การเป็นผู้นำมีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องเป็นต้นแบบของคนอื่น

ได้เข้าร่วมอบรมโครงการที่ทางผู้บริหารระดับจังหวัดจัดให้เพื่อพัฒนาตนเองก็ไปกันทั้งจังหวัดจำนวน ๘๗ คน ในขณะที่ไปถึงก็เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงจะมีพิธีเปิดเป็นทางการก็นั่งรอ.....จนกระทั่งเวลาเปิดได้เสร็จสิ้นถึงตอนที่บรรยายพิเศษขณะประธานกำลังพูดนั้น.....มีท่านหนึ่งเดินเข้ามาตอนแรกมองไม่เห็นเพราะนั่งแถวที่สองจากด้านหน้าแต่ได้ยินคำพูดที่พูดออกมาเสียงที่ดังจนสุดที่จะรับได้....

มาสายหรือ

ทำอะไรอยู่ 

ไม่มานั่งหน้า มีที่ว่างอยู่  เดินมาหาชั้น นิสัยแบบนี้คงทำจนชิน  นี่ต่อหน้าชั้นยังทำแบบนี้ หากอยู่ที่ทำงานตัวเองจะเป็นยังไง  ต้องไปสืบค้นประวัติคงน่าดู  ใครสั่งใครสอนพาฉันไปหาครูคนนั้นให้หน่อยจะได้ถามว่าสอนกันยังไง นี่หรือคนเป็นครูทำตัวแบบนี้ แล้วจะไปสอนคนอื่น พูดแล้วยังยิ้มอีกเดี๋ยว.......ฯลฯ

แต่ละคำช่างสรรหาพูดไม่ซ้ำกันเลย

เป็นเพราะที่ทำงานเค้าอยู่ไกล และเป็นโรคเครียด แต่ผู้บริหารคนก่อนแกสงสารให้ทำงานเพราะว่าทำมาหลายสิบปีแล้ว และทำงานคนเดียวยังมีลูกเล็กๆต้องดูแล ทุกคนให้กำลังใจแกตลอดมา เมื่อถึงตอนพักอาการกำเริบก็เดินไปไห้วทุกคนที่มาประชุมและทานข้าวไม่ลงกินเพียงน้ำเปล่าเท่านั้น

และมีบ่อยที่เป็นแบบนี้ เธอเป็นข้าราชการหรือ นึกว่าเป็นลูกจ้าง แต่งตัวแบบนี้ไปดูที่บ้านหน่อยสิจะเป็นยังไง พาไปหาครูหน่อยว่าสอนกันยังไง

คนนี้เธอเป็นหม้ายสามีเสียแล้ว ลูกสามคน ยังเรียนอนุบาลอยู่เลย และไม่ค่อยแต่งตัว

ทุกวันในที่ทำงานแม้ทำไม่ถูกใจก็โดนปาด้วยแฟ้มงาน หรือเดินไปก็ได้ยินเสียงด่าทอและการร้องไห้เพราะการถูกตำหนิหากทนไม่ไหวก็ลาออกไปแล้ว ๓ คน

และนี่ต้องทนอีกกี่วัน เพราะผู้บริหารเราเปลี่ยนอย่างที่ใจต้องการไม่ได้ อยากทำแบบที่ว่ากบ(ขี้ข้า)เลือกนาย(ให้ได้ดังที่ต้องการ)

แล้วคนอื่นที่เป็นนั่นมีแบบนี้บ้างไหม