๔  สิงหาคม   ๒๕๕๕

เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๓๐  กรกฎาคม  ๒๕๕๕  วันนี้แต่งเครื่องแบบเพราะมีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด  แวะเข้าสโมสรเขต ท่านรองฯ สมมาตร ชิตญาติรายงานเหตุการณ์ตอนไม่อยู่ ๑ สัปดาห์ให้ทราบส่วนใหญ่ก็เรียบร้อยดี  ทราบว่าอาทิตย์ที่แล้วท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการปรำจังหวัดมาใช้สโมสรของเราเป็นที่พบปะสังสรรค์ ซึ่งได้รับการดูแลจากพวกเราด้วยดี ขณะนี้ได้ปรับปรุงระบบ wifi วงใหม่เพิ่มขึ้นจากเดิมมีความแรงหลายแม็กไบด์ จะสะดวกในการทำงานทั้งผู้ปฏิบัติงานและผู้มาติดต่อราชการ ได้สั่งการให้ไปจัดซื้อแทบเล็ตเพิ่มให้ครบจำนวนรองผู้อำนวยการสำนักงานเขต ผู้อำนวยการกลุ่ม และศึกษานิเทศก์ จะได้เรียนรู้เทคโนโลยีพอที่จะบริหารการเรียนการสอนในระบบนี้ได้  การประชุมหัวหน้าส่วนราชการเริ่มเวลา ๐๙.๓๐ น. มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ได้นำเสนอไปตามระเบียบวาระ ส่วนใหญ่เน้นนโยบายช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากอุทกภัยที่ผ่านมา  การปราบปรามยาเสพติด มีภาคเอกชนเสนอข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณน้ำในปีนี้ที่ไหลจากประเทศจีนมาลงแม่น้ำโขง อาจจะท่วมในภาคอีสานได้ ในส่วนของลุ่มเจ้าพระยาก็มีข้อพึงกังวลอยู่มากเหมือนกัน โดยเฉพาะพายุที่ก่อตัวและพลัดหลงเข้ามาจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเหมือนปีกลายก็ได้   เที่ยงกลับไปทานข้าวที่สโมสรซึ่งฝ่ายเลขานุการจัดเตรียมไว้ให้ เป็นอาหารใต้ยอดนิยมคงเห็นไปทานอาหารจีนรสเลี่ยนมาหลายวัน บ่ายประชุมคัดเลือกโรงเรียนที่มีกิจกรรมต่อต้านยาเสพติดดีเด่นประจำปี ๒๕๕๔ ที่ห้องประชุมเล็ก มีโรงเรียนเสนอผลงานเข้ามา ๑๔ แห่ง กรรมการจะจัดจำแนกตามคุณภาพออกเป็น ๒ ประเภท คือ พวกดีเด่น กับพวกดี แต่ยังให้โอกาสพวกดีหากเพิ่มเติมข้อมูลได้ทันก็อาจปรับเป็นดีเด่นได้  เวลา ๑๕.๐๐ น. ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ผอ.สุรศักดิ์  สว่างแสง อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวัดเสด็จ ที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บาง เขต มีท่านเลขาธิการ กพฐ. ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เป็นประธาน ผอ.สุรศักดิ์ สว่างแสง มีชีวิตราชการที่น่าสนใจ เป็นครูและผู้บริหารสังกัดกรมสามัญศึกษา จนมารวมเป็นเขตพื้นที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการระยะหนึ่ง ต่อมาเมื่อมีการอุทธรณ์ก็กลับเข้ารับราชการใหม่ในตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ผมมารู้จักท่านในยุคหลัง เป็นนักพัฒนาคนหนึ่ง มีความสามารถในการแสวงหาทรัพยากรจากต้นสังกัดมาพัฒนาโรงเรียน และเกษียณอายุราชการไปเมื่อปีที่แล้ว  เจอกันครั้งล่าสุดตอนบริษัทชิโน-ไทย ส่งมอบอาคารห้องสมุดให้กับโรงเรียนชุมชนวัดเสด็จเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา  วันนี้ท่านได้อำลาครอบครัว ญาติ มิตรสหายไปสู่สุคติอย่างสงบ เหลือเพียงอุทาหรณ์สอนใจพวกเราให้รำลึกว่า ชีวิตมนุษย์เหมือนสมการ ตอนมาและตอนกลับล้วนเท่ากัน คือความว่างเปล่า ความยุ่งยากอยู่ที่เราพยายามให้ต้นทุนด้านขวามือมากกว่าซ้ายมือ ท้ายสุดธรรมชาติก็เกลี่ยให้เท่ากันทั้งซ้ายและขวาเป็นคำตอบสุดท้าย ส่วนที่เกินคนอื่นเขาก็รับไปแก้สมการชีวิตของเขาต่อ อนิจจัง  ทุกขัง อนัตตา


วันอังคารที่ ๓๑  กรกฎาคม  ๒๕๕๕  เช้านี้ขึ้นทำงานที่ห้องชั้น ๓ ผอ.สิงห์โต แก้วกัลยาและครูโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี นำนักเรียนมาลาไปแข่งขันหุ่นยนต์ที่ฮ่องกง เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันมาแล้วหลายสนาม อีกรายหนึ่งจะไปแข่งขันคณิตศาสตร์ที่สิงค์โปร์ อวยพรให้โชคดีมีชัยกลับมา จนสาย ๆ ลงไปมอบหนังสือของมูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อพัฒนา(EDF) จากประเทศญี่ปุ่น ให้กับโรงเรียนในสังกัด ๒๐ แห่ง ที่ห้องสโมสร มูลนิธิแห่งนี้เคยสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนไปครั้งหนึ่งแล้ว  งวดนี้เป็นหนังสือสำหรับห้องสมุด โรงเรียนที่ได้รับไปจะได้ใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน  เป็นที่น่าสังเกตว่าโรงเรียนประถมศึกษาของเราก็มีห้องสมุดดี ๆ กันเกือบทุกแห่ง ที่ดูหน่อมแหน้มอยู่บ้างก็กำลังปรับปรุงพัฒนา  ที่น่าสนใจ คือ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า นับเป็นความสำเร็จของผู้บริหารโรงเรียนโดยแท้  เที่ยงคุณชุลีพร โชติสุต สพม.๓ แวะมาเยี่ยมเลยไปเลี้ยงข้าวที่ร้านกันเองคลองบ้านพร้าว ไม่ได้ไปอุดหนุนเสียนานจนเจ้าของต่อว่าต่อขานว่าหายไป  ความจริงพักหลังเวลาออกไปทานข้าวข้างนอกไม่ค่อยจะมี จึงสั่งมากินที่ห้องแบบจานเดียวเป็นส่วนใหญ่ เมนูร้านกันเองก็คงเดิม คือ คั่วกลิ้งปลากระทิง (สงสัยเราจะเป็นคู่กรรมกันมาจึงต้องสั่งมากินทุกครั้ง) ต้มยำปลาคัง ปลาช่อนแดดเดียว ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน(แบบไม่ต้องทอด) จบด้วยผัดผัก  เคยพาเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์ มาทานครั้งหนึ่ง ทราบว่าท่านกลายเป็นลูกค้าประจำเหมือนกัน  ท่านอภิชาติ  จีราวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาก็แวะมาอุดหนุนบ่อย บ่ายท่านรองฯ สมบัติ  จันทร์มีชัย แจ้งว่ากระทรวงศึกษาธิการให้โควตาความดีความชอบผู้ปฏิบัติงานยาเสพติดในสำนักงานเขต ๑ คน ให้พิจารณา เขาเสนอเจ้าหน้าที่ที่ช่วยงานสม่ำเสมอตลอดปี ๒๕๕๔ ก็เห็นชอบตามนั้น  กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ เสนอจ้างลูกจ้างชั่วคราวแทนคนเดิม ที่ได้รับคัดเลือกเป็นพนักงานราชการ ก็อนุมัติตามที่เสนอมา 

วันพุธที่ ๑  สิงหาคม  ๒๕๕๕  วันเวลาช่างรวดเร็วประดุจกามนิตหนุ่ม เหลือเพียง ๒ เดือนผู้ที่เกษียณอายุราชการก็จะพ้นจากหน้าที่การงานที่เคยทำหลายปี  หลายคนบอกว่าดีใจจะได้หมดภาระ บางคนบอกว่าใจหายเหมือนกัน เพราะอยู่กันมานานกับระบบนี้  ความจริงคนวัย ๖๐ ปีปัจจุบันยังแข็งแรง รัฐน่าจะมีกิจกรรมอะไรเพื่อใช้ปรนะโยชน์จากผู้ทรงคุณวุฒิกลุ่มนี้ เพราะหลายคนยังรับบำเหน็จบำนาญอยู่ และยังเต็มใจทำงานให้รัฐหากได้รับการร้องขอ  โดยเฉพาะครูผู้สอน ต้องทิ้งลูกศิษย์ให้ร้างครูไปอีก ๑ ภาคเรียน กว่าจะได้คนใหม่มาแทน แต่ก็อีกเหมือนกันมีคนมาบ่นให้ฟังว่า พอจะอาสาเข้าไปช่วยสอนต่อ ปรากฎว่ารุ่นน้องบางคนทำสีหน้าท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์ว่าเกษียณแล้วไม่น่ามายุ่งอีก วงการครูเราก็เป็นเสียอย่างนี้ เลยพากันลำบากตลอดชีวิต ประมาณ ๐๙.๐๐ น.

 เดินทางไปโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี เป็นประธานเปิดการประชุมครูและผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสเกี่ยวกับการสอบ PISA (Programme for International Student Assessment) ที่กลุ่มนิเทศติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา เขาจัดขึ้น เป็นโครงการประเมินผลการศึกษาของประเทศสมาชิก ที่ดำเนินการโดย Organization of Economic Co-operation and Development หรือ OECD มีจุดประสงค์เพื่อสำรวยระบบการศึกษาของนานาประเทศว่าได้เตรียมความพร้อม สำหรับการใช้ชีวิตและการมีส่วนร่วมในสังคมในอนาคตเพียงพอหรือไม่  โดย PISA เน้นการประเมินสมรรถนะของนักเรียนที่จะใช้ความรู้ ทักษะ เพื่อเผชิญกับโลกในชีวิตจริงมากกว่าการเรียนรู้ตามหลักสูตรในโรงเรียน  โดยจัดให้มีการทดสอบสมรรถนะเด็กนักเรียนวัย ๑๕ ปี หรือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ จากทั่วโลก โดยเริ่มโครงการนี้ตั้งแต่ปี ๒๐๐๐ ในปีที่ผ่านมานักเรียนทั้งหมด ๔๗๐,๐๐๐ คน จากโรงเรียนต่าง ๆ ใน ๖๕ ประเทศเข้าร่วมการประเมินเชิงเปรียบเทียบนี้ โดยทุกประเทศจะใช้ข้อสอบชุดเดียวกันและมีการกำหนดพื้นที่ ขนาดโรงเรียนในการสอบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน  PISA มีการประเมินสมรรถนะ ๓ ด้านที่เรียกว่า Literacy ใน ๓ ด้าน คือ การอ่าน (Reading Literacy) คณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) ซึ่งจะวัดความรู้ทั้ง ๓ ด้าน แต่จะเน้นหนักในด้านใดด้านหนึ่งในการประเมินแต่ละระยะ โดยแบ่งการประเมินออกเป็น ๒ รอบ  ได้แก่ รอบที่ ๑ (Phase I : PISA 2000 PISA 2003 PISA 2006) และรอบที่ ๒ (Phase II : PISA 2009 PISA 2012 PISA 2015) การประเมินผลระยะที่ ๑ (PISA2000/PISA2009) เน้นด้านการอ่าน ให้น้ำหนักข้อสอบด้านการอ่าน ๖๐% และที่เหลือด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ อย่างละ ๒๐ %  การประเมินระยะที่ ๒ (PISA 2003/PISA2012) เน้นด้านคณิตศาสตร์ให้น้ำหนักข้อสอบด้านคณิตศาสตร์ ๖๐% และด้านการอ่านและคณิตศาสตร์ อย่างละ ๒๐%  การประเมินระยะที่ ๓ (PISA2006/ PISA2015) เน้นด้านวิทยาศาสตร์ให้น้ำหนัก ข้อสอบด้านวิทยาศาสตร์ ๖๐% และด้านการอ่านและคณิตศาสตร์อย่างละ ๒๐ %   ในแต่ละทักษะ ไม่ได้เน้นเรื่องของการอ่านออกเขียนได้ การคิดเลขเป็น แต่สิ่งที่ PISA เน้น คือ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของโจทย์ที่ซับซ้อนได้   ผลการสอบล่าสุด เด็กนักเรียนเซี่ยงไฮ้ของจีนเป็นกลุ่มที่มีการศึกษาดีที่สุดในโลก ตามด้วยเกาหลี ฮ่องกง-จีน  จีนไทเป ญี่ปุ่น  สิงคโปร์  ที่ล้วนมีคะแนนอยู่ในกลุ่ม ๕ หรือ ๑๐ ประเทศแรกทุกวิชา  ส่วนนักเรียนไทยแสดงผลการประเมินต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนานาชาติทุกวิชาและมีแนวโน้มลดต่ำลงทุกวิชา เมื่อเทียบกับการประเมินครั้งแรก (PISA2000)   โดยผลการประเมิน PISA นี้ไม่เพียงแต่เป็นกระจกที่สะท้อนให้เราเห็นได้ว่าความสามารถของเด็กนักเรียนในประเทศของตนเองนั้นเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่เป็นตัวที่บ่งชี้เรื่องการเรียนการสอนแบบไหนที่เด็กกำลังได้รับ-มิติได้การศึกษา รวมถึงการสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องการพัฒนาและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไปอีกด้วย  จากการประเมินได้ระบุเงื่อนไขและความสำเร็จของประเทศที่พูดภาษาจีนมาจากชาติเหล่านี้ตรวจสอบและปรับปรุงระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง  โดยมุ่งเน้นคุณภาพของครูผู้สอนและปรับปรุงโรงเรียนที่มีผลการเรียนระดับต่ำ  กลับเข้าสำนักงานนั่งทำงานเอกสารจนเย็น 

วันพุธที่ ๒  สิงหาคม  ๒๕๕๕  เช้าแม้จะเป็นวันหยุดราชการแต่ก็เดินทางไปเดอะไพน์รีสอร์ท อำเภอสามโคกเขตติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเปิดโครงการสานสายใยครอบครัว ที่กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา รับภาระจากศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดปทุมธานีมาดำเนินการ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการนี้เป็นระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนสังกัด สพม. เขต ๔ เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ ๔ วัน จึงทำให้กลุ่มเป้าหมายคลาดเคลื่อนไปบ้าง ประกอบกับผู้ดำเนินการเป็นเจ้าหน้าที่ของ สพป. จึงได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนักเรียนแล้ว ผู้ปกครองจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วยแบบเข้าค่าย ใช้เวลา ๓ วัน ๒ คืน ที่อยู่ด้วยกันคาดหวังว่าจะสร้างความรักความเข้าใจของคนในครอบครัว เพื่อเป็นเกราะกำบังให้เยาวชนไม่หันเหไปสู่อบายมุขทั้งปวง โดยเฉพาะยาเสพติด บ่ายเดินทางไปโรงพยาบาลศิริราชเพื่อเยี่ยมนายนิยม วัฒนกุล ลูกจ้างประจำ สพป.ชุมพร เขต ๑ ที่ขึ้นมาผ่าตัดเกือบสองเดือนมาแล้ว  ปรากฎว่า แผลผ่าตัดมีปัญหาเนื้อไม่ยอมเชื่อมต่อกัน  หมอจะต้องผ่าตัดอีกครั้งในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ โดยตัดเอาเนื้อที่ไหล่มาปลูกที่ลำคอเพื่อให้เนื้อเยื่องอกใหม่ไปปิดแผล  เย็นกลับเข้าบ้านอ่านหนังสือจาก e-book ทั้งหลาย เป็นหนังสือกฎหมายและการท่องเที่ยว

วันศุกร์ที่ ๓  สิงหาคม  ๒๕๕๕  เป็นวันหยุดราชการเนื่องในวันเข้าพรรษา จึงพักอยู่บ้าน อ่านหนังสือที่ทิ้งร้างไปนาน เพราะงานราชการมาแย่งเวลาไปหมด  พระราชบัญญัติบริหารบุคคลของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบทั้งเนื้อหาทั้งกระบวนการ เพราะโดยเนื้อหาแล้ว กฎหมายของ ก.พ. ถือเป็นถนนสายเมนหลักที่ข้าราชการประเภทอื่นนำไปใช้ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง  แม้แต่พระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ทาง กทม.  เทศบาล ก็นำไปใช้สำหรับผู้ทำหน้าที่ในสถานศึกษาโดยอนุโลม สัปดาห์นี้มีเรื่องระทึกใจเกิดขึ้นเหมือนกัน กล่าวคือ มีผู้หวังดีโทรศัพท์มาแจ้งกับท่านรองฯ ท่านหนึ่งว่า ชาวบ้านกำลังจะเดินขบวนไปกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับความยุ่งเหยิงในการบริหารงานโรงเรียนแห่งหนึ่ง  ตรวจสอบกันไปมากลายเป็นคนมาจับจ่ายที่ตลาดนัดไป แต่ก็มีข่าวว่ามีการรวมกำลังกันบ้างเหมือนกัน  เมื่อได้ชี้แจงสอบถามก็กลายป็นเรื่องเข้าใจผิดกันไป  ยังไงก็แบ่งหนักแบ่งเบากันไว้บ้างเจ้าพ่อประคุณรุนช่องเอ๋ย แค่นี้ก็เหนื่อยเต็มทีแล้ว  เรื่องครูใหญ่  ผู้ช่วยครูใหญ่ และครู  บางคนบอกว่าเหมือนลิ้นกับฟัน แต่ไม่ได้บอกว่าใครเป็นลิ้นใครเป็นฟัน บางคนก็บอกว่าเหมือนขมิ้นกับปูน สรุปว่าคอยกินแหนงแคลงใจกันได้เกือบทุกเรื่อง ยิ่งเป็นครูใหญ่ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะหันด้านไหนให้ดู พวกก็เห็นช่องโหว่ทั้งนั้น  อย่าหวังให้เขาชมเลย เพียงเขาไม่ด่าก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว  มีคดีไปขึ้นศาลปกครองมาหลายปี แต่ศาลปกครองสูงสุดเพิ่งพิพากษาไปเมื่อปี ๒๕๕๓  เป็นเรื่องที่ครูน้อยเห็นครูใหญ่บริหารการเงินไม่โปร่งใส จึงร้องเรียนไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ให้มาจัดการครูใหญ่  คนเราลงว่าได้ลุยกันขนาดนี้ย่อมยากที่จะมองหน้ากัน วันดีคืนดีก็ออกมาลุยกันเสียทีหนึ่ง  จนท้ายสุดผู้บังคับบัญชาก็ตัดสินใจย้ายครูน้อยออกไปสอนที่อื่น  ครูน้อยก็ฟ้องศาลว่าตัวเองรักษาประโยชน์ให้แผ่นดิน กลับมาถูกย้าย เจ้านายใช้ดุลพินิจไม่เป็นธรรม  จึงนำคดีมาฟ้องศาลปกครอง ศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัยว่า การที่อธิบดีได้สั่งย้ายผู้ฟ้องคดีโดยได้รับความเห็นชอบจาก อ.ก.ค.กรม ประกอบกับได้พิจารณาถึงความเหมาะสมตามกรอบอัตรากำลังทั้งโรงเรียนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่กับโรงเรียนที่จะย้ายผู้ฟ้องคดีไปปฏิบัติหน้าที่ เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยขั้นตอนและวิธีการอันเป็นสาระสำคัญแล้ว และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้บริหารโรงเรียนอันเนื่องมาจากการร้องเรียนผู้อำนวยการโรงเรียนและได้มีการร้องต่อสื่อมวลชนจนมีการฟ้องร้องเป็นคดีความระหว่างผู้บริหารโรงเรียนกับผู้ฟ้องคดี  กรกณีย่อมเห็นได้ว่า การบริหารงานโรงเรียนย่อมมีปัญหาจากความไม่เข้าใจกัน  ซึ่งส่งผลต่อการบริหารจัดการและการเรียนการสอนภายในโรงเรียน และเมื่อการออกคำสั่งย้ายได้พิจารณาอัตรากำลังข้าสราชการครูแต่ละโรงเรียน ประกอบกับการย้ายถือเป็นคำสั่งทางการบริหารเพื่อให้การบริหารจัดการองค์กรเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล  เมื่อองค์กรมีปัญหา อันจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานโดยรวมขององค์กรและเพื่อให้การบริหารโรงเรียนสามารถดำเนินงานต่อไปได้  ถึงแม้จะมีการดำเนินการทางวินัยต่อผู้ฟ้องคดีและผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว แต่คู่กรณียังมีการฟ้องร้องเป็นคดีอาญา ความขัดแย้งภายในโรงเรียนจึงยังคงมีอยู่  ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (อธิบดี) ได้เลือกใช้มาตรการในการออกคำสั่งย้ายผู้ฟ้องคดีจึงถือเป็นการกระทำที่จำเป็นเหมาะสมพอสมควรแก่เหตุแล้ว  อีกทั้งการย้ายข้าราชการเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาโดยตรง ซึ่งแม้จะไม่มีคำร้องขอย้ายก็สามารถพิจารณาย้ายข้าราชการเพื่อความเหมาะสมในการบริหารองค์กรได้  คำสั่งย้ายผู้ฟ้องคดีจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย (อ.๒๖๓/๒๕๓๓)  คดีนี้เป็นบรรทัดฐานที่ดีสำหรับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า  การมีคำสั่งย้ายข้าราชการเป็นดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาซึ่งจะต้องพิจารณาตามความเหมาะสมและความจำเป็นเพื่อให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในงานตามหน้าที่ และหากการใช้อำนาจเป็นไปในลักษณะดังกล่าว ย่อมเป็นการใช้อำนาจไปโดยชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ยังเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับข้าราชการ โดยเฉพาะ "ข้าราชการครู" ว่าการเกิดข้อโต้แย้งหรือคอยจับผิดจนเกิดการร้องเรียนกล่าวหาระหว่างกัน นอกจากจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีในสายตาของเด็ก เยาวชนและผู้ปกครองแล้ว ยังอาจส่งผลไปถึงสถานะและตำแหน่งหน้าที่อีกด้วย  ดังนั้น ควรร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีกับโรงเรียนดีกว่า อีกทั้งผู้บริหารจะต้องมีความสุจริตเที่ยงธรรมในการบริหารงานเป็นเกียรติเป็นศรีแก่หน่วยงาน

 

กำจัด  คงหนู

 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต ๑