เกรงใจ..นิสัยควรแก้?

ป.
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

สุดสัปดาห์นี้ ข้าพเจ้ามีเวลาว่าง อยู่หน้าจอ gotoknow มากกว่าทุกครั้ง
ความไม่แน่นอน ที่ทำให้กำหนดการประชุมเลื่อนไปกะทันหัน
ในความไม่ดี ก็มีความดีอยู่เหมือนกันคะ
..
ทบทวนหาสาเหตุ สิ่งรบกวนจิตใจบ่อยๆ คือ
การทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 'คำสัญญา' แล้วปรากฎว่า
"ไม่ได้รับส่งมอบงานตามกำหนด" "รับปากแล้วไม่ทำ" ฯลฯ
หากอยู่บนสมมติฐาน ว่าทุกคนอยากทำดี
อะไรชักนำห้เราทำแบบนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า..รวมทั้งตัวข้าพเจ้าเอง
..
ครั้งหนึ่ง
ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ให้ไปประชุมแทน
เริ่มแรกข้าพเจ้าปฎิเสธ ว่ามีงานทางคลินิกอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน
ผู้ใหญ่ท่านนั้นบอก ไม่เป็นไร ไปงานนี้ก่อน
ข้าพเจ้าจึงไม่กล้าปฎิเสธ..แต่ก็ไม่ได้ไปประชุม
.
เป็นความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจ
ขณะเดียวกัน ก็ช่วยให้ข้าพเจ้ามองเรื่อง 'รับปากแล้วไม่ทำ' ในอีกมิติหนึ่ง
ต้นเหตุอยู่ที่ 'ความเกรงใจ'
แม้รู้ว่าทำไม่ได้..เราก็รับมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
แต่ทำให้เกิดปัญหาตามมาทีหลัง
..
ดังนั้น หากเราจะแก้ ก็ต้องเลิก 'เกรงใจ' หรือเปล่า?
เป็นคนไทย ต้องมีความ 'เกรงใจ' จริงหรือ?

ไปสืบค้นดู ว่าภาษาอังกฤษ คำว่า 'เกรงใจ'  จากที่นี่
ปรากฎว่า ไม่มีคำไหนครอบคลุมนัยยะที่ซับซ้อนของ 'เกรงใจ' แบบไทยๆ ได้เลย
อาจารย์อดัม จึงแบ่งเป็นสามกรณี
1. การทำเพราะใส่ใจความรู้สึกผู้อื่น ใช้คำว่า Considerate
2. การทำเพราะคำนึงถึงความสัมพันธ์  ใช้คำว่า Obligate
3. รู้สึกไม่ดีที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ใช้คำว่า Feel bad
อีกประการหนึ่งที่ข้าพเจ้าขอเติมคือ
4. ทำเพราะกลัวเสียหน้า กลัวการถูกตำหนิ ใช้คำว่า lose face
...
ข้อ 2 กับข้อ 4 นี่แหละเรื่องใหญ่ สำหรับข้าพเจ้า
ถ้าจะแก้คงต้อง  เรียนรู้วิธีสื่อสารความเห็นต่างให้คนฟังไม่โกรธ กับ..
เรียนรู้ที่จะทำใจให้สงบแม้ถูกคำตำหนิ

###
ขอบคุณวันหยุดที่ไม่คาดหมาย
ที่ทำให้คิดอะไรบางอย่างออกคะ
ใครมีความเห็น โปรดอย่า 'เกรงใจ' นะคะ

Update 25 มี.ค. 2556
วิธีการปฎิเสธ ไม่ให้ถูกปฎิเสธ
ด้วยหลักการ "Yes - No-Yes"
Yes to priority : วันนี้มีนัดสำคัญที่ต้องพบ เพื่อรักษาคุณภาพงานบริการของเรา
No  to  action :  ดิฉันไปประชุมแทนครั้งนี้ไม่ได้
Yes to  person : ขอบคุณที่ท่านให้ความไว้วางใจ ถ้ามีประชุมเช่นนี้แล้วทราบล่วงหน้าจะไปแทน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Live for discovery



ความเห็น (25)

เขียนเมื่อ 

"การปฏิเสธ" ให้เป็น ถือเป็นศิลปะชั้นสูงของการดำเนินชีวิตหนึ่ง ๆ ทีเดียวครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

เข้ามาอ่านเรียนรู้

ขอบคุณคุณหมอป.ครับ

เกรงใจจัง....

ส่วนตัวก็เป็นคนขี้เกรงใจคน...ด้วยเหตุผลข้อ 1-3  ส่วนข้อ 4 ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะ เสียหน้า โก๊ะ เอ๋อๆ ต๊องส์ๆ เป็นประจำ...ฮาๆๆๆๆ

ข้อ 1 และข้อ 3 ก็ไม่ค่อยเป็นปัญหานัก พอจัดการได้ แต่ข้อ 2 การทำเพราะคำนึงถึงความสัมพันธ์  ใช้คำว่า Obligate นี่เป็นปัญหาใหญ่ที่ยังจัดการไม่ได้เลยค่ะ

แต่... ก็อย่างนี้เอง เราคงต้องเรียนรู้ ปรับตัวเรื่อยไป... และหากได้มีโอกาสทบทวนแล้ว อะไรที่ยากๆ ก็คงจะง่ายขึ้น...นะคะ

ขอบคุณบันทึกสั้นๆ เต็มเปี่ยมสาระ ชอบค่ะ  :)

เด็กๆมักจะไม่กล้าปฏิเสธ  คิดดู  ผู้ชายมากอด ถามว่า  ทำมป่อยให้เขากอด เด็กตอบว่า  ไม่รู้จะห้ามเขาอย่างไร ค่ะ

แวะมาอ่านบันทึกที่ทำให้ผมทบทวนความเกรงใจของตนเองเช่นกัน เคยคิดอยู่นานว่า คำฝรั่งคืออะไร ขอบคุณมากครับคุณหมอ ป. 

sr
IP: xxx.165.69.175
เขียนเมื่อ 

Perhaps เกรงใจ comes from a longer phrase like เกรง(กลัวจะทำให้เสีย/ขัด/เคือง/...)ใจ.

In this case, we may use a phrase like (I'm/he's/she's/...) 'afraid to hurt/oppose/upset/... (you/her/him/...). And we may also say something like 'I feel that may hurt/go against/upset her/him/you' with soft/mellow tone ;-)

This is in a way how we show politeness, In another way, how we show weakness. In some cases, it may be a gesture of courtesy, In most cases, it is a way we lie to ourselves and other people, because most times we don't mean it. What we rather say is 'why don't you be more considerate and think about how I would feel.... ?'.

ไม่ต้องเกรงใจ ...do what you like/make yourself at home/be frank/tell the the truth/...;-)

เขียนเมื่อ 

lose face = เสียหน้า     

  ภาษาอังกฤษแบบไทยๆ   555

เขียนเมื่อ 

คนไทยทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะพื้นฐานของนิสัยเป็นคนขี้เกรงใจอยู่แล้วค่ะ แต่ขึ้นกับว่าจะใช้เทคนิคไหนในการปฏิเสธค่ะ

PienBanrai
IP: xxx.173.52.78
เขียนเมื่อ 

สังคมทางตะวันออกมีวัฒนธรรมที่มีลักษณะซับซ้อนลึกซึ้งต้องตีความ (High Context)  มากกว่าทางตะวันตก  เวลาคนจากสองวัฒนธรรมสื่อสารกันจึงเกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย 

คนไทยสมัยใหม่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมของตะวันตกมากและยาวนานเป็นเวลานับร้อยปีจึงเกิดอาการสับสนว่าจะจัดการสถานการณ์บางอย่างให้ดีได้อย่างไรซึ่งบางครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย  คำว่า "ไม่ต้องเกรงใจ" นั้นในหลายโอกาสใช้พูดตามธรรมเนียมเท่านั้น  ที่จริงก็ยังคงความเกรงใจเต็มขั้นอยู่ดี  มองในแง่ดีก็เป็นเรื่องของศิลปะในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ผู้มีสมองลึกซึ้งปราดเปรื่อง  มองในแง่ลบก็น่า่รำคาญว่าทำไมคนเราไม่มีความกล้าหาญพอที่จะบอกความรู้สึกหรือความต้องการที่แท้จริงให้คนอื่นรู้ได้ง่าย ๆ

เขียนเมื่อ 

เมื่อก่อนเคย.. ยอมรับทำทุกอย่าง ด้วยความเกรงใจเหมือนกันค่ะ (แถมคิดเข้าข้างตัวเอง.. เพราะเรามีความสามารถ เราช่วยงานได้ดี) แตตแล้วก็พบว่า.. บางครั้งเราเหนื่อย เราทุกข์ เราไม่มีเวลาให้ครอบครัว สุขภาพเราเสีย ไม่ได้ช่วยให้เรามีความสุขเลย.. กว่าจะคิดได้ ก็เกือบสาย.. เริ่มหาเหตุผลมาช่วย เมื่อเกิดความเกรงใจค่ะ

เขียนเมื่อ 


ขอบคุณคะอาจารย์

จุดประกายค้นคว้า "Positive NO" นำมา update ในบทความแล้วคะ


เขียนเมื่อ 


ขอบคุณที่ฝากความเห็น (ด้วยความเกรงใจ) นะคะ :)

เขียนเมื่อ 

บางครั้งความเกรงใจอาจทำให้เราเหนือ่ย แต่ก็ในขณะเดียวกันอาจทำให้เราสบายดีได้เช่นกันนะคะ

เขียนเมื่อ 

ชอบที่อาจารย์เขียนความเห็นเช่นกันคะ (แอบดีใจเล็กๆ เวลาอาจารย์มาทิ้ง comment ไว้)

เป็นการพิจารณาตนเองอย่างจริงใจ

เวลาอ่านแล้ว สบายใจ :)

เขียนเมื่อ 

 ขอบคุณที่ยกตัวอย่างที่น่าคิดคะ ไม่กล้าปฎิเสธ แม้เสียสิทธิตัวเอง 

เขียนเมื่อ 

 ขอบคุณคะ อาจารย์ป๊อป

เขียนเมื่อ 

Thank you khun Sr, I like what you said 'What we rather say is 'why don't you be more considerate and think about how I would feel.... ?'. 

เขียนเมื่อ 

  555 ฝรั่งก็มี lose face, saving face เหมือนกันคะ

เขียนเมื่อ 

 ขอบคุณคะ เลยได้แรงบันดาลใจว่า ทักษะหนึ่งที่หากมีลูกเอง คือ เทคนิคการปฎิเสธคะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคะ คุณ PienBanrai สำหรับการพิจารณารอบด้าน

เขียนเมื่อ 

  ขอบคุณคะ

เขียนเมื่อ 

อาจารย์หมอ มีเกร็ดเล็กแต่มีประโยชน์มากมายเสมอครับ...ทึ่งในการเขียนทุกบันทึกครับ...ถ้าไม่เกรงใจอาจารย์ผมขออ่านบันทึกบ่อยๆ นะครับ

เป็นความสมดุลที่ต้องบริหารค่ะ รู้สึกกับตนเองบ่อยเวลากลับเมืองไทย ความเกรงใจเพราะความสัมพันธ์และวัฒนธรรมบางครั้งอาจทำให้อึดอัดได้ค่ะ แต่ในที่สุดเราก็ต้องหาช่องว่างที่สมดุลนั้นให้เจอเพราะไม่อย่างนั้นเราจะตกอยู่ในสภาวะ อยู่ก็ไม่สุขใจ ไปก็เป็นทุกข์ค่ะ

เป็นกำลังใจให้กันและกันนะคะคุณหมอ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคะ ทั้งคุณหมอทิมดาบและคุณปริมห่างไปพักใหญ่ ยังคิดถึง ดีใจที่ได้อ่านบทความมีคุณภาพของทั้งสองท่านอีกครั้งนะคะ

เขียนเมื่อ 

มาอ่านย้อนหลังกับบันทึกที่อ่านง่ายๆ และเข้าใจทันที  อิอิ ไม่เกรงใจค่ะ กลัวว่าเกรงใจจนได้เรื่อง ไม่ทันการณ์แบบนั้นค่ะคุณหมอ  อิอิ