การขับเคลื่อนภาคพลเมืองสู่การจัดการตนเอง
ดังเล่าในบันทึกที่แล้วผมไปนั่งฟังการนำเสนอผลการวิจัยที่สมุทรสงคราม ๔ โครงการในช่วงเช้าของวันที่ ๑๓ มี.ค. ๕๕ ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม แล้วได้เห็น “สินทรัพย์ทางปัญญา” ที่เกิดจากงานวิจัยในพื้นที่ที่สามารถเอามาต่อยอดใช้ประโยชน์ได้อีกมากในหลากหลายด้าน ๔ โครงการนี้ได้แก่
- Child Watch ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม (ปี ๒๕๔๗ - ๒๕๕๒) โดย ผศ. วรลักษณ์ กลัดแก้ว มรภ. หมู่บ้านจอมบึง
- โครงการส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดย อ. อรุณวรรณกลั่นกลึงโรงเรียนท้ายหาด อ. เมืองสมุทรสงคราม
- โครงการใช้กรณีปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ของโรงเรียนเพื่อช่วยในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้น ม. ๒ โดย อ. จักรเพชรเทียนไชยและ อ. นันทวดีเทียนไชยโรงเรียนบ้านคลองสมบูรณ์ ต. แพรกหนามแดง อ. อัมพวาสมุทรสงคราม
- งานวิจัยเรื่องการจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยสมุทรสงครามและนวัตกรรมเคหะชุมชนโดยผศ. ดร. กุณฑลทิพย์พานิชภักดิ์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาฯ
จะเห็นว่างานวิจัยที่นำเสนอทั้ง ๔ เรื่องไม่ใช่งานวิจัยชาวบ้านแต่เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในจังหวัดสมุทรสงครามและหลายโครงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับตัวชาวบ้านหรือมีชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมและร่วมเรียนรู้
ผมตีความว่า ผลงานวิจัยเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภาคพลเมืองสู่การจัดการตนเอง แต่ยังมี missing link ที่จะทำให้ผลงานเหล่านี้ขับเคลื่อนภาคพลเมืองได้อย่างแท้จริง สิ่งที่ขาดหายไปคือ การจัดการปลายทาง(downstream management) ของการวิจัย หรือการจัดการเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้ภาคประชาชนในพื้นที่เห็นโอกาสนำเอาความรู้จากผลงานวิจัย ไปใช้ในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ ของตนเอง
ผมมองว่า การประชุมอย่างที่ผมไปร่วมที่สมุทรสงครามในวันนี้ เป็นกลไกรูปแบบหนึ่งเพื่อการนั้น และน่าจะมีกลไกในรูปแบบอื่นๆ ที่ชาวบ้านในสมุทรปราการเข้าร่วมมากขึ้น เห็นคุณค่ามากขึ้น ได้ประโยชน์ มากขึ้น
กลไกนั้น น่าจะจัดโดยประชาคมสมุทรสงคราม ออกแบบโดยประชาคมสมุทรปราการ เพื่อให้สนอง เป้าประสงค์ของประชาคมสมุทรสงคราม โดยความหมายของประชาคมสมุทรปราการต้องครอบคลุมคนใน ทุกภาคส่วน ย้ำว่า ต้องไม่ละเลยภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
แล้วประชาคมสมุทรสงครามเชิญฝ่ายวิชาการไปนำเสนอผลงานวิจัย โดยมีเป้าหมายเพื่อตีความ สู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่สมุทรสงคราม ให้มีความสามารถในการจัดการตนเองได้ดียิ่งขึ้น
ความสามารถในการจัดการตนเองของสมุทรสงคราม ต้องไม่มีเป้าหมายแบบเห็นแก่ตัวถ่ายเดียว ไม่ใช่คิดถึงประโยชน์ของคนสมุทรสงครามโดยไม่เห็นอกเห็นใจคนในพื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่อื่น
และต้องไม่ใช่จัดการตนเองเพียงเพื่อประโยชน์เฉพาะหน้า หรือประโยชน์ระยะสั้นเท่านั้น ต้องคิดถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วย
วิจารณ์ พานิช
๑๘ มี.ค. ๕๕