เมื่อผู้ป่วยระยะสุดท้ายของชีวิต...ที่ผมและทีมงานออกไปให้กำลังใจและทำหัตถการตามกำลัง...จากพวกเราไป

ผมยังรู้สึกเสียใจเช่นเดิม...แม้วัยของผมได้ผ่านการพลัดพรากจากคนที่เรามีความผูกพัน...มาหลายครั้งก็ตาม

ในความเสียใจผมยังมีความดีใจว่า...ตนเองยังมีชีวิตอยู่...เพราะเรายังรู้สึกรู้สมรู้สากับการพลัดพราก

มันเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนตนเองเสมอว่า...ณ  เวลาที่เรามีชีวิต...ผมมีความสุขกับการใช้ชีวิต

และมีมุมมองต่อโลก...ในการให้ความรักกับคนที่อยู่ตรงหน้าผมเสมอ...

เพราะเราจะพลัดพรากจากกันยามใดก็ไม่อาจหยั่งรู้...

 

ผมแอบชอบคำพูดของ “ท่านอาจารย์กระปุ๋ม...เล่าให้พวกเราฟังในเวที R2R…เมื่อท่านต้องลากิจลางาน

ไปทำงานที่ตนเองรัก และช่วยประโยชน์ให้เกิดเป็นแรงกระเพื่อมกว้างในแผ่นดิน...ท่านบอกว่า

มีคนถามมากมายว่า ทำไมต้องลากิจไป...เพราะการลากิจมีผลต่อการนับวันเวลาในอายุราชการ

อาจารย์เพียงบอกว่า...ยังไม่รู้เลยว่าชีวิตจะได้อยู่ตอนเกษียณหรือเปล่า?

ผมจำได้ว่า...เมื่อได้ยินคำตอบนี้...หัวใจผมเต้นตุ๊บตั๊บ...ตุ๊บตั๊บ...เหมือนกด like ให้อาจารย์ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

 

คุณยายท่านนี้...ป่วยเป็นไตวายระยะสุดท้าย...แพทย์ให้กลับมาบอกลาชีวิตครั้งสุดท้ายที่บ้าน

วันที่คุณยายจะจากไป...ผมบอกกับพี่ที่เป็นลูกสาวคุณยาย...พี่คนนี้เป็น อสม. และเป็นหมอนวดที่อนามัยด้วยว่า...

ให้ลูกๆ และหลานๆ ทุกคน...มาขมาคุณยาย...มาขอบพระคุณคุณยาย

และจดจำความรัก และความผูกพัน…

มาโอบกอดกันและกัน….

อยากพูดอะไรก็ควรจะพูดไป...ถ้าไม่ได้บอก อาจจะเสียใจไปตลอดชีวิต....

 

*นับเป็นบันทึกที่เยียวยาชีวิตของผม...ที่มีคุณค่ามากมาย...

 

 

ถังออกซิเจนที่คุณยาย...ไม่ต้องใช้ประคับประครองลมหายใจของตนเองแล้ว...

 

 

หลานสาวคนสุดท้ายของยาย...ครั้งสุดท้ายของยาย...การเริ่มต้นใหม่ของอีกหนึ่งชีวิต...

 

 

ผมเพิ่งรู้ว่า...การสวดพระอภิธรรม...ต้องจุดธูปเทียน 3 ครั้ง...

 

 

หมู่บ้านที่นี้...จะเปิดฝาโลง และมอบดอกไม้จันท์บนร่างคุณยายเลย...

 

 

เหรียญโปรย..กัลปพฤษณ์...สร้างความสนุกสนานคลายทุกข์ให้กับผู้ร่วมงาน และญาติ....

 

 

ปราสาทผึ้ง...ของคุณยาย...คุณยาย...และหลาน...ที่เสียชีวิตแล้ว...ญาติๆ จัดงานอุทิศส่วนกุศลให้พร้อมกัน

 

 

 

ความงดงามของปราสาทผึ้ง...ให้ผู้ตายได้อาศัยบนสรวงสวรรค์

 

 

 

ศาลเพียงตา...ข้างบนสุดจะวางพระพุทธรูป...ชั้นกลางจะวางอิฐผู้ตาย...ให้สรงน้ำ..