ลูกรักหวังเป็นที่พึ่ง..ฝากบ้านช่องให้ดูแลเมื่อจากไป

     

                                    

                                   

                               

     ด้วยความรักและไว้วางใจในลูกสาวคนโต พ่อได้สั่งเสียไว้ในพินัยกรรม ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ครอบครองดูแลบ้านของท่านหลังจากที่ท่านได้ถึงแก่กรรมเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา...ส่วนแม่ได้จากไปเจ็ดปีก่อนหน้านั้น..และด้วยเพราะว่า อายุขัยของพ่อยืนยาวถึง ๙๐ ปี ลูกๆทุกคนที่มีครอบครัว ต่างได้แยกย้ายออกไปมีบ้านเรือนของตน แม้กระทั่งลูกสาวที่ยังเป็นโสด บ้านหลังนี้ จึงร้างไม่มีผู้อยู่อาศัยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


                               

      ส่วนข้าพเจ้านั้น นับว่าโชคดีที่ เมื่อแต่งงานมิได้จากไปไกล โดยมีเรือนหอทรงไทย ในซอยเดียวกับบ้านของพ่อ-แม่ ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน มีโอกาสได้ใกล้ชิดไปมาหาสู่อยู่ตลอดเวลา เหมือนดั่งว่า จะเป็นการปูทางไว้ล่วงหน้าแล้ว สำหรับความสะดวกในการรับผิดชอบเป็นผู้รักษาบ้านของพ่อ-แม่ต่อจากท่านทั้งสอง.. 


                                        

     ข้าพเจ้าได้ชักชวนน้องๆ หากใครจะสมัครใจย้ายมาอยู่ โดยข้าพเจ้าจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมต่อเติมทั้งหมด แต่ไม่มีผู้ใดอาสาเข้ามาอยู่อาศัย ทั้งๆที่ทุกคนต่างเติบโตขึ้นมาจากบ้านหลังนี้ ข้าพเจ้าจึงเฝ้ารอรุ่นหลานปู่ในสายเลือด ๓ คน คนใดคนหนึ่ง ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากลูกชายสองคนของพ่อ ที่อาจจะรับมรดกนี้ต่อจากข้าพเจ้าในอนาคต.. 


                       

    ในระหว่างนี้ ข้าพเจ้าได้เข้าไปดูแลปัดกวาด รักษาภูมิทัศน์ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยทุกๆวัน  ไม่คำนึงถึงความเหน็ดเหนื่อย หากแต่ทำไป ด้วยความรักผูกพัน และรำลึกถึงพ่อ-แม่ มองไปที่มุมไหนของบ้าน ยังจำได้เสมอว่า ท่านทั้งสองเคยอยู่อาศัยอย่างมีความสุขเป็นเวลายาวนานกว่า ๕๐ ปี 



                     

                                    

     ประเภทต้นไม้ส่วนใหญ่ ยังคงปลูกไว้เช่นเดียวกับพืชพันธุ์ที่เคยเป็นอยู่เดิม ซึ่งทำนุบำรุงไม่ยาก ทนแดด ทนฝน ขอเพียงหมั่นรดน้ำตัดกิ่งใบอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยทอดทิ้งรกเรื้อเป็นที่สังเวชใจ


                                    

     หมู่โต๊ะเก้าอี้ที่ พ่อ-แม่เคยนั่ง ข้าพเจ้ายังจัดวางไว้ที่เดิม และหาโอกาสใช้สอยเป็นที่พักผ่อนรับประทานอาหารเช้า และอ่านหนังสือพิมพ์ หรือนั่งชมนก ชมไม้ ในยามว่างเสมอๆ เก็บรักษาไว้ดั่งปูชนียวัตถุเพื่อรำลึกถึงท่านทั้งสองด้วยความรักผูกพันไม่ลืมเลือน


                                    

    สนามหญ้าได้รับการใส่ปุ๋ยตัดเล็มตามระยะเวลา ตรงมุมสวน ปลูกต้นหางนกยูงไทยที่ได้รับเมล็ดพันธุ์ จากน้องกานดา แสนมณี กัลยาณมิตรผู้ใจดี แห่ง Gotoknow ที่หมั่นส่งมาให้อย่างสม่ำเสมอ


                                    

                

    บ้านของเราอาจเก่าแก่ไปตามเวลา เหมือนอายุและสังขารของคนเรา ที่ต้องเสื่อมสลายไปเช่นกัน..ไม่อาจครอบครองทรัพย์ภายนอกใดๆได้ตลอดไป..ให้รู้ธรรม..รู้ความเป็นไปของสรรพสิ่ง ที่ผลัดเวียนเปลี่ยนกันใช้สอยเพียงเพื่อความสุขในช่วงชีวิตหนึ่ง และส่งต่อให้ผู้ที่เหมาะสมตามสมควร


                                  

                   

                                        

              

    เมื่อทอดสายตายาวไกลไปจนสุดประตูทางเข้าบ้าน ที่มองพ้นรั้วขึ้นไป เห็นหมู่ต้นไม้ใหญ่ปกคลุมหน้าบ้านเรือนหอทรงไทยของข้าพเจ้า บางครั้งรู้สึกเหมือนเป็น "ย่าโสมเฝ้าทรัพย์" ..ผู้ได้รับความรักและไว้วางใจจากบรรพชนที่หวังพึ่งพาให้รักษามรดกยามที่ต้องจากโลกนี้ไป หน้าที่และความสำนึกนี้ของทายาท จึงเป็นการแสดงความกตัญญูอย่างเต็มกำลังความสามารถ


         

                                   

     วันหนึ่งเมื่อถึงเวลาที่ผู้ดูแลทรัพย์คนนี้ จักต้องจากไปตามกฏธรรมชาติ ไม่ว่าผู้รับทอดทรัพย์จะเป็นผู้ใด ขออวยพรให้ผู้นั้น มีความสุขเหมือนดั่งที่ข้าพเจ้าได้รับอยู่ในปัจจุบันนี้เช่นกัน


               


                         

    สรรพสิ่งที่งดงามรอบตัว มีให้ชื่นชมได้เสมอ หากรู้จักเห็นคุณค่า ด้วยใจอันเบิกบาน สุขสงบและร่มเย็น..ใกล้ๆตัวเรานี่เอง


                            

                     Ico_anigif21

....................................................................................................................................................................

หลานสาวน้อยใจดีฯ

* ยินดีมากค่ะที่นำบันทึกนี้ ไปประกอบแนวคิดเรื่องการดูแลมรดกของพ่อ-แม่

http://www.gotoknow.org/posts/517110

............................................................................................................

หลานทพญ.ธิรัมภา

* ขอบคุณมากค่ะที่เห็นความสุขจากบันทึกนี้ และนำไปถอดบทเรียนในพื้นที่ Happy Ba ค่ะ

http://www.gotoknow.org/posts/537465

..................................................................................................................................................................

น้องผศ.วิไล

* ดีใจมากที่ถอดบทเรียนแห่งความสุขถ่ายทอดแ่ก่กัลยาณมิตร ในพื้นที่ Happy Ba ค่ะ

http://www.gotoknow.org/posts/540899

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เส้นทางชีวิต..ใครลิขิต



ความเห็น (27)

เขียนเมื่อ 

คุณตา ตอนหนุ่มๆๆ รูปหล่อมากๆๆเลยค่ะ ....พออายุมาก...ท่านภูมิฐานมากๆๆเลยค่ะ สมกับเป็น...ชายชาติทหาร นะคะ  ะ ...คุณยาย ก็สวยมากๆๆ นะคะ . น่ารักจังเลย  ... พี่ใหญ๋...ได้จากท่าน ทั้ง 2 หมดเลยค่ะ  ทั้่ง .... รูปร่าง  .... ความสง่างาม ... .ความภูมิฐาน ...เป็นองค์รวมทั้งหมดค่ะ .... เปิ้นไม่ได้ เท็จพูด นะคะ

เขียนเมื่อ 

ผมอ่านแล้วยังแอบย้อนเวลาไปบ้านเก่าของผมเช่นกัน...แม้เวลาผ่านไปนานแสนนาน...แต่ความทรงจำ ความประทับใน และความรักของพ่อและแม่...ลูกๆ ... ยังคงอยู่ในความรู้สึกเสมอ....บ้านยังอุ่นรักเสมอ...ขอบคุณบันทึกที่ช่วยย้อนความทรงจำที่งดงามและแสนหวานครับ...

สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่

ประทับใจ คำที่กล่าวพร้อมภาพมากค่ะ ดีที่สุดเลยนะคะที่อยู่ใกล้กันไม่ต้องเดินทาง ดอกแย้มปีนังหรือหอมปีนัง หอมอบอวลทุกวันนะคะ รวมทั้งดอกไม้อื่นๆด้วย  แต่ละต้นอายุมากเป็นบอนไซ ได้เลยค่ะ โดยไม่ต้องมาใส่กระถางบางเล็ก ทำให้คิดถึงต้นไม้ที่บ้านสุพรรณด้วยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

เขียนเมื่อ 

เป็นลันทึกที่สวยงามมากค่ะอ่านแล้วมีความสุข ถึงความรักความผูกพัน ชอบค่ะ

เขียนเมื่อ 

งดงามความผูกพัน

สืบทอดเจตจำนงคงมั่น

ส่งต่อกตัญญู

เขียนเมื่อ 

หัวอกคนเป็นพ่อครับ..รักและห่วงใยลูกเสมอ ผมอ่านบันทึกนี้แล้ว

ทำให้อยากมอบบทเพลงนี้ให้คุณครูพี่ใหญ่ครับ

เขียนเมื่อ 
  • อ่านแล้ว บอกความรู้สึกไม่ถูกคะ..ชื่นชม ปนตื้นตัน  
  • ชีวิตสมัยใหม่ ทำให้เราไปข้างหน้าเรื่อยๆ ยากที่จะได้กลับมาที่ซึ่งเราเติบโต
เขียนเมื่อ 
  • ดอกนางแย้มหรือครับ
  • สวยมากๆๆ
  • เพิ่งเคยเห็นครับ
  • มีกลิ่นหอมไหม
  • ดูแล้วอบอุ่นมากๆๆๆ
  • ขอบคุณมากครับ

สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่

ขอบคุณเรื่องเล่าที่อบอุ่น งดงามนี้ค่ะ

พี่ใหญ่ช่วยให้ตระหนักอีกครั้งว่าส่วนหนึ่งของชีวิตคนเรามีอยู่เพื่อทำนุบำรุงสิ่งรอบตัวไว้เพื่อคนรุ่นต่อไป และสิ่งที่จะติดตัวเราไปได้มีเพียงคุณความดีที่เราเพียรทำเท่านั้น

ขอบคุณคำสอนล้ำค่านี้ค่ะ

ฝันดีค่ะ

เขียนเมื่อ 

ดีจังเลยนะคะ อนุรักษ์สิ่งเก่าๆ ที่พ่อแม่เคยใช้ ขอบคุณบันทึกดีๆ ค่ะ

เขียนเมื่อ 

ด้วยความงดงามของบันทึกนี้

หนูรีของส่งกำลังใจให้พี่ใหญ่นะคะ

 

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะท่าน Ico48 นงนาท  สนธิสุวรรณ
  • บ้าน ดูน่าอยู่  สวยงามมากค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่ใหญ่

  • พี่ใหญ่โชคดีมากๆค่ะที่มีบ้านคุณพ่อคุณแม่ให้ดูต่างหน้า แต่น้องมีแค่ภาพขาวดำเก่าๆอยู่ใบเดียว เพราะบ้านถูกรื้อ เพื่อแบ่งกัน
  • ขอบคุณความทรงจำดีดีที่ทำให้เกิดบันทึกนี้ขึ้นมาค่ะ
  • มีความสุขมากๆค่ะพี่
เขียนเมื่อ 

 

     สวัสดีค่ะคุณใหญ่...ขอบคุณบันทึกแห่งสายใยและความผูกพันที่อบอุ่นและงดงามค่ะ เพราะความทรงจำที่งดงามบ้านที่มีอายุหลายสิบปีจึงก็ดูร่มรื่นเย็นตาน่าอยู่อาศัยนะคะ...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

          เป็นความรัก ความผูกพัน นะคะ  เมื่อมาอยู่ในบ้านเก่ารู้สึกเหมือนเราได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่เหมือนที่ท่านยังอยู่กับเรา  ครูดาหลาเองก็เช่นกันค่ะ  ทุกครั้งที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของบ้านเก่า ทำให้มีกำลังใจเหมือนกับท่านคอยดูแลเป็นกำลังใจให้ลูกหลานอยู่  
   ชอบคำพูดนี้ค่ะ " สรรพสิ่งที่งดงามรอบตัว มีให้ชื่นชมได้เสมอ หากรู้จักเห็นคุณค่า ด้วยใจอันเบิกบาน สุขสงบและร่มเย็น..ใกล้ๆตัวเรานี่เอง..".
เขียนเมื่อ 

สุข..จากภายในตัวตนของตนเอง
สุข จากสิ่งใกล้ตัว-รอบตัว

แบ่งปัน สู่สังคม

ขอบพระคุณครับ

สวัสดีค่ะ พี่ใหญ่ บ้านน่าอยู่จังค่ะ คำว่าบ้าน มันดูอบอุ่นนะคะ ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่มันเป็นศูนย์รวมความสุขค่ะ เป็นกำลังใจให้ดูแลบ้านต่อไปนะคะ

-สวัสดีครับป้าใหญ่..

-เข้ามาชมบ้านหลังเก่า...

-ความทรงจำไม่จางหายไปจากบ้านหลังนี้..

-ป้าใหญ่สบายดีนะครับ..

-วันนี้ว่าง ๆ ไปเรียนรู้เรื่องข้าวด้วยกันนะครับ..

 

เขียนเมื่อ 

พี่ใหญ่ขา ชอบมากค่ะ ชอบต้นไม้

น้องDr.Ple../น้องหมออนามัยทิมดาบ../น้องกานดา../น้องชลัญธร../หลานทพญ.ธิรัมภา../น้องอ.นุ../น้องหมอป.../น้องตร.ขจิต../ท่านวอญ่า../น้องปริม../น้อง Tuknarak../น้องหนูรี../น้องครูทิพย์../น้อง Sila../น้องหยั่งรากฝากใบ../น้องมนัสดา../น้องน้อย../น้อง KRUDALA../น้องแผ่นดิน../น้องมดตะนอย../น้องครูวิมลศรี../น้องเขียวมรกต../หลานเพชรน้ำหนึ่ง../น้องคุณแจ๋ว../น้อง Bright Lily

* สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจมอบแก่บันทึกนี้ค่ะ

* น้องDr.Ple..ดีใจจังค่ะที่ชมว่าคุณพ่อหล่อ..ท่านแข็งแรงเป็นนักกิฬาตลอดมา และรักษาสุขภาพกายและจิตสม่ำเสมอ..รู้สึกเหมือนยังอยู่ใกล้ๆไม่ห่างกันเลยค่ะ..

น้องหมอนามัยทิมดาบ..ยินดีมากที่มีความรู้สึกร่วมกันเช่นนี้ค่ะ..ทุกเช้าก่อนมาทำงาน พี่จะเข้าไปกวาดใบไม้รดน้ำต้นไม้ไม่เคยว่างเว้น..ทำแล้วสบายใจมีความสุขมากๆค่ะ

น้องกานดา..ได้เห็นต้นหางนกยูงไทยเมล็ดพันธุ์ที่ให้พี่มาแล้ว ส่วนต้นดอกสีชมพูและเหลืองยังอยู่ในกระถาง รอโตอีกหน่อยจะนำลงดินใกล้ๆกัน

น้องชลัญธร..ขอบคุณที่ชอบบันทึกผูกพันเช่นนี้..พี่เขียนกลั่นมาจากความรักและคิดถึงที่ไม่เคยลืมเลือน.

หลานทพญ.ธิรัมภา..นั่นคือแก่นของบันทึกนี้เลยค่ะ..อยากสะท้อนความกตัญญูที่ลูกทุกคนพึงมีต่อความคาดหวังของพ่อ-แม่..

น้องอ.นุ..ขอบคุณเพลงไพเราะประทับใจที่เลือกมาฝากที่บันทึกของพี่ใหญ่เสมอๆ..มีคุณค่ามากค่ะ..รูปลูกสาว-ลูกชาย เป็นภาพประกอบที่น่ารักมากจริงๆ..

น้องหมอป...ดีใจที่เข้าถึงความรู้สึกนี้ค่ะ..ก่อนเล่าเรื่อง คิดอยู่นานเหมือนกันว่าความผูกพันทีย้อนกลับไปสู่การฟื้นฟูความมีชีวิตชีวาของสถานที่ดั้งเดิมของบรรพชนขึ้นมาอีก จะสร้างคุณค่าเป็นที่ยอมรับกันหรือไม่?

น้องดร.ขจิต..เป็นดอกนางแย้มปีนังค่ะ..กลิ่นหอมอ่อนๆ..เลี้ยงง่ายมาก ชอบแดดและน้ำชุ่ม..ยิ่งตัดแต่งกิ่งยิ่งงาม..ช่วงเดือนนี้จนถึงเดือนมกราคมปีหน้า ดอกจะบานเต็มต้นค่ะ

น้องปริม..ยินดีมากที่เห็นคุณค่าของการดูแลทรัพย์ของบรรพชน เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและความผูกพันในครอบครัวให้ต่อเนื่องไม่ขาดสาย..หลานป้าทั้งสามคน ได้รับการปลูกฝังอุปนิสัยหลายอย่างจากคุณปู่-คุณย่า..ซึ่งพี่เชื่อว่า ถึงจังหวะหนึ่งของชีวิต พวกเขาย่อมพร้อมที่จะรับมอบหน้าที่เป็นผู้ดูแลทรัพย์เหล่านี้ต่อไปค่ะ..

น้อง Tuknarak..มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายราย จะมาขอซื่อที่ดินผืนนี้ โดยวางแผนจะทุบตึกไปทำอาคารพาิณิชย์ เพราะติดกับถนนรัชดาภิเษก..เงินหาใหม่ได้ แต่ทรัพย์ที่มีคุณค่าทางใจนี้ มีที่นี่ที่เดียว..ขอบคุณที่มีความรู้สึกตรงกันค่ะ..

น้องหนูรี..ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากลูกสาวผู้รักและคิดถึงพ่อ-แม่ เหมือนกันเลยค่ะ..พี่ใหญ่ได้อ่านเรื่องเล่าของน้องหนูรี เกี่ยวกับการกลับไปอยู่บ้านที่ถ้ำทะลุ และได้สานต่อความเป็นไปในเรือกสวนไร่ ที่คุณพ่อที่ได้สร้างไว้ให้ลูกๆหลานๆ..น่าชื่นชมมากค่ะ..

น้องครูทิพย์..เป็นบ้านที่โปร่งโล่งมาก..ต้นไม้มีไม่มาก เพื่อลดภาระการดูแลค่ะ

* น้องมนัสดา..บ้านหลังนี้ พ่อ-แม่ ท่านมาปลูกสร้างเป็นหลักแหล่งอาศัย ตั้งแต่ถนนลาดพร้าวยังมีแต่ทุ่งนาเขียวๆ..ออกแบบบ้านโดยคุณอาเขยที่เป็นสถาปนิก สมัยก่อนเป็นชานเมืองดูว่าไกลมาก..พี่ยังจดจำความสุขดีๆที่บ้านนี้ไม่เคยลืมเลยค่ะ.

* น้อง KRUDALA..เป็นความเชื่อส่วนตัวของพี่ว่า..พ่อ-แม่ จากไปแต่กาย..ภูมิภพหน้าที่ไปสถิตย์อยู่นั้น เป็นไปตามบุญและความปรารถนาของท่าน..แต่ตราบใดที่ลูกหลานยังรำลึกบูชาท่าน..และรักษาดูแลที่อยู่อาศัยเดิมไว้คอยต้อนรับเมื่อท่านมาเยี่ยม..ย่อมเป็นการสนองพระคุณที่ยังความสุขอย่างยิ่งค่ะ.

* น้องแผ่นดิน..หากเห็นคุณค่าในตนและสรรพสิ่งอันเป็นต้นรากของสังคมและวัฒนธรรม การปลูกความสุขย่อมงอกงามเบ่งบานในใจของเราเสมอ..เรื่องเล่าของการพาลูกหลานกลับไปสร้างความคุ้นเคยเป็นระยะที่บ้านเกิดของน้องแผ่นดิน คือตัวอย่างหนึ่งของความบันดาลใจเหล่านี้ค่ะ

* น้องมดตะนอย..ชีวิตที่กำลังเริ่มสร้างครอบครัวอย่างมีความสุขของน้องมดตะนอย-น้องเพชรน้ำหนึ่ง นำไปสู่ความดีงามที่เชื่อมร้อยสายสัมพันธ์ของกลุ่มญาติในตระกูลทั้งสองฝ่าย..ขอให้กำลังใจเช่นกันค่ะ

* หลานเพชรน้ำหนึ่ง..ได้ตามไปอ่านการนำพาเยาวชนไปเรียนรู้เรื่อง ข้าว แล้วค่ะ..ดีจังเลยที่ทำให้รู้จักคุณค่าของข้าว ธัญญพืชสำคัญของไทยที่ควรใส่ใจอย่างยิ่ง..

* น้อง Bright Lily..ต้นไม้บ้านนี้ชอบแดด และไม่ต้องดูแลมากค่ะ..เน้นที่ออกดอกมากๆค่ะ..

 

  • น้องรู้สึกซาบซึ้งใจมากค่ะ ในสิ่งที่พี่ใหญ่ปฏิบัติต่อบ้านที่คุณพ่อมอบให้เป็นผู้ดูแล
  • นับว่า พี่ใหญ่โชคดีมากนะคะที่มีโอกาสได้อยู้ใกล้ชิดบุพการี จนทั้งสองท่านสูงวัย และได้รับความไว้วางใจให้ดูแลบ้านให้หลังจากท่านจากไป
  • พ่อของน้องจากไปตอนน้องอายุประมาณ 4 ขวบ และน้องก็ได้อยู่บ้านแม่แค่เรียนจบประถม 4 จากนั้นก็ออกจากบ้านไปเรียน เรียนจบก็ทำงานในจังหวัดที่ไกลแม่ ขอให้ท่านไปอยู่ด้วยหลังเกษียณจะได้มีโอกาสดูแล ท่านก็ด่วนจากไปก่อน (ปี 2527) บ้านของแม่รื้อให้น้องชายคนเล็กไปปลูกในเมือง น้องต้องปลูกดอกบานเย็นที่เป็นสัญลักษณ์ของแม่ไว้ใกล้ตัว เพื่อให้รู้สึกว่าแม่อยู่ใกล้ (น้องเก็บเมล็ดพันธุ์บานเย็นจากบ้านแม่ที่ยโสธร ไปปลูกที่บ้านพักอาจารย์วิทยาลัยครูสุรินทร์ในปี 2520 ที่น้องบรรจุเข้ารับราชการหลังจบปริญญาโท จากนั้นก็เก็บเมล็ดพันธุ์ปลูกต่อเนื่องมาจนปัจจุบันค่ะ)
  • ไม้ดอกที่บ้านมรดกจากคุณพ่อคุณแม่และบ้านของพี่ใหญ่ คล้ายกับที่ฟาร์มมากค่ะ ทั้งแย้มปีนัง (ที่ฟาร์มปลูกที่ป้ายฟาร์ม) บาบุรีดอกใหญ่ (ปลูกที่ทางเข้าฟาร์มด้านขวา) หางนกยูงไทยสีเหลือง สีส้ม และสีชมพู (ปลูกที่ทางเข้าฟาร์มด้านซ้าย) และเฟื่องฟ้า (ปลูกทุกสีในท่อปูนที่เรียงรายตามแนวรั้วหน้าฟาร์ม และในกระถางใกล้บ้านค่ะ) ฯลฯ 
  •  
  • Large_5banyen
  • Large_5banyen
  •  
  • ขอโทษค่ะพี่ใหญ่ ที่ดอกบานเย็นขึ้นมาถึง 2 รูป

น้องผศ.วิไล../น้อง Vittaya Low../น้องวัชรินทร์

* สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจมอบแก่บันทึกนี้ค่ะ

น้องผศ.วิไล..ทุกวันนี้ การที่พี่ใหญ่ ยังได้มีโอกาสดูแลบ้านเรือนของพ่อ-แม่ ทุกวันๆ เป็นความสุขทางใจมากจริงๆ..ไม่เรียกว่าเป็นการยึดติดกับอดีต..แต่เป็นการทำหน้าที่ ตามความรักผูกพันของลูก อันเป็นขนบประเพณีทางโลกนะคะ...

* ภาพดอกบานเย็นงดงาม เบ่งบานในใจของน้องผศ.วิไลและครอบครัว..สะท้อนความรำลึกถึงคุณแม่ผู้จากไปแต่กาย..แต่จิตของท่านยังอยู่ใกล้ลูกเสมอ..พี่ใหญ่เชื่อเช่นนั้นค่ะ..

เขียนเมื่อ 

อ่านหลายครั้งค่ะ..ทุกครั้งติ้นตันใจ..น้ำตาซึม..พร้อมสัมผัสหนึ่งในความสุขที่ยิ่งใหญ่นะคะ.

น้องคุณแจ๋ว

  • สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจมอบแก่บันทึกนี้ค่ะ

  • เป็นความสุขที่ได้ทำหน้าที่ของทายาทผู้ได้รับมอบหมายด้วยความรักและไว้วางใจจากพ่อ..ใจถึงใจไม่จืดจาง..ดีใจจังค่ะที่เข้าใจความรู้สึกเช่นนี้

อ่านแล้วรู้สึกดีจัง...ค่ะ

ประทับใจ ที่ลูกสาวคนโตของบ้านนี้ยังรักษาทรัพย์ที่พ่อแม่สร้างไว้ให้ แม่จะไม่ได้มาอาศัยอยู่ก็ตาม

แต่ไม่ทราบว่า รุ่นหลานจะรู้สึกประทับใจไปด้วยหรือไม่ กับบ้านหลังดังกล่าว


ขออนุญาตบ่นหน่อย...นะคะ

คุณป้านงนาท มีมรดก ที่มีทั้งความรัก และความผูกพัน ที่มีระหว่างพ่อ และลูกๆ โดยเฉพาะลูกสาวคนโต คือคุณป้านงนาท

ส่วนครอบครัวของยุ้ย สิ่งที่น่าจะเป็นมรดกถึงลูกๆ หลานๆ ให้ประทับใจได้ ก็มีเพียงที่ดินทำสวนของแม่ กับ พ่อ


พี่สาว พี่เขย และญาติๆ  มีแต่จะสนับสนุนให้ขายไร่ข้าวโพด  แถมเป็นนายหน้าเสร็จสรรพ พาเถ้าแก่มาดูที่ ต่อรองราคาให้เสร็จ

แต่แม่ไม่ยอมขาย และมียุ้ยนี่แหละ ตัวขวางการขายเลย  ไม่ให้ขาย จะปลูกลำไย


่ยุ้ยโดนญาติๆ ด่า โดนถากถาง ถูกดูถูก ดูแคลนมาโดยตลอดว่าไม่มีทางทำสำเร็จหรอก 

แต่เขาก็ปล่อยให้ยุ้ย และพ่อ กับแม่ปลูกลำไย...ไป

  

ระหว่างนี้ไม่มีพี่ ไม่มีญาติ คนไหน มาช่วยเลย ไม่ว่าจะแรงงาน หรือเงินช่วยค่าใช้จ่ายปุ๋ยยา

แบบว่า จะดูสิ ว่ายุ้ย  แม่ และพ่อ จะมีน้ำอดน้ำทน...ทำกันได้สักแค่ไหน


ผลสุดท้้ายคือ ทำสวนลำไย...ได้สำเร็จ


อยู่มาจนถึงทุกวันนี้  นอกจากยังไม่มาช่วยทำสวน โดยแต่ละคนมีเหตุผลว่า  "ที่จริงนะ...อยากจะมาช่วย แต่ไม่มีเวลาว่างจริงๆ  เพราะต้องทำมาหากินเลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัว...เข้าใจไหม"  

ฟังดูดี มีเหตุผล...จังเลย


ต่อมาไม่ว่าจะเป็น ลุง ป้า น้า อา พี่ๆ ลูก (อ้อ...ลูกยุ้ยยังไม่มี) หลานๆ  (หลานนี่....ไม่รู้ว่า พ่อ หรือแม่ เขาสอนให้พูด และให้มาถามยาย(แม่ยุ้ย)) รวมถึงเพื่อนบ้านใกล้เคียง จะถามเป็นระยะๆ ว่า  

"เมื่อไหร่จะขายสวนลำไยเสียที"  


เหตุผลของพวกเขาคือ 

"พ่อแม่ แก่แล้ว จะทำไปทำไม  เห็นพ่อ เห็นแม่ทำสวนแล้ว น่าจะเหนื่อย เห็นแล้วสงสารมาก  น่าจะขายซะ เอาเงินไปลงทุนทำอย่างอื่นจะได้เงินมากกว่า" 

และอีกคำถามที่พี่ๆ และหลานๆ มัึกจะมาถามยายอยู่เสมอๆ ว่า   "จะแบ่งสวนให้เขาบ้างไหม"


แม่แกพอได้ฟังคำถาม ก็หงุดหงิด แล้วตอบกลับว่า  

"ลูกหลานคนไหน ถ้าอยากได้สวนลำไย ก็ให้มาช่วยลงทำงานสวน  ถ้าไม่มีแรง ก็ส่งเงินมาช่วยค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ค่ายา  และเลี้ยงดูพ่อแม่จนกว่าแก่ชรา และก่อนจะตายจากไป เขาจะแบ่งสวนลำไยให้แต่ละคน...ตามสมควร"  


ก็แค่นั้นแหละ...... 


ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครมาลงงานช่วยทำสวน หรือส่งเงินมาช่วยทำสวนลำไยเลย 

ปล่อยให้แม่ พ่อ และยุ้ย ทำกันเองมาโดยตลอด


ตอนที่ดินแปลงนี้เป็นไร่ฝ้าย : พ่อ กับ แม่ี  เป็นคนทำ  

(พี่สาวออกจากบ้านไปผจญชีวิตลำพัง ไปเป็นพนักงานขายสินค้า)


ตอนที่ดินแปลงนี้เป็นสวนมะขาม : พ่อ กับ แม่  ก็ยังทำกันเอง  

(แม่ต้องขายบ้าน เอาเงินมาช่วย พี่สาวแต่งงานแยกครอบครัว แม่ให้ที่ดิน และสร้างบ้านให้ พี่ชายแยกไปอยู่ส่วนตัว หาทำงานรับจ้างพิเศษ และขอให้พ่อแม่ส่งเงินให้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนมาตลอดจน พ่อแม่รู้ว่าเรียนไม่จบ เลยโกรธ และหยุดส่งเงินให้)


ตอนที่ดินแปลงนี้เป็นไร่ข้าวโพด : แม่ และเด็กหญิง ยุ้ย 

ที่บ้านจนลงมาก :

พ่อต้องออกไปรับจ้างเป็นกรรมกรก่อสร้างรายวัน ปีหนึ่งกลับบ้านหนเดียว ตอนสงกรานต์ 

แม่จึงพายุ้ยมาลงช่วยปลูกข้าวโพด : ด้วยวิธีการขุดหลุมเล็กๆ ทีละหลุม หยอดข้าวโพดหลุมละ 3 เมล็ด (เพราะเราไม่มีเงินจ้างรถไถ่ หรือรถหยอดเมล็ดข้าวโพด หรือปุ๋ย)  

ถากหญ้ากันเอง ป้องกันหญ้าขึ้นรัดข้าวโพด 

ข้าวโพดโตขึ้น ก็ต้องมาเดินเด็ดต้นข้าวโพด ให้เหลือต้นที่แข็งแรงที่สุด เพียงหลุมละต้นเดียว  ด้วยวิธีการก้มเดินเด็ดที่ละหลุม (เดินกันเป็นแ่บบเป็ดเดิน...เลย)


ยุ้ยช่วยแม่ทำไร่ข้าวโพดมาตั้งตั้งแต่.....เริ่มเรียนมัธยมต้น 

ต่อมาแม่บอกจะไม่ให้เรียนต่อมัธยมปลายแล้ว  เพราะพ่อแม่ไม่มีเงิน หนี้สินที่ส่งพี่ชายเรียนก็มีเยอะ 

และืที่สำคัญแม่กลัวว่ายุ้ยจะเรียนไม่จบเหมือนพี่ชาย


ตอนปลาย ม.3  ยุ้ยเลยทะยอยหากิ่งพันธุ์ลำไยมาปลูกแทรกไร่ข้าวโพด  ต่อมาพ่อแม่เห็นดีด้วยจึงปลูกกันอย่างจริงจัง 

 
ดังนั้น "ร่วมด้วยช่วยกัน พ่อ แม่ ลูก"  จึงเิกิดขึ้น และต้องเหน็ดเหนื่อยกันมาจนถึงทุกวันนี้


แม่สงสารเลยอนุญาตให้ยุ้ยเรียนต่อ ม.ปลายได้  แต่เสาร์ อาทิตย์ จะต้องมาช่วยแม่ทำไร่ข้าวโพด ไม่เคยได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ตามประสาวัยรุ่นเลย แม้แต่ครั้งเดียว

(ซึ่งตอนนั้นปลูกข้าวโพดแซมลำไยไปด้วย)


แม่มีเพียงเงินที่พอจะหาให้เป็นค่าขนมได้  ส่วนเิงินเรียนหนังสือไม่มี ยุ้ยก็ทำเรื่องกู้ยืมเงิน กยศ.มาเรียนเอง

จนถึงปัจจุบันนี้ได้เรียนในมหาวิทยาลัย (คณะเทคโนโลยีการเกษตร) กลายเป็นความหวังสุดท้ายของพ่อ และแม่


ยุ้ยหวังว่าวันหน้าจะได้มีโอกาสนำความรู้กลับมาทำสวนลำไย เพื่อที่จะรักษาสมบัติของพ่อกับแม่ และหวังว่าถ้าเป็นไปได้ 

สักวันจะได้เป็นเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล ....อำเภอ ....จังหวัด ยัน....ปลัดกระทรวงเกษตร....ไปโน่น 


ทุกวันนี้ พี่ๆ ญาติๆ แลดูจะไม่ค่อยประทับใจกับสวนลำไยที่ยุ้ยทำ....สักเท่าไร 

คงเป็นเพราะเขากลัวว่า สวนทั้งหมดจะตกเป็นของยุ้ยคนเดียว พวกเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้ส่วนแบ่งสวนเลย 


ไม่รู้เหมือนกันว่า วันข้างหน้า ความรู้สึกประทับใจในทรัพย์สินของพ่อ แม่ จะเกิดขึ้นกับยุ้ยในอารมณ์แบบไหน...?


ขอบพระคุณ คุณป้านงนาท ที่อ่านมาถึงตรงนี้...ค่ะ

หลานสาวน้อยใจดีฯ...

* สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจมอบแก่บันทึกนี้ค่ะ

* อ่านเรื่องเล่าที่น่าชื่นชมในชีวิตที่ผ่านมาของหลานแล้ว ป้าใหญ่เห็นว่าเป็นแบบแย่างที่ดีของลูกหลานที่มีจิตสำนึกอนุรักษ์และสร้างคุณค่าผืนดินของบรรพชนอย่างมุ่งมั่น จนเกิดเป็นรูปธรรมด้านเกษตรกรรมตามกำลังความสามารถที่มีอยู่ค่ะ

* ฐานะยากดีมีจน เป็นเรื่องที่วัดความสุขไม่ได้..เท่าที่ได้ติดตามอ่านบันทึกของหลาน ป้าใหญ่ขอให้กำลังใจในการเดินหน้าต่อไป เพื่อพัฒนาที่ดินเกษตรกรรมผืนนี้ดังที่ตั้งใจไว้นะคะ