รถของผมพร้อมทีมงานวิจัยเดินทางออกจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างไม่รีบร้อน ผมกะเวลาให้เหลือเฟือ เพื่อที่จะอ้อยอิ่งบนเส้นทางสวยงาม ระหว่าง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ถึง อำเภอขุนยวม

วันนี้มีนัดกับคุณครูที่บ้านเมืองปอน เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยน ประเด็น การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่บ้านเมืองปอน อำเภอขุนยวม ดินแดนเลื่องชื่อเกี่ยวกับดอกบัวตองบานที่ดอยแม่อูคอนั้นหละครับ

ผมได้ยินชื่อเสียงของหมู่บ้านนี้มานานแล้ว ว่ามีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน จุดเด่นที่เมืองปอนเห็นจะเป็น Home Stay  และเลื่องชื่อมากขึ้น เมื่อมีการโปรโมตผ่านสื่อมากขึ้น

ผมไม่ค่อยเห็นโฮมสเตย์ ที่ดำเนินการได้ดี  และดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เหมือนที่เมืองปอน ...ดังนั้น น่าจะมีอะไรดี ให้พวกเราทีมวิจัยเข้าไปค้นหา และเก็บข้อมูล

เมืองปอนเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอขุนยวม ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านไทยใหญ่ที่คงรูปแบบวัฒนธรรม ความเป็นไทยใหญ่ขนานแท้และดั้งเดิม

 

       ทุ่งนา บรรยากาศดีๆที่ บ้านเมืองปอน 

นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ก็จะได้ชมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยใหญ่ ชมสาธิตการทำเสื้อไต การจักสานกุ๊บไต ชมสถาปัตยกรรมไทยใหญ่ดั้งเดิมที่มีอยู่มากมายในชุมชน  การทำอาหารไทยใหญ่ การแสดงพื้นบ้านตามแบบศิลปะไทยใหญ่...ว่ากันว่าหากจะย้อนยุคดั้งเดิมวิถีไทยใหญ่ให้มาเที่ยวที่น

ี่

 

 

 

 

 

 

 สถาปัตยกรรมไทยใหญ่...ที่หาดูได้ที่ เมืองปอน

 

 

นัดคุณครูที่เป็นแกนนำที่บ้าน ครูอู๊ด หนึ่งในทีมทำงาน พัฒนาชุมชน  คุณครูมาพร้อมกันหมดแล้ว ในช่วงที่พวกเรามาถึงเมืองปอน

แปลกใจมั้ยครับการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทำไมต้องมาคุยกับคุณครู

โดยวงสนทนาจะเป็นทีมคุณครูทั้งหมด...ถึงบางอ้อ  ครับ   คุณครูทั้งหมดเป็นคนในชุมชน และทำงานสอนที่โรงเรียนบ้านเมืองปอน ความรัก ความผูกพันกับถิ่นเกิด เป็นแรงผลักให้คุณครูทั้งหมด หากระบวนการพัฒนาชุมชน ผ่านการ จัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน บ้านเมืองปอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เริ่มแรก ก็น่าสนใจ เพราะพื้นที่ที่ผมไปเก็บข้อมูลส่วนใหญ่ คุณครูไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมในประเด็นนี้เท่าไหร่นัก

ย้อนอดีตไปคุณครูเล่าให้ฟังว่า ที่ขุนยวม ดอยแม่อูคอโด่งดังทั่วโลกด้วยชื่อเสียงของ ดอยแม่อูคอ ที่มีดอกบัวตองละลานตาคราปลายฝน ทุกคนรู้จักกันดี นักท่องเที่ยวมาเยือนกันมากจนล้น จนไม่มีที่พัก...การคิดทำหมู่บ้านท่องเที่ยว และมีโฮมสเตย์จึงเกิดขึ้น

นายอำเภอในขณะนั้นโทรศัพท์มาคุยกับครูที่มืองปอน ว่าสนใจทำโฮมสเตย์กันมั้ย. ? ครูเล่าให้ฟังถึงความคิดริเริ่มในการพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยว มูลเหตุที่กล่าวถึงเป็นก้าวแรกที่ทำให้ร่วมคิดในการทำ โฮมสเตย์บ้านเมืองปอ

จากนั้นคุณครูและชาวบ้านก็ปรึกษากัน ไปศึกษาดูงานที่ บ้านแม่ละนา อ.ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน ด้วยงบประมาณส่วนตัว ไปดูว่า หมู่บ้านท่องเที่ยวเขาทำอย่างไรกันบ้าง เมื่อไปดูที่แม่ละนา ก็นำมาคุยสรุปการดูงานกัน...มีบทสรุปว่า...หากแม่ละนาทำได้ พวกเราเมืองปอนทำไม จะทำไม่ได้...

จุดเริ่มด้วยแกนนำที่เป็นคุณครู การวางแผนพัฒนาชุมชนโดยการหากลุ่มสนใจเพิ่มเติมจึงเริ่มต้นขึ้น...เริ่มจากบ้านโฮมสเตย์เพียง ๖ หลัง...ด้วยความเป็นคุณครูจึงผลักดันหลักสูตรท้องถิ่น รื้อฟื้นฮีตฮอยไตใหญ่ ให้เด็กเยาวชนได้เรียนรู้ และสร้างกิจกรรมให้เด็กในการแสดงให้นักท่องเที่ยว เสริมเพิ่มเติมจากทุนที่มีอยู่คือ วัฒนธรรมไทยใหญ่ดั้งเดิม


มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเรื่อยๆ เพิ่มพูนกำลังใจให้กับกลุ่มโฮมสเตย์เป็นอย่างมาก...จากวันนั้น ถึงวันนี้ กลุ่มท่องเที่ยวบ้านเมืองปอนได้เรียนรู้ จากการพัฒนาชุมชนโดยใช้กระบวนการท่องเที่ยวโดยชุมชน ลองผิดลองถูกมาโดยตลอด...และเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่เกิดขึ้นในชุมชนเมืองปอนมาโดยตลอด

เรื่องราวที่เมืองปอนยังมีให้ค้นหาอยู่มากมาย ผมยกเพียงประเด็นที่น่าสนใจมาเขียนเท่านั้นครับ เท่าที่เดินด้วยเท้าสำรวจในชุมชน ผมเห็นด้วยว่า ชุมชนที่นี่ร่ำรวยวัฒนธรรมจริงๆ นี่คือจุดแข็ง และจุดขายของชุมชนเมืองปอน

ผลจากการพัฒนาการท่องเที่ยว ทำให้การเรียนการสอนหลักสูตรท้องถิ่น ได้มีภาคปฏิบัติการโดยตรงกับกลุ่มท่องเที่ยว เด็กได้เรียนรู้ร่วม เป็นหลักสูตรท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวา ชุมชนสะอาดขึ้นเพราะแขกมาเยี่ยมบ่อยเจ้าบ้านต้องคอยดูแลสภาพแวดล้อมทั่วไป หน้าบ้านปลูกดอกไม้่สวยงาม ประเพณีดั้งเดิมถูกรื้อฟื้นอย่างไม่รู้ตัว

การท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นกุศโลบาย เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน หากมีการบริหารจัดการที่ดี ...

มีคำถามที่ผมถามกับชุมชนท่องเที่ยว เวลาไปเรียนรู้กับชุมชน..สอบถามทิศทาง ว่าชุมชนคิดอย่างไร กับ CBT : Community Based Tourism

  • Do you want CBT to raise income?
  • Do you want CBT to preserve culture ?
  • Do you want CBT to conserve natural resources?
  • Do you want CBT to bring more knowledge and skill into the community?

จริงอยู่ว่า การท่องเที่ยวโดยชุมชน( Community Based Tourism : CBT) อาจเป็นดาบสองคม เป็นการชักชวน Globalization (ก่อบรรลัยใส่ฉัน)  เข้ามายังชุมชน...

เราไม่อาจปฏิเสธทุนนิยมเหล่านี้ แต่ต้องเรียนรู้และเข้าใจในการพัฒนาชุมชนให้รู้เท่าทันข้างนอกชุมชน รู้ทันโลก