เวลาประมาณหนึ่งโมงเช้ากว่า ๆ...ผมถึงนครหลวงเวียงจันทร์

ซึ่งอยู่ห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมืองประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร

เมื่อผมนั่งอยู่บนรถ...ผมตกใจนิดหน่อย เพราะประเทศลาวขับรถไม่เหมือนเรา

บ้านเรา....คนขับอยู่ด้านขวา...ขับบนถนนฝั่งซ้าย

ประเทศลาว...คนขับอยู่ด้านซ้าย...ขับบนถนนฝั่งขวา

ตอนแรก ๆ หวาดเสียวมาก เพราะกลัวรถ "ตำ" กัน

(ที่ลาว ไม่มีรถชนกัน...)

 

 

สัญญาณไฟจราจรที่คนลาวเรียก...

ไฟแดง = ไฟอำนาจ

ไฟเหลือง = ไฟวัดดวง

ไฟเขียว = ไฟสลายตัว

คนลาวใช้คำง่าย ๆ และเข้าใจง่าย ๆ

ที่น่าสังเกต คือ การทำประกันภัยรถ ยังต้องนำเข้าจากประเทศไทย

 

 

รถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่นำเข้าจากไทย

ส่วนรถยนต์ส่วนใหญ่ นำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้

ซึ่งรูปทรง และรูปแบบน่ารักมากครับ

 

ป้ายทะเบียนรถ...

สีเหลือง = รถส่วนตัว

สีน้ำเงิน = รถข้าราชการ และรัฐบาล

สีขาว = รถรับจ้าง

สีแดง = รถป้องกันประเทศ ตำรวจ ทหาร

 

 

ผมลองเก็บข้อมูล และ R2R เล็ก ๆ ที่นครหลวงเวียงจันทร์

เกี่ยวกับพฤติกรรมการขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ และรถยนต์

พบว่า...

- ผู้ขับขี่ และผู้ซ้อน รถมอเตอร์ไซด์ จำนวน 10 คน สวมหมวกกันน๊อค 9 คน

คิดเป็นร้อยละ 90

- ผู้ขับรถยนต์ และผู้นั่งด้านหน้า จำนวน 10 คน คาดเข็มขัดนิรภัย 1 คน

คิดเป็นร้อยละ 10 (ดูเป็นร้อยละจะน้อยมาก)

ผมอภิปรายผลร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกกับคนลาว จำนวน 3 คน

บอกตรงกันว่า ประเทศลาวเข้มงวดกับการใส่หมวกกันน๊อคมาก

(หมวกกันกระทบ คนลาวเรียกอย่างนั้น เห็นแก่หัว แต่ไม่เห็นแก่ตัว)

กฏหมายที่นี้มีบทลงโทษมาก รวมถึงการทำผิดด้านอื่น ๆ เช่น ขโมย ฆ่ากัน และข่มขืน ดังนั้น จึงพบผู้ที่ทำความผิดน้อยมาก

 

 

สภาพรถมอเตอร์ไซด์ทั่วไป

ส่วนใหญ่สั่งเข้าจากประเทศไทย

ราคาจึงแพงมากกว่าประเทศไทย

 

 

ผมลองเก็บข้อมูล R2R อีกครั้ง

กับการใช้เครื่องลางของขลังกับรถทุกประเภทในนครหลวงเวียงจันทร์

จากรถยนต์ 5 คัน

รถมอเตอร์ไซด์ 8 คัน

รถโดยสาร 4 คัน

รวมเป็น 17 คัน (อยากไปเก็บที่บริเวณนักขับเครื่องบินด้วย แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าไปครับ)

พบว่า ทั้ง 17 คัน มีเครื่องรางของขลัง เพื่อให้โชคดีในการขับขี่ และเป็นศิริมงคล

มีตั้งแต่ดอกไม้ ใบไม้ ข้องน้อย  นำเต้า ยันต์ สายสิญจน์ ธนบัตร และพระเครื่อง

ซึ่งพบว่า เป็นพฤติกรรมความเชื่อที่ไม่แตกต่างกับคนไทย