ผมกินอาหารมื้อเช้านี้อย่างมีความสุขมาก หนึ่งในกับข้าวที่อร่อยจนใจผมล่องลอยเหมือนอยู่ปุยเมฆคือ "ใบเหลียงต้มมิโซะ" ครับ

ใบเหลียงเป็นผักพื้นบ้านแถวภาคใต้ ก่อนหน้านี้มีเฉพาะแถวชุมพรบ้านเกิดผม หลังจากนั้นเริ่มแพร่หลายไปยังจังหวัดใกล้เคียงจนในที่สุดปัจจุบันนี้หากินได้ทั่วไปในภาคใต้ ในภาคอื่นก็คงเริ่มอาจจะมีบ้างแล้ว

ใบเหลียงปลูกง่ายครับ มีที่ร่มๆ ชุ่มชื้นใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นใบเหลียงก็แตกสวยงามงอกรากกระจายไปทั่วเก็บกินกันไม่ทันครับ

แต่บ้านผมซึ่งเป็นบ้านจัดสรรใช้ดินลูกรังถม ยังไงก็ปลูกใบเหลียงไม่ขึ้น คงต้องซื้อกินเหมือนเดิม นี่ว่าจะไปขอปลูกในสวนยางข้างบ้านก็ยังไม่ได้มีโอกาสไปเจรจากับเจ้าของที่เขา

ผมไม่ทราบว่าใบเหลียงมีคุณค่าทางอาหารอะไรบ้าง แต่คุณค่าที่มีแน่ๆ คือความอร่อย เพราะใบเหลียงเป็นใบไม้ที่นิ่มนวล มีความหวานติดปลายลิ้นนิดๆ ถ้าเปรียบเหมือนผู้หญิงแล้วคงเหมือนหญิงสาวที่น่ารัก อ่อนช้อย นุ่มนวล

แถวบ้านผมที่ชุมพรจะเอาใบเหลียงมาต้มกับกะปิ ต้องเป็นกะปิดีแถวชุมพร/ระนองที่ขึ้นชื่อด้วย โดยใส่กะปิเพียงเล็กน้อย เพียงพอให้ได้รสเค็มเพื่อชูรสความหวานละมุนที่แฝงอยู่ในใบเหลียง ถ้าใส่มากก็เหมือนชายหนุ่มที่ใช้กำลังรุนแรงกับหญิงสาวผู้บอบบาง กลายเป็นความขมเฝื่อนทีเดียว

อย่าแปลกใจครับ อาหารจานนี้อร่อยมากจนถ้าทำได้ผมอยากจะใช้สำนวนภาษาของคุณ ’รงค์ วงษ์สวรรค์

แต่วันนี้ที่บ้านผมไม่ได้ใช้กะปิ เพราะมีอยู่วันหนึ่งกะปิหมด น้องสาว อ.จัน เกิดความคิดสร้างสรรรค์หยิบมิโซะใส่ไปแทนด้วยเดาว่ารสเค็มๆ เหมือนกันก็คงพอแทนกันได้ ปรากฎว่าผลที่ออกมาอร่อยมากครับ อร่อยจนบ้านนี้ใช้มิโซะใส่แทนกะปิเพื่อต้มใบเหลียงโดยส่วนใหญ่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ถ้าให้คุณ 'รงค์ มาบรรยาย คงได้ภาพหญิงสาวชาวไทยที่อ่อนช้อยเอียงอาย ผู้ตกอยู่ในอ้อมกอดของซามูไรหนุ่มผู้ลุ่มลึก ที่กำลังบรรจงจูบเธอท่ามกลางละอองฝนใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่าดิบชื้นของภาคใต้

เสียดายที่ผมไม่มีรูป เพราะผมกินหมดแล้วถึงค่อยมาเขียนบันทึกนี้ แต่ไม่มีรูปก็ดีเหมือนกันครับ ผมปล่อยให้ผู้อ่านจินตนาการตามผมดีกว่า แล้วถ้ามีโอกาสก็ลองปรุงอาหารจานอร่อยนี้ดูนะครับ