1. พักหนึ่งแล้วหล่ะที่ผมเห็นองค์กรทั่วไปพูดถึง "ความผูกพันธ์ของพนักงานต่อองค์กร หรือ Employee Engagement" ประมาณว่าสำคัญมากๆ..เพราะอะไรครับ แน่หรือครับ พนักงานของคุณที่กำลังทำงานอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย ดูจริงจัง..ในใจคิดอย่างนี้อยู่ "เอาหล่ะ ทำให้เต็มที่อีกเดี๋ยวก็ได้ไปอยู่ที่อื่นแล้ว"..แล้วหลังจากที่คุณทุ่มเทให้เขา..เขาก็ออกไปสร้างอะไรดีๆให้องค์กรอื่นๆ..มีการพูดถึงความสูญเสียจากเรื่องนี้มากๆครับ..ทำไมครับ..ก็ยังเป็นเรื่องใหม่อยู่ ก็มาจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ไม่ได้รับความสำคัญ..งานไม่น่าตื่นเต้น..สาระพัดจะเหตุผล..เรียกว่าคุณเรียน MBA สองปี..ความรู้แทบไม่พอครับ..เคยเจอบางที่เพิ่มยอดขายสามเท่า...แถมอีกมุม..มีคำว่า Employee Enagagement คนต้องผูกพันธ์ด้วย..นี่แหละครับ..ทำไงเป้าหมายมากขึ้นสามเท่า แต่คนก็อยากอยู่สู้ อย่างเต็มใจอย่างผูกพันธ์..
2. นึกถึงหนังสือครับ...หนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Employee First Customer Second..เขียนโดยคนอินเดีย..ตีพิมพ์โดยมหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด (ที่หนึ่งของโลกเรื่อง MBA)..สุดๆแล้วครับ..พูดถึงบริษัทที่ตกต่ำ..แต่ CEO จับจุดได้ว่า..เวลาลูกค้าชอบ..ก็ชมพนักงานของเขานี่แหละ..จะเกลียดก็ด่าพนักงานของเขานี่แหละ..ดูทุกอย่างอยู่ที่ "พนักงาน"..ไม่ใช่ตึกหรูๆ หรือยี่ห้อดีๆ..ว่าแหล้วบริษัทนี้ก็ตั้งต้นครับ..พัฒนาทั้งด้านความรู้และกำลังใจให้พนักงานเป็นอันดับแรก..เน้น เรียกว่ากลับหัวกลับหางกับที่เราเชื่อกัน..คือในทาง MBA ที่เรียนกันอยู่เรามองว่า Customer Comes First ครับ..ลูกค้ามาก่อน. ครับ.ได้ผล อยู่ดีๆ..บริษัทก็โตเอาโตเอา..โตเร็วที่สุดในโลก เป็นบริษัท ไอทีของอินเดียที่สำนักคิดด้านการจัดการของโลกต้องจับตามอง..

ผมกับลูกศิษย์นั่งคิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจ..เอามาทำ AI Project กัน..แต่เราจะใช้อะไรหล่ะ..มานั่งตรึกดูก็ Happy 8 ของ "สสส." ไง..ผมว่าดีครับ..มนุษย์เราต้องสุขตั้งแต่ใจ ครอบครัว เงิน สมอง จิตใจ วิญญาณ..มาโน่น..เลยคิดกันว่าถ้าเราทำให้คนองค์กรมีความสุขได้ก็จะเกิดภาวะ Employee Engagement ได้เอง..ผมว่าสิ่งที่สสส.คิดไว้ดีมากๆครับ..ตอบโจทย์ได้หลายเรื่อง..เอาง่ายๆ...นี่เจอทุกโรงงาน..หนี้นอกระบบครับ..เป็นหนี้แบบบ้าคลั่งจะมีกะจิตกะใจอะไรครับ...ผมว่า Happy 8 ถึงแม้จะดูง่ายๆ..แต่ละเอียดกว่าหนังสือเล่มนี้ ลุ่มลึกกว่า..
3. เราเลยสร้างแนวคิดครับ..
คนในองค์กร มี Happy 8 ก็จะทำให้เกิดความผูกพันธ์ในองค์กร (Employee Engagement)....ไปเอง
4. ผมเคยทำเวิร์คช๊อบ Happy 8 มาสองสามปีแล้ว โดยใช้แนวคิด Happy เป็นโจทย์แล้วถามแบบ AI..ลูกศิษย์ก็ลองเอาแนวคิด Happy 8 ไปทำจริงในองค์กร..ได้ผลดีในช่วงที่ทำครับ..เขามีสองสาขา..เป็นรีสอร์ทโคราชกับอุดร..แต่ทำไมสาขาโคราชคนลาออกบ่อยจัง..เข้าไปทำ Happy Society (หนึ่งใน Happy 8 คือสังคมดี) ...เจอว่าที่อุดรคน Happy ตั้งแต่แรก เพราะ..เข้าไปแล้ว..รุ่นพี่จะค่อยๆปล่อยงาน สอนงาน..ให้กำลังใจดี..เอ๊าน้องทำนี้ก่อน..เดี๋ยวค่อยขยับไปทำอีกขั้น..คนใส่ใจรุ่นน้องมากๆ..ส่วนที่โคราช..เอ๊า เอานี่ไปทำ.แน่เร๊อ...ทำได้รึเปล่า...ประมาณลองดี...ข่มขวัญแต่แรก..ปรากฏว่าอยู่ไม่นาน..ไม่อบอุ่นแล้ว..ออกดีกว่า..นี่ไงแค่เรื่องเดียว..
เรายังเจออีกหลายมุม ที่นำเอามาพัฒนาเป็นนโยบายต่อได้ครับ...ไปเจอเรื่องเงิน..Happy Money..ภูมิใจมากๆ..ลูกจะจบม. 6 แล้วจะเอาไปต่อกฏหมายที่ม.เอกชน แห่งหนึ่งในภาคอิสาน..ครับ..ติดหนี้แน่พี่..จมดิ่งเลย..เราเลยจัดโครงการแนะแนวการศึกษาคนงาน เพื่อลดหนี้ในอนาคต..ครับ..จะเรียนกฏหมาย.."ราม" เลยครับ..ที่สุดแห่งหนึ่ง หน่วยกิตละ 25 บาท..คุณไม่ติดหนี้แน่นอน..แถมจบไปกว้างขวางเครือข่ายเพียบ..มากกว่ามหาลัยเกิดใหม่ที่ลูกจ้างคุณจะติดหนี้ ติดบ่วงไปอีกนาน..
นี่คือ R2R แนว AI แบบง่ายๆ..เล่นกันที่ความสุขเลยครับ..เพราะความสุข ความทุกข์เป็นสิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน..(Routine) เอามาทำวิจัย Routine to Research (R2R) ได้เห็นๆ
เพิ่มเติมนิดส์นึงครับ..Happy 8 นี่เราไม่ได้เน้นเชิญวิทยากรจากภายนอกไปเล่าให้คนข้างในฟังครับ..หากแต่เราใช้การตั้งคำถามเชิงบวก เช่น Happy Money ก็บอกว่า..."พวกเราแต่ละคน ช่วยเล่าประสบการณ์ที่ดีที่สุด เกี่ยวกับเรื่องเงิน..ไม่เอาประเภทถูกหวยนะ..." จากคำถามดีๆ..เราจะดึงความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge)..ออกมาจากแต่ละคนได้..แล้วเราก็พาเขาคิดว่า..เรื่องดีๆ..ของใครน่าเอาไปต่อยอด..ที่สุดก็จะพัฒนาเป็นโครงการ กิจกรรมนโยบายแล้วลองวัดผลกันต่อไป
เพิ่มอีกนิดส์จริงๆ...ผมเอง..ไม่รู้ว่าใครคิดมาก่อนไหม.ความสุข..ของคนเอามาทำวิจัยได้ครับ..แทนที่จะเป็น Routine-to-Research (R2R) อาจพัฒนาเป็น Happiness-to-Research (H2R) อีกสาขาหนึ่งได้เลยครับ..
คุณล่ะ คิดอย่างไร

H2R ก็ดีนะคะ จากความสุข สู่ research