นศ. จบเมืองไทย แต่พูดอังกฤษดีกว่า อาจารย์จบเมืองนอกก็ยังมี

 กลุ่มวิจัยของผมอาจเป็นกลุ่มวิจัยที่ "กระแดะ" ที่สุดในประเทศก็เป็นได้ เพราะพูดกันด้วยภาษาอังกฤษ กลุ่มนี้ประกอบด้วย นศ. ปริญญาเอก 7 คน นศ. ปริญญาโท 3 คน ขณะนี้ทำงานวิจัยวิทยานิพนธ์ด้าน การเพิ่มปสภ.กังหันลม (3คน)  การเพิ่มปสภ.การอบแห้งข้าวเปลือก (3)   การระบายอากาศในอาคารด้วยวิธีธรรมชาติ (1)  การเผาถ่านให้มีปสภ.สูง (2)  การกลั่นน้ำให้มีปสภ.สูง (1)   และยังมีนักวิจัยปริญญาเอกอีกสองคน โทหนึ่งคน  คือ ระบบปล่องลมแดด (2)   กังหันลม (1) ...รวมทั้งหมดในกลุ่มเรามีกัน 13 ชีวิต (รวมผมเป็น ๑๔)

 

 

ที่ผ่านมาประมาณ ๕ ปีแล้วผมกำหนดให้มีการประชุมกลุ่มทุกสัปดาห์ ให้มีการนำเสนอบทความวิจัยสัปดาห์ละ 2 เรื่อง โดยคนสองคน ...หลักการคือให้ไปอ่านบทความวิจัยในกรอบของตนมา..แล้วเอามานำเสนอผมให้เห็นชอบ เมื่อผมเห็นชอบแล้ว ก็ให้นำบรรยายเสนอต่อกลุ่มในรูปแบบของการบรรยายทางวิชาการ ..เป็น “ภาษาอังกฤษ”

 

การซักถาม..หลังการบรรยายก็ต้องเป็นประกิดด้วย โดยผมมักต้องถามนำ คาดคั้นกว่าพวกเขาจะกล้าถามกัน ตอบกัน เป็นประกิด

 

 

แรกๆ...นศ...นักวิจัย...”เขิน”  บรรยายกันตะกุกตะกัก ....2 ปีผ่านไป ผมสังเกตว่ามันคล่องกันมากขึ้นแบบ “เหลือเชื่อ”  นศ. จบเมืองไทย แต่พูดอังกฤษดีกว่า อาจารย์จบเมืองนอกก็ยังมี

 

มันเป็นกลุ่มวิจัยที่ “กระแดะ” มากจริงๆ ทั้งที่ผมเองก็นิยมไทยสุดๆ ภาษาต่างด้าวไม่จำเป็นผมไม่พูดและหรือเขียนให้เสียจริตหรอก

 

ผมสอนนศ.ผมขนาดว่า ให้ใช้เวลาว่างระหว่างนั่งส้วม ฝึกพูดอังกฤษ โดยมี talking dic อยู่ข้างตัว ...มันน่าจะได้ผล เพราะนศ.ผมเมื่อก่อน จบรร.มัธยมโคกมะแว้งกันเป็นส่วนใหญ่  แต่วันนี้พวกจบ abcu ดังๆ รับรองว่ามองไม่เห็นฝุ่นนศ.ผมก็แล้วกันในเรื่องการเว้าประกิด ทั้งสุ้มเสียง สำเนียง ใช้ได้มากเลย

 

การทำกิจกรรมแบบนี้เราได้หลายต่อ เช่น ได้รับทราบผลงานวิจัยจากต่างชาติ ได้ภาษาอังกฤษ ได้ความมั่นใจในตนเอง (เด็กผมเวลาไปนำเสนอผลงานวิจัยที่ไหน กวาดรางวัลดีเด่นกันระนาว)  ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามสาขา (กังหันลม..อบแห้ง..ระบายอากาศ..กลั่นน้ำ..เผาถ่าน) ...ซึ่งเป็นการถ่างวิสัยทัศน์ (widen the perspective) ของแต่ละคน..ที่จะสะสมเป็นปู๋ยทางวิชาการให้ "เด็กๆ" พวกนี้เจริญงอกงามเป็นกำลังวิจัยของชาติสืบไป (แถมยังมีภูมิคุ้มกัน คือรู้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าปกติ โดยไม่ต้องไปเรียนเมืองนอกให้เสียงบประมาณชาติ)

 

นศ. ไทยส่วนใหญ่ไปเรียนเมืองนอก จบเมืองนอก แต่ดจร. กระแดะทำเป็นพูดไทยไม่ซัด   ทั้งที่ไม่เคยเสนอผลงานเป็นภาษาอังกฤษสักครั้ง    แต่นศ.ผม กว่าจะจบเอกในเมืองไทยได้  (ใช้เวลา ๕ ปี) ต้องนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ 60 ครั้ง (แล้วมันจะไม่เก่งได้งัย ทั้งภาษาและวิชาการ)

 

...คนถางทาง (๔ พค. ๒๕๕๕)