พื้นที่ G2K นำพาให้พบเจอคนดีๆ นำพาให้มาพบเจอเรื่องราวดีๆ และสอนให้รู้การแบ่งปันในทางจิตวิญญาณ พร้อมๆ กับการบอกเล่าอย่างเนียนนุ่มว่า แท้ที่จริงนั้น การแบ่งปัน มีสถานะเป็นทั้ง “หน้าที่และความรับผิดชอบ” ที่คนเราต้องทำ หรือหยิบยื่นให้แก่กัน

มีสิ่งใดแล้วไม่ได้ใช้ ก็ถือว่าไร้ประโยชน์

การใช้ที่ว่านั้น  หมายทั้งที่  เราใช้เอง และคนอื่นหยิบจับไปใช้

การเขียนบล็อก (blog) ก็เช่นกัน  ผมเคยถามตนเองอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่เขียนๆ ไปนั้น  ก่อเกิดประโยชน์ในระดับใดบ้าง

  • เป็นเพียงระดับปัจเจกบุคคล (ตัวเอง) ที่หมายถึงการจารึกสู่การเป็นจดหมายเหตุชีวิต  และขัดเกลาความคิดของตนเองเท่านั้น
  • หรือถึงขั้นระดับสังคม อันหมายถึงแผ่อานิสงส์สู่การแบ่งปันเป็นแรงใจ   และ “แรงเหวี่ยง” เล็กๆ ที่จุดประกายให้กับใครซักคนได้หวนคิด และพลิกชีวิตไปกับเรื่องราวที่เราบอกเล่า

 

ครับ-คุณค่าของสิ่งนี้ ถือเป็นหัวใจหลักของการจัดการความรู้โดยแท้  เพราะเริ่มจากการจัดระบบระเบียบความคิดตัวเอง ขัดเกลาสาระบบชีวิตตนเอง สู่การเป็นอาวุธทางปัญญาที่เป็นรูปธรรม แล้วสื่อสารไปยังสาธารณะ-


และจากนั้น สาธารณะอันหมายถึงผู้คนอื่นๆ ทั้งรอบตัวและไกลตัว ก็รับช่วง หยิบจับไปต่อยอด ทั้งโดยตรงและประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบทของเขาเอง 

 

สิ่งเหล่านี้คือภาพสะท้อนเล็กๆ ของการ “พัฒนาตนเอง-พัฒนางาน-องค์กร (สังคม)”  ดีๆ นั่นเอง

 

 

 

กรณีดังกล่าวนี้  ผมได้เริ่มต้นลงมือทำด้วยตนเองบ้างแล้ว  บางสิ่งบางอย่างปรากฏเป็นรูปเป็นร่าง เหมือนเมล็ดพันธุ์ได้หยั่งรากลงในแปลงดินและงอกกิ่งก้าน ชูใบคืนกลับมาหยอกล้อและเสวนากับสายลม สายฝน หรือแม้แต่น้ำค้างและแสงแดด  

 

อย่างกรณีล่าสุด  ผมได้นำบันทึกจากบล็อก (blog) ไปสู่การเป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอนในวิชา “พัฒนานิสิต”  เช่น  เรื่องภาวะผู้นำ  การบริหารองค์กร  การเขียนโครงการ การถอดความรู้  จิตสำนึกสาธารณะ  รวมถึงเรื่องการหนุนเสริมกระบวนการเรียนรู้นโยบายหลักของมหาวิทยาลัยฯ ที่ว่าด้วยเรื่อง “1 หลักสูตร 1 ชุมชน” และ “1 ชมรม 1 ชุมชน”  เช่น  การจัดกิจกรรมในชุมชน  การจัดการความรู้ผ่านกิจกรรมร่วมกับชุมชน เป็นต้น

  

ส่วนเนื้อหาที่ถูกคัดกรองไปเป็นคู่มือ หรือเครื่องมือ (Tools)  นั้น  มีทั้งเรื่องที่ผมผ่านพบสัมผัสด้วยตนเอง  และการเรียนรู้ในเวทีร่วมกับคนอื่นๆ โดยการสนทนาพาที (Dialogue)  หรือแม้แต่การเรียนรู้ผ่านฐานความรู้ที่เป็นบทเรียนและความสำเร็จ (Lessons Learned and Best Practices Databases) อันเป็นข้อเขียนของกัลยาณมิตร หรือบล็อกเกอร์

 

  • ซึ่งข้อเขียนกัลยาณมิตรที่ว่านั้น  มีทั้งที่เป็นบันทึกในบล็อกโดยตรง  และที่เป็นทัศนะในการมาแลกเปลี่ยนผ่านบันทึกหรือบล็อกที่ผมเขียน-

 

ก่อนหน้านั้น  มีคนทักถามผมเป็นจำนวนมากไม่ใช่ย่อยว่า “ผมเรียนรู้กระบวนการถอดบทเรียน-เขียนเรื่องเล่า-วิทยากรกระบวนการ”  ฯลฯ มาจากที่ใด เพราะโดยข้อเท็จจริง  ผมเป็นบุคลากรมหาวิทยาลัยฯ ที่ค่อนข้างอาภัพเสมอมา  เพราะแทบไม่มีโอกาสได้เข้าอบรมเสริมศักยภาพในเรื่องเหล่านี้เลยกว่าได้


ครับ-  ผมตอบฉะฉานอย่างตรงไปตรงมา 

ตอบแบบ “นักเลงลูกทุ่ง”  ที่ออกอาการเปิ่นๆ แต่ปนเปความใสซื่อและหนักแน่นว่า “กระบวนการและแนวคิดทั้งปวง  ผมเรียนรู้มาจาก G2K ล้วนๆ...”

 

แน่นอนครับ ผมพูดความจริง พูดจากก้นบึ้งหัวใจของผมเอง  พูดเพราะเคารพต่อความรู้สึกของตนเอง  พูดเพราะตระหนักคุณค่าและบุญคุณของ G2K ที่มีต่อผมโดยตรง  เพราะผมรู้ตัวเองมาโดยตลอดว่า  การเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ในตัวเองนั้น  ครึ่งต่อครึ่งมาจากการเรียนรู้ในเวทีนี้จริงๆ 

 

และการเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้น  ก็มีทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในมิติของเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent)  แนวคิด หรือโครงการต้นแบบ (Role Model) ในหลายๆ กรณี  โดยเฉพาะเรื่องนวัตกรรมความคิดของนิสิตในวิถีกิจกรรม  การจัดการความรู้ผ่านกิจกรรมนอกหลักสูตร  การจัดการความรักและความรู้ในองค์กรในวาทกรรมเชิงวัฒนธรรม (Culture) ดังว่า  “สอนงานสร้างทีม”  รวมถึงโครงการเชิงรุกในรูปของ “1 คณะ 1 หมู่บ้าน” 

 

 

ปัจจุบันมีวาทกรรมหลายวาทกรรมที่นิสิตและเจ้าหน้าที่หยิบจับไปใช้ในองค์กร  ถึงขั้นโปรยในหนังสือ พูดถึงในเวทีสัมมนา และสกรีนเสื้อใส่  เช่น

 

  • ใจนำพาศรัทธานำทาง
  • เพราะมหาวิทยาลัย เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน
  • ไม่มีที่ใดปราศจากการเรียนรู้
  • ไม่มีที่ใดปราศจากเรื่องเล่า
  • สอนงานสร้างทีม
  • พูดให้ฟัง ทำให้ดู อยู่เป็นเพื่อน
  • จริงจัง จริงใจ
  • ปัญหาเก่าห้ามเกิด ปัญหาใหม่ ไม่ว่ากัน....
  • กล้าคิด กล้าทำ กล้ารับผิดชอบ
  • โลกไม่เงียบเหงา เพราะมีคนให้เราได้คิดถึง
  • ฯลฯ

  

ครับ-การเรียนรู้ใน G2K เป็นเรื่องมหัศจรรย์สำหรับผมอย่างยิ่ง  อานุภาพของมิตรภาพจากกัลยาณมิตรเป็นเรื่องงดงามอย่างเหลือเชื่อ  ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน แต่กลับหลงรักกันและกันผ่านตัวหนังสือและภาพถ่าย  จนผมถึงขั้นหลุดเป็นวาทกรรมประจำตัวว่า “ไม่ใช่ญาติ ก็เหมือนญาติขาดไม่ได้”


ครับ-พื้นที่ G2K  นำพาให้พบเจอคนดีๆ  นำพาให้มาพบเจอเรื่องราวดีๆ และสอนให้รู้การแบ่งปันในทางจิตวิญญาณ  พร้อมๆ กับการบอกเล่าอย่างเนียนนุ่มว่า แท้ที่จริงนั้น การแบ่งปัน มีสถานะเป็นทั้ง “หน้าที่และความรับผิดชอบ” ที่คนเราต้องทำ หรือหยิบยื่นให้แก่กัน

 

  • ท้ายที่สุดนี้  ที่พร่ำพูดยาวเหยียดนั้น ก็เพียงต้องการบอกเล่าแต่เพียงว่า  เรื่องเล่าในบันทึกหรือบล็อกที่ผมอาศัย G2K เป็นพื้นที่ในการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ทางความคิดนั้น  ได้เกิดเป็นพลัง หรือทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) ต่อผมอย่างมหาศาล ผ่านการเสวนาหลากรูปแบบอย่างเป็นมิตร  ทั้งตัวต่อตัว และผ่านอักษรที่กรีดกรายอยู่ในบล็อก

    วันนี้บันทึกหรือบล็อกใน G2K ไม่เพียงทำหน้าที่ในระดับปัจเจกบุคคลเท่านั้น แต่สำหรับผมแล้ว  บัดนี้ผมได้สกัดออกจากโลกเสมือนจริงของความเป็นออนไลน์ ไปเหยียบยืนอย่างสง่าในวิถีการเรียนการสอน และการขับเคลื่อนภารกิจการบริการวิชาการแก่สังคมของมหาวิทยาลัยฯ

 

ขอบคุณครับ...
ขอบคุณพื้นที่คุณภาพอย่าง G2K
ขอบคุณกัลยาณมิตรแห่ง G2K
และสรรพสิ่งอันเป็นความดีงามของการเรียนรู้ ...