อาหารปักษ์ใต้ ส่วนมากมักมีขมิ้นผสมอยู่ทั้งนั้น  ไม่ว่าจะเป็น  แกงส้ม   ต้มปลา  ไก่ต้ม  ปลาทอด  แกงเผ็ด  ฯลฯ เพราะเชื่อว่า ขมิ้นมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ และเป็นสารกันบูดโดยธรรมชาิติ  ทำให้ปลาทอดอยู่ได้หลายวัน อยากทานร้อน ๆ ก็นำมาอุ่นซะหน่อย  




เติบโตมาได้จนทุกวันนี้ ยอมรับว่า "ปลาแดง" คือส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโต สมัยเด็ก ๆ ปลาแดง กิโลกรัมละ 15-20 บาท  เมื่อไปอยู่ต่างถิ่น  "ปลาแดง" หาซื้อยากมาก ๆ ฉันจึงไม่ได้กินปลาแดงอีกเลย ก็ประมาณว่า 25 ปี ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยคะ  

คนเราก็แบบนี้แหละ  สมัยเด็กไม่ค่อยมีอะไรให้เลือกนัก  พอโตขึ้น โลกกว้างขึ้น ได้ไปเจอปลาอื่น ๆ ที่น่ากินกว่า เช่น ปลากะพง  ปลาสำลี  ปลาทับทิม   เหล่านี้ ทำให้ลืมคิดถึงปลาแดงไปซะถนัด  

ทั้ง ๆ ที่จริง แล้ว ปลาแดง ก็เป็นปลาที่มีคุณค่าทางอาหาร พอ ๆ กับปลาชนิดอื่น ๆ 



สงกรานต์ที่ผ่านมา กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่สงขลา  ไปตลาดเจอ "ปลาแดง"  ก็เร่เข้าไปถามราคา  พบว่า ปลาแดง ในยุคนี้ แม้จะตัวเล็ก ๆ ราคากิโลกรัมละ 80 บาท  ตัวโตหน่อยก็กิโลกรัมละ 100 บาท เลือกมาแค่ 6 ตัว เพราะไม่แน่ใจว่าเด็ก ๆ จะชอบกินกันหรือเปล่า เพราะไม่เคยกิน  และยังจำได้แม่นยำว่า 

      การเลือกปลาแดง จะต้องเลือกที่เกร็ดเนียน ๆ 

                              เนื้อปลาถึงจะอร่อย




มื้อเย็นของวันหนึ่งในการรวมญาติ จึงมีเมนูเด็ด  ปลาแดงคลุกขมิ้นทอด  กลายเป็นว่าคนทอด  ได้ทานแค่ครึ่งตัว  เนื่องจากเป็นที่โปรดปรานของเด็ก ๆ 


ปลาแดงทอดทำได้ไม่ยากเลยค่ะ  เครื่องปรุง ก็มี    ปลาแดง    กระเทียมไทยแกะกลีบ  พริกไทยดำขมิ้นสด     เกลือป่น  ทุก ๆ อย่างกะประมาณ ๆ เอาค่ะ  .นำเครื่องปรุงทั้งหมดโขลกละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน บั้งเนื้อปลาแดงเป็นริ้วเคล้าหมักกับเครื่องปรุงทิ้งไว้สักพักหนึ่ง  ใส่น้ำมันในกระทะตั้งไฟให้ร้อนจัด  อาจจะกวาดเอาเครื่องปรุงลงทอดให้เหลืองหอมก่อน ช้อนเครื่องปรุงขึ้นแล้วทอดปลาให้กรอบตักใส่จานแล้วโรยด้วยเครื่องขมิ้นที่ทอดไว้แล้ว   ปลาแดงทอดขมิ้น กินกับข้าวพันธุ์ดีหุงร้อนๆ เม็ด ข้าวนุ่มๆ อร่อยรับรองติดใจ แน่นอนค่ะ ก่อนจบบันทึกนี้ ขอมอบคำขวัญนี้ไว้ให้จดจำค่ะ 

        "กินปลาเถิดน้องสมองจะดี  กินปลาเถิดพี่จะดีที่สมอง"