ศึกษานิเทศก์หลายคนปลีกเวลาไปเรียนต่อปริญญาโท ปริญญาเอก แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลงานวิชาการของโรงเรียนละครับ

Another mail to ThaiPost I'd like to share
[การศึกษาจะดีขึ้น....ถ้า.....]( http://www.thaipost.net/news/051112/64689 )
  ถูกทุกข้อ 5 November 2555 - 00:00

เรียน คุณอัตถ์ อัตนัย ที่นับถือ
  ในฐานะที่อยู่ในวงการศึกษามาตลอดชีวิต รับราชการเป็น "ครู" มาตั้งแต่ "หัวเกรียน" จนขณะนี้ "หัวโกร๋น" เป็นนกตะกรุมแล้ว ผมว่าถ้าจะให้คุณภาพการศึกษาไทยดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ละก็ ขออนุญาตเสนอแนะดังนี้ครับ
  ๑.กิจกรรมต่างๆ ที่เบื้องบนส่งลงไปให้โรงเรียนดำเนินการ ควรจะลดลงครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าครึ่งจากที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน ครูจะได้มีเวลาจัดการเรียนการสอนมากขึ้น ทุกวันนี้ครูทำงานหนักหลายอย่าง ยกเว้นเรื่องการสอนเด็กที่ไม่ค่อยมีเวลาได้ทำ ยังจำประโยคนี้ได้ไหม นั่นคือ "สี่กระทรวงหลัก แต่มันหนักกระทรวงเดียว" เพราะครูต้องทำงาน "ฝาก" ให้อีกหลายกระทรวงจนอ่วมอรทัย
  ๒.ต้องเสริมความรู้ความเข้าใจ และความสามารถด้านการบริหารจัดการเกี่ยวกับงานวิชาการ ให้ผู้บริหารโรงเรียนหันมาสนใจคุณภาพงานวิชาการเป็นอันดับหนึ่ง และเป็นที่พึ่งให้แก่ครูในโรงเรียนได้เป็นอย่างดี เช่น หมั่นนิเทศภายใน แก้ไขเด็กเรียนอ่อน อบรมเด็ก เอาใจใส่นักเรียนประจำ ติดตามการทำงานของครูและเด็ก แก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนให้สูงขึ้น เป็นต้น
  ๓.พัฒนาครูผู้สอนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้หรือวิชาต่างๆ ให้เข้มข้นกว่าที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการก็รู้ดีว่าครูสอนไม่ตรงกับวิชาเอกที่เรียนมาเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ก็น่าจะเสริมหรือพัฒนาให้ครูมีวิธีการสอนเด็กให้สนุกสนาน เร้าใจ ง่ายต่อการเข้าใจ มิใช่ปล่อยให้ครูสอนตามบุญตามกรรม สอนตามมีตามเกิด อย่างนี้ก็ไม่ไหว ควรเพิ่มเติมเทคนิคการสอน มี "กลเม็ด" หรือ "ไม้เด็ด" สำหรับครูทุกคน
  ๔.ปรับปรุงการประเมินวิทยฐานะ หรือเงินประจำตำแหน่งของผู้บริหารโรงเรียนและครูสายผู้สอนเสียใหม่ โดยยึดหลัก "คุณภาพนักเรียน" สำคัญที่สุด เลิกการทำผลงานหรืองานวิจัยเสียเถอะครับ ทั่วประเทศมีโรงเรียนขนาดเล็กเป็นหมื่นโรง ครูก็มีโรงเรียนละ ๒-๓ คนบ้าง โรงเรียนละ ๓-๔ คนบ้าง แค่เอาตัวรอดในการสอนไปวันๆ ก็เหลือกำลังลากแล้วหละครับ ท่านเจ้าคุณทั้งหลายรู้ไหมครับ มีครูบาดเจ็บล้มตายเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต เพราะทุ่มเทกับการทำผลงานจนไม่ได้กินไม่ได้นอนไม่รู้เท่าไหร่แล้ว มิหนำซ้ำยังเป็นที่ติฉินนินทาว่าครูไม่ได้ทำผลงานเอง มีคนรับจ้างทำเยอะแยะยุบยับไปหมด ไม่เห็นว่าจะมีหน่วยงานใดจัดการสิ่งเหล่านี้ได้
  ๕.เปลี่ยนการประเมินวิทยฐานะของศึกษานิเทศก์ที่อยู่ตามเขตพื้นที่การศึกษาเสียใหม่เถิด ทุกวันนี้ศึกษานิเทศก์ไม่มีเวลาออกเยี่ยมเยียนโรงเรียน อันเนื่องมาจากตัวศึกษานิเทศก์ต้องไปช่วยงานกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ช่วยงานกลุ่มนโยบายและแผน ช่วยงานกลุ่มอำนวยการ ช่วยหน่วยงานอื่นอีก ไหนจะต้องเอาเวลามาทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะให้ตนเอง ศึกษานิเทศก์หลายคนปลีกเวลาไปเรียนต่อปริญญาโท ปริญญาเอก แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลงานวิชาการของโรงเรียนละครับท่านสารวัตร ที่จริงศึกษานิเทศก์ต้องไปใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่โรงเรียน ไปทำโครงการ แผนงาน ไปคิดนวัตกรรมใหม่ๆ หรือคิดหาวิธีการช่วยครูในโรงเรียนที่ตัวเองรับผิดชอบให้มีคุณภาพดี ทำให้ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอนและนักเรียนมีคุณภาพแจ่มแจ๋ว หากทำได้ละก็สมควรได้วิทยฐานะสูงขึ้น มิใช่เอาเวลาที่จะไปนิเทศโรงเรียนมานั่งทำผลงานอยู่นั่นแหละ โรงเรียนเลยไม่มีใคร "โผล่" ไปเยี่ยมเยียนบ้างเลย คุณภาพโรงเรียนก็เลยตกต่ำอย่างที่รู้กัน
  ๖.โรงเรียนขนาดเล็กควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง มิใช่พูดกันคนละทีสองทีแล้วก็เงียบหายเข้านามสกุลผมเสียหมด ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาควรลงไปแก้ไขปัญหาด้วยตนเองบ้าง จะมีโครงการล้ม เลิก รวม จะยุบ จะแยกโรงเรียน หรือจะย้ายเด็กที่เหลือไม่กี่คนไปอยู่อีกโรงเรียนหนึ่ง ก็ควรให้ชัดเจนมิใช่ปล่อยไปเรื่อยเปื่อย เป็นหนามยอกอกกระทรวงศึกษาธิการมาหลายสิบปีแล้ว
  ๗.กิจกรรมต่างๆ หากหลีกเลี่ยงได้ เช่น การอบรม ประชุม สัมมนา การจัดนิทรรศการต่างๆ หรือกีฬา ควรจะใช้วันหยุดราชการ หรือวันปิดภาคเรียนในเดือนตุลาคมและเดือนมีนาคม-เมษายน-พฤษภาคมทำกิจกรรมซะ จะได้ไม่เสียเวลาเรียนของเด็ก ครูก็จะได้มีเวลาคลุกคลีอยู่กับนักเรียนมากขึ้น หลายคนมีความเห็นตรงกันว่า ถ้าครูมีเวลาสอนเด็กมากในแต่ละวัน ไม่มีทางที่เด็กจะมีคุณภาพต่ำหรอก ครับ
  หรือท่านว่าไงครับ.....
  จันโททัย กลีบเมฆ


  สมัยเด็กๆ เรียน ป.๓, ป.๔ จำได้ว่าคุณครูท่านเดียวสอนกัน ๓-๔ วิชา ผมไม่แน่ใจว่าปัจจุบันคุณครูโรงเรียนภูธรยังต้องทำงานหนักแบบนี้อยู่หรือเปล่า
  ที่จริงอาชีพครูควรจะเป็นอาชีพที่รัฐบาลต้องให้ผลตอบแทนเยอะๆ ดึงดูดคนที่มีความสามารถมาเป็นครู ไม่ใช่ปล่อยกันตามมีตามเกิด เพราะรู้ๆ กันอยู่ครูเป็นเบ้าหลอมสำคัญของสังคม ถ้าเบ้าหลอมกินอิ่ม นอนหลับ ทำงานแข็งแรง สังคมก็แข็งแรงตามไปด้วย แต่ถ้าเบ้าหลอมยังอยู่ในสภาพหมาล่าเนื้อ มันก็จบเห่ซิครับ!
  ก็ไม่รู้จะแนะนำใครครับ เพราะรัฐบาลก็รู้อยู่แล้วว่า หากจะสร้างชาติต้องทุ่มให้การศึกษา แต่ก็ยังเห็นละเลงอยู่กับนโยบายประชานิยมสร้างฐานคะแนนให้ตัวเอง ชาติเอาไว้ทีหลัง ขอข้ามีอำนาจก่อน ปลงครับ!

I don't share all his view, but I would sit and listen and think deeper what is really being said here. It is clear from his mail that that teachers spend lot of time on gaining better qualifications or irrelevant (to teaching duties) activities and hardly have time to prepare lessons and to teach. Furthermore, contents of teaching in schools is not related culture or ways of live in community.

What say you?