หายไปหลายวันค่ะ ...ไม่คาดคิดว่าจะหายไปเป็นอาทิตย์เช่นนี้ ขออภัยทุกท่านโดยเฉพาะคุณศิลา ที่ว่าการ Happy Ba อย่างแข็งขันเพียงลำพังใน G2K ผู้เขียนได้แต่ส่งเสียงถึงกันทางโทรศัพท์ค่ะ และขอบคุณสมาชิก Happy Ba ทุกท่านที่ตอบรับ ร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์กันอย่างน่าปลื้มใจซึ่งคงทำให้คุณศิลามีความสุขเบิกบานไม่ว้าเหว่

ผู้เขียนไปเชียงใหม่มาด้วยภารกิจหลากหลาย ระยะนี้ใครชวนขึ้นเชียงใหม่มักจะไปทันที ไปได้บ่อยๆ เพราะจะได้ทั้งงานและได้ไปเยี่ยมคุณแม่ซึ่งกำลังฟื้นตัวจากการป่วยหนักแม้ขณะนี้จะยังเดินไม่ได้แต่อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

เพราะรักที่เธอ...คุณแม่ และ พี่น้องร่วมอุทร ให้มา ... จึงเป็นห่วง ระลึกถึงคุณแม่ ไปดูแล เยี่ยมให้กำลังใจทั้งคุณแม่ และพี่สาว กับ น้องชายซึ่งดูแลท่านใกล้ชิดทุกวัน

เพราะรักที่เธอให้มา... ที่จริงเป็นชื่อคอนเสิร์ตของ คุณศรีไศล สุชาตวุฒิ ที่ไปจัดแสดงที่เชียงใหม่ และผู้เขียนได้รับความเอื้อเอ็นดูจากพี่ตุ้ม-ศรีไศล ชวนให้ทั้งผู้เขียน พี่สาวผู้เขียน และคนข้างกายไปชม ตั้งแต่ครั้งที่เธอแสดงที่กรุงเทพ แต่ก็ไม่ได้จังหวะแม้จะจัดตั้งหลายครั้งค่ะ ครั้งนี้จัดที่เชียงใหม่ เมื่อ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๕ จึงเป็นโอกาสเหมาะที่จะได้ชม

 

 

ได้ฟังเพลงไพเราะจากพี่ตุ้ม ถึง ๒๒ เพลง พร้อมๆกับผู้คนอีกมากมายที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ อายุห้ามนับ บางคนนั่งรถเข็น บางคนใช้ไม้เท้า บางคนมากับลูกหลาน และมีคนหนุ่มสาววัยทำงานไม่น้อยที่มากัน คอนเสิร์ตจัดในห้องประชุม สวนราชพฤกษ์ที่เป็นสถานที่จัดงานพืชสวนโลกค่ะ ผู้เขียนไม่เคยไปชมคอนเสิร์ตใครเลยในรอบสามสิบปี ปกติไม่ใช่วิถีชีวิตตนเองค่ะ

 

 

ได้ชมคอนเสิร์ต  เพราะรักที่เธอให้มา...ครั้งนี้จึงให้ความรู้สึกพิเศษไม่น้อย นอกจากเพลงและน้ำเสียงที่ไพเราะเป็นเอกลักษณ์ของนักร้องแนวหน้าระดับ ศรีไศล สุชาตวุฒิ แล้วยังได้ข้อคิดมากมายเป็นธรรมะที่พี่ตุ้มสนทนากับผู้ชม

 

หลังจากเสร็จคอนเสิร์ต ผู้เขียนชวนพี่ตุ้ม พี่ต้อม(น้องชายพี่ตุ้ม)และพี่สาวตัวเอง มีคุณนุ่น ลูกน้องของคนข้างกายขับรถพากันไปนมัสการพระธาตุหริภุญไชย ที่จังหวัดลำพูน ซึ่งประจวบเหมาะเป็นฤกษ์ดีที่เขามีงาน สลากย้อม เป็นงานใหญ่ประจำปี พระวัดต่างๆพากันมาร่วมงาน เหล่าประชาชนทั้งใกล้ไกลก็มาร่วมทำบุญถวายข้าวของเครื่องใช้ และประกวดตกแต่งซุ้มของตัวเองกันอย่างสวยงามอลังการ

 

ผู้เขียนมานมัสการพระธาตุหริภุญไชย เป็นครั้งแรก ทั้งๆที่มีคนบอกมาตั้งนานแล้วว่าคนเกิดปีระกานั้นต้องมากราบพระธาตุหริภุญไชย ขอนำภาพมาฝากกัน

 

 

 

จากพระธาตุหริภุญไชย อีกวันยังได้ร่วมเส้นทางบุญกับพี่ตุ้ม ซึ่งพี่ตุ้มตั้งใจจากกรุงเทพมาแล้วว่าจะขึ้นไปนมัสการพระบาทสี่รอย ซึ่งอยู่ไปทางแม่ริม หนทางขึ้นก็ขับรถยากอยู่ แม้ทางดี คนขับก็ควรขับรถชำนาญเพราะบางช่วงโค้งชันและแคบ มีผู้ใจบุญอาสาพาพี่ตุ้มไป ผู้เขียนเลยได้อาศัยใบบุญไปด้วย ไม่มีภาพเพราะกล้องตัวเองแบตเตอรี่หมดค่ะ

ตลอดการร่วมทางไปด้วยกันส่วนมากได้สนทนาธรรม ได้ฟังข้อคิดธรรมะมากมายจากการปฏิบัติจริงของพี่ตุ้มทั้งในการทำงาน การใช้ชีวิตครอบครัว การดูแลบุตรบริวาร เป็นความสุข ความอิ่มเอมที่ได้เสวนากับคนดี มีศีล มีธรรมนั่นเอง ที่จริงผู้เขียนได้มีโอกาสรู้จักและได้รับความเอ็นดูจากเธอก็ด้วยเรื่องของการศึกษาปฏิบัติธรรม เรียกว่ามีจุดเริ่มจากธรรมะ..และดำเนินไปได้ด้วยธรรมะ

พี่ตุ้มกล่าวว่า...ธรรมะให้ปัญญา ให้ความสุข เธอมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าชีวิตนี้ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ชีวิตจะไม่เป็นอะไร เพราะจะยอมรับได้ในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อได้เกิดปัญญาที่เข้าใจลึกซึ้งถึงสัจธรรมของชีวิต และนั่นหมายถึง เมื่อมีปัญหาอุปสรรคใดๆ ปัญญาย่อมเปิดให้เห็นทางออกเสมอ

เมื่อธรรมะทำให้เกิดปัญญา อันนำไปสู่ความกล้า ความมั่นใจในการดำเนินชีวิตที่ดีงามเช่นนี้ ผู้เขียนขอเดินตามเส้นทางธรรมเช่นนี้ด้วยค่ะ

เพราะ...เพราะรักที่เธอให้มา จึงมีโอกาสร่วมพื้นที่ความสุข ที่ไม่คับแคบแค่ความเพลิดเพลิน เสนาะโสตจากเสียงเพลง แต่เป็นความสุขที่ได้รับความเมตตา เอื้อเอ็นดู ได้ปัญญาจากการฟังธรรมะจากผู้ที่แม้ยังต้องข้องแวะในทางโลก แต่ก็สามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า สงบเย็น เป็นประโยชน์ครบถ้วน