ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน มีความไม่สมเหตุสมผล ไปจนถึงความไม่ถูกต้องมากมาย

ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน มีความไม่สมเหตุสมผล ไปจนถึงความไม่ถูกต้องมากมาย   แต่บางทีก็มองไม่เห็น  เห็นแต่ของคนอื่น  ทำนองเรื่องเพื่อนรู้ดีจัง พอเรื่องของตนเองบ้าง ไม่ค่อยจะรู้เรื่องสักเท่าไร  กลายเป็นตัวเองก็เอาตัวไม่รอด

เริ่มวันใหม่ ก็เริ่มด้วยความไม่ถูกต้อง เช่น ตื่นสาย ใช้ยาสีฟันไม่เป็น   ล้างหน้าแล้ว เอายาสีฟันบีบจากหลอด  ใส่มันเสียเยอะเกิน แหย่เข้าปาก อ้าปากกว้างเกิน ก็ร้องโอ๊ก ๆ ให้ชาวบ้านรำคาญใจ   ออกจากบ้านไปทำงาน แทนที่จะบอกเมียบอกลูกสักคำ ก็ออกไปเฉยๆ  ไม่พูดไม่จา  ก็น่าสงสารไปอีกแบบ  ไปถึงที่ทำงาน แทนที่จะลงปฏิบัติการอะไรสักอย่าง ก็เอะอะโวยวาย เห็นอะไรไม่ถูกใจตัวเองก็ด่า ซุบซิบนินทาไปทั่ว  ไม่ทันถึงเวลาเลิกงาน ก็กลับก่อน  นอนกรนหรือไม่  ปากเหม็นหรือไม่ รักแร้เหม็นหรือไม่  ก็ไม่เคยถามเมีย หรือสามี พอไปที่ทำงาน ก็เป็นที่รำคาญรังเกียรติของเพื่อนอีก  

เย็นกลับบ้าน แทนที่จะทักทายเมีย งัดข้อหรือเล่นกับลูกเล็กๆ  ก็ไม่เป็นอีก (ต้องอ่านเรื่องพ่อแม่รังแกฉัน ที่ผมเขียนไว้  อาจจะเป็นที่มาของพฤคิกรรมเหล่านี้ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/484227 )  สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ก็หามรรยาทในบ้านไม่ได้อีก

ที่สำคัญ และไม่ค่อยรู้จักกัน ก็คือ การกิน  บ่นว่าอ้วน ทุกวัน แต่ก็กินจัง เห็นอะไรก็อร่อยไปหมด  ถ้าลดลง ๆ มันก็ผอมเอง  เขาบอกให้กินครบอาหารห้าหมู่ แต่พอเห็นขาหมู แล้ววิ่งเข้าใส  แล้วจะให้ไม่อ้วนได้อย่างไร  ผักปลอดสารพิษ มีไว้ให้เลือกซื้อ ก็บอกว่าแพง  ทั้ง ๆ ที่มีแรงซื้อ ก็ไม่ซื้อหามากิน   ใบกระถิน ผักหญ้า (หญ้าหวาน) ก็ไม่เคยคิดหามาปลูก แม้จะมีเวลาในวันหยุด 

ยิ่งสภาพ ความโลภ โกรธ หลง ขี้อิจฉา ที่ทุกคนก็รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง       แต่ตัวเองก็ไม่เคยรู้ตัวว่าเป็นอย่างไร  ก็น่าสงสารไปอีกแบบ

ความไม่ถูกต้องในเรื่องทั่ว ๆ  ไป  และอาหารการกิน จึงเป็นที่มาของโรคเครียด  ไปจนถึงโรคไม่ร้าย และโรคร้าย ที่ต้องพึ่งหมอ หรือไม่ก็รอความตายเพราะความเป็นอยู่ที่ไม่ถูกต้องของตัวเอง