ได้ไปร่วมงานวันรณรงค์การอนุรักษ์พันธุ์ปลาวังตาขุน และการอนุรักษ์ผักพื้นบ้าน  เมื่อวันที่  27  กันยายน 2549  ณ  ศาลาบ้านหมู่ที่  7  ตำบลพะแสง  อำเภอบ้านตาขุน  โดยกลุ่มอนุรักษ์สัตว์น้ำวังตาขุน ซึ่งเป็นผลิตผลจากโครงการเกษตรแบบยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อม (SAFE Project) มีผู้ร่วมงานประมาณ 200 คน เห็นจะได้
        อำเภอบ้านตาขุน ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ป่าไม้และภูเขา  มีคลองพุมดวงเป็นแม่น้ำสายหลัก  ของอำเภอ ในคลองพุมดวง นั้นมีปลาหลากหลายชนิด    จึงมีราษฎรในอำเภอและพื้นที่ใกล้เคียง  เข้ามาจับปลาในบริเวณดังกล่าว โดยมีวิธีการและใช้เครื่องมือที่ไม่เหมาะสม  ทำให้ปลาในวังตาขุนมีปริมาณลดลงอย่างมาก และปลาบางชนิดก็เกือบจะสูญพันธุ์ไปเลย
        ส่วนพื้นที่ของอำเภอบ้านตาขุนนั้น  เหมาะสมกับการประกอบอาชีพด้านเกษตร  ราษฎรส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนยางพารา  สวนปาล์มน้ำมัน  สวนผลไม้  ทำให้บุกรุกพื้นที่ป่า  เพื่อทำการเกษตร และใช้ประโยชน์จากป่า  โดยขาดความรับผิดชอบจนทำให้พันธุ์พืชบางชนิด  โดยเฉพาะผักพื้นบ้านที่เคยมีอย่างอุดมสมบูรณ์  และให้ประโยชน์กับเกษตรกรในชุมชนอย่างมากมายนั้นแทบจะสูญพันธุ์ไปจากป่าและชุมชน 
         จากสาเหตุดังกล่าวสำนักงานเกษตรอำเภอ ได้เข้ามาจุดประกายชาวบ้านโดยคัดเลือกชุมชนนี้เป็นที่ดำเนินโครงการเกษตรแบบยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อม และจากการจัดเวที การจัดทำแผนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลายๆ ครั้ง หลายๆเวที ทำให้มีการพัฒนา เปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมากมาย เกิดขึ้นที่นี่

  •  เกิดกลุ่มอนุรักษ์สัตว์น้ำวังตาขุนขึ้น จนเกิดงานวันรณรงค์การอนุรักษ์พันธุ์ปลาวังตาขุนและอนุรักษ์ผักพื้นบ้าน ในวันนี้  (หลายๆคนบอกว่ากิจกรรมอย่างนี้น่าจะเกิดขึ้นมานานแล้วในอำเภอบ้านตาขุน)
  • เกิดผู้นำชุมชน  ทุกคนที่เป็นสมาชิกโครงการ กล้าคิด กล้าแสดงออก พูดถึงเรื่องส่วนรวมมากขึ้น มีการรวมตัวกันมากขึ้น
  • ชุมชนเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์
  • ได้เห็นการดำเนินการจัดงานโดยชุมชนเอง วันนี้มีพิธีกรมือใหม่เกิดขึ้นในชุมชน จากที่เมื่อครั้งจัดเวที หนแรกๆ หาคนมานำเสนอแทบไม่ได้เลย
  • ได้รับความสนใจจากภาคีการพัฒนาที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ท้องถิ่น (อบต. เทศบาล) ประมง เขื่อนรัชชประภา ที่จะเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนชุมชน เพราะได้เห็นความเข้มแข็งของชุมชนแห่งนี้         สิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้น 
  • จากภารกิจดังกล่าว สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านตาขุน ภายใต้การนำทีมของ คุณลัดดาวัลย์ วัฒโน เกษตรอำเภอหญิง หนึ่งเดียวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมกับทีมงาน คงจะโล่งอกไปได้อีกโข ที่ได้รับแรงใจจากภาคีต่างๆ ที่รับปากจะเข้ามาบูรณาการทรัพยากร 
  • และหวังว่าภาคีทั้งหลายคงจะจริงใจในการสนับสนุนชุมชน ไม่ใช่เหมือนหลายๆ กรณีที่ผ่านมา ที่มีเฉพาะลมปากเท่านั้น ชาวบ้านเขากำลัง ตื่นตัว ศรัทธา นะ อย่าให้เขาต้องเสียความรู้สึกที่ดีๆนี้ไปเลย
  • ส่วนชุมชนก็เหมือนกัน โครงการหมดระยะแล้ว แต่ชุมชนของท่านยังต้องเดินต่อไปอีกยาวไกล ประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวได้ คงจะเป็นประโยชน์นะ