สวัสดีครับเพื่อน ๆ เปิดมาเห็นคำเชิญชวนเรื่องเล่าห้องสมุดเลยแวบคิดเขียนว่าดังข้อความของท่าน อาจารย์ ดร. จันทวรรณ ที่...
·
ถามว่า..ห้องสมุดควรมีบริการอะไรบ้าง..?
·
ตอบว่า..
1. มีเหมือนคนแนะนำทางไปหาสิ่งที่เราต้องการไปให้ถึงไปให้ได้ตามจุดหมาย
2. มีเหมือนเพื่อนช่วยค้นหาอะไรก็เจอและใช้เวลานิดเดียวเหมือนสั่งอาหารจานด่วนสั่งปุ๊บได้ทันที
3. มีเหมือนสั่งซื้อสิ่งของแล้วมาส่งถึงบ้านหรือที่โต๊ะทำงานเลยครับ
·
ถามว่า..ห้องสมุดควรมีบทบาทในการส่งเสริมกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือไม่..?
·
ตอบว่า..
1. มีบทบาทเหมือนเอื้อมมือหยิบหนังสือที่วางอยู่ในชั้นหนังสือข้างโต๊ะทำงาน
2. มีแค่คลิ๊กก็เจอเนื้อหาที่ต้องการแล้ว
3. มีเหมือนกัลยาณมิตรคอยแนะนำแลกเปลี่ยนตลอดเวลา
·
ถามว่า..บรรณารักษ์ควรมีบทบาทเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างไร..?
·
1. มีบทบาทความเป็นครูถ่ายทอดวิทยาการใหม่
ๆ ทันสมัยให้ผู้ต้องการเรียนรู้เสมอ
·
2. มีป้ายไวนิลแนะนำสิ่งใหม่ ๆ
หรือจัดสัมมนาให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐอย่างเรื่องการใช้กระดานชนวนคอม ฯ ต้องให้เชื่อมโยงการค้นหน้งสือในห้องสมุดได้
·
ถามว่า..เทคโนโลยีการสืบค้นข้อมูลควรปรับเปลี่ยนหรือไม่..?
·
ตอบว่า..
1. ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยทันต่อสถานการณ์
2. เครื่องมือต้องเชื่อมโยงทั้งสิ่งเฉพาะและสิ่งสากลให้ได้ครอบคลุม
·
ถามว่า..บรรยากาศสิ่งแวดล้อมในห้องสมุดน่าจะเป็นอย่างไร..?
·
ตอบว่า..
1. ควรมีดนตรีคลอเบา ๆ ที่ตรงกันข้ามกับป้ายที่ห้าม ๆ
ส่งเสียงดัง
2. ควรมีเสียงน้ำไหลเสียงน้ำตกเสียงนกร้อง
·
ถามว่า..บรรณารักษ์ควรเป็นผู้ที่คอยช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้อะไรบ้างให้แก่ผู้เรียนหรือประชาชนทั่วไป..?
·
ตอบว่า..
1. ควรเป็นเหมือนคุณครูช่วยแนะนำลูกศิษย์ในทางที่ดี
2. ควรเป็นเหมือนคนขับรถประจำทางพาผู้โดยสารไปถึงป้ายลงรถได้ปลอดภัย
·
ถามว่า..ห้องสมุดประชาชนกับห้องสมุดโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยควรจะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร..?
·
ตอบว่า...ต่างกันแน่นอนในเรื่องหนังสือที่บรรจุไว้เพราะต้องเลือกหนังสือให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าไปอ่านนั้นแล.
มีถามตอบแบบนี้
อ่านเข้าใจง่ายหน่อยครับ
แถมตัวใหญ่ได้ใจคน "มองการณ์ไกล" เลยครับ
ขออนุญาตเสนอความเห็นครับ
ผมเห็นว่า นักวิจัย นักวิชาการ อาจารย์ นักวิชาการ ปัจจุบัน ต้องเจอปัญหามากเรื่องการจัดคลังข้อมูลของตัวเอง (ยกตัวอย่าง ผมสะสม pdf papers ต่างๆ ไว้สารพัดสาขา ที่ผมสนใจ ในโน้ตบุ้คผม น่าจะมีอย่างน้อย 30,000 papers + ebooks) ผมเสียเวลาทำดัชนีในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผมเองมาก เคยเกิน 10% ของเวลาทำงาน ปัญหาของนักวิชาการคนอื่นอาจใกล้เคียงกัน เราต้องหันมาคิดเรื่องเครือข่ายของนักวิชาการทุกสาขาและ บรรณารักษ์ทั่วประเทศแล้ว
ผมคิดว่า ห้องสมุดแต่ละแห่งต้องทำหน้าที่เป็น node ของ virtual library network ของชาติ และ บรรณารักษ์ควรทำหน้าที่จัดการเรื่องการจัดการทำดัชนีความรู้ อาจระดมอาสาสมัครทั่วประเทศมาทำหน้าที่ช่วยกันทำดัชนีองค์ความรู้ของประเทศคล้ายกับ wikipedia หรือจะเป็น database แบบไหนก็แล้วแต่ หรือที่ใครทำอยู่แล้ว ก็เอามาแชร์กัน ให้ดาวน์โหลดได้ ในวงกว้าง ไม่ใช่แค่กั๊กดาต้าหรือฐานข้อมูลไว้ในแวดวง หรือภายในหน่วยงาน เพื่อลดการซ้ำซ้อนในการพิมพ์ข้อมูล
ห้องสมุดต่างๆ ควรมี wifi เพราะ PC ของสถานที่ต่างๆ คงตกรุ่นไปแล้ว บางทีก็เสี่ยงติดไวรัส เดี๋ยวนี้คนเอา iPad, etc. notebook ของตัวเองมาก็แยะ
แต่ละแห่งควรร่วมมือกันจัดตั้ง Friends of library club เพื่อให้ผู้ใช้ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานในรูปต่างๆ ที่อาจมีอุปสรรคในเรื่องระเบียบราชการ
และที่สำคัญ ผมอยากเห็น digitization ของห้องสมุดของประเทศไทยเสียที ประเทศไทยจะได้ไม่ตกยุค งานช้างแบบนี้ ต้องระดมคนทั้งประเทศมาช่วย (เผลอๆ เด็กมัธยมอาจมีบางคนสนใจ ไม่งั้นเขาไม่มีอะไรทำ ก็มัวไปดูโชว์หรือเพลงเกาหลี ฯลฯ) ไม่มีงบไม่ยาก ถ้าให้บริจาคเงินให้หอสมุดฯ แล้วหักภาษีเงินได้ได้ ผมว่าคนจะสนใจบริจาคครับ
อาจจะพูดไม่ชัด ในตอนท้ายของโพสต์ที่แล้ว ที่พูดถึง digitization ผมหมายถึงเนื้อหา ก็คือการ สแกนหน้าหนังสือจากหนังสือแต่ละเล่มของห้องสมุดทั้งหมด (ไม่ซ้ำซ้อน) และยิ่งจะมีเนื้อความเป็น text & format ต่างๆ เช่น EPUB ก็ยิ่งดี เข้าไว้ให้เปิดดูบนเว็บได้ แบบที่กูเกิ้ล และ ไมโครซอฟต์ทำในอเมริกา (หากติดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ คงต้องหาทางแก้ไขอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเป็นหนังสือเก่า หมดลิขสิทธิ์แล้วตามกฎหมายไทย ก็น่าจะสแกนได้เลย)
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจมาก..ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ คุณ โสภณ เปียสนิท
พอมีอายุมากขึ้น สายตาเราก็มากขึ้นตามนะครับ เลยทดลองตัวโต ๆ
สวัสดีครับ คุณ บุรชัย
เป็นการเติมเต็มมุมคิดดีทีเดียวครับผม
สวัสดีครับ
นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
สิ่งแวดล้อมดี ..... ทำให้การความน่า เข้าไปใช้ห้องสมุด มากขึ้น มีผลต่อการสนใจเข้าไปใช้ห้องสมุดมากขึ้น นะคะ
สวัสดีครับ Dr. Ple
ปรารถนาอยากเห็นความแปลกใหม่ที่สร้างสรรค์ในห้องสมุดนะครับผม