รักเรามันคงจะเป็นอย่างนี้ เพราะมีกันอยู่สองคน

ฝนที่ตกลงมาปรอยๆ ทำให้เราตัดสินใจที่จะนั่งดูนก ดูสัตว์ ในที่กำบังที่นี้ แทนที่จะออกไปเดินแอบมองหานกดังเคย ณ ป่าสงวนชายเลน Sungei Buloh Wetland Reserve

.

.

เสียงน้ำที่แตกกระเซ็น ดึงความสนใจของเราไปที่ปลาตีน (mudskipper) คู่หนึ่งที่กำลังต่อสู้กันอยู่ในแอ่งน้ำ  ดุเดือดพอสมควร…มีการกางครีบขู่กันด้วย คำว่า..โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ…นี่ใช่เลย

 

.

ดูทั้งสองฝ่ายหน้าตาบึ้งตึง ฝ่ายแม่บ้าน (ตัวสีอ่อนกว่า) ผลักให้พ่อบ้าน (ตัวสีเข้ม ) เข้าไปคุยกันในบ้าน (หลุม) กะจะจัดหนัก แบบเต็มๆ...ทะเลาะกันในที่สาธารณะอายคนอื่นเขา..

.

ตอนนี้ตัวแม่บ้านลดครีบที่กางลงแล้ว คาดว่าอารมณ์คงเริ่มเย็นลง (พอคุยกันได้) แต่หน้าตายังบอกบุญไม่รับ

 .

คุยกันด้วยเหตุผล…ด้วยความสุขุม นานทีเดียว

 .

หันหน้าเข้าหากัน คุยกันด้วยดี…ง้อกันนิดหน่อย…และคำว่าขอโทษ คงถึงเวลาได้ใช้เสียที...ไม่มีฝ่ายแพ้ ฝ่ายชนะ เพราะหากยังไม่เข้าใจกัน รับรองเป็นผู้แพ้ทั้งคู่ร้อยเปอร์เซนต์

 .

เมื่อคุยกันแล้ว อีกฝ่ายก็ออกจากบ้านไป…ให้เวลา...ซึ่งกันและกัน

 

.

คุณพ่อบ้านยังอยู่ที่เดิม…ครุ่นคิด..  เอ...เราผิดจริงหรือ..เธอจึงโกรธเพียงนั้น..

แต่...เฮ้อ…อยู่คนเดียว เหงาจัง...กลับมาบ้านเถอะนะ (แอบรอ...แบบมีฟอร์ม)

 

.

ไม่ว่าจะอย่างไร ขอให้ปรับความเข้าใจกันโดยเร็วนะคะ...เล็กๆ น้อยๆ จิ๊บๆ ค่ะ

 

เล็กๆ น้อยๆ เราก็ยอมกันไป..
ความจริงในใจ ยังโกรธ..
เล็กๆ น้อยๆ เราก็ยอมอภัย..
ใจจริงน่ะกลัว เป็นโสด
รักเรามันคงจะเป็นอย่างนี้..เพราะมีกันอยู่สองคน

 :)

ฟังเพลงน่ารักๆ ไปด้วยนะคะ...

เล็กๆ น้อยๆ - ปั่น & มาลีวัลย์ เจมีน่า

คืนนี้นำบันทึกเบาๆ สบายๆ มาฝากมาฝากในวันอากาศร้อน (แต่ใจเย็น)

มีความสุขมากๆ นะคะ

.