่อเพื่อนร่วมงานในองค์กร
SUPERMAN = Connector + Maven + Salesman + The great mind
โดยมีผู้ฟังอยู่ทั้งหมด 4 ท่าน
จึงเป็นที่รู้จักของใครหลายคน และเป็นคนที่ชอบแนะนำสิ่งดีๆให้น้องๆ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว ช่วยเหลือทุกอย่างที่ตนเองสามารถช่วยได้
ช่วยแนะนำให้เรารู้จักคนอื่น ที่จะช่วยเราให้เราประสบความสำเร็จ โดยที่คนนั้นเราจะพึ่งรู้จักก็ตาม
และน้องได้เล่าแชรืประสบการณ์ของรุ่นพี่ที่ชอบฟังธรรมเหมือนกันเวลาทำงานเปิดวิทยุฟังธรรมไปด้วย
เวลาว่างก็จะเข้าวัดปฏิบัติทำ การที่ฟังธรรม ทำให้จิตใจเขาสงบ เป็นคนอารมณ์เย็น
ทำให้ไม่มีปัญหาในการทำงาน แม้ว่าจะเจอการตำหนิจากหัวหน้างาน หรือเพื่อนร่วมงาน
แต่ก็สามารถทำให้เธออยู่ในสังคมที่มีแต่คนใจร้อนได้อย่างสบายใจ
ซื้อพี่แจงทำงานเกี่ยวกับ Asset ที่แผนกบัญชีในบริษัทมาประมาณ 10 ปี
จึงเป็นผู้ที่เก่งในด้ายสินทรัพย์ การตรวจนับ และทุกคนสามารถสอบถามเกี่ยวกับ Asset
ได้ทุกเรื่อง
เนื่องจากตัวพี่แตงโมเองเป็นคนที่อัธยาศัยดี มีอารมณ์ขันตลอดเวลา และพูดเก่ง
จึงทำให้บุคลิก เป็นคนที่พูดอะไรทำให้คนเชื่อถือง่ายและเข้าถึงได้ง่าย
และสามารถที่จะพูดให้กำลังใจคนที่กำลังท้อแท้ กลับมารู้สึกว่าตัวเองยังมีหวัง
แม้จะต้องเผื่อใจในการทำอะไรสักอย่าง แต่ก็ลองที่จะสู้
จากการที่ได้ถ่ายทอดเนื้อหาหัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” ให้น้องๆ วิเคราะห์และพิจารณาว่าตนเองเป็นบุคคลประเภทใด และยังขาดทรัยากรใด 4 ประเภทนี้บ้างหรือไม่
1. น้องแนน
ผลจากการวิเคราะห์ตนเองนั้นทำให้รู้ว่าสิ่งที่แนนมีคือ “คุณธรรม” (The Great Minds ) เพราะแนนมีครูที่คอยแนะนำเรื่องการฝึกสมาธิและการสวดมนต์ ครูท่านนั้นคือญาติสนิท ซึ่งเขาได้ปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานานเกือบ 20 ปี จากการสอนของญาติ ทำให้การใช้ชีวิตของแนนเปลี่ยนแปลงไป จากคนใจร้อนใช้อารมณ์ก่อนเหตุผล เปลี่ยนเป็นใจเย็นลง รับฟังเหตุผลมากขึ้น และมีสติในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ซึ่งผลจากการฝึกสมาธิและสวดมนต์นี้ทำให้เกิดเครื่องมือหลักในการใช้ชีวิตนั่นคือ สติ และแนนไม่ได้หยุดแค่การปฏิบัติต่อตนเอง แต่แนนได้สอนเกี่ยวกับการปฏิบัติให้คุณแม่ ซึ่งผลจากการปฏิบัติของคุณแม่ ทำให้ชีวิตของคุณแม่เปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือได้เลยทีเดียว
สิ่งที่แนนยังขาด คือ การขาดแคลนความรู้ (The Maven) เนื่องจากปัจจุบันนี้แนนได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานโครงการปรับปรุงโครงสร้างสมรรถนะ (Competency) ขององค์กรเนื่องจากแนนมีเพียงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสมรรถนะ
(Competency)ดังนั้นการเข้ามาเป็นคณะทำงานในโครงการนี้จะต้องเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับสมรรถนะขององค์กรเพิ่มมากขึ้น โดยการศึกษาเกี่ยวกับหลักการและเหตุผลในการก่อตั้งโครงการ กระบวนการในการดำเนินงานและเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถศึกษาได้จากรายงานการประชุมและสามารถสอบถามจากรุ่นพี่ที่เป็นคณะทำงานโครงการฯ นอกจากการศึกษาและการสอบถามแล้ว การเพิ่มทักษะทางด้านการใช้โปรแกรมก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ เนื่องจากผู้ที่เป็นคณะทำงานต้องสามารถตอบข้อสงสัยในการใช้โปรแกรมสำหรับการประเมินสมรรถนะขององค์กรได้
2. น้องจิงโจ้
ผลจากการวิเคราะห์ตนเองนั้นทำให้รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองมีคือ “คุณธรรม” (The Great Minds ) ตั้งแต่เด็กจนโตได้ถูกปลูกฝังให้มีคุณธรรมจริยธรรมประจำชีวิต เนื่องจากที่บ้านนับถือศาสนาพุทธ และศาสนาพุทธได้สอนให้ทำความดีละเว้นความชั่ว มีการสวดมนต์ ฝึกสมาธิ ปฏิบัติธรรม และจิงโจ้เองก็ได้มีโอกาสได้เข้าวัดสวดมนต์อยู่เป็นประจำตั้งแต่ทำให้ซึมซับในเรื่องของคุณธรรม และจากการที่ได้เข้าวัดสวดมนต์ ก็ทำให้มีสมาธิในการเรียน การทำงานมีสติในการคิดทำสิ่งต่าง ๆ ทำให้ไม่มีข้อผิดพลาดในชีวิต และถ้าเกิดมีอุปสรรคในการเรียนหรือการทำงานก็ทำให้เรามีสติในการแก้ปัญหา หาวิธีแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและดีที่สุด
สิ่งที่ยังขาด คือ ขาดแคลนทรัพยากร(Connector) เนื่องจากสังคมแวดล้อมในชีวิตประจำวันยังไม่ค่อยได้เจอกับบุคคลแปลกใหม่มากมาย อยู่กับสังคมเดิมๆ มีคนรู้จักจำนวนไม่มาก ทำให้เวลาที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ
นั้นค่อนข้างลำบาก ซึ่งทรัพยากรรอบข้างเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน เวลาเรามีปัญหาอยากจะขอความช่วยเหลือจากบุคคลต่างๆ ถ้าเรามีเพื่อนหรือคนรู้จักเยอะ ก็จะทำให้ง่ายขึ้น
3.น้องมิ้งค์
ผลจากการวิเคราะห์ตนเองนั้นทำให้รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองมี คือ “คุณธรรม” (The Great Minds ) นั่นคือ การมีสตินำมาซึ่งความใจเย็น มีครั้งหนึ่งช่วงมัธยมได้เข้าวัดไปบวชชีพราหมณ์ที่วัดแถวบ้าน ซึ่งพระอาจารย์ที่วัดนั้นได้สอนให่ฝึกสมาธิ
โดยการกำหนดลมหายใจเข้า-ออก นั่งสมาธิ เดินจงกลม จึงทำให้สามารควบคุมอารมณ์ได้ในระดับหนึ่ง ไม่มีอารมณ์ฉุนเฉียวหรือโมโหใครโดยไม่มีสาเหตุ และการที่เรามีสตินั้นทำให้เราสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ อาทิเช่น
การอดทนอดกลั้นเวลาที่ถูกผู้ใหญ่ตำหนิติเตียน แล้วนำข้อคิดที่ได้กลับมาปรับปุงตัวเอง อย่างที่สองคือ การเรียน
ทำให้เรามีสมาธิจดจ่อกับการเรียนทำให้เข้าใจบทเรียนมากขึ้น และสุดท้ายการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม สตินั้นจะช่วยให้เราไม่ว่าหรือตำหนิผู้อื่นด้วยอารมณ์ หรือความไม่ชอบ ความเกลียดชัง นอกจากนั้นการที่เรามีคุณธรรมในตัวเองนั้นจะนำมาซึ่งความสุขตลอดไป
ส่วนสิ่งที่ยังขาดนั้น คือ วิธีการสื่อสาร (Salesman) เนื่องจากเป็นคนที่ไม่มีวิธีโน้มน้าวให้ผู้ฟังตั้งใจ
เชื่อถือในข้อมูลที่เราหามาหรือศึกษามา สาเหตุหนึ่งมาจากการที่เป็นคนขี้ลืม และสื่อสารกับผู้ฟังได้ดีไม่มากพอ
ด้วยเหตุผลนี้เองจึงเริ่มสังเกตจากบุคคลที่มีเทคนิคทางด้านนี้และนำมาปรับใช้กับตนเอง นอกจากนี้การที่เราเลือกหัวข้อให้น่าสนใจ จะช่วยให้เรื่องที่เราพูดมีความน่าสนใจมากขึ้นอีกด้วย
Praw Sukpoonpoljaroen (ID: 555740492-5)
MBA KKU @BKK
หลังจากได้เรียนเรื่อง“ วิถีแห่ง ซุปเปอร์แมน ” ผมจึงได้นำสมการแห่งการพัฒนาตนเองและพัฒนาองค์กร คือ
TheGreat Minds + The Connector + The Maven + The Salesman = The Superman
มานำเสนอต่อเพื่อนๆ และพี่ๆที่ร่วมงานให้ได้เป็นความรู้เพื่อไปพัฒนาตนเอง และองค์กร โดยมีผู้เข้าร่วมบรรยายทั้งหมด 3 ท่าน คือ
1. พี่มน (ผู้หญิงตรงกลางที่ตัวอ้วนๆ) เป็นผู้จัดการฝ่ายคลังสินค้า
2. พี่เอ (ผู้ชายที่ติดหน้าจอ) เป็นหัวหน้าแผนกซ่อมบำรุง
3. ตอง (ผู้ชายไกลจอสุด) เป็นหัวหน้าฝ่ายผลิต
หลังจากจบการนำเสนอก็สรุปได้ว่า
เป็นอย่างดี และเวลามีปัญหาอะไรในเรื่องอุปกรณ์ต่างๆก็นำมาถามพี่เค้า พี่เค้าก็จะสอนเราใช้อธิบายให้ความรู้ต่างๆของอุปกรณ์นั้น ซึ่งมีครั้งนึงเครื่องปั่นที่บ้านผมเสียก็ยังเอามาให้พี่เขาซ่อม (จริงๆไม่ใช่งานบริษัท)
<img src=" <a href=" http:="" upic.me="" show="" 49015753"="" target="_blank">
จากที่ได้ถ่ายทอดเนื้อหา “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน” ให้เพื่อนๆ และน้องที่ทำงานฟังและลองแลกเปลี่ยนพิจารณาตัวเองว่าเป็นบุบบคประเภทใดใน 4 ประเภท และยังขาดคนประเภทใดอยู่บ้างในที่ทำงาน สรุปได้ดังนี้
1.คุณเมย์ คิดว่าตัวเองเป็น Salesman เพราะ ทำงานในตำแหน่งเลขานุการ มีการติดต่อประสานงานในแต่ละวันค่อนข้างมาก คุณเมย์เป็นคนที่มีการใช้คำพูดได้น่าฟังมาก บางครั้งอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องรับเรื่องจากฝ่ายงานที่มีปัญหาก็สามารถต่อรองให้อีกฝ่ายใจเย็นลงได้ และนอกจากเรื่องงานแล้ว ยังเป็นเพื่อนที่ดีให้คำปรึกษาและกำลังใจให้กับเพื่อนๆได้
2.คุณเตย วิเคราะห์ว่าตัวเองเป็น Connector เนื่องจากเป็นคนที่รู้จักคนเยอะ อัธยาศัยดี เป็นที่รู้จักของหลายๆคน เมื่อมีใครไปปรึกษาปัญหาก็สามารถแนะนำให้ไปเจอผู้ทีสามารถตอบคำถามได้อย่างลึกซึ้งอีกทั้งยังเป็นคนที่ชอบที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มใจเสมอ
3.น้องหยก เป็น The Maven กูรุเรื่องกล้องและการถ่ายภาพ มีงานเสริมเป็นช่างภาพรับงานถ่ายรูป ซึ่งพี่ๆหลายๆคนก็มีโอกาสมาปรึกษาเรื่องจะซื้อกล้องรุ่นไหนดี แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไรบ้าง
4.พี่กุล ในรูปอาจจะไม่มี แต่ทุกคนเสนอชื่อให้พี่กุลเป็น The Great Minds เพราะพี่กุลเป็นผู้ที่อยู่ในศีล 5 ทานมังสวิรัส และมักจะชวนให้ทุกๆคนหมั่นเข้าวัด หรือฝึกสมาธิ
Connector + The Maven + Salesman + The Great Minds = Superman
จากการถ่ายทอดเนื้อหาเรื่อง วิถีแห่งซุปเปอร์แมน ให้กับเพื่อนที่ทำงานในฝ่ายงานทรัพยากรบุคคลฟังแล้วให้คนฟังลองคิดว่าตัวเองจัดอยู่ในบุคคลประเภทไหน จะขอยกตัวอย่างมา 3 ท่านค่ะ
Superman = Connector + Maven + Salesman + The great mind
1. คุณสุภาพร พลเสนา (บนขวา) : อยู่ในบุคคลประเภท Connector เพราะคุณสุภาพร ดูแลด้านการสรรหาบุคลากรทั้งภายนอกและภายในองค์กร และทำด้านนี้มานานมากกว่า 3 ปี ทำให้เป็น Connector ได้เป็นอย่างดี
2. คุณเตชิต สุขเกษม (ล่างซ้าย): อยู่ในบุคคลประเภท Maven เพราะ คุณเตชิต จบมาทางด้าน IT สามารถให้คำแนะนำด้านคอมพิวเตอร์ เมื่อมีปัญหา และยังช่วยให้แนะนำในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณืด้านไอทีให้ด้วย ทำให้ได้ของที่มีคุณภาพ เพราะตัวเองเลือกดูสเปกเครื่องไม่ค่อยชำนาญ
3. คุณณัฐกฤตา อินตะนัย (ล่างขวา): อยู่ในบุคคลประเภท Salesman เพราะคุณณัฐกฤตตา ทำงานเป็นเลขาผู้บริหาร และเป็นคนพูดเก่ง สามารถสื่อความได้อย่างชัดเจน ตรงประเด็น ทำให้ติดต่อประสานงานได้อย่างรวดเร็ว
Sharing หัวข้อ “วิถีแห่งซุปเปอร์แมน”
Connector + Maven + Salesman + The great mind = SUPERMAN
จากที่ได้เรียนมาได้มาแชร์ เรื่องราวของการรวมตัวกันของบุคคล 3 อย่าง ที่ก่อให้เกิดพลังมหาศาลในการสร้างสิ่งต่างๆ
ให้กับเพื่อนซึ่งมีการตอบรับดีมาก เพื่อนให้ความสนใจ และบอกว่าจะนำไปบอกต่อ (รู้สึกมีความสุข ที่พูดแล้วมีคนฟังอย่างตั้งใจ และคิดที่จะบอกต่อ)
เธอคนนี้ชื่อว่า “จิ๋ว” หลังจากที่เล่าให้เธอฟัง ก็สรุปจากที่เล่าได้ดังนี้
Connector: เธอรู้จักผู้ชายคนนึง เธอบอกว่าเค้าคนนั้นเป็นพี่ที่ทำงานเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะมาก รู้จักใครหลายๆคน เวลาที่จิ๋วปรึกษาเรื่องราวต่างๆ พี่คนนี้จะแนะนำบุคคลอื่นที่มีความรู้ด้านนั้นๆให้ หรือไม่ก็จะเป็นคนพาจิ๋วไปหา เพื่อทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่อยากจะรู้ ซึ่งหลายๆครั้งก็ได้รับในสิ่งที่ต้องการเสมอ
Maven: บุคคลที่จิ๋วรู้จักเธอบอกว่าเป็นเพื่อนของเธอ ตอนนี้เธอเป็นอาจารย์อยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัด ชลบุรี สอนวิชาศิลปะ เธอมีความรู้และทักษะในเรื่องของการวาดภาพด้วยปากกา สีน้ำ สีต่างๆ ซึ่งได้สอนเรื่องการวาดภาพ ให้กับนักเรียนจนได้รับรางวัลระดับประเทศ จิ๋วได้ปรึกษาเรื่องของการวาดภาพกับเพื่อนคนนี้เพื่อใช้ในการออกแบบภาพ และทำแอนนิเมชั่น ตัวการ์ตูน ทำให้เธอสามารถได้รับความรู้เพิ่ม
Salesman: จิ๋วบอกว่า บุคคลที่เป็นคนประเภทนี้ คือแม่ของเธอ แม่เป็นคนที่มีอาชีพค้าขาย จิ๋วบอกว่าแม่ขายของเก่ง ช่างพูด เข้าใจพูดเวลาขายของให้กับลูกค้า ซึ่งในบางทีแม่ก็พูดกับลูกค้า ที่เดินผ่านไปมา มองครั้งแรกแล้ว ไม่สนใจและไม่น่าซื้อ แต่หลังจากที่แม่เข้าไปคุยด้วยกลับเปลี่ยนไป หันมาซื้อของแม่อีก และหลังจากนั้นก็มาบ่อยๆ และบอกต่อกับคนอื่น ชวนให้มาซื้อของที่ร้านของแม่จิ๋วด้วย
The great mind: เรื่องของคุณธรรม ทุกอย่าง ทุกคน ทุกหน้าที่จะต้องมีคุณธรรมอยู่ด้วยเสมอ จิ๋ว เป็นคนใจเย็น เป็นคนมีสติ ตลอดเวลาเพราะว่า การที่เป็น คนมีคุณธรรมทำให้ตัวเธอเองประสบความสำเร็จได้ และก็หมั่นคอยทำบุญตลอด ที่สะดวกและสามารถทำได้เพื่อให้ชีวิตมีความสุข
จากห้องเรียน ได้เรียนเกี่ยวกับ“สมการแห่งการพัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กร” ดิฉันได้มาถ่ายทอดและเล่าถึงซึ่งที่ได้เรียนมาในห้องเรียน เพื่อมานั่งแชร์ความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆจากพวกพี่ๆ ที่ทำงาน ดังนี้
ConnectorหรือSalesman มีพี่ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า เขารู้จักลูกค้าเยอะมากๆ สามารถหาผลิตภัณฑ์ของธนาคารได้เยอะที่สุดของสาขาและวันหนึ่งมีน้องใหม่ที่พึ่งจะได้มาทำงานซึ่งน้องต้องหาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามเป้าที่ผู้จัดการได้ตั้งเป้าไว้ให้ไม่งั้นน้องคนนี้ก็ไม่ได้บรรจุการเป็นพนักงานใหม่ ซึ่งก็ได้พี่คนนี้ที่พาน้องใหม่ออกไปหาลูกค้าและทำผลงานได้ตามเป้าที่คาดไว้พี่คนนี้จึงช่วยให้น้องใหม่คนนี้ได้บรรจุในการทำงาน
The Maven มีพี่ท่านหนึ่งได้ทำงานอยู่ในแผนกต่างประเทศ ซึ่งทำงานมามากกว่า 39 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญในการดูธนบัตรต่างประเทศเป็นอย่างมากเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการจะเป็นชาวต่างชาติฉะนั้นจะต้องมีการเข้มงวดในการทำธุรกรรมการเงินกับทางธนาคาร
Salesman พี่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่าวันนั้นเขาได้ขายประกันชีวิตให้กับลูกค้า ตอนแรกเขาให้เล่าให้ฟังว่าลูกค้าก็เหมือนจะไม่ชอบในตัวประกันชีวิตพูดอย่างไงก็ไม่ฟัง พี่เขาเลยดูการใช้ชีวิตของลูกค้าว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกค้าได้มาซื้อประกันตัวนี้ด้วยที่ลูกค้ามีลูกจึงยกตัวอย่างเรื่องลูกให้ลูกค้าได้ฟัง พูดโน้มน้าวลูกค้าว่ามันคือการออมเงินให้กับลูกถ้าลูกค้าเกิดเป็นสิ่งไม่คาดคิดขึ้นลูกก็ได้ไม่ลำบาก รึถ้าลูกค้าส่งประกันจนหมดอายุสัญญาก็ได้รับเงินคืน เป็นเงินให้กับลูกในอนาคต ด้วยที่พี่คนนี้พูดเกี่ยวกับเรื่องลูกทำให้ตอนแรกคิดว่าจะหมดหวังที่ลูกค้าอย่างไงก็ไม่ซื้อ ทำให้สถานการณ์ที่ดูสิ้นหวังทำให้เกิดความหวังขึ้นมาได้
น.ส.น้ำทิพย์ เศวตวาณิชกุล
MBA-KKU_Y-10_weekday
ID 555740367-8